เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EG บทที่ 155 กวาดตลาดหุ้น (อ่านฟรี)

EG บทที่ 155 กวาดตลาดหุ้น (อ่านฟรี)

EG บทที่ 155 กวาดตลาดหุ้น (อ่านฟรี)


“คุณครับ คุณว่าอะไรนะครับ?” เจ้าหน้าที่ถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ พร้อมกับเบิกตาโตด้วยความตกใจ

“ผมบอกว่าผมจะอยากได้ทุกอย่างครับ! เงินทุนของธนาคารไอซีบีซีสามารถโอนมาได้มั้ยครับ?

หัวหน้าธนาคารซีซีบีเดินมาที่เคาน์เตอร์หลักทรัพย์ เอ๊ะ นี่มันผู้จัดการเฝิงที่เพิ่งซื้อพันธบัตรรัฐบาลไปเมื่อปีที่แล้วนิหน่า?

“ผู้จัดการเฝิง ไม่ได้มาที่นี่สักพักเลยนะครับ จะมาซื้อพันธบัตรรัฐบาลอีกหรอครับ?”

“เปล่าครับ ครั้งนี้ผมมาซื้อหุ้น ผมคิดว่าหุ้นน่าจะดีกว่า”

ปัง....

เสียงใบหุ้นปึกใหญ่มาตั้งกองไว้บนโต๊ะ และเจ้าหน้าที่ก็หันกลับไปที่ตู้เซฟอีกครั้ง

“เสี่ยวจ้าว คุณจะไปไหนนะ?”

“ผู้จัดการครับ ผมกำลังไปหยิบใบหุ้นมาให้ลูกค้าครับ”

ผู้จัดการสาขามองไปที่ใบหุ้นบนโต๊ะซึ่งตั้งวางอยู่ประมาณสองสามพันใบ และมูลค่าต่อใบก็อยู่ที่ 100 หยวน ซึ่งรวมทั้งหมดมีมูลค่าอย่างน้อยสองสามแสนเลยทีเดียว แค่นี้ยังไม่พออีกหรอ?

เมื่อเขาเห็นเฝิงหยู่เก็บใบหุ้นทั้งหมดลงในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ 2 ใบ เขาก็รู้สึกอึ้ง หลังจากที่เฝิงหยู่กลับไป เขาถามเจ้าหน้าที่ว่าเฝิงหยู่ซื้อหุ้นไปทั้งหมดเท่าไหร่?

อะไรนะ? ทั้งหมด? หุ้นมูลค่า 2 ล้านหยวนนะ?

ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ได้ยินการสนทนาดังกล่าว และบางคนที่ฉลาดหน่อยก็รู้ทันทีว่าหุ้นอาจจะมีลักษณะเหมือนกับพันธบัตรรัฐบาล มูลค่าของหุ้นอาจจะเพิ่มขึ้น พวกเขาต้องรีบกลับไปศึกษาทำความเข้าใจเรื่องหุ้นบ้างแล้วละ ถ้าเป็นเรื่องจริงขึ้นมา พวกเขาจะกลับมาซื้อบ้าง

เฝิงหยู่และเหวินตงจวินเอาหุ้นใส่ในยานพาหนะและกลับไปที่บริษัท ในขณะเดียวกัน หลี่ซื่อเฉียง อู่จื้อกางและพวกก็จับคู่กันสำหรับสาขาธนาคารต่างๆ เพื่อกวาดซื้อหุ้นที่มีอยู่ทั้งหมด

บริษัทการค้าไท่หัวถอนเงินสดออกมาเป็นจำนวนมาก และทำให้ผู้จัดการธนาคารจูสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อเช้านี้บริษัทการค้าไท่หัวถอนเงินออกไปเป็นจำนวนมากกว่าสิบล้านหยวน บริษัทการค้าไท่หัวเป็นหนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ของธนาคารไอซีบีซี ซึ่งเทียบเท่าได้กับรัฐวิสาหกิจเลย

เขารีบตรวจสอบทันที จะปล่อยให้ลูกค้ารายนี้เปลี่ยนไปใช้ธนาคารอื่นไม่ได้เป็นอันขาด หรือว่าบริษัทการค้าไท่หัวไม่อยากเก็บเงินไว้ที่ธนาคารอีกแล้ว? แต่ธนาคารแห่งนี้ก็ถือว่าเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุด ไม่ได้ๆ จะปล่อยลูกค้ารายนี้ไปไม่ได้เด็ดขาด

ผู้จัดการจูรีบโทรหาเฝิงหยู่ แต่ไม่มีคนรับโทรศัพท์ที่บริษัทการค้าไท่หัว ผู้จัดการจูรู้สึกกังวล อาจจะเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นหรือเปล่า?

แน่นอนว่าไม่มีอุบัติเหตุอะไรทั้งนั้น เงินทั้งหมดถูกเปลี่ยนไปเป็นหุ้นและขนส่งกลับมายังบริษัทการค้าไท่หัวเรียบร้อยแล้ว

หลังจากที่กลับมาจากธนาคารไอซีบีซี เฝิงหยู่ก็อยู่ที่บริษัทเพื่อนับหุ้นด้วยตัวเอง โดยมีเจ้าหน้าที่การเงิน 2 คนคอยช่วยเหลือเขา และทั้งสามคนก็ทำงานกันจนดึก

ห้องเก็บของขนาดเล็กในบริษทถูกแปรสภาพมาเป็นตู้เซฟ ภายในห้องไม่มีหน้าต่างและเฝิงหยู่ได้ติดตั้งประตูโลหะขนาดใหญ่ 2 บาน ไม่มีทางที่จะเข้าไปในนั้นได้เว้นแต่ว่ามีการระเบิด!

ใบหุ้นถูกแยกออกตามบริษัทและมูลค่า และห่อไว้ในพลาสติกและกระดาษชุบน้ำมันเพื่อป้องกันน้ำหลายชั้น

สำหรับด้านบนสุดของบรรจุภัณฑ์ เฝิงหยู่โรยผงพริกลงไปเพื่อป้องกันหนูมาแทะ ถ้าหนูมาแทะใบหุ้นพวกนี้ เท่ากับว่าพวกมันกินเงินเขาไปด้วยแน่นอน!

เฝิงหยู่เป็นคนเดียวที่ถือกุญแจสำหรับห้องนี้ เฝิงหยู่ตั้งใจจะถือเพียงชั่วคราว เขาจะเก็บหุ้นพวกนี้ไว้เป็นเวลา 2 ปี หลังจากปี 1992 เขาจะขายหุ้นทั้งหมดในตลาดหุ้น

ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ เฝิงหยู่กินขนมปังไปเพียงนิดหน่อยในตอนบ่ายเท่านั้น เขาดำเนินการแยกและนับใบหุ้นทั้งหมดที่เขาซื้อมาในวันนั้น เฝิงหยู่บิดขี้เกียจและนวดไหล่ของตัวเองที่ปวดอยู่

หุ้นทั้งหมดมี 34 ประเภทและหุ้นมูลค่า 50 หยวนมีมูลค่ารวมทั้งหมด 1,483,050 หยวน  หุ้นมูลค่า 1000 หยวนมีมูลค่ารวมทั้งหมด 7,692,400 หยวน และหุ้นมูลค่า 200 หยวนมีมูลค่ารวมทั้งหมด 3,669,800 หยวน โดยมูลค่ารวมทั้งหมดเท่ากับ 12,845,250 หยวน

ในวันนั้น เขาได้กวาดซื้อหุ้นทั้งหมดในเมืองปิงอย่างราบคาบ  ซึ่งเรื่องนี้สร้างความตกใจให้กับธนาคารและบริษัทที่ออกหุ้นอย่างมาก

พวกเขาคิดว่าน่าจะมีคนจำนวนไม่มากที่จะซื้อหุ้นของพวกเขาและยังรู้สึกว่าเมืองปิงยังมีความเป็นชนบทอยู่มากเกินไป หุ้นพวกนั้นคงขายไม่ออกจนถึงปีหน้า แล้ววันนี้มันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมหุ้นทั้งหมดถึงถูกขายออกไปหมดละ?

เฝิงหยู่ยังคงรู้สึกไม่พอใจทั้งๆ ที่ได้ใช้เงินไปกว่า 10 ล้านหยวน บริษัทการค้าไท่หัวยังคงมีเงินอยู่อีกมาก เนื่องจากไม่มีหุ้นเหลือให้ซื้อในเมืองปิงแล้ว เขาจึงควรไปเมืองใกล้เคียงอย่างเช่น เมืองจี และเมืองเซิน ถ้ายังมีหุ้นไม่พอ เขาอาจจะไปถึงปักกิ่งหรือเซินเจิ้นเลยก็ได้

การเดินทางเพื่อธุรกิจในเช้าวันรุ่งขึ้น เฝิงหยู่และลูกน้องของเขาขับรถยนต์ 4 คันเพื่อไปที่เมืองเซิน เฝิงหยู่ยกเลิกความคิดที่จะไปโดยรถไฟ เขารู้สึกว่ามันไม่ปลอดภัย

พวกเขาเดินทางมาถึงเมืองเซินในตอนบ่าย และจัดการซื้อหุ้นทั้งหมดจากธนาคาร 4 แห่ง ในคืนนั้น พวกขพักที่โรงแรมและจะเดินทางต่อในเช้าวันถัดไป

ที่เคาน์เตอร์หลักทรัพย์ในธนาคารแห่งหนึ่ง มีชายสองคนมายืนรอต่อคิวหลังเฝิงหยู่ พวกเขากำลังพูดคุยกันว่าจะซื้อหุ้นอะไรดี พวกเขากำลังคิดว่าจะซื้อหุ้น 2,000 หยวนหรือหุ้น 1,800 หยวนดีทันใดนั้นก็ได้ยินเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขาตะโกนพูดว่า “ผมจะซื้อหุ้นทั้งหมดที่มีอยู่ในสาขาคุณ!”

เฝิงหยู่จำไม่ได้ว่าหุ้นตัวไหนที่เพิ่มสูงขึ้นมากที่สุดหรือหุ้นตัวไหนที่มีผลการดำเนินงานดี แต่เขารู้ว่าเมื่อตลาดหุ้นเริ่มต้นขึ้น หุ้นทั้งหมดก็จะมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นในตอนเริ่ม!

เฝิงหยู่ไม่สนว่าจะมีหุ้นประเภทไหนบ้าง เขาแค่อยากซื้อทุกอย่างที่เขาสามารถจ่ายไหวได้

เฝิงหยู่นำกระเป๋าใส่เอกสารสองใบใหญ่ใส่ไว้บนรถและขับต่อไปยังธนาคารถัดไป

ชายสองคนที่กำลังต่อคิวอยู่ด้านหลังเฝิงหยู่ถึงกับพูดไม่ออก ก่อนหน้านี้พวกเขากำลังยืนคุยกันว่าจะซื้อหุ้นอะไรดี แต่มาตอนนี้ไม่มีเหลือแม้แต่หุ้นเดียวให้พวกเขาซื้อแล้ว

พวกเขาไม่เคยเห็นใครมาซื้อหุ้นในรูปแบบนี้มาก่อน เด็กคนนี้ไม่กลัวเสียเงินเลยหรือไง?

ชายสองคนพูดคุยกัน เด็กคนนี้โง่หรือเปล่า? เด็กคนนั้นมาซื้อหุ้นหลายล้านหยวนเลยนะ! ถ้าพวกเขามีเงิน พวกเขาจะไม่ซื้อหุ้น พวกเขาคงเอาเงินฝากธนาคารเพื่อกินดอกเบี้ยดีกว่า

ทุกปี ดอกเบี้ยที่ได้รับอย่างน้อยก็หลายแสนหยวน พวกเขาคงเอาเงินไปใช้ซื้อในสิ่งที่พวกเขาอยากได้ แถมอาจยังมีเงินเหลือด้วยซ้ำ!

แต่ในขณะเดียวกัน สองคนนี้ก็รู้สึกอิจฉาเฝิงหยู่ บางทีเด็กคนนี้คงรวยมาก เพราะเขากล้าที่จะเสี่ยง เนื่องจากเด็กคนนั้นหล้าที่จะซื้อหุ้นแบบนี้ ดังนั้นพวกเขาก็ไม่ควรลังเลที่จะซื้อหุ้นเหมือนกัน ชายทั้งสองคนตัดสินใจไปที่ธนาคารอื่นเพื่อซื้อหุ้น

เจ้าหน้าที่ธนาคารบางคนยังจำหลี่ซื่อเฉียงได้และทักทายเขา พวกเขาได้ยินมาว่าชายคนนี้ร่ำรวยจากการซื้อขายพันธบัตรรัฐบาล คนนี้ถึงขนาดเดินทางจากเมืองปิงเพื่อมาซื้อพันธบัตรรัฐบาลที่นี่ แสดงว่าพันธบัตรรัฐบาลต้องส้รางผลกำไรได้มากแน่ๆ

แต่ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่คาดเดาผิดหมด หลี่ซื่อเฉียงไม่ได้มาที่นี่เพื่อซื้อพันธบัตรรัฐบาล แม้ว่าเขายังมีเงินเหลือจากพันธบัตรรัฐบาล แต่เมื่อเปรียบเทียบกับหุ้นแล้ว ผลตอบแทนที่ได้แตกต่างกันมาก

หลี่ซื่อเฉียงวางสมุดเซ็คของเขาลงบนเคาน์เตอร์ และขอให้เจ้าหน้าที่นำใบหุ้นที่มีทั้งหมดออกมา

ในเมืองเซินมีธนาคารมากกว่าเมืองปิง และมีหุ้นมากกว่าด้วย เฝิงหยู่ใช้เงินที่พกมาด้วยจนหมดและซื้อหุ้นได้เกือบทั้งหมดที่มีอยู่ในเมืองเซิน

เมื่อทุกคนกลับมาที่เมืองปิง พวกเขาก็เริ่มนับใบหุ้นและห่อเอาไว้อย่างระมัดระวัง ทุกคนถอนหายใจด้วยความโล่งอก นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้ใช้เงินแบบนี้

เฝิงหยู่รู้สึกพอใจกับผลงานของอู่จื้อกางและพนักงาน ไม่มีใครหยิบเช็คหรือใบหุ้นและวิ่งหนีไป บางทีอาจเป็นเพราะพวกเขาได้จับคู่กันและดูแลทุกอย่างร่วมกันหรือบางทีพวกเขาไม่ได้คิดที่จะทำแบบนั้น หรือบางทีพวกเขาไม่อยากสร้างปัญหาให้กับครอบครัวของตัวเอง

เฝิงหยู่ทำถูกที่ไว้ใจพวกเขา นี่เป็นเพียงขั้นแรกเท่านั้น!

แต่พวกเขาคิดว่างานนี้จบแล้วหรือเปล่า? เฝิงหยู่ซื้อหุ้นมาได้ไม่ถึง 50 ล้านเลยและยังรู้สึกไม่พอใจ ไม่มีเงินเหลือในบัญชีของบริษัทการค้าไท่หัวอีกแล้วหรอ? แต่เฝิงหยู่หาทางออกได้แล้ว!

ติดตามตอนใหม่ได้ก่อนใคร คลิกเลย

จบบทที่ EG บทที่ 155 กวาดตลาดหุ้น (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว