เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 57 มองกลับไปพร้อมรอยยิ้ม

ตอนที่ 57 มองกลับไปพร้อมรอยยิ้ม

ตอนที่ 57 มองกลับไปพร้อมรอยยิ้ม


แปลโดย : Roping

– – – – – – – – – – – –

 

เมื่อเห็นมู่หรงอี่ซยวน เฟิ่งจิ่วก็ประหลาดใจเล็กน้อยที่เห็นเขาอยู่ที่นี่

ที่จริงนางรู้ตัวตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วว่ามีคนตามมา แต่ด้วยความที่สัมผัสไม่ได้ถึงเจตนาร้าย นางจึงไม่เข้าไปยุ่งด้วย มาคิดดูตอนนี้คนที่ตามมาคือเขาเป็นแน่

ทว่า ไม่ใช่ว่าเขามากับเฟิ่งชิงเกอหรอกรึ? ไฉนจึงมาปรากฏตัวที่นี่ได้?

แล้วก็แววตาพิจารณานั่น หมายความว่ายังไงกัน?

 

รอยยิ้มซุกซนปรากฏขึ้นใต้ผ้าคลุมหน้า นัยน์ตาของนางยังคงเฉยชาและหันหน้ากลับไปเพื่อเดินต่อ ทว่านางเพิ่งเดินต่อได้เพียงไม่กี่ก้าว เมื่อชายที่นั่งอยู่เมื่อครู่ปรากฏกายขึ้นมายืนตรงหน้านางอย่างกระทันหัน

 

นางมิได้เอ่ยสิ่งใด ทำเพียงแค่ช้อนตาขึ้นมองเขาเท่านั้น

 

มู่หรงอี่ซยวนมิได้เอ่ยสิ่งใดเช่นกัน เขาเพียงยืนอยู่เบื้องหน้าเฟิ่งจิ่วและมองตานางอย่างเงียบๆ พยายามที่จะค้นหาวี่แววของความคุ้นเคยในนัยน์ตาคู่นั้น ทว่าเขาก็ต้องผิดหวัง

แม้ว่านัยน์ตาคู่นั้นจะดูเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน ทว่าแววตาอันดุดันและดื้อรั้นในดวงตาคู่นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ดวงตาที่อยู่เบื้องหน้าเขานั้นช่างงดงามยิ่ง เฉกเช่นเดียวกับในความทรงจำของเขา ทว่านัยน์ตาของเฟิ่งชิงเกอที่เขาจำได้นั้นจะเต็มไปด้วยความอบอุ่นและอ่อนโยน ขณะที่นัยน์ตาเบื้องหน้านั้นมีแววตาที่แหลมคมราวกับว่าซุกซ่อนคมมีดไว้เบื้องหลัง ความแตกต่างสุดขั้วสองประการนี้ทำให้เขาสับสนและไม่ทราบว่าจะจำแนกคนทั้งสองออกจากกันได้เยี่ยงไร ด้วยมีเพียงแววตาที่แตกต่าง

 

 

“เจ้าหนู จะทำอะไรน่ะ”

เมื่อเห็นบางสิ่งดูไม่ถูกต้อง กวนซีหลินก็ก้าวขึ้นมาข้างหน้าทันที ร่างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของเขายืนขวางอยู่ระหว่างคนทั้งสอง กั้นมิให้ทั้งคู่ได้ประสานสายตากัน

 

มู่หรงอี่ซยวนก้าวถอยหลังและมองไปที่ชายร่างสูงที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า เขายิ้มให้ชายคนนั้นอย่างสุภาพและกล่าวว่า “พี่ชาย ข้าเพียงเห็นว่าแม่นางช่างดูคล้ายกับสหายข้าอย่างยิ่ง และข้าเพียงแต่อยากจะทักทายนางเท่านั้น”

 

อาจเป็นเพราะบรรยากาศและกิริยาเต็มไปด้วยความสุภาพ โน้มน้าวให้กวนซีหลินรู้สึกว่าเขานั้นมิใช่ผู้ประสงค์ร้ายแต่อย่างใด กวนซีหลินลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะหันไปมองเฟิ่งจิ่วที่อยู่ด้านหลัง

 

“แม่นาง, ในเดือนสามดอกท้อบานสะพรั่ง ณ อารามดอกท้อ”

 

มู่หรงอี่ซยวนมองนางอย่างเงียบเชียบ นัยน์ตาของเขาอ่อนโยนอย่างยิ่ง ประโยคไร้ต้นสายปลายเหตุนั้นทำให้กวนซีหลินงุนงง ขณะที่เขาเดิมพันกับประโยคนี้ว่าผลจะเป็นหัวหรือก้อย

 

มีเพียงเฟิ่งจิ่วที่หัวใจกระตุกวูบ จากในความทรงจำของนาง มันเป็นช่วงเวลาอันแสนอบอุ่น….

 

“พี่ใหญ่มู่หรง ข้าได้ยินมาว่าดอกท้อในอารามดอกท้อนั้นงดงามที่สุด สีแดงและขาวที่ตัดกันของพวกมันเติมเต็มกันและกันอย่างสมบูรณ์ พวกมันบานสะพรั่งปกคลุมทั่วทั้งภูเขาไปจนสุดสายตา เป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่?” ที่ใต้ต้นท้อ เด็กสาวผู้งดงามเอ่ยถามพร้อมเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ความรักและเทิดทูนสะท้อนอยู่ในแววตาของนางอย่างชัดเจน ขณะมองไปยังบุรุษในชุดสีขาวที่ยืนอยู่ข้างๆ

 

นัยน์ตาของบุรุษชุดขาวนั้นเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนและตามอกตามใจ เขายื่นมือออกไปจับมือของเด็กสาวผู้งดงามไว้ และกล่าวด้วยเสียงนุ่มนวลอย่างยิ่งว่า “ใช่แล้ว ดอกท้อที่อารามดอกท้อนั้นบานสะพรั่งไปไกลเกินกว่าที่จะสายตาจะมองเห็นได้เสียอีก เมื่อสายลมโบกพัด กลีบดอกสีแดงสดก็จะพริ้วกระจายไปทั่วทั้งบริเวณ ราวกับฝนโปรยปรายลงมาเป็นกลีบดอกไม้ รอให้ถึงเดือนสามปีนี้เมื่อดอกท้อบานข้าจะพาเจ้าไปดูด้วยกัน”

 

รอให้ถึงเดือนสามปีนี้เมื่อดอกท้อบานข้าจะพาเจ้าไปดูด้วยกัน…..

นัยน์ตาที่หลุบต่ำของนางเป็นประกายขึ้นมาวูบหนึ่งด้วยตกใจ และหัวใจของนางก็กระตุกด้วยความเจ็บปวด นางรู้ดี… มันคือความรักลึกซึ้งและความปรารถนาที่เจ้าของเดิมของร่างกายนี้มีให้แก่มู่หรงอี่ซยวน

 

ผู้กล่าวคำมั่นยังคงอยู่ที่นี่ ทุกถ้อยคำยังคงแจ่มชัดดุจเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ทว่าหญิงสาวในดวงใจของเขากลับมิได้อยู่ในภพภูมินี้แล้ว…..

 

หัวใจของมู่หรงอี่ซยวนบีบแน่น นัยน์ตาอันลึกล้ำของเขามองไปที่ดวงตาที่หลุบต่ำนั้น พยายามที่จะหาร่องรอยความเปลี่ยนแปลงใดๆ บนสีหน้านาง

 

“ในเดือนสาม เมื่อดอกท้อในอารามดอกท้อบาน ข้าจะพาน้องสาวของข้าไปชมมันเอง ไม่จำเป็นต้องให้เจ้ามากล่าวเตือน”

กวนซีหลินพูดห้วนๆ อย่างตรงไปตรงมา จูงเฟิ่งจิ่วไว้และเดินก้าวใหญ่ออกมาจากที่นั่น ปากพร่ำบ่นขณะที่เดินไป “น้องอย่าไปยุ่งกับเจ้าหนุ่มหน้าสวยนี่เลย มองแว่บเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นพวกเสือผู้หญิงชัดๆ ข้าพนันได้ว่าเขาคงอยากให้สาวสวยทุกคนมาแบ่งบานอยู่รอบๆ เขา”

 

“พรืด!”

 

เมื่อได้ยินคำพูดของกวนซีหลิน เฟิ่งจิ่วก็กลั้นไม่อยู่และหัวเราะออกมาดังลั่น นางหันไปมองข้างหลังแว่บหนึ่ง แววตาเปล่งประกายยิ้มแย้มอย่างเจิดจ้า….

 

 

จบบทที่ ตอนที่ 57 มองกลับไปพร้อมรอยยิ้ม

คัดลอกลิงก์แล้ว