เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 55 คนงามเพราะแต่ง !

ตอนที่ 55 คนงามเพราะแต่ง !

ตอนที่ 55 คนงามเพราะแต่ง !


 

 

แปลโดย : Roping

 

– – – – – – – – – – – –

 

“อือ ได้สิ แต่ยังไงตอนนี้อย่างแรกคือต้องออกจากป่านี่ก่อนแล้วค่อยว่ากัน” ในสถานการณ์ตอนนี้ นางจะไปที่ไหนก็มีค่าเท่ากัน

 

ดังนั้นพวกเขาจึงออกเดินทางในทันที และตรงไปที่เมืองรุกขศิลา

 

สองวันต่อมา ณ เมืองรุกขศิลา

 

เสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่งของกวนซีหลินยังคงเปรอะไปด้วยเลือด ใบหน้าที่เรียกได้ว่าดูดีของเขาเปื้อนไปด้วยดินและคราบสกปรก เสริมด้วยแขนของเขาที่ใหญ่โตและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ เขาจึงดูเหมือนคนเถื่อนในทุกกระเบียดนิ้ว

 

ทางด้านเฟิ่งจิ่ว เสื้อขาวที่นางใส่อยู่กลายเป็นสีเทา และใบหน้าก็ปกคลุมไปด้วยยาสมุนไพร ตัวของนางเต็มไปด้วยฝุ่นและดิน ดูไม่ต่างจากขอทานสกปรก

 

คนทั้งสองเดินเข้าไปในเมืองรุกขศิลา และแน่นอนว่าเป็นที่ดึงดูดสายตาเหยียดหยามจากคนที่พบเห็น แม้แต่คนที่เดินผ่านมายังพยายามเลี่ยงออกไปให้ห่างที่สุดเท่าที่พวกเขาจะทำได้ ด้วยเกรงว่าจะต้องไปข้องเกี่ยวด้วย

 

“บรรยากาศในเมืองนี่ผิดกันจริงๆ !” เฟิ่งจิ่วเปล่งเสียงออกมาขณะที่สูดหายใจเข้าลึกๆ ทำให้นางได้กลิ่นหอมหวลของอาหารนานาชนิดภายในเมืองที่ฟุ้งอยู่ในอากาศ

 

“จิ่วน้อย ก่อนอื่นเราต้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากันก่อน ไม่อย่างนั้นโรงเตี๊ยมหรือที่ไหนๆ ก็คงไม่ยอมให้เราเข้า” กวนซีหลินกล่าวพลางจับเสื้อผ้าขาดๆที่ห้อยอยู่บนร่าง

 

“อืมม ไหนดูซิว่ามีร้านไหนขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปอยู่แถวนี้บ้าง” นางกล่าวพลางมองไปรอบๆ นัยน์ตาของนางหยุดลงตรงจุดหนึ่งที่ห่างออกไป นางดึงกวนซีหลินให้เดินไปทางนั้นทันที “ตรงนั้น มีร้านนึงอยู่ตรงนั้น”

 

“เดี๋ยว เดี๋ยว เดี๋ยว เดี๋ยว” เขารั้งนางไว้ให้หยุดอย่างร้อนรน ก่อนจะถามเบาๆว่า “จิ่วน้อย เรามีเงินหรือ? ถ้าไม่มีเงินแล้วเราจะซื้อเสื้อผ้าได้ยังไง?”

 

ได้ยินกวนซีหลินพูดเช่นนั้น นางก็กลอกตาและเอ่ยว่า “ทำไมข้าจะไม่มีเงิน ข้ามีน่าไม่ต้องห่วง” หลังพูดจบนางก็เขย่าถุงเล็กๆที่เอวให้ดู และพูดต่อว่า “มาเถอะ! ไม่ต้องพูดถึงแค่ชุดเดียว จะซื้อซักสิบชุดก็ยังไม่มีปัญหา”

 

เมื่อได้ยินว่านางมีเงิน กวนซีหลินจึงยิ้มออกและทั้งสองก็เดินเข้าสู่ร้านเสื้อผ้าไปด้วยกัน

 

“พี่ ลองนี่ดู! น่าจะเหมาะนะ”  นางหยิบเอาชุดคลุมสีดำสนิทที่ดูคุณภาพดีมาให้เขาลองใส่ดู

 

“ได้สิ เดี๋ยวข้าจะลองดูนะ”

 

เขาไม่คัดค้านและหยิบชุดเข้าไปลองข้างใน ผ่านไปชั่วครู่เขาก็ออกมาหลังจากเปลี่ยนชุดเสร็จ และเห็นเฟิ่งจิ่วกำลังเลือกชุดผู้ชายให้ตัวนางเอง ทำให้เขาพูดว่า “จิ่วน้อย ทำไมเจ้าเลือกชุดผู้ชายเล่า? เราเข้าเมืองแล้วและเจ้าก็ไม่ต้องแต่งตัวเป็นผู้ชายอีกต่อไปแล้ว เจ้าใส่ชุดกระโปรงสิ สตรีควรจะใส่กระโปรง มันจะช่วยเสริมให้พวกนางน่ารักยิ่งขึ้น”

 

เพราะในอดีตที่บ้านกับครอบครัวของเขา สตรีทั้งหมดล้วนนิยมใส่ชุดกระโปรงและทุกครั้งที่พวกนางไปเลือกซื้อก็ล้วนได้มาเพิ่มครั้งละไม่ต่ำกว่าสิบชุด

 

นั่นทำให้เขาคิดว่าน้องสาวของเขาควรจะใส่ชุดกระโปรงสวยๆ ไม่ใช่ทำตัวให้เหมือนขอทานอยู่ตลอด

 

“ชุดผู้ชายมันสะดวกดี”

 

ขณะที่ตอบ นางก็เพิ่งจะยื่นชุดหลายชุดให้กับเจ้าของร้าน และพบว่าตัวเองถูกลากไปที่ฝั่งเสื้อผ้าสตรี ซึ่งกวนซีหลินเอ่ยเรียกเจ้าของร้าน “มานี่ที เอาอันนี้ อันนั้น แล้วก็อันนู้นให้น้องสาวข้าหน่อย”

 

เมื่อเห็นแบบนั้นเฟิ่งจิ่วก็ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี แต่ก็คิดไปคิดมานางก็ยอมแพ้ ตอนนี้พวกเขาอยู่ในเมือง และนางก็ไม่จำเป็นต้องแต่งตัวแบบขอทานแล้ว เพราะงั้นกลับไปใส่ชุดผู้หญิงสักหน่อยจะไปเสียหายอะไร?

 

“ชุดพวกนั้นน่ะ เอาเป็นสีแดงนะ!” นางเอ่ยขึ้นกับเจ้าของร้านที่ยืนอยู่ข้างๆ ในฉับพลัน

 

“ได้ขอรับ ได้ขอรับ” เจ้าของร้านไม่ทันสังเกตว่าขอทานน้อยนั้นแท้จริงแล้วเป็นผู้หญิง ทว่าเขาก็รีบไปหยิบชุดสีแดงมาให้

 

“เจ้ามีผ้าคลุมหน้าไหม? เอาผ้าคลุมหน้าสีแดงมาให้ข้าสักสองสามผืน” ขณะที่สั่งกับเจ้าของร้าน นางก็หยิบเอาชุดมาให้กวนซีหลินอีกนิดหน่อยก่อนจะล้วงเอาเงินออกมาและกล่าวว่า “คิดเงิน”

 

“จิ่วน้อย เจ้าไม่เปลี่ยนชุดงั้นหรือ?”

 

นางยิ้มและกล่าวว่า “ชุดที่ข้าใส่อยู่ไม่ได้ขาดรุ่งริ่งเหมือนอย่างของเจ้า มันแค่สกปรกเท่านั้น เมื่อเราหาที่พักได้ ข้าจะอาบน้ำก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนมาใส่พวกมัน ไม่อย่างนั้นข้าก็คงรู้สึกอึดอัดเปล่าๆที่ใส่ชุดใหม่ตอนนี้”

 

“นั่นก็จริง” กวนซีหลินพยักหน้า แล้วพวกเขาก็เริ่มออกเดินหาโรงเตี๊ยม

 

“จิ่วน้อย เจ้าเข้าไปอาบก่อนเลย พี่ชายเจ้าจะช่วยเฝ้าประตูให้เอง” ที่นอกห้อง กวนซีหลินยืนปักหลักอยู่ที่หน้าประตูห้องนาง ด้วยตั้งใจที่จะยืนเฝ้าให้เพื่อคุ้มกันนาง

 

เมื่อเห็นเขาปักหลักหน้าประตูเช่นนั้น นางก็กลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่และกล่าวว่า “ไม่ต้องเลย นี่ในโรงเตี๊ยมนะ ข้าแค่ปิดประตูก็พอไม่ต้องให้เจ้ามาเฝ้าให้ เจ้าเองก็ไปอาบน้ำด้วย! ข้าหิวมากแล้ว! หลังอาบน้ำเสร็จเราจะไปหาอะไรกินกันทันที” ขณะที่พูด นางก็ดันกวนซีหลินเข้าไปในห้องของเขาที่อยู่ติดกัน

 

เมื่อได้ยินเฟิ่งจิ่วบอกว่านางหิว กวนซีหลินจึงไม่มีทางเลือกนอกจากยอมทำตาม “ก็ได้ อย่าลืมปิดประตูนะ ข้าจะรอเจ้าอยู่ข้างนอกนี่หลังข้าอาบเสร็จ”

 

“อืม” นางรับคำอย่างรวดเร็วก่อนจะหันกลับเข้าไปในห้องของตนและปิดประตูแน่น ก่อนที่จะก้าวเข้าไปที่พื้นที่อาบน้ำที่มีอ่างน้ำร้อนเตรียมไว้รออยู่

 

อาจเพราะว่าเป็นครั้งแรกที่เขาได้เป็นพี่ของใครซักคน กวนซีหลินจึงปกป้องเฟิ่งจิ่วอย่างมาก ยิ่งหลังจากที่รู้ว่านางเป็นผู้หญิงก็ยิ่งไปกันใหญ่ เขารีบอาบน้ำแต่งตัวและก้าวออกมายืนเฝ้าหน้าประตูห้องของเฟิ่งจิ่วในทันที ซึ่งเป็นที่ดึงดูดสายตาสงสัยใครรู้จากเหล่าแขกคนอื่นที่ผ่านไปมา

 

เฟิ่งจิ่วใช้เวลาอาบน้ำไปไม่น้อย เกือบครึ่งชั่วยามกว่าที่ประตูห้องจะเปิดออกมาอีกครั้ง

 

กวนซีหลินได้ยินเสียงประตูเปิดจากข้างหลัง และเมื่อเขาหันไปมองข้างในดวงตาของเขาก็เบิกกว้างมากๆ อย่างไม่ได้ตั้งใจ ความตื่นตะลึงและกังขาปรากฏให้เห็นบนใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน

 

“จะ… จิ่วน้อย?”

 

“อืม” เฟิ่งจิ่วตอบกลับ ใต้ผ้าคลุมหน้าสีแดงสดนั้น มุมของริมฝีปากนางขยับขึ้นแบ่งบานเป็นรอยยิ้มอันงดงาม

 

ถึงใบหน้าจะถูกทำให้เสียโฉม เรือนร่างของนางก็ยังมีเสน่ห์อย่างมาก ส่วนโค้งเว้างดงามเข้ากันกับชุดสีแดงสดได้ดียิ่ง ราวกับดวงตะวันยามบ่ายที่เฉิดฉาย งดงามจนแทบไม่อาจจ้องมองตรงๆได้

 

ผ้าคลุมสีแดงที่ซ่อนเร้นใบหน้านั้นทำให้ให้เกิดความรู้สึกที่ดูลึกลับและน่าค้นหา ทำให้ผู้คนกระหายที่จะได้ยลโฉมอันงดงามที่ซ่อนอยู่ ทว่าก็ไม่อาจมองทะลุผืนผ้าไปได้

 

ด้วยการแต่งกายในเสื้อผ้าสีแดงสดทั้งชุด นางช่างดูมีเสน่ห์และน่าหลงใหล และในขณะเดียวกันก็ดูดุดันและดึงดูดสายตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตัวนางแผ่รังสีเย็นชาและหยิ่งทะนงออกมาดุจดั่งดอกบ๊วยแดงที่แบ่งบานท่ามกลางหิมะ แตกต่างกับจริตอันเอียงอายและอ่อนโยนของเหล่าสตรีที่ถูกอบรมสั่งสอนมา ทว่าด้วยบรรยากาศอันสูงส่งนั้นทำให้ดุจว่านางนั้นเกิดมาเพื่อปกครองและมีอำนาจเหนือผู้อื่น

 

เมื่อเห็นโฉมงามในชุดแดงตรงหน้า กวนซีหลินก็พูดไม่ออกเป็นเวลานาน ในหัวคิดได้เพียงว่าน้องสาวของเขาช่างงดงามอย่างไม่น่าเชื่อ……

 

ผมนุ่มๆที่ดูงดงามของนางถูกจัดแต่งไว้ข้างหลัง เพียงแค่มัดหลวมๆด้วยแถบผ้าไหมสีแดง ปอยผมตกห้อยลงมาที่ข้างใบหน้ายิ่งเพิ่มความเย้ายวนและชวนให้ลุ่มหลง นัยน์ตางดงามเหนือผ้าคลุมหน้านั้นหรี่ลงเล็กน้อยด้วยรอยยิ้ม คิ้วนั้นดูเฉียบคมและชัดเจน

 

สิ่งที่เห็นทำให้เขาไม่อาจหาจุดเชื่อมโยงระหว่างนางกับขอทานสกปรกในความทรงจำได้เลยแม้แต่น้อย

 

“จิ่วน้อย เจ้างดงามมากจริงๆ แม้แต่เทพธิดาก็ยังไม่งดงามเท่าเจ้า ฮะ ฮะ…..”

 

ริมฝีปากของเขายิ้มอย่างโง่งม และเมื่อนึกไปว่าหญิงงามถึงขนาดนี้เป็นน้องสาวของเขา หัวใจของก็เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

 

“ไปกันเถอะ!” นางกล่าวพร้อมหัวเราะน้อยๆขณะที่ก้าวลงบันได การแต่งกายในชุดผู้หญิงทำให้นางค่อนข้างอารมณ์ดีทีเดียว

 

“โอ้ ได้เลย”

 

เขารีบตามไปและดูเหมือนกำลังครุ่นคิดถึงบางสิ่งจึงหันหน้าไปมองรอบๆ  ดังคาด เขาเห็นผู้ชายทั้งหมดในชั้นล่างจ้องมองมาที่น้องสาวของเขาอย่างตื่นตะลึง

 

เมื่อเห็นดังนั้น นอกจากความภูมิใจที่อยู่เต็มอกแล้ว เขาก็สาบานกับตัวเองเงียบๆ ว่าเขาจะต้องหาวิธีกำจัดรอยแผลบนใบหน้าของจิ่วน้อยให้จงได้

 

กระทั่งทั้งคู่ออกไปจากโรงเตี๊ยม เหล่าชายหนุ่มข้างในจึงค่อยได้สติกลับมา

 

“งดงามยิ่งนัก…… สตรีผู้นั้นเป็นใครกัน? ไยหญิงสาวที่งดงามจนน่าตื่นตะลึงถึงเพียงนี้จึงได้มาที่เมืองของเรา?”

 

ขณะเดียวกันที่ร้านอาหารตรงข้ามกับโรงเตี๊ยม เมื่อมู่หรงอี่ซยวนที่ยืนอยู่ริมหน้าต่างเห็นร่างในชุดแดงผ่านไป แววตาของเขาพลันเต็มไปด้วยความฉงนใจ

เหตุใดเงาร่างด้านหลังของคนผู้นั้นจึงได้ให้ความรู้สึกคุ้นเคยถึงเพียงนี้?

– – – – – – – – – – – –

– – – – – – – – – – – –

*เมืองรุกขศิลา (石林镇)

石= หิน,ศิลา 林=ป่า,รุกข์  镇=เมือง

ดอกบ๊วยแดงท่ามกลางหิมะ(雪中红梅)

 

 

จบบทที่ ตอนที่ 55 คนงามเพราะแต่ง !

คัดลอกลิงก์แล้ว