เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 103  การพัฒนาของบริษัทเครื่องจักรกล (อ่านฟรี)

บทที่ 103  การพัฒนาของบริษัทเครื่องจักรกล (อ่านฟรี)

บทที่ 103  การพัฒนาของบริษัทเครื่องจักรกล (อ่านฟรี)


ก่อนที่เฝิงหยู่จะมีเวลาเดินทางไปในเมืองเพื่อจัดทำเอกสาร เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากบริษัทเครื่องจักรกลว่าตอนเช้าเวลา 10.00 น.ให้มาประชุมที่บริษัท เพื่อเตรียมต้อนรับการมาเยือนของนักธุรกิจต่างชาติ

เฝิงหยู่ไม่เคยเข้าแทรกแซงการขายของบริษัทเครื่องจักรกล เพราะช่องทางการขายของพวกเขามีมากมายเกินกว่าที่เฝิงหยู่จินตนาการเอาไว้  พนักงานขายของพวกเขาไม่จำเป็นต้องออกนอกสถานที่ พวกเขาเพียงแค่โทรศัพท์ในบางครั้ง ก็จะมีนักธุรกิจต่างชาติเข้ามาเยี่ยมชมบริษัท

หลี่หมิงเต๋อได้สั่งให้พนักงานของเขาบอกนักธุรกิจทั้งหลายว่าบริษัทเครื่องจักรกลกำลังผลิตเครื่องจักรทางการเกษตรที่ทันสมัยที่สุดในจีน ไม่ว่าจะเรื่องการออกแบบและคุณภาพล้วนดีกว่า แถมราคาแพงกว่าเพียงเล็กน้อย

นักธุรกิจเหล่านนั้นแค่ได้ฟังเช่นนี้ก็รีบเดินทางกันมา พวกเขารู้ดีว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะทำให้พวกเขามีกำไรมาก เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับบริษัทเครื่องจักรกล แต่การแจ้งให้เฝิงหยู่ทราบเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเท่านั้น

ในขณะที่ฟู่กวางเจิ้งเมื่อได้รับข่าวก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก การขายสินค้าไม่ใช่การซื้อสินค้า ยังไงก็ต้องได้กำไรอยู่แล้ว เขาจะต้องกังวลอะไรอีก อีกอย่าง เขาจ้างนักบัญชีให้คอยตรวจสอบการเงินของบริษัทแล้ว ทั้งยังมีเฝิงหยู่ที่อยู่ที่นั่นคอยจัดการสิ่งต่างๆ

ส่วนเฝิงหยู่แค่ต้องการไปดูการพัฒนาของบริษัทเครื่องจักรกล หากมีปัญหาใดๆเขาจะออกไปออกหน้าทันที ไม่แอบมองอย่างเงียบๆอีก เพราะบริษัทนี้จะมีความสำคัญต่อเฝิงหยู่ในอนาคต !

คราวนี้ บริษัทเครื่องจักรกลจะผลิตเครื่องจักรไถพรวน รวมถึงอะไหล่เครื่องไถ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะต้องขายดิบขายดีในฤดูใบไม้ผลิ

คนที่นั่งอยู่ในห้องประชุมล้วนเป็นระดับผู้นำ ทุกคนในบริษัทเครื่องจักรต่างยิ้มแย้มแจ่มใสบนใบหน้า เพราะเมื่อวานนี้พวกเขาได้แสดงตัวอย่างออกไป ก็ทำให้ลูกค้ามาห้อมล้อมได้ขนาดนี้ ยอดขายคงสูงลิ่ว!

"ทุกท่าน ตอนนี้จะขอพูดถึงราคา ประการแรกคือ ราคาของผู้จัดจำหน่าย ประการต่อมาคือ ราคาขายปลีก ถ้าทุกท่านมีข้อเสนอแนะใดๆ สามารถพูดออกมาได้เลย" อันที่จริงหลี่หมิงเต๋อได้กำหนดราคาไว้แล้ว แต่ที่เขาต้องพูดเช่นนี้ เพราะอยากวางท่าเป็น" ประชาธิปไตย "

หากอ้างอิงตามความเคยชินแต่ก่อน ต่อให้ตัวแทนคนอื่นๆปฏิเสธหรือให้คำตอบคลุมเคลือ ในตอนท้าย ทุกคนจะอ้างอิงตามราคาที่หลี่หมิงเต๋อเขียนบนกระดาษ แต่วันนี้แตกต่างกัน หลังจากที่เขาพูดจบ ก็มีคนเอ่ยปากพูดทันที

"ผมคิดว่าเราสามารถกำหนดราคาขายส่ง แต่ไม่จำเป็นต้องกำหนดราคาขายปลีก ปัจจุบันตลาดค้าขายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ถ้าเราจะกำหนดราคาขายปลีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเรากำหนดราคาขายปลีกสูงเกินไป ก็จะกลายเป็นเรื่องยากที่เราจะครองส่วนแบ่งการตลาดได้อย่างรวดเร็ว!" เฝิงหยูมองหลี่หมิวเต๋อแล้วพูดออกมา

หลี่หมิงเต๋อมองเฝิงหยู่อย่างไม่สบอารมณ์ พร้อมกล่าวว่า "เสี่ยวเฝิง เธอยังไม่ค่อยเข้าใจตลาดดีนัก คุณภาพของเครื่องจักรของเราดีกว่า คงทนยิ่งกว่า และใช้งานได้ดีกว่า แน่นอนว่าเราต้องตั้งราคาสูงกว่า"

เฝิงหยู่ส่ายหัว: "ผู้จัดการหลี่ ผมรู้สึกว่าราคาขายส่งยังถือว่าสูงมาก สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเราตอนนี้คืออะไรเหรอครับ? ก็คือ ตลาด! ถ้าเราสามารถผลักดันผลิตภัณฑ์ของเราให้เข้าไปอยู่ในใจของคนทั่วทั้งประเทศจีนได้ ตอนนี้ยอมเสียเปรียบหน่อยก็ถือว่าคุ้มค่า  หากเรายังใช้ราคาขายเดิม กำไรที่ได้ก็ไม่ใช่น้อยๆเลย ผมคิดเราว่าไม่จำเป็นต้องขึ้นราคา "

หลี่หมิงเต๋อไม่ได้พูดอะไร แต่ส่งซิกทางสายตาไปที่หัวหน้าฝ่ายขาย หัวหน้าฝ่ายขายจึงพูดเสียงดังโต้แย้งเฝิงหยู่ "เสี่ยวเฝิง เธอคิดว่าเครื่องจักรการผลิตของเราไม่ต้องใช้เงินหรือ? เธอคิดว่าเทคโนโลยีที่เราซื้อมาไม่ได้ใช้เงินเหรอไง? หากยังอ้างอิงราคาเดิม ต่อให้มีกำไรบ้าง แต่เมื่อไหร่ที่เราจะได้ทุนคืน? "

เฝิงหยู่เงียบไม่พูดไม่จา ดูเหมือนทุกคนจะต่อต้านเขา ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรก็จะไม่มีความแตกต่างกัน งั้นก็ปล่อยให้พวกเขาจัดการกันเองแล้วกัน คนเหล่านี้ไม่มีแนวคิดในการสร้างแบรนด์เลยด้วยซ้ำ หากพวกเขาสร้างแบรนด์ขึ้นมา แล้วทำให้แบรนด์นี้เข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภค ให้ผู้บริโภครู้สึกประทับใจในคุณภาพ ประทับใจในความทนทาน หลังจากนั้นค่อยเพิ่มราคา ทำให้เป็นแบรนด์ระดับแถวหน้า เมื่อถึงตอนนั้นพวกเขาจะทำกำไรได้มากขึ้นกว่าตอนนี้มาก!

ช่างมันเถอะ เขาขี้เกียจจะมาต่อล้อต่อเถียงกับคนเหล่านี้ รออีก1-2ปีให้เฝิงหยู่กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ก่อน เขาก็อยากจะดูว่าคนพวกนี้จะยังคงเย่อหยิ่งได้อีกหรือเปล่า!

"ยังมีใครมีข้อโต้แย้งอะไรอีกไหม? ถ้าไม่มีแล้วก็เอาตามนี้ อีกเดี๋ยวหัวหน้าฝ่ายขายจะเซ็นสัญญากับตัวแทนจำหน่ายทั้งหลาย เมื่อผลิตภัณฑ์เหล่านี้ถูกขายออกไป ทุกคนจะได้รับโบนัสก้อนใหญ่ เงินโบนัสจะไม่น้อยกว่า 100 หยวน! "

ทุกคนตบมือรัวรัว ยกเว้นเฝิงหยู่เพียงคนเดียวที่นั่งถอนหายใจ เงินหนึ่งร้อยหยวนถือว่าเป็นโบนัสใหญ่หรือ? รอให้ผ่านช่วงปีใหม่ซึ่งจะมีการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อก่อน พวกเขาจะรู้ว่าเงินแค่นี้ไม่มีค่า!

ในช่วงบ่าย เฝิงหยู่ยังอยู่รอดูพิธีเซ็นสัญญา เครื่องจักรได้รับความนิยมมากกว่าที่เขาจินตนาการเอาไว้ เดิมทีก็รู้อยู่แล้วว่าจะขายดี แต่ไม่คิดว่าจะขายดีขนาดนี้!

นักธุรกิจเหล่านั้นกรูกันมาราวกับจะมายื้อแย่งเงินตราก็ไม่ปาน เพียงเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง นักธุรกิจทั้งยี่สิบกว่าคนก็ได้ลงนามในสัญญาทั้งหมด ในจำนวนนักธุรกิจทั้งหมดกว่าครึ่งหนึ่งมาจากเมืองอื่น ๆ

เฝิงหยู่เอ่ยปากถามหัวหน้าฝ่ายขายเกี่ยวกับมูลค่ารวมของสัญญา หัวหน้าฝ่ายขายก็ตอบด้วยใบหน้าภาคภูมิใจว่าแค่8 ล้านหยวนเอง

ฮึ เจ้าหนูอย่างเธอ คิดว่ามีความสัมพันธ์อันดีกับสหภาพโซเวียตแล้วคิดจะยื่นมือมาแทรกวางท่าสั่งสอนเหรอ? ในเรื่องการค้าขายเครื่องจักร อย่างเธอยังห่างไกลเกินกว่าจะเทียบกับฉัน!

8 ล้านหยวน? ตัวเลขนี้คู่ควรให้ภาคภูมิใจเสียจริงๆ หัวหน้าฝ่ายขายคนนี้ทำหน้าที่ได้ไม่เลวเลย อ้างอิงจากราคาต้นทุนและราคาขาย หลังจากหักภาษีแล้ว น่าจะอยู่ที่ 20% ซึ่งคิดเป็นกำไรประมาณ 1 ล้านหยวน

แต่นี่เป็นเพียงช่วงแรกเริ่มเท่านั้น หากเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและเพิ่มกำลังการผลิตของโรงงาน การจะทำกำไรให้ได้มากกว่า10ล้านหยวนในหนึ่งปีคงไม่ใช่ปัญหา นี่เป็นเพียงยอดที่ได้จากการขายเครื่องจักรไถพรวนและชิ้นส่วนอะไหล่เท่านั้น ต่อไปอีกสักระยะถึงตอนที่เริ่มผลิตรถแทรกเตอร์ออกมาขาย ก็จะได้กำไรจะสูงขึ้นอีก

นี่ถือว่าเป็นข่าวดี ยิ่งบริษัทเครื่องจักรกลพัฒนาได้รวดเร็วขึ้น ก็จะเป็นประโยชน์กับเฝิงหยู่มากยิ่งขึ้น

หลี่หมิงเต๋อเป็นคนที่ค่อนข้างหยิ่งทระนง ในใจคิดถึงแต่การไต่เต้าตำแหน่ง ยิ่งบริษัทดำเนินการได้ดียิ่งขึ้น เขาก็อาจจะได้เลื่อนตำแหน่งในปีหน้า แล้วรัฐบาลเมืองจะแต่งตั้งกรรมการผู้จัดการทั่วไปคนใหม่ให้กับบริษัท เมื่อไม่มีหลี่หมิงเต๋อคอยคุมอำนาจ นั่นจะถือเป็นช่วงเวลาที่เฝิงหยู่จะกลืนบริษัทเครื่องจักกลมาอยู่ในเงื้อมมือของตัวเอง !

บริษัทเครื่องจักรกลนี้หากอยู่ในมือของข้าราชการ อาจจะต้องจ่ายเงินภาษีให้รัฐบาลเมืองจำนวนมาก แต่ถ้ามันอยู่ในมือของเฝิงหยู่ รับประกันได้ว่าจะได้ภาษีอีกหลายเท่า หรืออาจจะมากกว่าสิบเท่า!

เฝิงหยู่ไม่มีนิสัยช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน ครั้งนี้ใช้ข้อมูลเทคโนโลยีเพื่อแลกกับหุ้นในบริษัท แท้ที่จริงแล้วเป็นส่วนหนึ่งของแผนการของเขา ปล่อยให้บริษัทลิ้มลองรสชาติแห่งความสำเร็จ หลังจากนั้นเขาจะเพิ่มข้อมูลเทคโนโลยีในการลงทุน เพื่อลดสัดส่วนหุ้นในมือของรัฐบาลเมือง

ตัวอย่างเช่น ตู้เก็บความเย็น เฝิงหยู่สามารถทำงานร่วมกับบริษัท โดยให้บริษัทสร้างโรงผลิตให้เขา เริ่มจากตู้เก็บความเย็น แปรเปลี่ยนเป็นตู้เย็น ตู้เเช่แข็ง การขายเครื่องทำความเย็นเหล่านี้น่าจะสร้างกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ

แต่เมื่อเฝิงหยู่นำโครงการนี้ไปเสนอ เขาก็ถูกหลี่หมิงเต๋อปฏิเสธทันที ตู้เย็นกับตู้แช่แข็งเหรอ? สิ่งเหล่านี้จะขายได้อย่างไร? ตอนนี้เข้าฤดูหนาวแล้ว ต่อให้ช่วงฤดูร้อนยอดขายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็คงขายไม่ดีนัก เธอยังคิดจะส่งไปขายทางภาคใต้หรือ? ทางภาคใต้ก็มีโรงงานผลิตตู้เย็นอยู่แล้ว

หลี่หมิงเต๋อไม่เห็นด้วย ทำให้เฝิงหยู่รู้สึกผิดหวัง แต่ยังดีหน่อยที่เขายังมีวิธีการอื่น โรงงานผลิตเครื่องยนต์ยังอยากจะทำงานร่วมกับบริษัทการค้าไท่หัว  ถึงแม้ว่าสถานการณ์ทางการเงินของโรงงานผลิตเครื่องยนต์จะดีขึ้นมาก แต่ยังมีใครไม่ต้องการหารายได้เพิ่มบ้างละ

แค่เฝิงหยู่นำโครงการนี้ไปเสนอ โรงงานผลิตเครื่องยนต์ก็ตอบตกลงทันที กฎเกณฑ์ก็เหมือนกับครั้งก่อน นั่นคือโรงงานผลิตเครื่องยนต์จะดำเนินการผลิตให้กับบริษัทการค้าไท่หัว แต่จะไม่ใช้ชื่อผลิตภัณฑ์ของโรงงาน ซึ่งทางโรงงานจะได้กำไรอย่างน้อย 100 หยวนต่อตู้เย็นหนึ่งตัว!

เฝิงหยู่ตอบตกลงโดยไม่ลังเลเลย เขาอยากจะให้บริษัทเครื่องจักรกลรู้ว่าผลิตภัณฑ์ที่พวกเขาไม่เห็นคุณค่า เมื่อมีเฝิงหยู่คอยบริหารจัดการก็จะประสบความสำเร็จ! ในอนาคต หากเฝิงหยู่เสนอโครงการใดใดต่อบริษัทเครื่องจักรกล ทางบริษัทต้องไม่ปฏิเสธเขาอีก

จบบทที่ บทที่ 103  การพัฒนาของบริษัทเครื่องจักรกล (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว