เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 50 ความบังเอิญครั้งที่สามนับเป็นชะตาลิขิต !

ตอนที่ 50 ความบังเอิญครั้งที่สามนับเป็นชะตาลิขิต !

ตอนที่ 50 ความบังเอิญครั้งที่สามนับเป็นชะตาลิขิต !


 

เมื่อได้ยินหงส์ไฟน้อยพูดดังนั้น นัยน์ตาของเฟิ่งจิ่วก็เต็มไปด้วยความปิติ นางยื่นมือไปหยิกแก้มน้อยๆสีชมพูนั่นและกล่าวว่า “ไม่ใช่ว่าเจ้าพร่ำบอกอยู่เสมองั้นรึว่ารังเกียจข้ามากแค่ไหนน่ะ?”

 

“แน่นอนว่าตัวข้าผู้สูงส่งยังรังเกียจเจ้าอยู่ ทว่าอย่างไรซะเจ้าก็เป็นคนของข้า การที่ข้ารังแกเจ้านั้นไม่เป็นปัญหาอันใด ทว่าข้าจะไม่ยอมให้ผู้อื่นมาทำเช่นนั้น”

 

“ด้วยร่างกายเล็กกระจ้อยนี่น่ะรึ?” นางเลิกคิ้วขึ้นและหัวเราะเบาๆ “ข้าว่าแค่ผลักเบาๆเจ้าก็ร่วงแล้ว”

 

ด้วยสัมผัสได้ถึงข้อกังขาในพลังของเขา หงส์ไฟน้อยจึงยืนขึ้นในฉับพลันและประกาศกร้าว

“ตัวข้าผู้สูงส่งนั้นคือหงส์ไฟ เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์โบราณ! แม้ว่าขณะนี้จะยังเป็นทารก ทว่าข้านั้นได้รับสืบทอดพลังของเหล่าบรรพบุรุษและอำนาจอันยิ่งใหญ่!”

“ได้ ได้ ได้ งั้นบอกข้าทีว่าตอนนี้เจ้าทำอะไรได้บ้าง?” นางพูดกลั้วหัวเราะและถามอย่างไม่จริงจัง

 

ยังไงซะเขาก็เป็นแค่เด็กที่ดูเหมือนหนูน้อยอายุราวๆสามขวบ จะแข็งแกร่งได้ซักแค่ไหนกัน?

 

“อย่าได้ตัดสินตัวข้าผู้สูงส่งจากรูปลักษณ์ภายนอกที่เป็นเด็ก ข้านั้นทรงพลังเทียบเท่ากับผู้ฝึกพลังขั้นกำเนิดวิญญาณ หากมิใช่ว่าจิตสำนึกของชายผู้นั้นพันธนาการข้าไว้ตอนอยู่ที่วังลับใต้บาดาลนั่น กะอีแค่อาคมกั้นเขตแดนแท้จริงแล้วไม่อาจหยุดตัวข้าผู้สูงส่งไว้ได้แต่อย่างใด”

 

ร่างเล็กๆนั้นยืดตัวตรงเชิดคางขึ้น พยายามยิ่งที่จะส่งสายตาสื่อความว่า ‘ข้าน่ะ ทรงพลังสุดๆ’ ไปหาเฟิ่งจิ่ว ซึ่งทำให้นางไม่อาจระงับมุมปากให้ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มได้ นางมองเขาด้วยสายตาเอ็นดูพลางเล่นตามน้ำไป

 

“แท้จริงแล้วเจ้านั้นทรงพลังมากหรอกรึ!?”

 

“แน่นอน!” เขาดูภาคภูมิใจในตัวเองอย่างมาก นัยน์ตาของเขาลุกโชนไปด้วยจิตวิญญาณ

 

“แต่ไม่ว่าเจ้าจะทรงพลังขนาดไหน เจ้าก็ยังเป็นสัตว์ใต้พันธสัญญาของข้า และข้าก็เป็นนายของเจ้าอยู่ดี”

 

นางพูดด้วยแววตายิ้มแย้ม เอ่ยเตือนถึงข้อเท็จจริงที่เจ้าหนูน้อยอยากลืมใจจะขาด ดังคาดนางเห็นร่างเล็กๆนั้นห่อเหี่ยวลงในทันใด ขณะที่เขาหันมามองนางด้วยสายตาโศกเศร้าและสิ้นหวัง

 

“จริงด้วย! เจ้าอยากเข้าไปอยู่ในแหวนมิติไหม? หาไม่แล้ว หากจู่ๆมีเด็กเล็กอย่างเจ้าปรากฏตัวขึ้นในป่าเก้าวงกต เจ้าคงเป็นที่ดึงดูดความสนใจเป็นแน่ หากเหล่าผู้ฝึกวิชาพวกนั้นพบว่าเจ้าคือหงส์ไฟน้อยพวกเราคงได้เจอปัญหาใหญ่”

 

อาจารย์ของนางบอกไว้ตอนที่กำลังจะส่งทั้งคู่มาที่นี่ว่า เมื่อออกมาจากสุสานศาสตราแล้ว พวกเขาจะกลับไปโผล่ที่ป่าเก้าวงกต เนื่องจากว่าพวกเขาอยู่ที่ใต้ดินของป่าเก้าวงกต อาจารย์สามารถส่งพวกเขาออกไปจากใต้ดินได้ ทว่าไม่อาจส่งออกไปนอกป่าเก้าวงกต

 

ตอนแรกหงส์ไฟน้อยนั้นอยากจะปฏิเสธ ทว่าเมื่อได้ยินประโยคสุดท้าย เขาก็พยักหน้าแม้ว่าจะไม่เต็มใจนัก เนื่องจากนางนั้นอ่อนแออย่างยิ่ง แม้ว่าเขาจะแข็งแกร่ง ทว่าการดึงดูดความสนใจมาที่พวกเขานั้นย่อมไม่ใช่เรื่องดี

 

“น่ารักจริงๆเลย”

 

หลังจากเห็นเขาพยักหน้า เฟิ่งจิ่วก็อุ้มหงส์ไฟน้อยขึ้นมาหอมเขาหนึ่งฟอดและเห็นใบหน้าเล็กๆ นั้นกลายเป็นสีแดงก่ำในทันที ปฏิกิริยาตอบรับที่ดูเขินอายนั้นทำให้นางหัวเราะออกมาดังลั่น

 

เฟิ่งจิ่วเปิดมิติของแหวน ซึ่งหงส์ไฟน้อยก็รีบเข้าไปในทันที

 

หลังผ่านไปสามชั่วยาม เสาของกระแสพลังที่หมุนวนก็ปรากฏขึ้น มันส่งเสียงฟุ่บ และแล้วนางก็ถูกดูดเข้าไป...

 

“หืม? ที่นี่ที่ไหนกัน?”

 

นางมองไปรอบๆบริเวณที่นางเพิ่งจะมาถึง ดูเหมือนว่ายังคงอยู่ในป่าเก้าวงกต ทว่ากลับไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆอยู่บริเวณนั้น ไม่พบแม้แต่สัตว์ป่าสักตัว ทุกสิ่งดูเงียบสงัดและน่าขนลุก

 

อีกอย่าง มันเป็นยามค่ำคืนแล้ว

 

“บรื๋ออ! หนาวเป็นบ้า” นางถูแขนของตัวเองพลางคิดในใจ [เจ้าทึ่มกวนซีหลินนั่นจะยังรอข้าอยู่รึเปล่ากันนะ?]

 

หลังจากเดินไปได้ระยะหนึ่ง นางก็พลันได้ยินเสียงของการต่อสู้

 

[การต่อสู้?]

 

แววตาของนางเต็มไปด้วยความฉงน นางรีบซ่อนตัวตนในทันทีขณะที่เดินเข้าไปหาเสียงเหล่านั้น

 

เมื่อไปถึง นางซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ใหญ่และยื่นหัวออกมาเล็กน้อยเพื่อสังเกตการณ์ เมื่อเห็นเงาร่างอันคุ้นเคย นางก็ตัวแข็งทื่อโดยไม่ตั้งใจ และกระพริบตาเพื่อดูให้แน่ใจอีกครั้ง

 

[ลุงคนนั้น? นั่นเขาอีกแล้วเหรอ?]

 

เมื่อรวมกับสองครั้งก่อน ที่นางพบเขาครั้งนี้อีก ทั้งหมดรวมเป็นสามครั้ง! ดังที่ภาษิตโบราณว่าไว้ความบังเอิญครั้งที่สามนั้นมิใช่ความบังเอิญแต่เป็นโชคชะตา เช่นนั้นคงเป็นชะตาลิขิตเป็นแน่ เพราะในเวลาสั้นๆ แค่ไม่กี่วันพวกเขาก็เจอกันถึงสามครา

 

ทว่า เหตุใดจึงดูเหมือนว่าเขามีบางอย่างผิดปกติกัน?

จบบทที่ ตอนที่ 50 ความบังเอิญครั้งที่สามนับเป็นชะตาลิขิต !

คัดลอกลิงก์แล้ว