เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่9 พบเจอหลงหยางอีกครั้ง

ตอนที่9 พบเจอหลงหยางอีกครั้ง

ตอนที่9 พบเจอหลงหยางอีกครั้ง


ภายในห้อง, ลู่ซวน ราวกับว่าเขาได้เข้าสู่ภวังค์มาอย่างต่อเนื่องและล้มเหลวมาตลอดและเมื่อพลังจิตวิญาณหมดเขาก็พักฟื้น ทำแบบนี้มาเป็นระยะ

ในเวลานี้นอกหน้าต่างถ้ามองไปจะเปลี่ยนจากกลางวันกลายเป็นกลางคืน

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้นอนหลับทั้งกลางวันและกลางคืน แต่ ลู่ซวน ก็ยังมีชีวิตชีวาเหมือนเดิม สำหรับเขาแค่การบ่มเพาะก็สามารถฟื้นพลังชีวิตและเป็นเหมือนดั่งการนอนหลับพักผ่อน

ในเวลานี้เมื่อเขาปล่อยพลังวิญญาณออกไป ลู่ซวน สามารถทำสำเร็จเจ็ดหรือแปดส่วน ถ้าเขามีเวลาอีกซักเล็กน้อยเขาจะประสบความสำเร็จแน่นอน!

ทำการฟื้นฟูพลังจิตวิญญาณของเขาอีกครั้ง ลู่ซวนเริ่มวาดอักขระอีกครั้งก่อนจะทำการโฟกัสไปที่ปลายนิ้วของเขาและการรวมตัวกันของพลังแห่งจิตวิญญาณก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบ ๆ

ปลายนิ้วมีความลื่นไหลดั่งเช่นสายน้ำและดูสวยงามมากในการรับชม หลังจากฝึกซ้อมมานานแล้ว ลู่ซวน ก็เริ่มที่จะประสบความสำเร็จในการสร้างอักขระกัมปนาทได้แล้ว

ระหว่างกระบวนการนี้เศษของพลังวิญญาณไหลออกมาอย่างเงียบ ๆ ก่อเป็นรูปเส้นสาย ไม่มีแม้แต่ครึ่งส่วนของการรั่วไหล!

การเคลื่อนไหวของปลายนิ้วของ ลู่ซวน เริ่มรวดเร็วขึ้น อักขระ ที่มีความซับซ้อนอย่างเหลือเชื่อค่อยๆหดตัวลงในอากาศ จังหวะสุดท้ายลู่ซวนทำการเคลื่อนไหวทั้งหมด พลันอักขระก็ส่องประกายและส่องแสงไปรอบๆ!

และประสบความสำเร็จ!

"ฮ่า ๆ ๆ ๆ! ในที่สุดข้าก็ประสบความสำเร็จ! "เมื่อเห็นฉากที่สมบูรณ์ ลู่ซวนก็ไม่สามารถปกปิดอาการดีใจได้ ได้แต่หัวเราะเสียงดัง

ความพยายามทั้งวันทั้งคืนและคืนสุดท้ายได้ประสบความสำเร็จเป็นช่วงเวลาที่คุ้มค่า!

ในเวลาต่อมามีเสียงเคาะที่ประตู และได้ยินเสียงเหยาเล่ยเรียก"พี่ซวน เกิดอะไรขึ้น? ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม? "

เมื่อวานลู่ซวนจู่ ๆ ก็รีบกลับมาและเขาก็ล็อกตัวเองอยู่ในห้องของเขา เหยาเล่ย ได้เป็นกังวลและเป็นห่วงเขา แต่ลู่ซวนบอกกับเขาว่าจะทำการบ่มเพาะไม่ต้องมารับกวนเขา เหยาเล่ย เลยไม่กล้าที่จะรบกวน แต่เมื่อได้ยินเสียงดังของ ลู่ซวน เขาไม่สามารถทนอยู่เฉยได้อีกและเคาะประตู

อักขระ ในอากาศเนื่องจากมันสูญเสียแรงสนับสนุนของพลังวิญญาณแล้วก็เริ่มที่จะหายไปจากสายตา

เมื่อได้ยินความห่วงใยของ เหยาเล่ยในน้ำเสียงของเขา ลู่ซวน รีบไปเปิดประตู

"ไม่ต้องกังวลข้าสบายดี!" ใบหน้าของลู่ซวนยังยิ้มอยู่ เขาตบหน้าอกของเหยาเล่ยและบอกว่า: "ไปกันเถอะ พาข้าไปที่ ถนนวิญญาณสินค้า ข้าต้องการซื้ออะไรบางอย่าง "

แม้ว่าเขาไม่ทราบว่าลู่ซวนต้องการจะซื้ออะไรใน ถนนวิญญาณสินค้า แต่การได้เห็นภาพลักษณ์ที่สดใสและไม่ได้เป็นอะไรของเขา ดังนั้น เหยาเล่ย จึงไม่ได้พูดอะไรเลย ทั้งสองเดินไปที่ ถนนวิญญาณสินค้า

นับตั้งแต่ที่เขาได้วาด อักขระกัมปนาท สำเร็จแล้ว ลู่ซวน ก็อยากจะสร้างม้วนอาคม การประเมินของนิกายกระบี่เมฆา ได้กำหนดเส้นตายเหลือเพียงสามวันเท่านั้น ภายในสามวัน ลู่ซวน ไม่เพียงต้องการสร้างม้วนอาคมเขายังต้องการขายมันเพื่อให้ได้เงินเพียงพอที่จะซื้อยาและการพัฒนาเพื่อทำการกลั่นร่างกายระดับสี่!

ทั้งสองเดินไปที่ ถนนวิญญาณสินค้า และเดินตรงไปยังร้านที่พวกเขาไปเมื่อวานนี้

ร้านนี้เรียกว่าศาลาสมบัติและได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในร้านค้าชั้นนำและเก็บรวบรวมสินค้าของพวกเขาได้สวยสมบูรณ์ พวกเขามาที่นี่เพราะร้านค้าต้องมีวัสดุที่ต้องการ

เมื่อเห็นชายสองคนเข้ามา ชายชรานั่งอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์ก็เหลือบมองพวกเขาและเปลี่ยนความสนใจออกไป

เขาจำได้ว่าทั้งสองคนเพิ่งมาเมื่อวานนี้ เมื่อได้เห็นการปรากฏตัวของพวกอีก และดูเหมือนพวกเขาจะเป็นประเภทที่ไม่ค่อยมีเงินมาซื้อสินค้าซักเท่าไหร่พวกเขามาที่นี้เพียงเพื่อแค่มองและเปิดตาของพวกเขาไปทั่วร้าน

เนื่องจากร้านศาลาสมบัติเป็นร้านค้าขนาดใหญ่จึงทำให้ร้านค้าขนาดใหญ่มีลักษณะเป็นของตัวเอง คนที่เข้ามาไม่ว่าพวกเขาจะมีเงินหรือไม่ก็ถือว่าเป็นลูกค้า แม้ว่าพวกเขาจะไม่ซื้ออะไรพวกเขาก็ยังมองไปรอบ ๆ

แต่คราวนี้ลู่ซวนตรงไปยังชายชราที่เป็นเจ้าของร้าน

"เถ้าแก่, สถานที่นี้ขายวัสถุสร้างม้วนอาคมหรือป่าว ?" ลู่ซวน ถามตรงไปตรงมา

ได้ยินคำพูดของลู่ซวน ชายชราที่เป็นเจ้าของร้านคนนี้ก็ตกใจเล็กน้อย เขาได้ยินมาถูกต้องหรือไม่?เด็กคนนี้ตรงหน้าเขาจริงๆแล้วเป็นผู้วิเศษใช่หรือไม่?

ถึงแม้เขาจะรู้สึกประหลาดใจแต่สีหน้าของเขาก็ไม่ได้แสดงอาการใดๆออกมาเลย เขายิ้มและพูดว่า: "แน่นอน ชื่อร้านนี้คือ ศาลา สมบัติ สิ่งที่สามารถพบได้ในเมืองหลินทั้งหมดสามารถพบได้ในร้านนี้ "

ใบหน้าของลูซวนแสดงอาการยินดี ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ต้องค้นหาร้านอื่น ๆ "ราคาของม้วนแผ่นกระดาษเปล่าๆและเลือดของสัตว์ป่าดุร้ายอย่างละเท่าไหร่?"

ม้วนกระดาษสำหรับบรรจุอักขระเข้าไปและเลือดจากสัตว์ป่าดุร้ายใช้ในการวาด อักขระกัมปนาท

"ม้วนกระดาษถูกแบ่งออกเป็นสามระดับ ระดับต่ำมีราคาที่หนึ่งตำลึงทองแต่ละม้วน ระดับกลางมีห้าตำลึงทองแต่ละม้วน และระดับสูงมีสิบตำลึงทองแต่ละม้วน อย่างไหนที่นายน้อยชอบ? "

เมื่อได้ยินราคาที่เจ้าของร้านรายงานปากของ ลู่ซวนก็หุบลงทันที ราคานี้แพงเกินไปใช่ไหม!?

ด้วยเงินที่อยู่ในตัวเขา เขาไม่สามารถแม้แต่จะซื้อม้วนกระดาษแผ่นเปล่าระดับกลาง ขนาดม้วนกระดาษเปล่าๆยังมีราคาแพงขนาดนี้ราคาของเลือดหมาป่าจะมีราคาแพงขนาดไหนเพราะมันเป็นวัสดุหลัก?

เผื่อจะโชคดี ลู่ซวนถามอย่างระมัดระวังว่า "เลือดสัตว์ป่าดุร้ายมีราคาเท่าไหร่?"

"อืมเลือดสัตว์ป่าดุร้ายถือว่าเป็นวัสดุระดับต่ำและไม่สามารถถือว่าเป็นของแพงได้ หนึ่งร้อยตำลึงทองต่อขวด หนึ่งขวดใช้ได้ระหว่างแปดถึงสิบครั้ง

ได้รับคำตอบ ลู่ซวน สูญเสียความหวังทั้งหมด เขาไม่ได้คิดว่าวัสดุเหล่านี้จะแพงมากขนาดนี้เขาไม่มีเงินพอที่จะซื้อมัน

แม้ว่าเขาจะมีความชำนาญ แต่ก็ไม่มีประโยชน์

ขณะที่ลูซวนกำลังขมวดคิ้วและคิดอยู่

"ลู่ซวน! เจ้ากล้าที่จะกลับมาจริงๆ! "

เสียงนี้ดึงความสนใจของลู่ซวนและอีกสองคนพวกเขาเห็นกลุ่มคนเข้ามาในร้าน ใบหน้าของผู้นำกลุ่มคนเหล่านั้นเต็มไปด้วยความโกรธ ถ้าไม่ใช่หลงหยางแล้วจะเป็นใครอีก?

ชายชราเจ้าของร้านเคาะเคาน์เตอร์และพูดว่า "ภายในร้านนี้ห้ามส่งเสียงรบกวนและการต่อสู้ทั้งหมดเป็นสิ่งต้องห้าม หากเจ้าฝ่าฝืนกฎให้เตรียมพร้อมสำหรับผลที่ตามมา "

เมื่อได้รับคำเตือนจากชายชราผู้ดูแลร้าน หลงหยาง เตือนตัวเองทันทีว่า ถนนวิญญาณสินค้า มีกฎห้ามมีการต่อสู้ใด ๆ จากร้านค้า และร้านศาลาสมบัติ เป็นร้านค้าขนาดใหญ่และมีอิทธิพลมาก เขาโกรธมากเพราะได้เห็นลู่ซวนและลืมกฎข้อนี้

แม้ว่า หลงหยาง จะเป็นคนเย่อหยิ่งจากหมู่บ้านภูเขาชิง แต่พวกเขาตอนนี้อยู่ใน เมืองหลิน และแม้กระทั่งเขาก็ต้องประพฤติตัวให้ดี

เขาขอโทษเจ้าของร้านแล้วหันไปทาง ลู่ซวน และพูดขึ้นว่า "บอกข้ามาตรงๆว่าเจ้าทำอะไรกับเจ้าสองและเจ้าสาม ทำไมพวกเขาจึงถูกฆ่าตาย"

ในตอนแรก หลงหยาง ได้สอนบทเรียนให้ลู่ซวน แต่หลังจากที่กลับมาแล้วเขาก็ไปรายงานให้ หลงไท่ฟัง หลงไท่ได้ฟังและได้พูดเบา ๆ ว่าทำไมไม่ฆ่าเขา?

หลังจากได้ฟังหลงไท่กล่าวและได้รับการสนับสนุนจาก หลงไท่ เขาก็มีความกล้าหาญขึ้น และได้สั่งข้ารับใช้สองคนออกค้นหาลู่ซวนในป่าและให้ทำลายตันเถียนของเขา

แต่เมื่อเขาสั่งเจ้าสามและเจ้าสองออกไปค้นหา ลู่ซวน เขาไม่คิดว่าพวกเขาจะไม่กลับมาหลังจากเป็นเวลานาน หลังจากรออีกวันหนึ่งยังไม่กลับมา เขาส่งคนไปดูและพบว่าทั้งสองคนนั้นถูกสังหารไปแล้ว ฆาตกรควรจะเป็นลู่ซวนพร้อมด้วยข้อเท็จจริงที่ว่า ลู่ซวน จะยังมีชีวิตอยู่ในเมืองหลิน

ดังนั้นเมื่อได้พบกับ ลู่ซวน หลงหยางจึงลงมือซักถามเขา

เมื่อมองไปที่หลงหยาง ลู่ซวนก็กล่าวว่า "เจ้าสามและเจ้าสองคือใคร? ข้ารับใช้คนเหล่านั้นคือใคร? โอ้จริงสิ นั้นคือข้ารับใช้ของเจ้าที่ทำแต่เรื่องสกปรกนี่ ใครจะรู้ได้ว่าพวกเขาอาจจะไปมีเรื่องกับผู้เชี่ยวชาญและถูกฆ่าตาย ไม่มีอะไรที่น่าแปลกใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ "

คำพูดของ ลู่ซวน ทำให้หลงหยาง โกรธเคือง เขาเรียก เจ้าสองและเจ้าสามว่าเป็นข้ารับใช้สกปรก แม้ว่าพวกเขาจะเป็นข้ารับใช้ของตระกูลหลงแต่พวกเขาก็ทำการฝึกสอนให้กับคนอื่น ๆ ที่มีขั้นกลั่นร่างกายระดับหนึ่งและมองลงไปที่ลู่ซวนซึ่งเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มของตระกูลที่มีขนาดเล็ก

เมื่อเห็นรูปลักษณ์ที่เฉื่อยชาของ ลู่ซวน โดยไม่หวั่นเกรงต่อ หลงหยาง ที่เขากำลังโกรธและหัวเราะอย่างเย็นชา เขากางพัดออกและพับเก็บไว้ในมือของเขาก่อนจะกล่าวว่า "ดีมาก ดูเหมือนบทเรียนที่ข้าให้ไว้ครั้งสุดท้ายไม่เพียงพอ หรือบางทีข้าอาจมีความเมตตามากเกินไป! "

ถ้าคิดอย่างตรงไปตรงมา หลงหยางคงไม่เชื่อว่าลู่ซวนจะเป็นฆาตกรที่ทำการฆ่า เจ้าสองและเจ้าสาม อีกอย่างเจ้าสองเป็นถึงผู้ฝึกยุทธที่มีขั้นกลั่นร่างกายระดับดับสี่ คิดยังไงลู่ซวนก็ไม่สามารถทำได้

นอกจากนี้เขาได้ตรวจสภาพศพของ เจ้าสองแล้ว เขาเสียชีวิตโดยถูกกระบี่แทงตรงไปที่หัวใจ ลู่ซวงยังไม่ได้มีกระบี่เขาจะแทงเจ้าสองได้อย่างไร?

เมื่อสายตาไปเห็น เหยาเล่ย อยู่ด้านข้างของลู่ซวนและกล่าวว่า "เหยาเล่ย ถ้าเจ้ายังกำลังห้อยติดตามอยู่กับ ลู่ซวน แสดงว่าเจ้ากำลังวางแผนที่จะต่อต้านข้าด้วยหรือเปล่า? หรือว่าตระกูลของเจ้าไม่ต้องการอยู่ในหมู่บ้านภูเขาชิง อีกต่อไป? "

เมื่อเผชิญหน้ากับภัยคุกคามของ หลงหยาง เหยาเล่ย มีอาการเกรงกลัว หลังจากที่ตระกูลหลง ทำการปกครองหมู่บ้านภูเขาชิง ตระกูลต่างๆก็โดนกดขี่ข่มเหงจากตระกูลหลง ถ้าเป็นแค่เขา เหยาเล่ย จะทำการสู้ตาย แต่นี้เกี่ยวกับตระกูลของเขา เขาไม่ต้องการทำร้ายพ่อแม่ของเขา "

"หลงหยาง เจ้ามีความสามารถอะไรถึงมาคุกคามเหยาเล่ย?ถ้าเจ้าอยากหาเรื่องก็มาหาเรื่องกับข้า! "เสียงของ ลู่ซวน ดังออกมาอีกครั้ง

เจ้าของร้านหันไปด้านข้างค่อย ๆ ลูบเคราของเขา เขารู้สึกว่าลู่ซวนดูเป็นคนที่น่ายกย่องอย่างมาก ยามที่สหายของเขาโดนคุกคามเขายื่นมือเข้าไปปกป้อง หัวใจของเด็กคนนี้เป็นสิ่งที่ดีงาม ด้วยประสบการณ์อันยาวนานของเขา สามารถบ่งบอกได้ว่าพวกเขามีความขัดแย้งกัน

เมื่อเห็นลู่ซวนกล้าที่จะออกหน้าให้ เหยาเล่ย หลงหยางก็ยิ้มเยาะอย่างเย็นชา: "ชั่งกล้าหาญจริงๆ! มีเพียงแค่เจ้าเท่านั้นแต่กล้าออกหน้าให้คนอื่น?เจ้าคิดจริงๆหรือว่าข้าจะไม่กล้าฆ่าเจ้า! "

จบบทที่ ตอนที่9 พบเจอหลงหยางอีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว