- หน้าแรก
- สำนักงานชิงเย่:เปิดแฟ้มคดีลึกลับ
- บทที่ 24 ตามติดเหมือนเงา (ตอนที่4)
บทที่ 24 ตามติดเหมือนเงา (ตอนที่4)
บทที่ 24 ตามติดเหมือนเงา (ตอนที่4)
บทที่ 24 หมายเลข 078 – ตามติดเหมือนเงา (ตอนที่4)
#สำนักงานชิงเย่
“เรื่องนี้พวกเราจะทำการสอบสวนต่อไป แต่สำหรับกรณีของคุณเจิ้ง ถึงจะไม่ใช่เหตุการณ์ลี้ลับ เธอก็สมควรได้รับการบำบัดทางจิตใจนะครับ”
“ฉะ…ฉันเข้าใจแล้ว… ฉันจะบอกพ่อแม่ของเธอ…”
วันที่ 21 ธันวาคม 2013
มีการตรวจสอบภายในโรงเรียน พบเพียงรังนกและเครื่องรางที่ชำรุด ไม่มีสิ่งผิดปกติใดๆ
วันที่ 22 ธันวาคม 2013
ได้รับวิดีโอกล้องวงจรปิดจากโรงเรียน ไม่พบความผิดปกติใดๆ
วันที่ 13 มกราคม 2014
ตรวจสอบเส้นทางการเดินทางของผู้ว่าจ้างตลอดครึ่งปีก่อนเกิดเหตุเสร็จเรียบร้อย และติดต่อผู้ว่าจ้าง ไฟล์เสียง 07820140113.wav
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ คุณเจิ้ง ช่วงนี้รู้สึกเป็นยังไงบ้าง?”
“ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว ขอบคุณพวกคุณมากเลยค่ะ พอได้เครื่องรางแล้วก็รู้สึกดีขึ้นมาก อีกทั้งนักจิตวิทยา…นักจิตวิทยาก็คุยกับฉันนะ เขาบอกว่าอาจจะได้รับผลกระทบจากหนังสยองขวัญ ยังไงก็ขอบคุณมากนะคะสำหรับเครื่องราง…คือว่า…ฉันสามารถซื้อเพิ่มอีกสักหน่อยได้ไหมคะ? ฉันคิดว่าอยากเก็บไว้เผื่อเอาไว้ใช้…คุณหมอก็บอกว่า ถ้ามีสิ่งที่พึ่งพาทางจิตใจได้ มันก็จะช่วยได้เยอะ”
“แน่นอนครับว่าได้อยู่แล้ว แต่ก่อนหน้านั้น เรามาคุยเรื่องอื่นกันก่อนดีกว่า วันนี้เชิญคุณมาเพราะเรามีบางเรื่องอยากสอบถาม”
“เชิญ…คุณถามมาได้เลยค่ะ”
“ในเดือนตุลาคมปี 2013 คุณกับคุณต้วนไปร่วมงานเทศกาลท่องเที่ยวที่เมืองหมินชิ่งใช่ไหมครับ?”
“อืม ใช่ค่ะ พวกเราไปดูขบวนแห่รถบุปผชาติ กลางวันก็ไปดูงานนิทรรศการ”
“มีอะไรผิดปกติเหรอคะ? วันนั้นพวกเราไม่ได้ทำอะไรเลยนะ”
“จะมีอะไรหรือไม่ ก็ต้องดูจากบทสนทนาที่เราจะคุยกันต่อไปนี่แหละครับ ตอนที่เราพบกันครั้งแรก เราก็บอกแล้วว่า คุณอาจจะไปทำบางอย่างเข้าโดยไม่รู้ตัว นั่นถึงเป็นสาเหตุที่คุณเจอเหตุการณ์แปลกๆ แบบนี้”
“มัน…มันไม่ใช่เพราะฉันดูหนังสยองขวัญเหรอคะ?”
“ไม่ต้องตกใจไปนะครับ คุณเจิ้ง จากการสืบสวนของพวกเรา พฤติกรรมที่ผิดปกติที่สุดของคุณในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา ก็คือการเข้าร่วมงานเทศกาลท่องเที่ยวนั่นแหละครับ”
“เทศกาลท่องเที่ยวจะมีอะไรผิดปกติได้ยังไง? มันก็เป็นงานที่รัฐบาลจัดนี่นาใช่ไหม? ชาวต่างชาติก็เป็นคนที่รัฐบาลเขาเชิญมาเอง! หรือว่าพวกเขา…” ต้วน ซือซือ พูดขึ้น
“คุณต้วน…ไม่ได้เจอกันแค่ไม่นาน คุณลืมที่ผมเคยพูดไปแล้วเหรอ?”
“ฉัน…ฉันคิดว่านักจิตวิทยาพูดไม่ผิดนะ ก็เพราะฉันชวนเสี่ยวรุ่ยดูหนังสยองขวัญไง เธอถึงเป็นแบบนั้น”
“ในเมื่อพวกคุณสองคนไปร่วมงานเทศกาลท่องเที่ยว ก็คงทราบดีว่านอกจากนิทรรศการทิวทัศน์ของแต่ละประเทศแล้ว ยังมีการแนะนำและให้ลองสัมผัสกับวัฒนธรรมพื้นเมืองด้วย รวมถึงวัฒนธรรมทางศาสนาด้วย ตอนนี้เราสงสัยว่าทั้งสองอาจจะได้ไปสัมผัสกับอะไรบางอย่างเข้า จนทำให้ถูกวิญญาณร้ายจากต่างแดนตามติดตัวมา”
“แต่เรา2คนทำเหมือนกันทุกอย่างเลยนะ แล้วทำไมเสี่ยวรุ่ยถึงเจอเรื่องแบบนั้น ส่วนฉันกลับไม่เป็นอะไร?”
“วันนี้ที่เราเชิญพวกคุณมานี่ ก็เพื่อจะได้ตัดความสงสัยนั้นออกไป ขอให้ช่วยเล่าเหตุการณ์ช่วงนั้นให้ละเอียดหน่อยครับ”
“ฉัน…ซื่อซื่อ…” เจิ้ง เสี่ยวรุ่ยพูดไม่ออก
“งั้นให้ฉันเล่าเอง”
“เชิญเลยครับ”
“พวกเราไปที่งานนิทรรศการตั้งแต่ตอนเช้าวันเสาร์ ฉันจำได้ว่าเราเข้าไปที่บูธของประเทศ A, B และ I ถ้าพูดถึงเรื่องศาสนา…เราดูโบสถ์ดูโอโมแห่งมิลานของประเทศ I เป็นภาพยนตร์แบบ 360 องศา แล้วพนักงานก็แจกของที่ระลึกให้ทุกคน เป็นแม่เหล็กติดตู้เย็นกับโปสต์การ์ดที่มีภาพโบสถ์ ทุกคนก็ได้เหมือนกันหมด นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรอีกแล้ว เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการต่อแถว เราสองคนก็ไม่ได้คุยกับใคร ใช้มือถือดูวิดีโอด้วยกัน ตอนกลางคืนก็ไปดูขบวนแห่รถบุปผชาติ บนขบวนแห่รถก็มีพวกสัญลักษณ์ของศาสนาบ้าง ตอนนั้นคนเยอะมากๆ”
“แล้ววันต่อมาล่ะ?”
“อะไรนะ?”
“เราตรวจสอบประวัติการใช้จ่ายของพวกคุณ พบว่าวันเสาร์พวกคุณไปงานนิทรรศการ แล้ววันอาทิตย์ก็ไปอีกใช่ไหม?”
“……”
“เป็นอะไรเหรอ? มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”
“วันรุ่งขึ้น... วันรุ่งขึ้นพวกเรา...”
“ฉันนึกไม่ออกเลยนะ พวกคุณแน่ใจจริง ๆ เหรอว่าเจอบันทึกการใช้จ่าย?”
“ใช่ครับ ข้อมูลการใช้จ่ายระบุว่าพวกคุณได้ซื้อตั๋วเข้าชมงานวัดตอนกลางคืนของบูธประเทศ J ในวันถัดไป”
“อ๊ะ!”
“ฉะ...ฉันจำไม่ได้จริง ๆ พวกคุณตรวจสอบข้อมูลพวกนั้นได้ยังไง? แน่ใจเหรอว่าเป็นของพวกเรา?”
“นี่คือข้อมูลการจองออนไลน์ ชื่อและเบอร์โทรศัพท์ที่ใช้ลงทะเบียนตรงกับพวกคุณทั้งสองคน และตั๋วก็ถูกไปรับเรียบร้อยแล้วหลังจากที่ซื้อไว้ล่วงหน้า”
“เป็นไม่ได้ไป... ฉัน... ฉันจำอะไรไม่ได้เลย...”
“...”
“คุณเจิ้งดูเหมือนจะชอบวัฒนธรรมของประเทศ J มากเลยนะครับ กระเป๋าเป้ พวงกุญแจ ของตกแต่งในห้องนอนคุณก็ล้วนเกี่ยวกับดาราจากประเทศ J ดาราที่คุณชอบก็เป็นแขกรับเชิญพิเศษในงานวัดวันนั้น ถ้าดูจากเวลาว่างและฐานะทางการเงินของคุณ คุณน่าจะไปร่วมงานวัดวันนั้นได้ไม่ยากเลย”
“ฉัน...แต่ฉัน...จำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ ...”
“ดูเหมือนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณคงมีความเกี่ยวข้องกับงานวัดในวันนั้นแล้วล่ะครับ”
“...แล้ว...แล้วเราจะทำยังไงดี?”
“ก่อนอื่น เราต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าพวกคุณได้ทำอะไรบ้างในวันนั้น”
“คุณต้วน สีหน้าคุณดูไม่ค่อยดีเลยนะ คิดอะไรออกแล้วเหรอ?”
“อะ…”
“คุณต้วน...ถ้าคุณจำอะไรได้ช่วยรีบเล่าให้เราฟังเถอะ ถ้ามัวแต่ช้า มันจะเป็นผลเสียต่อเพื่อนรักของคุณแน่ๆ”
“ซือซือ…ซือซือ เธอจำได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนั้น?” เสี่ยวรุ่ยถามเพื่อน
“พอฉันเห็นนี่…ก็เริ่มนึกอะไรออกบ้างแล้ว…”
“ถ้านึกออกอะไรก็เล่ามาได้เลยครับ”
“คืนนั้น เราไปที่งานวัด มันเหมือนกับโปสเตอร์นี้เลย ถนนยาว ๆ มีโคมไฟห้อยอยู่เต็มไปหมด สวยมาก ปลายทางเป็นศาลเจ้า ฉันจำได้ว่า... เราถ่ายรูปกันที่โทริอิ แล้วก็ซื้อแอปเปิ้ลเคลือบน้ำตาล เล่นตักปลาทอง... แล้วก็ไปซื้อเอะมะที่ศาลเจ้า เป็นแบบคู่ สำหรับขอพรให้มิตรภาพยั่งยืนตลอดไป...”
“นั่น...นั่นมันมีปัญหาอะไรเหรอ?”
“เธอจำได้แค่นั้นเองเหรอ?”
“อืม...อ้อ ใช่! ชุดกิโมโน! เราเปลี่ยนใส่กิโมโน! หน้างานวัดมีร้านให้เช่ากับขายชุดกิโมโน พวกเรา...จำไม่ได้ว่าเช่าหรือซื้อ แต่เปลี่ยนเสื้อผ้าแน่ ๆ แล้วก็ใส่เกี๊ยะ เสี่ยวรุ่ยไม่คุ้นเคยกับการใส่เกี๊ยะ ทำเอาเธอเกือบล้ม ฉันเลยเดินควงแขนกับเธอ หัวเราะกัน...หัวเราะแล้วพูดอะไรบางอย่าง...หลังจากนั้น...สุดท้ายก็มีการแสดง เป็นระบำแบบเกอิชาของญี่ปุ่น...ดาราที่เสี่ยวรุ่ยชอบก็แสดงด้วย แฟนคลับเยอะมากตะโกนเชียร์กันใหญ่เลย...”
“ที่บ้านของพวกคุณไม่มีของที่ระลึกจากวันนั้นเหลืออยู่เลยเหรอ?”
“ไม่มีค่ะ ถ้าพวกคุณไม่พูดขึ้นมา ฉันก็คงไม่ได้นึกถึงเรื่องนี้เลย”
“ฉันก็ไม่มีเหมือนกัน...แต่งานวัดนั้นมันจบไปนานแล้ว ศาลเจ้าก็รื้อไปหมดแล้ว แบบนี้...ฉันจะไม่รอดใช่ไหม?”
“เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่จัดร่วมกันโดยรัฐบาลทั้งสองประเทศ บรรดาบริษัทเอกชนจากญี่ปุ่นที่เข้าร่วมก็มีการลงทะเบียนไว้ การตามหาผู้เกี่ยวข้องจากญี่ปุ่นจึงไม่ใช่เรื่องยาก กรุณาอย่ากังวลไปนะครับ คุณเจิ้ง หากจำเป็น พวกเราจะไปญี่ปุ่นเพื่อตามเรื่องนี้ต่อให้
“แต่จากข้อมูลที่เรามีอยู่ในตอนนี้ ศาลเจ้าและแผงขายของต่าง ๆ ล้วนมีเอกสารรับรองถูกต้อง โดยเฉพาะศาลเจ้านั้นก็จำลองมาจากศาลเจ้าชื่อดังแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น และยังเชิญนักบวชกับมิโกะจากศาลเจ้าจริง ๆ มาด้วย เพราะฉะนั้นเราคิดว่า ปัญหาอาจจะอยู่ที่ของที่พวกคุณซื้อ หรือกิจกรรมที่พวกคุณได้ทำลงไป หรืออาจจะไม่เกี่ยวกับงานวัดเลย แต่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างทางไปหรือกลับจากงานวัดก็ได้”
“แล้ว...แล้วควรทำยังไงดีล่ะ?”
“ก่อนอื่น ขอให้พวกคุณลองกลับไปตรวจดูที่บ้านก่อน ว่ามีของอะไรที่เพิ่มขึ้นมาหรือหายไปหรือเปล่า”
“ค่ะ ได้เลย เสี่ยวรุ่ย...”
“คุณเจิ้ง ไม่ต้องกลัวไปนะครับ เครื่องรางยังคงได้ผลอยู่ใช่ไหม?”
“ค่ะ...”
“งั้นมันก็จะคุ้มครองคุณต่อไป ในช่วงเวลานี้ พวกเราจะหาต้นตอของปัญหาให้เจอ แล้วคุณจะปลอดภัยแน่นอน”
“ใช่แล้ว เสี่ยวรุ่ย เธอต้องไม่เป็นอะไรแน่นอน!”
“อืม...ถ้าเราไม่ไปงานวัดก็คงดี…”
“เสี่ยวรุ่ย...”
“คุณเจิ้ง ต่อให้คุณไม่ได้ไปงานวัด ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะปลอดภัยหรอกนะครับ”
(จบบทนี้)