เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EG บทที่ 171 เงินบริจาคสร้างโรงเรียน (อ่านฟรี)

EG บทที่ 171 เงินบริจาคสร้างโรงเรียน (อ่านฟรี)

EG บทที่ 171 เงินบริจาคสร้างโรงเรียน (อ่านฟรี)


หลังจากการประชุมล้างสมองที่จัดขึ้นหนึ่งครั้งทุกเดือน เฝิงหยู่มอบหมายงานต่อไปเสร็จ ก็กลับบ้านไปพร้อมกับหลี่ซื่อเฉียง

“เสี่ยวหยู่ พี่ไม่เข้าใจสิ่งที่นายพูดวันนี้เลย นายกำลังขอให้พวกเราถือหุ้นต่อไปก่อนใช่มั้ย?”

“แน่นอน พี่เขย เราต้องรอก่อน ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ครับ เราจะต้องหาเงินได้จำนวนมากแน่นอน พี่เป็นห่วงพี่สาวผมแทนดีกว่า ผู้หญิงท้องมักจะอารมณ์ไม่ค่อยดี พี่ต้องคอยใส่ใจเธอให้มากว่านี้หน่อย”

“ไม่หรอก ถ้าพี่สาวเธอโมโห ก็ต้องเป็นความผิดของพี่เอง” เมื่อหลี่ซื่อเฉียงพูดถึงภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ของเขา เขาจะต้องยิ้มอย่างมีความสุขทุกที

ทาสเมีย นี่มันทาสเมียชัดๆ แต่เฝิงหยู่ก็รู้สึกดีใจ เพราะภรรยาของหลี่ซื่อเฉียงก็คือพี่สาวของเขาเอง

เฝิงหยู่ไม่ได้พยายามจะล้างสมองหลี่ซื่อเฉียง ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำแบบนั้น ในอนาคตหลี่ซื่อเฉียงจะต้องให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมนี้ก็มีศักยภาพมาก แถมยังมีอนาคตที่ดีด้วย ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่เขาจะต้องทำตามเฝิงหยู่ในการลงทุนกับหุ้นหรือฟิวเจอร์ส

ยิ่งไปกว่านั้น หลี่ซื่อเฉียงไม่ได้เก่งในเรื่องการมอบหมายงานและจัดสรรเวลา เฝิงหยู่ไม่อยากให้พี่สาวเขาต้องมาบ่นว่าสามีของเธอไม่สนใจเธอเพราะมัวแต่ทำงานและไม่กลับบ้าน!

ปีนี้เฝิงหยู่ได้ทำตามสัญญาของเขาแล้ว เขาบริจาคเงินสร้างอาคารของโรงเรียนประถมศึกษา แต่ไม่ใช่โรงเรียนในเมือง กลับเป็นโรงเรียนในเขตชนบท ซึ่งเป็นโรงเรียนเก่าที่เขาเคยเรียนสมัยประถม

อาคารของโรงเรียนเป็นตึก 7 ชั้น และภายในอาคารก็มีห้องสมุดและห้องเก็บเอกสาร ชั้นหนึ่งถึงชั้นหกเป็นห้องเรียนสำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง 6 ห้องพักครูตั้งอยู่บชั้นเดียวกัน ส่วนห้องที่เหลือก็ถูกนำมาใช้เป็นห้องอเนกประสงค์ ห้องธุรการ และอื่นๆ

อาคารชั้นเดียวแต่เดิมของโรงเรียนถูกรื้อถอนไปแล้ว และโรงเรียนก็มีพื้นที่กว้างขวางมากขึ้น ห้องเรียนมีขนาดใหญ่ขึ้น และโต๊ะกับเก้าอี้ทุกตัวก็เป็นของใหม่ เฝิงหยู่ยังพิจารณาถึงจำนวนนักเรียนในอนาคตด้วย หากโรงเรียนรับนักเรียนเพิ่มมากกว่าเดิม 50% ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

จำนวนประชากรของเขตนี้ยังมีเพียงเล็กน้อย แม้ว่าจะตั้งอยู่ใกล้เมืองปิง แต่พื้นที่ก็มีขนาดเล็กมาก ชุมชนมีเพียงประมาณ 20,000 คนเท่านั้น นักเรียนทุกระดับชั้นก็มีประมาณ 200 คนและแต่ละชั้นมีห้องเรียนขนาดใหญ่ 8 ห้อง โดยมีนักเรียนในชั้นเรียนจำนวน 40 คน และทั้งชั้นก็สามารถจุนักเรียนได้ถึง 320 คน ห้องเรียนดังกล่าวมีขนาดใหญ่จนสามารถรองรับนักเรียนได้ถึง 60 คน

อาจกล่าวได้ว่าอาคารของโรงเรียนแห่งนี้น่าจะอยู่ได้อีก 20 ถึง 30 ปีข้างหน้า อาจารย์ใหญ่และผู้นำของสำนักงานเขตรู้สึกตกใจกับจำนวนเงินบริจาคของบริษัทการค้าไท่หัว!

ในตอนแรก พวกเขาคิดว่าเงินบริจาคน่าจะประมาณ 300,000 ถึง 500,000 หยวนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เฝิงหยู่บริจาคเงิน 1 ล้านหยวนเพื่อสร้างอาคารของโรงเรียน ซึ่งส่งผลให้อาคารของโรงเรียนแห่งนี้กลายเป็นอาคารโรงเรียนที่มีการก่อสร้างดีที่สุดในเขตและเมืองปิง!

ผู้นำจากสำนักเขตรู้สึกว่านี่เป็นการสิ้นเปลืองเงินเกินกว่าเหตุ และพวกเขาอยากจะใช้เงินส่วนนี้บางส่วนไปพัฒนาปรับปรุงสำนักงานของตัวเอง แต่เฝิงหยู่ไม่ให้พวกเขาได้มีโอกาสเห็นเงินสักหยวนเดียว!

จำนวนเงินบริจาคนี้ได้รับการจัดการโดยผู้เชี่ยวชาญท่านหนึ่ง และทุกสัปดาห์เฝิงหยู่จะส่งคนมาหรือไม่ก็มาตรวจสอบบัญชีด้วยตัวเอง วัสดุก่อสร้างทั้งอิฐและไม้ก็ซื้อมาจากเขต และเหล็กกับปูนซีเมนต์ก็ซื้อมาจากเมืองปิง

บริษัทก่อสร้างก็มาจากเมืองปิง พวกเขาเคยทำงานร่วมกับเฝิงหยู่มาก่อนในการก่อสร้างโรงงานแปรรูปอาหารไท่หัวและฟาร์มหมูเทียนผิง ผู้จัดการโครงการรู้จักเฝิงหยู่เป็นอย่างดี ตราบใดที่โครงการก่อสร้างเป็นไปอย่างราบรื่น เฝิงหยู่ก็จะจ่ายให้พวกเขาครบจำนวน แถมยังจะจ่ายให้พวกเขาเพิ่มมากกว่าเดิมด้วย แต่ถ้าพวกเขาพยายามที่จะหลอกเฝิงหยู่ เขาก็จะไม่ยอมจ่ายสักหยวนเดียว ทุกอย่างระบุไว้อย่างชัดเจนในสัญญา ในกรณีที่เกิดข้อพิพาท ก็ต้องไปต่อสู้ต่อกันในศาลต่อไป!

อะไรนะ? คุณอยากเจอผู้นำหรอ? ไม่มีปัญหา ลองดูสิว่าการสนับสนุนของผู้จัดการโครงการก่อสร้างเล็กๆ อย่างคุณจะสู้ตระกูลเฝิงได้ไหม ถ้าผู้จัดการโครงการอยากเจอผู้นำจริงๆ ก็ต้องเป็นช่วงเวลาที่เขาเกษียณแล้วล่ะ

เฝิงหยู่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยของโครงการก่อสร้างโรงเรียนอย่างมาก เขาไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องเงินทุน และจ้างวิศวกรก่อสร้างอาคารมาสองสามคนเพื่อตรวจสอบการก่อสร้าง จะต้องไม่มีปัญหาอะไรสักอย่างเกิดขึ้นในการก่อสร้าง!

เมื่อชาติที่แล้วของเขา มีการรายงานในหนังสือพิมพ์ว่ามีคนให้เงินบริจาคโรเรียน และงบประมาณก็คือ 50,000 หยวน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต้องการงบประมาณ 1.5 ล้านหยวน แต่ต้นทุนในการก่อสร้างที่แท้จริงเพียงแค่ 400,000 หยวนเท่านั้น

มีคนบริจาคเงิน 1 ล้าน และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเก็บเงินทั้งหมด แต่ใช้เงินในการก่อสร้างเพียงแค่ 300,000 หยวน การก่อสร้างอาคารโรงเรียนล้มเหลวก่อนที่นักเรียนจะได้เข้าเรียนเสียอีก!

นี่คืออาคารของโรงเรียนในเมืองของเขาเองและเฝิงหยู่จะปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? กรมการเกษตรก็เห็นด้วยที่ให้เฝิงหยู่เปลี่ยนชื่อโรงเรียนถ้าเขาบริจาคเงินสร้งาหอพักและปรับปรุงซ่อมแซมสนามของโรงเรียนในปีหน้า

เฝิงซิ่งไท่และจางมู่ฮวาไม่คัดค้านเรื่องการบริจาคเงินให้โรงเรียนแต่อย่างใด แถมยังอาสาเป็นคนควบคุมการก่อสร้างเองด้วย เฝิงซิ่งไท่ยังเลิกไปโรงงานแปรรูปอาหารของเขาด้วย

เฝิงซิ่งไท่และจางมู่ฮวาสนใจในงานการกุศลหรือ? พูดเป็นเล่น หรือเป็นเพราะว่าอาคารโรงเรียนแห่งนี้มีชื่อว่าอาคารไท่หัว? เฝิงหยู่บอกพวกเขาว่าปีหน้าเขาจะใช้เงินอีก 1 ล้านหยวนในการปรับปรุงซ่อมแซมสนามของโรงเรียนและสร้างหอพักของโรงเรียนใหม่ และจากนั้นจะตั้งชื่อโรงเรียนว่าโรงเรียนประถมศึกษาไท่หัว ซึ่งจะต้องบันทึกชื่ออยู่ในเอกสารของรัฐบาล!

เฝิงหยู่เข้าใจพ่อแม่ตัวเองเป็นอย่างดี มีพ่อแม่คนไหนบ้างที่ไม่อยากภูมิใจในตัวลูกของตัวเอง? ใครบ้างที่ไม่อยากโอ้อวดความรวยเมื่อตัวเองรวยขึ้น?

ยิ่งไปกว่านั้น เฝิงหยู่ได้บอกพ่อแม่ของเขาว่าในอนาคตคุณครูที่โรงเรียนนี้จะต้องบอกนักเรียนทุกคนว่า “ทุกคนต้องปฏิบัติตามลูกชายของเฝิงซิ่งไท่และจางมู่ฮวา ซึ่งก็คือเฝิงหยู่ที่เป็นตัวอย่างที่ดีในการหาเงินได้มากและกลับมาช่วยเหลือบ้านเกิดของตัวเอง!”

เรียนรู้จากลูกชายของเขางั้นหรอ? ช่างเป็นเกียรติอะไรเช่นนี้! เฝิงซิ่งไท่มีความสุขมากจนดื่มเหล้าไป๋จิ่วจนหมดขวด และจางมู่ฮวาก็ดื่มเบียร์หมดไปสองขวดในวันนั้น

โรงเรียนมัธยมศึกษาไท่หัว เมื่อพวกเขานึกถึงชื่อนี้ คืนนั้นก็แทบนอนไม่หลับ! ซึ่งเรื่องนี้ทำให้พวกเขามีความสุขมากกว่าตอนที่เฝิงหยู่บอกพวกเขาว่าพวกเขารวยมากพอจนสามารถเกษียณได้แล้วและตอนที่ลูกสาวของพวกเขามาบอกว่าเธอตั้งครรภ์แล้ว!

เฝิงซิ่งไท่จัดหาเนื้อหมู น้ำมันถั่วเหลือง และน้ำตาลให้กับโรงเรียน รวมถึงอาหารของทีมงานก่อสร้างด้วย อาหารทุกมื้อจะต้องมีเนื้อ ในทางกลับกัน พวกเขาก็ต้องสร้างอาคารของโรงเรียนที่มั่นคงแข็งแรงและปลอดภัยด้วย

อีกคนที่มีความสุขมากก็คือเหวินเต๋อกวาง เมื่อเฝิงหยู่บริจาคเงินสร้างอาคารของโรงเรียน เขาพูดว่าเหวินเต๋อกวางเป็นคนชักชวนให้เขาบริจาคเงินนี้ ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่มากเกินกว่าที่เหวินเต๋อกวางต้องการให้เขาบริจาค

เงินจำนวนหนึ่งล้านของเฝิงหยู่สร้างชื่อเสียงให้ตัวเขาเองและพ่อแม่ของเขา และยังช่วยให้เหวินเต๋อกวางและหัวหน้าเจ้าหน้าที่การเกษตรประสบความสำเร็จด้วย

มีข่าวว่าหัวหน้าเจ้าหน้าที่การเกษตรจะถูกย้ายไปจังหวัดใกล้เคียงเพื่อเป็นนายกเทศมนตรีที่นั่นหลังจากช่วงตรุษจีน ซึ่งที่นั่นเขาจะไม่ได้ดูแลประชาชนเพียงแค่ 20,000 คน แต่ต้องดูแลประชากรมากถึงสองสามแสนคน แม้ว่าตำแหน่งของเขาจะยังเหมือนเดิม แต่อำนาจของเขาจะเพิ่มขึ้น

ชื่อเสียงของเหวินเต๋อกวางในเขตแตกต่างกัน มีข่าวลือว่าเขาจะมีบทบาทเพิ่มเติมคือการดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการพรรค และเพิ่มประวัติการทำงานของเขาให้ดีขึ้น หัวหน้าเจ้าหน้าที่บอกเขาว่าคนยิ่งเยอะ งานก็ยิ่งเยอะ

เมื่อประวัติการทำงานของเขาเพิ่มขึ้น อำนาจก็มากขึ้นตามไปด้วย หลังจากที่หัวหน้าเจ้าหน้าที่การเกษตรถูกย้ายออกไป เลขาคนเก่าที่กำลังจะปลดเกษียณในอีกสองสามปีข้างหน้าจะเข้าดำรงตำแหน่งนั้นแทน เหวินเต๋อกวางก็จะเป็นคนต่อไปสำหรับตำแหน่งนี้

เฝิงหยู่รู้สึกงง แม้ว่าเขาได้ช่วยพ่อของเหวินตงจวินให้ได้คะแนนเสียงทางการเมือง แต่การได้รับเลื่อนตำแหน่งเร็วมากภายในระยะเวลาอันสั้นนั้นเป็นเรื่องที่แปลก หรือว่าลุงเหวินอาจจะมีคอนเนคชั่นกับผู้นำระดับสูงก็ได้?

แต่ช่างเถอะ เพราะยังไงก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ตราบใดที่ไม่มีปัญหากับการเงินของเขา เฝิงหยู่ก็จะคอยช่วยเขาต่อไป นอกเหนือจากการได้รับการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการได้เลื่อนตำแหน่งของเหวินเต๋อกวางอันเนื่องมากจาคอนเนคชั่นของเขา ก็ไม่มีใครพูดถึงเรื่องอื่น

จบบทที่ EG บทที่ 171 เงินบริจาคสร้างโรงเรียน (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว