เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 95 ร่วมหุ้นส่วนกับฟู่กวางเจิ้ง (อ่านฟรี)

บทที่ 95 ร่วมหุ้นส่วนกับฟู่กวางเจิ้ง (อ่านฟรี)

บทที่ 95 ร่วมหุ้นส่วนกับฟู่กวางเจิ้ง (อ่านฟรี)


 

 

การปรับโครงสร้างที่โรงงานเครื่องจักรยังไม่เสร็จสิ้น มีการลงนามในสัญญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังต้องรออีกสองสามวันก่อนที่จะได้รับใบหุ้น เฝิงซิ่งไท่กลับไปที่หมู่บ้านเพราะเขาเป็นห่วงโรงงานแรรูปอาหาร

เฝิงหยู่ส่งมอบข้อมูลเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญทั้งสามคนให้กับโรงงานเครื่องจักรกลและกลับไปเข้าเรียนที่โรงเรียนอีกครั้ง ตอนนี้นักเรียนคนอื่นๆ คุ้นเคยกับการโดดเรียนของเฝิงหยูแล้ว ครุก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้เพราะมีรองอาจารย์ใหญ่ที่คอยปกป้องเขาอยู่

แต่เข้าเรียนได้เพียงแค่สองวัน เขาก็ขาดเรียนอีกแล้ว

ครั้งนี้เฝิงหยูถูกบังคับให้ลาหยุด เมื่อสัปดาห์ที่แล้วรถยนต์มือสองล็อตสุดท้ายเพิ่งมาถึง และโรงงานรถยนต์ก็ต้องทำงานล่วงเวลาเพื่อประกอบรถยนต์เหล่านี้ให้เสร็จสิ้น วันนี้การประกอบรถทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้ว และฟู่กวางเจิ้งก็มาที่เมืองปิงในตอนเช้า

รถยนต์มือสองล็อตนี้ทำให้คิริเลนโกยุ่งหัวฟูมาสักพักแล้ว แม้ว่าจะมีรถยนต์จากประเทศอังกฤษอยู่มากในสหภาพโซเวียต แต่ก็มีไม่มากที่ขายรถยนต์มือสองจากประเทศอังกฤษ คิริเลนโกใช้เวลานานมากในมอสโกว์และเมืองโดยรอบเพื่อเสาะหารถยนต์หรูมือสองให้ได้จำนวนที่เพียงพอ และตอนนี้เขาหาได้เพียงแค่ 53 คัน จากการคาดการณ์ของเขา ภายในหนึ่งถึงสองปีนี้ จะมีรถยนต์มือสองจากประเทศอังกฤษเหลืออยู่ในมอสโกว์และเมืองใกล้เคียงไม่เกิน 10 คัน

โชคดีที่เฝิงหยูได้เริ่มธุรกิจนำเข้าเครื่องจักรและเทคโนโลยี ซึ่งทำให้คิริเลนโกทิ้งหุ้นส่วนทางธุรกิจของเขาและแยกออกมาลงทุนทำธุรกิจขายเทคโนโลยีด้วยตัวเอง แค่ทำธุรกิจเพียงอย่างเดียว เขาก็สามารถหารายได้เพิ่มมากขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะมาก

แน่นอนว่าปริมาณสินค้าในประเทศจีนที่เฝิงหยูขายให้แก่คิริเลนโกก็เพิ่มขึ้นอย่างมากด้วยเช่นกัน ในมอสโกว์และเมืองใกล้เคียง เขาเป็นซัพพลายเออร์ที่โด่งดังมากที่สุดในการจัดหาสินค้าของประเทศจีน ทุกวันเขาจะต้องนั่งชิวบนโซฟาเพื่อดื่มวอดก้า รายได้ของเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

……

เฝิงหยูเดินออกมาจากโรงแรมและตรงไปที่บริษัทการค้าไท่หัวพร้อมกับลูกน้องของเขา รถยนต์หรูมือสองล็อตสุดท้าย โดยเฉพาะรถสปอร์ต ถูกจำหน่ายออกไปด้วยราคาที่สูงมาก

เขาซื้อรถพวกนั้นมาในราคาประมาณ 400,000 หยวน และเขาขายออกไปในราคา 630,000 หยวน หลังจากหักค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดแล้ว เขาก็ยังคงได้กำไรมากกว่า 30%

แม้ว่ากำไรที่ได้จะน้อยกว่ามากเมื่อเทียบกับการขายโบราณวัตถุ แต่ก็ไม่บ่อยนักที่เขาจะได้โบราณวัตถุชิ้นเลอค่า นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงสูงในการเจอของปลอม ธุรกิจรถยนต์มือสองมีความปลอดภัยและมั่นคงมากกว่า คงจะดีถ้ามีการจัดหารถพวกนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรถสปอร์ต เพราะว่าเป็นรถที่นิยมอย่างมากในเมืองแถบชายฝั่ง

ช่างยนต์กำลังตรวจสอบและทดสอบรถยนต์ในขณะที่ฟู่กวางเจิ้งและเฝิงหยูกำลังนั่งคุยกันอยู่

“ธุรกิจของคุณเฝิงกำลังรุ่งเรือง ในอนาคตถ้าคุณมีโครงการอะไรดีๆ บอกผมด้วยนะ” ฟู่กวางเจิ้งกล่าวโดยใช้ภาษาจีนกลางสำเนียงกวางตุ้งของเขา ซึ่งทำให้เฝิงหยูรู้สึกแทบรับไม่ได้

อันที่จริงภาษาจีนกลางของคิริเลนโกพัฒนาขึ้นมากถ้าเทียบกับสมัยก่อนตอนที่เพิ่งเจอกันใหม่ๆ เฝิงหยูบอกได้เลยว่าคิริเลนโกพยายามอย่างมากในการพัฒนาภาษาจีนของตัวเอง คนเราต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อที่จะประสบความสำเร็จ

“เมื่อคุณฟู่พูดมาแบบนี้ ผมก็มีโอกาสในการลงทุนดีๆ มานำเสนอ แต่ผมไม่แน่ใจว่าคุณจะสนใจหรือเปล่า”

เมื่อไม่นานมานี้ ธุรกิจโบราณวัตถุไม่ค่อยดีเท่าไรนัก และก็มีคนเข้ามาทำธุรกิจนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เป็นเรื่องยากที่เฝิงหยูจะได้ของโบราณดีๆ เมื่อเดือนที่แล้ว มีผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งตีราคาโบราณวัตถุผิดไป ทำให้เขาขาดทุนสองสามล้าน ฟู่กวางเจิ้งรู้ว่าเขาไม่ได้มีความสามารถเท่ากับผู้เชี่ยวชาญขนาดนั้นและเป็นกังวลว่าเองแบบนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเองบ้าง แถมพ่อของเขาก็ไม่เห็นด้วยกับธุรกิจนี้ เพราะคิดว่าเป็นเหมือนการหาโอกาสเพื่อให้ได้ผลกำไร ซึ่งต่างกับการลงทุน แม้ว่าจะทำให้ได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าก็ตามแต่ก็อาจล้มเหลวไม่เป็นท่าได้เช่นกัน การลงทุนคงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับเขาเพราะความเสี่ยงและการขาดทุนไม่ได้มากมายขนาดนั้น

ตัวอย่างเช่น ธุรกิจรถมือสองของฟู่กวางเจิ้งที่พ่อของเขาชื่นชมในตัวเขามาก พ่อของเขาดีใจที่เขาเริ่มทำธุรกิจในประเทศจีน คงจะดีกว่าถ้าฟู่กวางเจิ้งสามารถลงทุนในโรงงานอุตสาหกรรมได้

ทันทีที่เขาได้ยินเฝิงหยูพูดว่ามีโครงการลงทุนที่ดี เขาก็รู้สึกสนใจทันที เขาไม่มีปัญหาเลยกับการลงทุนด้วยเงินเพียงแค่ไม่กี่ล้านหยวน ถ้าเขาอยากจะลงทุน 10 ล้านหยวนเขาก็สู้ไหวสบายๆ

“คุณฟู่สนใจลงทุนในการผลิตเครื่องจักรหรือเปล่าครับ?”

“ผลิตเครื่องจักรหรอครับ? เครื่องจักรประเภทไหนครับ?” ฟู่กวางเจิ้งขมวดคิ้ว เทคโนโลยีการผลิตในประเทศจีนยังคงล้าหลังกว่าสหรัฐอเมริกาและยุโรปมาก แม้ว่าจะมีศักยภาพก็ตาม แต่ก็ยังต้องใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องถึงจะทำได้

“ตอนนี้ยังคงเป็นพวกเครื่องจักรทางการเกษตร เรากำลังใช้เครื่องจักรที่ทันสมัยจากสหภาพโซเวียต และได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจากสหภาพโซเวียต นอกจากนี้ เรายังมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดของสหภาพโซเวียตด้วย”

ฟู่กวางเจิ้งทำตาโต “คุณเฝิงจัดการทั้งหมดนี้เองหรอครับ? นอกจากเครื่องจักรทางการเกษตร คุณยังมีเทคโนโลยีอื่นๆ ด้วยหรอครับ? คุณเฝิงทำไมคุณถึงยังจัดการเรื่องการผลิตพวกนี้เองละครับ? เราสามารถขายข้อมูลเทคโนโลยีได้ แค่นี้เราก็รวยแล้ว แบบนี้ดีมั้ยครับ ผมจะร่วมหุ้นด้วยโดยการออกเงินทุน คุณก็จะได้ส่วนของกำไรเพิ่มขึ้น”

เฝิงหยูส่ายหน้าและพูดว่า “คุณฟู่ เรื่องมันไม่ได้ง่ายแบบที่คุณคิด คุณอาจจะไม่เข้าใจสถานการณ์ในประเทศจีนตอนนี้ ถ้าคุณไม่มีกองหนุนจากรัฐบาลจีน คุณจะถูกจับก่อนที่คุณจะได้ขายเทคโนโลยีพวกนี้ ตอนนี้ผมกำลังร่วมงานกับโรงงานเครื่องจักรของเมืองปิง แต่โรงงานนี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัทเครื่องจักรแห่งเมืองปิงจำกัด พ่อของผมถือหุ้น 10% ในบริษัทนี้ ถ้าคุณอยากจะลงทุน ผมรับรองว่าคุณจะได้เงินตอบแทนมากกว่า 50% ภายใน 3 ปี”

ฟู่กวางเจิ้งก้มหัวลงและใช้ความคิดอย่างหนัก เมื่อร่วมงานกับบริษัทที่รัฐป็นเจ้าของ มักจะมีปัญหามากมาย เขาเคยพบผู้นำของบริษัทที่รัฐป็นเจ้าของหลายคนในภาคใต้ ซึ่งคนพวกนี้เป็นพวกอนุรักษ์นิยมและขาดทักษะในการจัดการ ถ้าต้องร่วมงานกับคนพวกนี้ จะมีโอกาสที่ดีในอนาคตจริงหรอ?

แต่ตอนนี้ โรงงานมีเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่ล้ำสมัยจากสหภาพโซเวียต ซึ่งจะต้องตีตลาดได้ง่ายขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น เฝิงหยูยังเป็นคนที่มีความสามารถมาก และแม้แต่พ่อของเขายังถือหุ้น 10% ในโรงงาน การลงทุนนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร นอกจากนี้ สิ่งที่เฝิงหยูพูดก็มีเหตุผล ถ้าไม่มีการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน ก็คงไม่สะดวกในการจัดการหลายเรื่อง

“คุณเฝิง บอกผมได้มั้ยว่าทำไมถึงอยากให้ผมลงทุนในบริษัทนี้” ฟู่กวางเจิ้งมองหน้าเฝิงหยู เขารู้สึกเหมือนว่าเฝิงหยูไม่ได้เล่าให้เขาฟังทุกเรื่อง

“อันที่จริง ผมก็สามารถติดต่อคนอื่นได้เยอะแยะนะ แต่เหตุผลที่ผมขอให้คุณมาร่วมเป็นหุ้นส่วนกับผมก็เพราะว่าคุณเป็นนักธุรกิจชาวฮ่องกง มันมีหลายเรื่องที่ผมไม่ค่อยชอบเกี่ยวกับโรงงานแห่งนี้ การเงินก็วุ่นวาย รูปแบบการจัดการก็ล้าหลัง หัวหน้าโรงงานก็เป็นพวกอนุรักษ์นิยม และรัฐบาลเมืองก็คอยแทรกแซงการดำเนินงานของโรงงานอยู่ตลอดเวลา ถ้ามีคุณร่วมลงทุนด้วย ผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงไปภายในระยะเวลาหนึ่งปี”

“ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดมีอำนาจในการตัดสินใจในบริษัทที่เป็นรูปแบบถือหุ้น อะไรที่ทำให้คุณคิดว่าพวกเขาจะต้องฟังคุณ?

“แล้วถ้าผมได้เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดละ?” เฝิงหยูถามกลับ

“คุณกำลังอัดฉีดเงินทุนเพิ่มมากขึ้นเพื่อลดจำนวนหุ้นของผู้ถือหุ้นคนอื่นๆ หรอ?”สีหน้าของฟู่กวางเจิ้งเปลี่ยนไป การลดจำนวนหุ้นแบบนี้นั่นหมายความว่าหุ้นของเขาก็จะถูกลดลงด้วย แล้วแบบนี้เขาจะลงทุนไปเพื่ออะไร? เพื่อช่วยเฝิงหยูอย่างนั้นหรอ?

“คุณยังสามารถลงทุนต่อไปได้ ถ้าคุณมีเงินทุนไม่พอ คุณมายืมจากพ่อของผมได้ ถ้ามีหุ้นเป็นหลักประกันแบบนี้ เขาจะให้คุณยืมเงินทุนตามที่คุณต้องการ ผมว่าคุณน่าจะคาดการณ์ออกว่าศักยภาพของโรงงานเครื่องจักรแห่งนี้เป็นอย่างไร

คุณน่าจะรู้ว่าประเทศจีนเป็นประเทศเกษตรกรรมและตลาดสำหรับเครื่องจักรทางการเกษตรก็ใหญ่มาก นอกจากนี้ ผมจะไม่ใช้เงินในการอัดฉีดเงินทุน แต่ผมจะใช้เครื่องจักรที่ทันสมัยและเทคโนโลยีประเภทอื่นๆ ในการลงทุนแทน พวกเขาไม่ปฏิเสธผมแน่นอน เครื่องจักรและเทคโนโลยีพวกนี้มีความล้ำหน้ามากกว่าที่ประเทศจีนมีอยู่อย่างน้อย 10 ปี แล้วภายใน 10 ปีโรงงานจะทำเงินได้เท่าไรละ คุณก็น่าจะคำนวณเอาเองได้”

ฟู่กวางเจิ้งกำลังมึนงงอยู่ในคำพูดที่สวยงามของเฝิงหยู เขาลังเลสักพักและพุดว่า “คุณเฝิง ผมขอเวลาคิดก่อน แล้วอีกสองสามวันผมจะให้คำตอบคุณ”

เฝิงหยูเข้าใจ ฟู่กวางเจิ้งต้องการไปปรึกษากับครอบครัวของเขาก่อน

“แน่นอน คุณติดต่อผมกลับมาก่อนปีใหม่ได้เลย”

จบบทที่ บทที่ 95 ร่วมหุ้นส่วนกับฟู่กวางเจิ้ง (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว