เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 91 การเรียนเชิญที่คาดไม่ถึง (อ่านฟรี)

บทที่ 91 การเรียนเชิญที่คาดไม่ถึง (อ่านฟรี)

บทที่ 91 การเรียนเชิญที่คาดไม่ถึง (อ่านฟรี)


 

 

เสียดายที่เฝิงหยูยังไม่ทันได้มีโอกาสรอฟังข่าวดีจากหลี่หมิงเต๋อ เขาก็ได้รับข่าวร้ายเกี่ยวกับการเรียนเชิญโดยรองนายกเทศมนตรีประจำเมืองซะก่อน

ปฏิกิริยาแรกของเฝิงหยูก็คือหลี่หมิงเต๋อต้องไปทำอะไรมาอีกแล้วแน่ๆ เขาต้องใช้คอนเนคชั่นของตัวเองกับรองนายกเทศมนตรีเพื่อบังคับให้เฝิงหยูขายเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญให้กับโรงงานเครื่องจักรหรือไม่ก็ให้ฟรีแน่ๆ

ให้ตายเถอะ เฝิงหยูเกลียดหลี่หมิงเต๋อมาก เฝิงหยูคิดว่าหลี่หมิงเต๋อกล่าวหาเฝิงหยูว่าทำการค้าลักลอบก็เพราะต้องการปกป้องผลประโยชน์ของโรงงานและลูกน้องของเขา และด้วยเหตุนี้เฝิงหยูจึงไม่ได้ตำหนิอะไรเขาในครั้งที่แล้ว แต่มาตอนนี้ เขากำลังสร้างปัญหาให้เฝิงหยูอีกแล้ว

อย่างไรก็ตาม เฝิงหยูก็กำลังรอโอกาสที่จะได้พบกับรองนายกเทศมนตรี เหตุผลที่เขาขายเครื่องจักรกับเทคโนโลยีแยกต่างหากกันก็เพราะว่าเขาจะได้มีโอกาสเข้าพบรองนายกเทศมนตรี เขาต้องการใช้รองนายกเทศมนตรีเป็นเครื่องมือในการทำให้การรักษาความปลอดภัยของเมืองปิงแข็งแกร่งมากขึ้น

แต่เมื่อเข้าได้พบกับรองนายกเทศมนตรี เขาก็รู้สึกประหลาดใจ ทำไมรองนายกเทศมนตรีถึงเป็นเขานะ?

รองนายกเทศมนตรีที่กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะและส่งยิ้มให้เฝิงหยูไม่ใช่ใครอื่นเลย เขาก็คือจางรุ่ยเฉียง

“ผู้จัดการจาง...ไม่ใช่สิ ต้องเป็นรองนายกเทศมนตรีจาง ทำไมถึงเป็นคุณ?”

“ฮ่าๆๆ แปลกใจละสิ ผมเพิ่งถูกย้ายมาเมื่อวานนี้เอง ต่อไปในอนาตคผมจะทำงานที่รัฐบาลเมือง” จางรุ่ยเฉียงหัวเราะอย่างมีความสุข เขาแทบจะไม่เคยมีโอกาสได้เห็นเฝิงหยูทำท่าทีประหลาดใจเช่นนี้มาก่อน ปกติเฝิงหยูจะวางมาดนิ่งราวกับว่าเขาสามารถควบคุมทุกอย่างได้ แต่มาวันนี้เป็นยังไงละ ตกใจละสิ?

เฝิงหยูรู้สึกประหลาดใจแต่ไม่ได้รู้สึกตกใจ เขารู้ดีว่าจางรุ่ยเฉียงจะต้องถูกย้ายมายังรัฐบาลเมืองเพื่อดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรี และจากนั้นก็จะเลื่อนตำแหน่งไปเป็นนายกเทศมนตรี หลังจากนั้น เขาจะถูกเลื่อนตำแหน่งให้เป็นรัฐมนตรี แต่เฝิงหยูไม่รู้แน่ชัดว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อไร

เขาไม่แน่ใจว่าเมื่อก่อนจางรุ่ยเฉียงถูกย้ายมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไร แต่เขารู้ว่าการถูกย้ายมาของจางรุ่ยเฉียงในช่วงนี้ก็ไม่ได้มีผลอะไรมากนัก

“ผมรู้สึกแปลกใจนิดหน่อยครับ แต่ก็ไม่ได้มาก สำหรับคนที่มีความสามารถอย่างคุณ คุณก็น่าจะได้ทำงานในรัฐบาลเมืองอยู่แล้ว ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับที่ได้รับเลื่อนตำแหน่ง”

“คุณรู้มั้ยว่าทำไมผมเรียกคุณมาพบในวันนี้?” จางรุ่ยเฉียงยืนขึ้นและเดินไปนั่งที่โซฟากับเฝิงหยู

“คุณอยากให้ผมรู้ว่าสำนักงานของคุณอยู่ที่ไหนเพื่อที่ผมจะได้รู้ว่าต่อไปผมควรมาพบคุณได้ที่ไหนใช่มั้ยครับ? เฝิงหยูแกล้งทำเป็นไม่รู้

“อย่ามาแกล้งทำเป็นไม่รู้เลย คุณนำเข้าเครื่องจักรทันสมัยจากสหภาพโซเวียตเพื่อมาขายให้กับโรงงานเครื่องจักรของเรา ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก คุณอุทิศตนช่วยเหลือบ้านเกิดตัวเองอย่างมาก แต่ทำไมเทคโนโลยีถึงมีราคาสูงขนาดนั้นละ? จางรุ่ยเฉียงเปิดประเด็นถามเฝิงหยู

“ผมไม่รู้จริงๆ รองนายกเทศมนตรีจาง หลี่หมิงเต๋อบอกคุณหรือเปล่าว่าผมนำเข้าเครื่องจักรพวกนั้นจากสหภาพโซเวียตเป็นเงินจำนวน 2 ล้านรูเบิ้ล แถมยังมีภาษีและค่าใช้จ่ายในการขนส่งอีก รวมทั้งหมดก็ 2.4 ล้านรูเบิ้ลแล้ว โรงงานเครื่องจักรที่จังหวัดหลินเสนอราคาที่สูงมากแต่ผมก็ไม่ได้ขายให้พวกเขา หลี่หมิงเต๋อจ่ายผมมา 2.4 ล้านรูเบิ้ลเท่านั้น แค่นี้ผมก็ขาดทุนแล้ว ผมยังต้องจ่ายค่ารับรองให้กับพวกคนโซเวีตด้วย ต้นทุนจริงๆ สำหรับเครื่องจักรพวกนี้มากกว่า 3 ล้านรูเบิ้ลอีก”

“จริงหรอ?” จางรุ่ยเฉียงไม่ค่อยอยากจะเชื่อเฝิงหยู ถ้าต้นทุนเกิน 3 ล้านรูเบิ้ล ทำไมเฝิงหยูถึงให้หลี่หมิงเต๋อดูรายการจัดซื้อเป็นจำนวนเงิน 2.4 ล้านรูเบิ้ลละ?

“จริงครับ ถ้าไม่ได้ผมใช้คอนเนคชั่น คุณก็คงไม่ได้เทคโนโลยีพวกนี้ในราคาแค่ 5 ล้านรูเบิ้ลหรอก คุณลองไปถามหลี่หมิงเต๋อดูได้เลยว่าเขาสามารถซื้อเครื่องจักรประเภทนี้ได้หรือไม่? เทคโนโลยีมีค่ามากกว่าเครื่องจักร”ผู้ยิ่งใหญ่“เคยพูดว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการผลิต”

เมื่อเดือนกันยายน “ผู้ยิ่งใหญ่” เพิ่งแนะนำแนวคิดเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการผลิต จางรุ่ยเฉียงก็ทราบเรื่องนี้ แต่เขาไม่คิดว่าเฝิงหยูจะรู้เรื่องนี้ด้วย

“ผมจะบอกความจริงอะไรให้ฟัง รัฐบาลเมืองให้งบประมาณกับโรงงานเครื่องจักรเป็นจำนวนเงิน 15 ล้านหยวน โดย 2.4 ล้านรูเบิ้ลสำหรับซื้อเครื่องจักรและที่เหลือสำหรับเทคโนโลยี”

ยังไม่ถึง 4 ล้านรูเบิ้ลด้วยซ้ำ แบบนี้เป็นราคาซึ่งต่างกับที่เฝิงหยูคาดหวังไว้ เฝิงหยูคิดเอาไว้ว่าเทคโนโลยีมีมูลค่าอย่างน้อย 20 ล้านหยวน แม้ว่าเขาจะจ่ายไป 2 ล้านรูเบิ้ลเพื่อได้เทคโนโลยีนี้มา แต่เขาก็ยังติดหนี้บุญคุณคิริเลนโกอยู่

ยิ่งไปกว่านั้น เครื่องจักรและเทคโนโลยีมีมูลค่ามากกว่า 5 ล้านรูเบิ้ล เฝิงหยูรู้สึกว่าเงิน 20 ล้านหยวนยังน้อยเกินไปเลยด้วยซ้ำ ตอนนี้เขากลับได้รับการเสนอราคาเพียงแค่ 15 ล้านหยวน ซึ่งส่วนต่างยังมากเกินไป

“นายกเทศมนตรีจางคิดว่าเทคโนโลยีพวกนี้ควรมีราคาถูกกว่าเครื่องจักรอย่างนั้นหรอ? งั้นไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมไปที่โรงงานเครื่องจักรของจังหวัดหลินแทนก็ได้ ผมว่าพวกเขายอมจ่ายราคาดีเพื่อแลกกับเทคโนโลยีพวกนี้ คุณเชื่อหรือไม่ว่าถ้าผมกระจายข่าวออกไปว่าผมมีเทคโนโลยีของสหภาพโซเวียตสำหรับเครื่องจักรทางการเกษตร ผมจะสามารถขายเทคโนโลยีพวกนี้ได้ในราคามากกว่า 15 ล้านหยวนแน่นอน”

จางรุ่ยเฉียงมองเฝิงหยูแล้วยิ้ม “ถ้างั้นทำไมคุณไม่ไปเลยละครับ? งั้นเอาแบบนี้ นอกจากเงินแล้ว บอกผมมาเลยว่าคุณต้องการอะไร ถ้ามันไม่ผิดกฎหมาย ผมจะตกลง”

จางรุ่ยเฉียงรับราชการมานานหลายปี เขาจริงจังกับงานมาโดยตลอด อายุไม่ถึง 40 แต่เขาสามารถไต่เต้าขึ้นมาถึงตำแหน่งนี้ได้ นั่นหมายความว่าเขาต้องมีศักยภาพมาก เมื่อเฝิงหยูพูดมาแบบนี้ เขาต้องต้องการอย่างอื่นที่ไม่ใช่เงินแน่นอน

เฝิงหยูแตะจมูกเพื่อแก้เขินเมื่อเขาเห็นว่าจางรุ่ยเฉียงเข้าใจความหมายที่มีนัยของเขาแล้ว “จริงๆ แล้ว ผมก็อยากทำอะไรสักอย่างเพื่อดินแดนบ้านเกิดของผม และผมจะยินดียอมรับราคาที่ต่ำลง เมื่อคุณพูดมาแบบนี้แล้ว งั้นผมอยากจะขอร้องเรื่องหนึ่ง คุณไม่รู้สึกว่าตอนนี้เมืองปิงกำลังอยู่ในความวุ่นวายหรอ?”

“ความวุ่นวายหรอ? หมายความว่าไง? การวางแผนของเมือง หรือการรักษาความปลอดภัย หรือเรื่องอื่น?

“การรักษาความปลอดภัย กฎหมายและคำสั่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเมืองในการดึงดูดนักลงทุน ก่อนหน้านี้ บริษัทผมก็เคยถูกโจมตี คุณก็รู้เรื่องนี้ดี หลานชายของซ่งเหล่าซือเย่อหยิ่งมาก ยิ่งซ่งเหล่าซือยิ่งไม่ต้องพูดถึง ตอนนี้ซ่งเหล่าซือกำลังมีความสุขกับชีวิตอยู่ แถมยังมีหวังขาเป๋ เฮียเคอ และเด็กหัวนอกอีก พวกนี้ล้วนเป็นสังคมลับๆ บอกตามตรงถ้าไม่ใช่เพราะว่าผมรู้สึกรักเมืองปิง ป่านนี้ผมคงย้ายบริษัทไปที่อื่นแล้ว แม้ว่าผมอาจจะต้องได้รับผลกระทบอีกครั้ง แต่ก็ดีกว่าต้องมีชีวิตอยู่ทุกวันด้วยความกลัว”

แผนเดิมของเฝิงหยูคือการเล่าเรื่องนี้ให้รองนายกเทศมนตรังเพื่อที่เขาจะได้ไปบอกกับหัวหน้าของเขาต่อ ถ้ารัฐบาลเมืองตัดสินใจที่จะต่อต้านนักเลงพวกนี้ หัวหน้าแก๊งค์ก็จะถูกกำจัดหมด ซึ่งเป็นเรื่องที่กวนใจเฝิงหยูมานาน

จางรุ่ยเฉียงหยิบบุหรี่ออกมาจากกล่องและสูดหายใจเข้าลึกๆ เขานิ่งเงียบมานาน

เฝิงหยูรู้สึกหงุดหงิด เป็นไปไม่ได้หรอก รัฐบาลเมืองไม่มีแผนการที่จะกำจัดนักเลงพวกนี้จริงๆ หรอ พวกเขากำลังรอคำสั่งจากรัฐบาลกลางหรือเปล่า? หรือเป็นไปได้หรือไม่ว่าข้อเสนอที่เฝิงหยูเจรจากับจางรุ่ยเฉียงยังไม่น่าสนใจพอ?

“ผมเพิ่งถูกย้ายมาที่นี่ และผมก็ยังไม่คุ้นเคยกับคนที่นี่ หัวหน้าอาจจะไม่ฟังผม”

จางลุ่ยเฉียงรู้ว่าหัวหน้าก็ใช้นักเลงพวกนี้ทำเรื่องชั่วๆ ในบางครั้งเหมือนกัน ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็กำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อจัดการพวกนั้น เมื่อพวกเขามีหลักฐานเพียงพอ ก็จะจับพวกนักเลงทันที ถ้าเขาไปต่อต้านแก๊งค์พวกนี้ในตอนนี้ ก็เปล่าประโยชน์ นี่คือเหตุผลที่จางรุ่ยเฉียงไม่สามารถตอบตกลงกับเฝิงหยูได้

“ถ้างั้นคุณก็จะนิ่งเฉยและปล่อยให้พวกนั้นลอยนวลต่อไปงั้นหรอ? พวกนั้นอาจจะช่วยเหลือเศรษฐกิจของเมืองปิง แต่ก็อาจนำความเดือดร้อนมาให้เมืองด้วยก็ได้ ผมไม่เชื่อว่าคุณจะไม่รู้เรื่องชั่วๆ ของพวกนั้น เรื่องทั้งหมดไม่ใช่ข่าวลือเลย”

เฝิงหยูโมโห ถ้าคนดีทำความผิดแค่ครั้งเดียว จะต้องถูกด่าและลงโทษจากทุกคน แต่ถ้าคนเลวทำความดี ทุกคนจะให้อภัยกับสิ่งเลวร้ายที่คนนั้นเคยทำมาในอดีตงั้นหรอ? นี่สินะคือเหตุผลที่คนดีๆ ถึงกลายเป็นเทวดาได้ยาก แต่คนเลวที่ยอมเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีขึ้นกลับกลายเป็นเทวดาได้ในทันที!

“ผมจะไม่ปล่อยให้พวกนั้นลอยนวล ภายในหนึ่งปีผมจะกำจัดพวกนั้นให้สิ้นซาก คอยดู!”

จบบทที่ บทที่ 91 การเรียนเชิญที่คาดไม่ถึง (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว