เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 ชายผู้มั่งคั่ง (อ่านฟรี)

บทที่ 18 ชายผู้มั่งคั่ง (อ่านฟรี)

บทที่ 18 ชายผู้มั่งคั่ง (อ่านฟรี)


 

"ดูสิ เฝิงหยู่จากห้องสอง เขาทำตัวเหมือนที่เขารู้ทุกอย่างในช่วงคาบเรียนตอนเช้า  แต่ในช่วงบ่ายกลับปล่อยไก่ ฉันคิดว่าคงเป็นเรื่องยากสำหรับเขาในการเข้าโรงเรียนมัธยมปลาย อย่างมากสุด เขาคงได้เข้าเรียนในโรงเรียนอาชีวศึกษา " นักเรียนคนหนึ่งกล่าว

 

"จริงเหรอ? บ่ายวันนี้ครูประจำชั้นของเรายังบอกให้พวกเราเรียนรู้จากเฝิงหยู่อยู่เลย ดูเหมือน เฝิงหยู่กลายเป็นตัวเลือกในวิชาของพวกเขา แต่ถ้าเขาไม่เก่งวิชาคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ โรงเรียนมัธยมปลายคงไม่ตอบรับเขา! " ใครบางคนตอบ

 

หลังจากเลิกเรียน เฝิงหยู่เดินออกจากห้องเรียนไปที่โรงอาหารอย่างเงียบๆ แล้วกลับไปที่หอพัก ระหว่างทาง มีนักเรียนหลายคนชี้มาที่เขา

 

เฝิงหยู่ไม่มาใส่ใจกับพวกเขาหรอก เขาสะพายกระเป๋าเล็กๆ และเดินอย่างช้าๆไปที่ประตูห้องของอาจารย์ผู้ดูแหอพัก

 

ก๊อก, ก๊อก, ก๊อก!

 

"อาจรย์สง ผมอยากจะใช้โทรศัพท์ "

 

"ใช้โทรศัพท์หรือ? มีเหตุฉุกเฉินหรือเปล่า? จำไว้ว่าให้รีบวางสายทันทีหลังจากที่เสียงโทรออกดังสองตื๊ด แล้วรอให้อีกฝ่ายโทรกลับ วิธีนี้จะถูกกว่า "

 

เฝิงหยู่ยิ้มและไม่พูดอะไร เขามองอาจารย์สงปลดล็อคกล่องไม้ที่บรรจุโทรศัพท์ และเริ่มหมุนหมายเลขโทรศัพย์

 

"สวัสดีครับ ที่นี่ที่ทำการไปรษณีย์ ไม่ทราบว่าอยากจะเรียนสายใคร? " มีคนตอบ

 

"ผม เฝิงหยู่ ขอสายหลี่ซื่อเฉียง " เฝิงหยู่ตอบ

 

เมื่อเห็นเฝิงหยู่เป็นฝ่าที่โทรไปเอง อาจารย์สงก็จ้องเขม็งไปที่เขา ค่าใช้จ่ายในการรับสายโทรศัพท์คือ 20เฟินต่อนาที และผู้โทรจะเสียค่าบริการ 50เฟินต่อนาที ครอบครัวของเด็กคนนี้คงร่ำรวยและอนุญาตให้เขาใช้จ่ายเงินมากเช่นนี้

 

"สวัสดีครับ? เสี่ยวหยู่เหรอ? โทรมาเกี่ยวกับเรื่องพันธบัตรรัฐบาลหรือเปล่า? พี่บอกนายนะ สัปดาห์เดียวนี้ พวกเราหามาได้หลายพัน " หลี่ซื่อเฉียงพูดอย่างตื่นเต้น พยายามข่มให้เสียงของเขาเบาลง

 

“ใจเย็นๆครับพี่หลี่ มันก็แค่ไม่กี่พันเอง รออีกประมาณสองเดือน พี่จะมีรายได้นับหมื่น เมื่อถึงเวลานั้น พี่คงหุบยิ้มไม่ได้แน่”

 

เฝิงหยู่พูดอย่างไม่ได้พึงระวัง อาจารย์สงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้จึงได้ยินเข้า "อะไรนะ? หนึ่งเดือนสามารถมีรายได้ถึง 10,000หยวน? พวกเขาทำงานอะไรที่ทำให้พวกเขาได้เงินจำนวนมาก? รายได้หนึ่งมากกว่าเงินเดือนเขา10 ปี! "

 

ครอบครัวของเด็กนี่ทำอาชีพอะไร?

 

เฝิงหยู่พูดต่อ "ก็ดีแล้ว ว่าแต่ คนที่พี่ว่าจ้างไว้ใจได้หรือเปล่า? กำหนดเป้าหมายว่าแต่ละคนจะต้องหามาให้ได้มากเท่าไหร่ หากพวกเขาสามารถกดราคาให้ต่ำลงไปอีก ก็ไม่ต้องสน ให้พวกเขาเก็บส่วนต่างไว้เอง เดือนมีนาคมที่จะถึง คำนวณเงินค่าจ้างพวกเขาและจ่ายให้พวกเขาก่อนสิ้นเดือน”

 

"เดือนกุมภาพันธ์พวกเขาทำงานเพียงแค่ไม่กี่วันเอง พวกเราต้องจ่ายเงินให้พวกเขาตอนนี้เลย? เราจ่ายตอนสิ้นเดือนมีนาคมทีเดียวเลยก็ได้ " หลี่ซื่อเฉียงตอบ เขารู้สึกว่านี่ไม่จำเป็น เขาจะจ่ายเงินได้อย่างไร ในเมื่อพวกเขายังทำงานไม่ครบเดือนเลย?

 

เฝิงหยู่ส่ายหัว หลี่ซื่อเฉียงไม่คิดนอกกรอบเลย เพียงแค่ยึดติดกับกฎเท่านั้น นี่คือวิธีที่จะกระตุ้นให้คนทำงาน แล้วในอนาคตหลี่ซื่อเฉียงจะเป็นผู้นำในได้อย่างไร?

 

"พี่หลี่ ผมบอกพี่ให้ไปสัญญากับพวกเขา ว่าจะจ่ายเงินเดือนให้พวกเขาตอนสิ้นเดือนใช่ไหม? หากมีบางคนที่สรรหาพันธบัตรมาได้จำนวนมาก ให้จ่ายเงินเงินพิเศษ 5 หรือ 10 หยวนให้ แม้ว่าพวกเขายังทำงานไม่ถึงหนึ่งเดือน แต่นี่ก็จะสิ้นเดือนแล้ว ตอนนี้เราจะจ่ายค่าจ้างให้กับพวกเขา เพื่อพวกเขาจะได้ทำงานตั้งใจยิ่งขึ้นในเดือนต่อไป พอถึงเดือนมีนาคมเป็นเดือนสุดท้ายสำหรับพวกเรา พวกเราต้องเปลี่ยนเงินสดของพวกเราให้เป็นพันธบัตรรัฐบาลทั้งหมด! "ฮวงจุ้ยกล่าว

 

"ตกลง. พี่จะจ่ายเงินค่าจ้างตามจำนวนวันที่พวกเขาทำงานตอนสิ้นเดือนนี้ " หลี่ซื่อเฉียงตอบ

 

"พี่หลี่ อย่าลืมนับวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วย พวกเขายังทำงานตอนวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ จ่ายโบนัสให้ทุกๆคนอีก 5 หยวน " เฝิงหยู่เตือนหลี่ซื่อเฉียง

 

" ได้ นับวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วยก็ดี แต่ทำไมเราต้องจ่ายเงินโบนัสพิเศษด้วย?" หลี่ซื่อเฉียงถาม

 

"พี่หลี่นี้คือการกระตุ้นให้พวกเขามีแรงจูงใจ ด้วยวิธีนี้ พวกเขาจะทำงานหนักขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น งานของพวกเขาเหนื่อยล้ามาก " เฝิงหยู่ตอบ

 

"นั่นก็จริง การไปเคาะประตูทีละบ้านท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บเป็นเรื่องยาก ก็ได้ พี่จะเอาตามที่เธอว่า โอ้ใช่ พี่ซื้อเสื้อโค้ทใหม่ให้เธอ และพี่ส่งไปที่โรงเรียนของแล้ว เธอน่าจะได้รับมันภายในสองวัน '' หลี่ซื่อเฉียงกล่าว

 

"ขอบคุณครับพี่หลี่ ฝากดูแลพี่สาวของผมด้วย อย่าปล่อยให้เธอทำงานหนักจนเกินไป ให้เธอรู้ว่าวันวันที่สวยหรูใกล้จะมาถึงเร็ว ๆ นี้ " เฝิงหยู่ตอบ

 

ทั้งสองคุยกันอยู่สักครู่หนึ่ง โดยทั่วไปแล้ว เป็นคำแนะนำเกี่ยวกับรายละเอียดย่อยที่ฝิงหยู่พูดให้หลี่ซื่อเฉียงฟัง หลังจากวางโทรศัพท์ เฝิงหยู่ยิ้ม พี่เขยคนนี้ปฏิบัติกับคนอื่นเป็นอย่างดี จะต้องช่วยให้เขาและครอบครัวของเขามีชีวิตที่ดี!

 

"อาจารย์สง เท่าไหร่ครับ?"

 

อาจารย์สงมองไปที่นาฬิกาแขวน โอ้พระเจ้า! เขาใช้เวลาโทรศัพท์นานถึง 16 นาที!

 

ห้าสิบเฟินต่อนาที ก็จะเป็นเงินจำนวน 8 หยวน เด็กคนนี้มี 8 หยวนหรือเปล่า?

 

แต่ถ้าอาจารย์สงไม่เก็บเงินจากเฝิงหยู่ เขาก็ต้องจ่ายเงินให้เฝิงหยู่ด้วยเงินเขาเองในตอนสิ้นเดือน เงินเดือนน้อยของเขามาก ไม่สามารถจ่ายแทนเฝิงหยู่ได้ แต่ทั้งหมดเป็นความผิดของเขา ถ้าเขาไม่หมกมุ่นจดจ่อกับการพูดคุยบทสนทนาของเฝิงหยู่ เขาจะเตือนเฝิงหยู่แล้ว

 

"เจ้าหนู ฉันเตือนให้เธอวางสายหลังจากที่โทรออกไปแล้ว และให้พูดคุยกันไม่นานไม่ใช่หรือ? ทำไมเธอยังพูดโทรศัพย์เป็นนานสองนานอีกล่ะ? ค่าใช้จ่ายรวม 8 หยวน เธอกลับไปขอครอบครัวของเธอได้ไหมละ? " อาจารย์สงกล่าวด้วยใบหน้าที่บอกบุญไม่รับ

 

8 หยวนไม่ใช่จำนวนเงินน้อยๆ ถ้าครอบครัวของเด็กคนนี้รู้ว่าเขาคุยโทรศัพท์เป็นเวลานาน พวกเขาจะให้เงินกับเขาหรือเปล่า?

 

อาจารย์สงคิดไม่ถึงว่าเฝิงหยู่จะตอบ  "ตกลง" และเอาเงิน 10 หยวนส่งให้เขา

 

"อาจารย์? อาจารย์ครับ? เงินทอนละ? " เฝิงหยู่ถาม

 

"นี่เป็นเงินที่เธอจะใช้ซื้อตั๋วอาหารหรือเปล่า? ถ้าเธอให้เงินครูตอนนี้ แล้วเธอจะกินอะไร " อาจารย์สงถามเฝิงหยู่

 

เฝิงหยู่หยิบบัตรของทานอาหารปึกหนึ่งออกจากกระเป๋าของเขา และโชว์ให้อาจารย์สงดู กล่าวว่า "นี่คือตั๋วอาหารของผมทั้งหมด น่าจะเพียงพอใช้เป็นเดือนเลย "

 

อาจารย์สงอ้าปากด้วยความประหลาดใจ ครอบครัวของเด็กคนนี้รวยมากขนาดไหน ถึงกับให้เขาใช้จ่ายเงินจำนวนมากเช่นนี้? เด็กคนนี้สวมเสื้อผ้าธรรมดาและไม่มีอะไรพิเศษ แต่เขาใช้จ่ายเงินด้วยวิธีการนี้ได้อย่างไร?

 

การแสดงออกทางสีหน้าของอาจารย์สงแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น: "มันไม่ถูกต้อง  นี่จะขโมยมาจากบ้าน!"

 

เฝิงหยู่เริ่มหงุดหงิด ไม่ดีนักหรอกที่อาจารย์จะเคร่งครัดรับผิดชอบในหน้าที่จนเกินไป ทุกสิ่งทุกอย่างเลยกลายเป็นสิ่งที่น่าสงสัยสำหรับเขา

 

"อาจารย์ครับ พ่อแม่ของผมให้เงินเหล่านี้ไว้ให้ผมใช้จ่าย เรามีรถแทรกเตอร์ขับเคลื่อน 55แรงม้าและเครื่องเก็บเกี่ยว 512  (เครื่องเก็บเกี่ยวถั่วเหลืองข้าวสาลี ฯลฯ ) เรามีรายได้ค่อนข้างมาก " เฝิงหยู่พูดด้วยท่าทางประหนึ่งว่า " ครอบครัวของฉันร่ำรวยมั่งคั่ง "

 

อาจารย์สงถอนหายใจ ถ้าเช่นนั้น เงินนี้ครอบครัวของเขาคงให้มาจริงๆ ในยุคสมัยนี้ การเป็นเจ้าของรถแทรกเตอร์ขับเคลื่อนด้วย 55แรงม้าและมีเครื่องเก็บเกี่ยว 512 จะทำให้ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ สามารถสร้างรายได้อย่างน้อยหมื่นหยวน

 

"โอเค แต่เธอไม่ควรใช้เงินด้วยวิธีนี้ อย่าโทรศัพท์นานๆอีก เอ้านี่ เงินทอน 2หยวน  และก็รีบกลับไปที่หอพักของเธอ " อาจารย์สงกล่าว

เงินจำนวนนี้มาจากไหน? แน่นอนว่าจากนักเรียนโรงเรียนอาชีวศึกษาทั้งสามคน  เพราะเฝิงหยู่ใช้เงินที่ได้จากที่บ้านซื้อตั๋วอาหารไปเรียบร้อยแล้ว

 

เฝิงหยู่หยิบถุงขนมหวานผลไม้แห้งและลูกอมยี่ห้อ "กระต่ายใหญ่สีขาว" จากกระเป๋าของเขามอบให้อาจารย์สง และขอบคุณเขาสำหรับความเป็นห่วง

 

อาจารย์สงเก็บขนมและลูกอมไว้ เขาตั้งใจที่จะกลับบ้านไปให้ลูก ๆ ของเขา

 

เฝิงหยู่ไม่ได้กลับไปที่หอพัก แต่กลับไปที่เรียนทบทวนเสริมที่ห้องเรียน ในยุคสมัยนี้ การไปเรียนทบทวนเสริมในตอนเย็นมักจะเป็นความสมัครใจ นักเรียนส่วนใหญ่ที่มาทบทวนเสริมล้วนเป็นคนที่ขยันหมั่นเพียร และต้องการเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมปลาย ส่วนผู้ที่ต้องการไปโรงเรียนอาชีวศึกษาจะเล่นไพ่โป๊กเกอร์ในหอพักหรือปั้นหิมะด้านนอก

 

"หลี่น่า คำถามนี้ทำอย่างไร? เธอช่วยสอนฉันหน่อยได้ไหม? " เฝิงหยู่ถาม

 

หลี่น่าเหลือบมองเฝิงหยู่: " ตอนเช้านายบอกฉันว่านายเป็นอัจฉริยะไม่ใช่หรือไง? นายรู้ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ใช่หรือ? ทำไมนายยังมาถามฉันอีก? "

 

สาวน้อยมีอารมณ์ไม่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนเช้า แต่เฝิงหยู่รุกฆาต เขาหยิบขนมขบเคี้ยวออกวางบนโต๊ะ

 

"ฉันถนัดภาษารัสเซียเท่านั้น วิชาที่เหลือยอดแย่ ฉันจะให้ลูกอมยี่ห้อกระต่ายกับเธอไม่ก็ผลไม้อบแห้งหนึ่งซองต่อหนึ่งคำถาม " เขาพูดด้วยท่าทางของผู้เผด็จการที่ปรากฏในภาพยนตร์:" เสื้อผ้าหนึ่งชิ้นเพื่อเงินจำนวนหนึ่ง! ฉันไม่มีอะไรอื่นนอกจากเงิน! "

 

หลี่น่ามองไปลูกอมยี่ห้อกระต่ายสีขาว และพูดอย่างไม่ปราณี: "นายไม่ต้องพยายามที่จะติดสินบนฉัน!"

 

เฝิงหยู่หัวเราะกับตัวเอง: "ก็เห็นๆกันอยู่ ว่าเธอกำลังกลืนน้ำลายตัวเอง"

 

"จะเรียกว่าติดสินบนได้อย่างไร? นี่คือมิตรภาพระหว่างเพื่อนร่วมชั้น เธอช่วยฉันอธิบายคำถามที่ฉันไม่รู้ และฉันแบ่งปันขนมกับให้เธอ นี่คือมิตรภาพ " เฝิงหยู่โต้แย้ง

 

" ก็ได้ ถ้าจะเอาอย่างนั้น คำถามไหนที่นายไม่เข้าใจ? เอามาให้ฉันลองดูสิ "

 

ก่อนที่จะมองคำถามเหล่านี้ หลี่น่าก็แกะกระดาษห่อของลูกอมยี่ห้อกระต่ายใหญ่สีขาวแล้วนำมันใส่ปาก ยิ้มอย่างมีความสุข…………………

จบบทที่ บทที่ 18 ชายผู้มั่งคั่ง (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว