เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 81 การเก็บเกี่ยว (อ่านฟรี)

บทที่ 81 การเก็บเกี่ยว (อ่านฟรี)

บทที่ 81 การเก็บเกี่ยว (อ่านฟรี)


 

 

หนึ่งวันก่อนถึงวันชาติ โรงเรียนจะจัดกิจกรรมหนึ่งซึ่งทำกันเป็นประเพนีทุกๆปี โดยเรียกนักเรียนทุกคนได้ไปที่ไร่นาเพื่อทำการเก็บเกี่ยว เพื่อให้นักเรียนประสบกับความยากลำบากของชาวนา และไม่กินทิ้งกินขว้าง

 

ทุกๆห้องเรียนจะมีบทกวีสองสองบทติดไว้ที่ผนังในห้องเรียน ล้วนเป็นกวีเกี่ยวกับความยากลำบากในการทำไร่ทำนา

 

"ภายใต้ดวงอาทิตย์ส่องแสงจ้า ทำนาเหงื่อไหลย้อยหยดลงในดิน ข้าวทุกเม็ดที่กลืนกิน เหนื่อยใจแทบสิ้นใครจักรู้ได้ "

 

"ฤดูใบไม้ผลิหว่านเพียงหนึ่งเมล็ด ฤดูใบไม้ร่วงกลับเก็บเกี่ยว10,000เมล็ด ผืนแผ่นดินปลูกข้าวทั่วสารทิศ  แต่มีชาวนาหิวโหยอดตาย "

 

นี่เป็นบทกวีของหลี่เซินผู้เป็นนักกวีที่มีชื่อเสียงในราชวงศ์ถัง แต่เฝิงหยู่ผู้ที่ไม่ชื่นชอบประวัติศาสตร์ก็ยังรู้ว่า หลี่เซินเขียนบทกวีนี้เป็นเพียงการเอาใจจักรพรรดิ เพื่อใช้เป็นบันไดในการเลื่อนตำแหน่ง และหลังจากที่หลี่เซินได้รับการเลื่อนตำแหน่ง เขาก็มีความสุขกับชีวิตของเขาและไม่เคยสนใจเรื่องความยากลำบากของเกษตรกรเลย

 

แม้ว่าเฝิงหยู่ไม่ชอบหลี่เซิน แต่บทกวีสองบทนี้ก็เขียนได้ซึ้งจับใจจริงๆ

 

นักเรียนนั่งรถเมล์ที่ทางโรงเรียนจัดไว้ ใช้เวลา 2 ชั่วโมงและในที่สุดก็ถึงไร่นาทางตอนเหนือของเมืองปิง ไร่นานี้อยู่ห่างจากไร่นาครอบครัวของเฝิงหยู่โดยใช้เวลานั่งรถประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น

 

ที่นี่มีทุ่งข้าวโพดผืนหนึ่ง เฝิงหยู่และเพื่อนนักเรียนรับหน้าที่ตัดข้าวโพด เมื่อตัดข้าวโพดเสร็จก็กองซ้อนกันเพื่อรอให้รถแทรกเตอร์ขนพวกมันออกไป

 

ปัจจุบัน พืชที่ปลูกส่วนใหญ่ในมณฑลหลงเจียงคือข้าวสาลี ตามด้วยถั่วเหลือง และมีส่วนน้อยที่ปลูกข้าวโพด  นั่นเป็นเหตุผลที่พวกเขาต้องเดินทางไกล เพราะที่นี่คือไร่ข้าวโพดที่ใกล้ที่สุดที่โรงเรียนสามารถติดต่อได้

 

ทั้งสามชั้นเรียนมีนักเรียนประมาณ 500 คน แบ่งกลุ่มตามชั้นเรียน แล้วทางโรงเรียนก็จัดสรรพื้นที่ให้แต่ละชั้นเรียน

 

หนึ่งห้องมีนักเรียนประมาณ 40 คน ต้องดูแลพื้นที่ขนาดเล็ก หากอยู่ในไร่จริงๆ คนงานเพียง 5 คนก็สามารถเก็บเกี่ยวเสร็จภายในหนึ่งวัน ในสายตาของเฝิงหยู่ ดูเหมือนนักเรียนทุกคนกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ชีวิตของชาวนา

 

แต่ยังมีนักเรียนบางคนที่บ่นโอดครวญ เดิมที ครอบครัวของพวกเขาทำเกษตรกรรม ทั้งที่พวกเขาอยู่บ้านโดยไม่ต้องทำงานอะไร แต่ต้องมาเก็บเกี่ยวข้าวโพดที่โรงเรียน

 

เฝิงหยู่ เหวินตงจุนและนักเรียนคนอื่นๆที่มาจากครอบครัวเกษตรกรรม ต่างก็คุ้นเคยกับการทำไร่มากกว่านักเรียนที่อาศัยอยู่ในเมือง พวกเขาได้รับมอบหมายให้ตัดข้าวโพด ส่วนนักเรียนที่เหลือจะตามหลังเก็บข้าวโพดเอาไปกองรวมกัน

 

เหวินตงจุนเหมือนวัวถึก ตัด ตัด ตัดต้นข้าวโพดด้วยความเร็วที่น่าตกใจ จนนำหน้าคนอื่นไปไกล

 

"ดูซะ ฉันตัดเร็วมากไหมละ ไม่เหมือนพวกนาย ช้าอย่างกับหอยทาก " เหวินตงจุนวางเคียวบนไหล่ แล้วกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

 

เฝิงหยู่ได้แต่ส่ายหัวและคิดว่า: "งี่เง่าเสียจริง"

 

"ตงจุน นายเห็นไหมว่าในบรรดานักเรียนทั้งหมดนายตัดข้าวโพดได้ไวที่สุด? เร็วกว่านักเรียนปีที่ 3 นายรู้ไหมว่าเพราะอะไร? "

 

เหวินตบจุนเกาหัวของเขาและถามว่า: "ทำไม?"

 

"เพราะทุ่งนามีเพียงแค่นี้ ถ้านายตัดต้นข้าวโพดเสร็จตอนนี้ แล้วนายจะทำอะไรในตอนบ่าย? หรือนายจะนั่งดูนักเรียนคนเก็บเก็บข้าวโพดไปกองรวมกัน? ซึ่งหมายความว่ายิ่งเร็วเท่าไหร่นายก็ยิ่งต้องทำงานมากเท่านั้น! คิดว่าครูจะชื่นชมนาย หรือนักเรียนคนอื่น ๆ จะยกยอหรือไง? "

 

เหวินตงจุนพูดอะไรไม่ออก เขาตระหนักได้ว่าไม่ใช่นักเรียนคนอื่นๆทำงานได้ช้ากว่าตัวเอง แต่พวกเขากำลังจงใจแอบอู้ พอเขามองไปรอบๆก็เห็นว่านักเรียนทุกคนต่างพูดคุยกันในขณะที่ทำงาน ท้ายที่สุดเขาเหมือนคนโง่ที่ทำงานอย่างหนักเพียงคนเดียว!

 

"เฮ่อ เอาอย่างพวกเราสิ ทำงานสักนิด ยืนพักผ่อนสักหน่อย หรือนั่งพักบ้าง ถ้านายยังทำงานอย่างนี้ต่อไป มันจะกลายเป็นว่าพวกเราขี้เกียจ นายคิดว่ามันดีเหรอ? " เฝิงหยู่อดทนสอนเหวินตงจุน เจ้าหนูเหวินตงจุนไม่มีความคิดความอ่านเลยหรือไง?

 

เหวินตงจุนไม่พูดอะไรสักคำ เขานั่งลงบนก้านข้าวโพดและพักผ่อน แต่หลังจากนั้นสักพักเขาก็นั่งไม่ติด เขาไม่มีอะไรจะทำ ทั้งยังไม่มีใครคุยกับเขา นั่งอยู่เฉยๆน่าเบื่อจะตายไป

 

เหวินตงจุนมองก้านข้าวโพดแล้วจุดประกายความคิด

 

เฝิงหยู่ก็มองก้านข้าวโพดสองอันที่ยังคงเป็นสีเขียวอยู่ เขาใช้เคียวตัดมันจนขาด จากนั้นเขาก็หั่นชั้นนอกของก้านเพื่อเผยให้เห็นส่วนที่นุ่มฉ่ำ กัดลงไปหนึ่งครั้ง ลิ้มรสน้ำหวานเต็มปากเต็มคำ

 

ในภาคใต้มีอ้อย ส่วนภาคเหนือมีจำพวกข้าวโพดและข้าวฟ่าง เรียกว่าข้าวโพดหวาน มีขนาดเท่านิ้วชี้ รสชาติคล้ายอ้อย ถ้ามีฝนตกบ่อย ดวงอาทิตย์ไม่จ้า ก้านข้าวโพดเติบโตช้า จะมีบางท่อนที่มีรสหวานละมุน

 

เฝิงหยู่ใช้เคียวตัดส่วนที่เขากัดทิ้ง จากนั้นก็ปอกชั้นนอกอีกท่อนของก้านข้าวโพดออก เขาถือก้อนข้าวโพดเดินตรงไปหาหลี่น่า

 

"หิวน้ำไหม กินก้านข้าวโพดหวานสิ "

 

เฝิวหยู่ยื่นก้านข้าวโพดที่เขาได้ลิ้มรสแล้วให้หลี่นา ส่วนอีกก้้านหนึ่งถูกแม่สาวอ้วนเพื่อนร่วมโต๊ะจองหลี่น่าแย่งไป  ตอนนี้นักเรียนคนอื่นๆไม่กล้าเล่นกับหลี่นา ทั้งหมดนี้เป็นเพราะยัยอ้วนกระจายข่าวลือว่าครอบครัวของเฝิงหยู่เป็นกลุ่มมาเฟียอันตพาล หลี่น่าจึงพลอยติดร่างแหไปด้วย

 

หลี่นามีท่าทางลังเล แต่เธอที่มีความคิดของเด็กสาว จะไปสู้ "ภูมิปัญญา" กว่าสี่สิบปีของเฝิงหยู่ได้อย่างไร? เพียงคำพูดไม่กี่คำก็สามารถทำลายความลังเลของหลี่น่าได้ ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็กลับมาเหมือนเดิม

 

หลี่นากัดก้านข้าวโพดหนึ่งคำ และเคี้ยวอย่างช้าๆ เธอเผยรอยยิ้มที่งดงาม จนดวงตาของเธอหรี่เป็นเสี้ยวพระจันทร์

 

"หวานจริงๆด้วย."

 

"โวะโวะโวะ ก้านข้าวโพดหวานอะไรกัน? อย่างกับท่อระบายน้ำ แถมยังมีรสฝาด! " ยัยอ้วนพ่นน้ำลายไปพลาง บ่นพึมพำไปพลาง

 

เฝิงหยู่อธิบายอย่างใจเย็น: "บางทีเธออาจโชคร้าย นั่นก็แค่ต้นข้าวโพด ไม่ใช่ข้าวโพดหวานสักหน่อย เป็นเรื่องปกติถ้ามันจะไม่หวาน "

 

หลี่นาเมียงมอง แล้งแบ่งก้านข้าวโพดของเธอเป็น 2 ท่อน ท่อนหนึ่งส่งให้ยัยอ้วน ยัยอ้วนกัดกินด้วยใจเบิกบาน รสชาติมันหวานจริงๆ!

 

"แบ่งชิ้นนี้เป็น 2 ท่อน และเราแบ่งกันคนละครึ่ง" หลี่น่าส่งก้านข้าวโพดอีกท่อนให้เฝิงหยู่ เพราะเธอเห็นริมฝีปากของเฝิงหยู่เริ่มแห้ง

 

"ฉันหักเป็นสองท่อนไม่ไหวหรอก เธอกินเถอะ ฉันตัดต้นข้าวโพดด้านหน้า น่าจะหาต้นไหม่ได้ "

 

หลี่น่ายังยืนกรานส่งก้านข้าวโพดให้เฝิงหยู่ อย่างน้อยที่สุดเฝิงหยู่ควรจะกัดสักคำ เฝิงหยู่เอนไปข้างหน้า และเตรียมพร้อมที่จะกัดส่วนที่หลี่น่ากัดไปแล้ว

 

“ใคร? ใครตีฉัน?” เฝิงหยู่หันมองไปรอบ ๆอย่างโมโห ตอนที่เขากำลังจะกัดก้านข้าวโพด เขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างตีที่หลังศีรษะ

 

"ฮ่าฮ่ามัน เป็นไงบ้างล่ะ? คันธนูข้าวโพดที่ฉันตัดมาไม่เลวเลยใช่ไหม? อยู่ไกลขนาดนี้ ยังตีเข้ากลางกระหม่อมนายได้พอดีเป๊ะ " ห่างจากที่นั่นเพียงไม่กี่เมตร เหวินตงจุนได้ถือธนูก้านข้าวโพดและมองมาทางเฝิงหยู่อย่างภาคภูมิใจ สิ่งที่ตีหลังศีรษะของเฝิงหยู่คือชิ้นส่วนของก้านข้าวโพด

 

ไอ้นี่ เจ้าโง่นี่อีกแล้ว ขัดจังหวะฉันตลอด!

 

"คันธนูต้นข้าวโพด? ฉันก็อยากจะดูว่าคันธนูของนาย จะแม่นกว่าการขว้างของฉันหรือเปล่า! "

 

เฝิงหยู่หยิบเศษก้านข้าวโพดซึ่งยัยอ้วนได้โยนทิ้งไว้ก่อนหน้านี้ ใช้มือทำให้มันหักออกเป็นสองส่วน และขว้างไปทางเหวินตงจุน เหวินตงจุนถอยหลังไปพลางพร้อมทั้งพยายามโจมตีกลับ เฝิงหยู่หักก้านข้าวโพดเป็นชิ้นๆโยนใส่เหวินตงจุนหลายต่อหลายครั้ง เขาต้องสอนเจ้าบ้านี่ให้หลาบจำ!

 

หลีนาเห็นเฝิงหยู่หักก้านข้าวโพดออกเป็นท่อนเป็นท่อน เธอจำได้ว่าเมื่อกี้เฝิงหยู่พูดว่าเขาไม่สามารถหักก้านข้าวโพดได้ ทั้งยังจะกัดก้านข้าวโพดที่เธอกัดไปแล้ว ใบหน้าของเธอจึงแดงฉ่า

 

บันทึกของผู้เขียน: หลี่เซินไม่ได้เป็นคนดี เขามีชื่อเสียงในการรับราชการที่ไม่ดีนะด มีคำกล่าวที่เขาชอบกินลิ้นไก่ ถึงกับกินลิ้นไก่ของไก่หลายสิยตัวได้!

จบบทที่ บทที่ 81 การเก็บเกี่ยว (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว