เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 215 โอรสสวรรค์คนใดกัน (ยาว)

บทที่ 215 โอรสสวรรค์คนใดกัน (ยาว)

บทที่ 215 โอรสสวรรค์คนใดกัน (ยาว)


ยามนี้เป็นฤดูหนาว ท้องฟ้ามืดมิด ลมหนาวพัดกรรโชกเย็นถึงกระดูก โม่หยางเดินฝ่าความหนาวอยู่ในเงามืด ลำตัวของเขาแผ่รัศมีบางเบารอบกาย เป็นพลังปราณป้องกันที่แผ่ออกเองโดยธรรมชาติ เขาเดินไปอย่างเงียบงัน

เขาอาศัยม้วนอักษรก้าว เร่งเร้าพลังและเคลื่อนที่ผ่านเข้าไปในแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียนได้อย่างคล่องแคล่ว และทันทีที่เข้าสู่เขตใน เขาก็ระงับปราณทั้งหมดในกาย กลายเป็นเงาสลัวที่ไร้ซึ่งเสียง ราวกับภูตผี มุ่งหน้าไปยังยอดเขาธิดาศักดิ์สิทธิ์

แต่เมื่อมาถึงตีนเขา โม่หยางกลับต้องขมวดคิ้วเคร่งเครียด เขาไม่สามารถขึ้นเขาได้!

ยอดเขาธิดาศักดิ์สิทธิ์ทั้งลูกถูกพลังบางอย่างครอบคลุมไว้ ราวกับม่านพลังขนาดใหญ่ปิดกั้นทั้งยอดเขา มองจากภายนอกเหมือนหมอกขาวปกคลุม แต่อันที่จริงคือค่ายกลเร้นลับที่ต้องเข้าใกล้มากจึงจะตรวจพบ

“เปิดค่ายกลทั้งภูเขา... หวาดระแวงธิดาศักดิ์สิทธิ์จะหนี หรือกลัวข้าจะขึ้นไปกันแน่?” โม่หยางแค่นเสียง สีหน้าเย็นชา

เขาทดลองหลายวิธี แม้กระทั่งลงมือวาดค่ายกลส่งตัว ก็ไม่สามารถทะลุม่านพลังนั้นได้แม้แต่น้อย เขาถูกกันไว้นอกเขาโดยสิ้นเชิง

เขาไม่กล้าลองใช้พลังโจมตีบุกฝ่า เพราะหากมีความเคลื่อนไหวใดๆ ที่รุนแรง จะต้องถูกรับรู้จากผู้แข็งแกร่งในแดนศักดิ์สิทธิ์ทันที และนั่นย่อมทำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น

เขาเงยหน้ามองยอดเขาที่อยู่ไกลลิบ ด้วยสายตาอันเฉียบคมเขาเห็นเพียงหมอกขาวสลัว ยอดเขาแม้ไม่สูงชันนัก แต่กลับถูกปิดตายด้วยอาคมทั่วทั้งลูก ต่อให้เขามีวิชาร้อยพันอย่าง คงยากที่จะทะลวงเข้าไป

เขาบังคับใช้ดวงตาซ้ายทะลวงม่านหมอก แล้วมองเห็นต้นไม้จักรพรรดิบนยอดเขา มองเห็นเรือนเล็กหลังหนึ่งอย่างลางเลือน แต่แม้จะใช้ดวงตานั้น กลับไม่อาจมองทะลุเข้าไปในเขตเรือนเล็กได้ เพราะมีม่านพลังอีกชั้นครอบอยู่

“พวกเจ้าดีที่สุดอย่าบีบข้าให้จนตรอก ไม่อย่างนั้น... อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ ข้าจะขุดต้นไม้จักรพรรดิของพวกเจ้าทิ้งเสียเลย!”

โม่หยางพึมพำเย็นชา ไม่มีทางขึ้นไปได้ ที่นี่ก็ไม่อาจอยู่ต่อ เขาจึงตัดสินใจหันหลังกลับ

แต่สิ่งที่โม่หยางไม่รู้เลยก็คือ เขาถูกจับตามองอยู่ตลอดเวลานับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่แดนศักดิ์สิทธิ์

ณ สถานที่ต้องห้ามแห่งหนึ่งในแดนศักดิ์สิทธิ์ บนภูเขาที่ลอยอยู่กลางเวหา เงาร่างชายชราร่างหนึ่งนั่งนิ่งอยู่บนแท่นหิน เงียบงันดั่งรูปสลัก ทว่าดวงตาเหี่ยวย่นกลับยังเปิดอยู่ จับจ้องไปยังทิศทางของยอดเขาธิดาศักดิ์สิทธิ์

ทุกกิริยาอาการของโม่หยาง ตั้งแต่ย่างเท้าเข้าสู่แดนศักดิ์สิทธิ์ จนถึงขณะเงยหน้าพูดเย็นชาที่ตีนเขา ล้วนตกอยู่ในสายตาของผู้อาวุโสผู้นี้

คนผู้นี้โม่หยางเคยพบมาก่อน นามว่าผู้อาวุโสอู่จ้าน หนึ่งในผู้อาวุโสสูงสุดของแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียน บุคคลผู้เต็มไปด้วยตำนานเล่าขาน ว่ากันว่าสองพันปีก่อนเขาได้เข้าสู่ขั้นเซียนยุทธ์แล้ว และไม่มีผู้ใดรู้ว่าขณะนี้เขาบรรลุถึงระดับใดแล้วกันแน่

ใบหน้าชราของเขาไร้อารมณ์ เมื่อมองเห็นโม่หยางหันหลังกลับ เขาก็พึมพำกับตัวเองว่า

“เปิดตำหนักวิญญาณตั้งแต่ขั้นจ้าวยุทธ์... แม้กระทั่งในขั้นราชันยุทธ์ก็ยังเปิดได้อีกหนึ่งตำหนัก นับว่าน่าทึ่งจริงๆ...”

“ชะตาที่ไม่อาจคาดเดา ย่อมเป็นตัวแปร ไม่รู้เป็นมงคลหรือหายนะ ข้าไม่อยากแปดเปื้อนวาสนา แต่ก็ไม่อาจให้แดนศักดิ์สิทธิ์ตกอยู่ในความเสี่ยง... ตัดทุกสายสัมพันธ์กับเจ้าเสีย อาจเป็นทางออกที่ดีที่สุด”

กล่าวจบ เขาก็ปิดตาลงอีกครั้ง กลับคืนสู่สภาพสงบเงียบดั่งหินผา

วันเวลาค่อยๆ เคลื่อนไป ในเมืองเสวียนเทียนยิ่งทวีความคึกคัก เหล่าผู้ฝึกตนจากทั่วแคว้นหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย เหลือเวลาเพียงสามวัน ก่อนพิธีแต่งงานจะมาถึง

วันหนึ่ง โม่หยางยืนอยู่ริมหน้าต่าง มองลงไปยังถนนที่เต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน และในท่ามกลางฝูงชน เขาก็เหลือบเห็นร่างหนึ่งที่คุ้นตา

ราวกับอีกฝ่ายรับรู้ได้ หรืออาจเป็นเพียงบังเอิญ นางก็เงยหน้าขึ้นมองมาทางเขาพอดี

โม่หยางรีบดึงตัวกลับ ปิดหน้าต่างทันใด ในใจเต้นตึกตักราวกับคนทำความผิดแล้วถูกจับได้

“เจอนางอีกแล้ว... เป็นผีตามหลอกตามหลอนหรือไง!” โม่หยางสบถในใจอย่างหงุดหงิด

คนที่เขาเห็นไม่ใช่ใครอื่น หากแต่คือหญิงสาวปริศนาที่เขาเคยพบในร้านน้ำชาเมื่อวันก่อน ตอนนี้โม่หยางยิ่งมั่นใจว่านางดวงตามีปัญหาแน่ๆ!

“เจ้าหนู เป็นอะไร?” เสียงของเจ้าหมาน้อยดังขึ้นอย่างสงสัย

“ไม่มีอะไร...” โม่หยางส่ายหน้า

แต่ไม่นานนัก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น โม่หยางขมวดคิ้วลังเลเล็กน้อย แต่ก็เดินไปเปิดประตู ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าแสนสดใสร่าเริงของหญิงสาวผู้นั้น!

โม่หยางถึงกับตะลึง นางตามมาถึงโรงเตี๊ยมได้อย่างไร!?

“ท่านลุง~” หญิงสาวเอ่ยด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

โม่หยางมั่นใจทันที ว่านางมองเห็นใบหน้าจริงของเขาในวันนั้นแน่นอน เพราะครั้งนี้เขาไม่ได้ใช้ม้วนอักษรแปรเปลี่ยนใบหน้าเลย แต่นางกลับจำเขาได้ทันที แถมยังไม่แสดงสีหน้าตกใจใดๆ

“แม่นาง ข้าไม่รู้จักท่าน ท่านคงจำคนผิดแล้ว!” โม่หยางตอบกลับอย่างเย็นชา พร้อมจะปิดประตู

แต่เสียงของหญิงสาวก็เล็ดลอดเข้ามาในห้องพอดี

“เฮ้ยเจ้าหนู นั่นเสียงผู้หญิงไม่ใช่หรือ?” เจ้าหมาน้อยโผล่หัวออกมาอย่างอยากรู้อยากเห็น

“เฮ้ยเฮ้ย… ช่างเป็นสาวน้อยผิวพรรณดีจริงๆ!” ทันทีที่เห็นใบหน้าของหญิงสาว เจ้าหมาน้อยก็เผยนิสัยเดิมออกมาทันที เคลิ้มไปกับความงามของนาง พร้อมทั้งทำท่าจะเริ่มวิจารณ์ตั้งแต่หัวจรดเท้า…

หญิงสาวมองเจ้าหมาน้อยด้วยแววตาอยากรู้อยากเห็น ใบหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้ม “น่ารักจัง เจ้าหมาน้อย~”

เจ้าหมาน้อยถึงกับยืนอึ้ง ราวกับจะกระอักเลือด มันอายุไม่รู้กี่พันปีมาแล้ว แต่กลับโดนเรียกว่าน่ารัก โดยเด็กสาวอายุไม่ถึงยี่สิบปี!

ใบหน้าโง่งมของเจ้าหมาน้อยเรียกเสียงหัวเราะจากหญิงสาว ทำเอาโม่หยางเกือบหลุดปาก 'ยัยเด็กสาวนี่เป็นปีศาจหรือเปล่าเนี่ย...'

หญิงสาวเหลือบมองเข้าไปในห้อง จากนั้นก็หันมายิ้มหวานให้โม่หยาง “ท่านลุง~ ไม่เชิญข้าเข้าไปนั่งหน่อยหรือ?”

โม่หยาง “……”

เขาได้แต่สาปแช่งอยู่ในใจ ‘อายุเราก็พอๆ กัน จะเรียกลุงทำไมกันเล่าเฮ้ย!!’

“สาวน้อย! เจ้าไม่รู้จักเคารพผู้อาวุโสหรือไง! ระวังเถอะ ข้าจะกลืนเจ้าเข้าไปทั้งตัว!” เจ้าหมาน้อยแสยะเขี้ยวด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราด

หญิงสาวกลับยิ้มหวานและตอบอย่างเรียบเฉยว่า “เจ้าหมาน้อยน่ารักแบบนี้ ต้องอร่อยแน่เลย~”

เจ้าหมาน้อย “............”

มันถึงกับไร้คำพูดครั้งแรกในชีวิต!

โม่หยางหน้าดำครึ้มทันที หญิงสาวผู้นี้เป็นตัวประหลาดแน่นอน!

ก่อนที่โม่หยางจะได้พูดอะไร หญิงสาวก็เดินแทรกตัวเข้าไปในห้องเรียบร้อย

“คุณหนูเจ้าคะ!” สาวใช้รีบตามเข้ามาอย่างลนลาน พร้อมเหลือบมองเจ้าหมาน้อยอย่างหวาดกลัว แล้วรีบก้าวตามนายตนเข้ามาในห้อง

โม่หยางถอนหายใจอย่างจนใจ หากรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ วันนั้นไม่เข้าร้านน้ำชานั่นซะก็ดีแล้ว... น่าจะไปเสี่ยงเซียมซีดูดวงก่อนออกจากห้อง

“เจ้ามีธุระอะไร?” โม่หยางปิดประตูห้อง พลางหันไปมองหญิงสาวที่ตอนนี้นั่งสบายอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่แล้ว

“ไม่ใช่สัญญากันแล้วหรือ? เจอหน้ากันครั้งต่อไปให้เรียกพี่สาว~” หญิงสาวยิ้มหวานเหมือนเดิม

โม่หยาง “……”

“สาวน้อย!” เจ้าหมาน้อยพูดพลางจ้องสาวทั้งสอง

“เข้ามาในรังหมาป่าแบบนี้ ไม่กลัวจะถูกจับกดพื้นแล้วถูไถหรือ? หรือคิดว่าโลกนี้มีแต่สวนดอกไม้สวยงาม?”

“ไอ้หมาลามก! หากพูดจาเหลวไหลอีก ข้าจะจับเจ้าไปต้มซุปเสีย!” หญิงสาวพูดพลางยิ้มหวานจนเจ้าหมาน้อยถึงกับผงะ

มันรู้สึกได้ว่าโม่หยางกับหญิงสาวผู้นี้ต้องรู้จักกัน แต่เพราะไม่แน่ใจ มันจึงยังไม่กล้าลงมือ แต่อย่างไรหญิงสาวคนนี้ก็เป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดอันดับต้นๆ ที่มันเคยพบ

เจ้าหมาน้อยเหล่มองโม่หยาง “เฮ้ยเจ้าหนู ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้ามันไม่ใช่คนดี เจ้าไปให้ท่าสาวที่ไหนมาวะ ถึงกับตามมาถึงโรงเตี๊ยมแบบนี้ ร้ายไม่เบาเลย!”

โม่หยางหน้ามืดทันที ‘ไปให้ท่าอะไรกัน! ข้าโดนเอาเปรียบต่างหาก!!’

เขาสูดลมหายใจ กดความโมโหลง แล้วมองหญิงสาวอีกครั้ง เขาพยายามตรวจจับระดับพลังของอีกฝ่าย แต่แล้วก็ต้องตกตะลึง ด้วยว่าเขาไม่สามารถมองทะลุได้เลย!

โม่หยางไม่กล้าใช้ดวงตาซ้ายเพื่อส่องลึก เพราะไม่อยากเปิดเผยความลับกับคนแปลกหน้าเช่นนาง

“เจ้าตามข้ามาทำไม? เจ้าเป็นใครกันแน่?” โม่หยางกล่าวเสียงเรียบ เย็นเยียบแฝงความระแวดระวัง

“วิชาแปลงโฉมของเจ้าดูน่าสนใจดีนี่~ สอนข้าหน่อยสิ!” หญิงสาวตอบยิ้มๆ อย่างหน้าด้านสุดๆ

เจ้าหมาน้อยเบิกตาโพลง นี่มันหน้าด้านเกินไปแล้ว! วิชาลับบรรพกาลจะขอกันง่ายๆ แบบนี้เลยเรอะ!?

แถมมันยังจำได้ว่าโม่หยางเพิ่งได้วิชานี้มาจากหอจักรพรรดิดาราแท้ๆ นี่เอง

โม่หยางตอบเสียงแข็ง “ไม่ได้ เจ้ากับข้าไม่รู้จักกัน อย่าให้ข้าต้องลงมือโยนเจ้าออกไป”

“อ้อ อยากลงมือหรือ ได้เลย!” หญิงสาวหัวเราะพลางลุกขึ้น

ยังไม่ทันที่โม่หยางจะตั้งตัว หญิงสาวก็พุ่งร่างมาหาเขาอย่างรวดเร็ว มือขาวบางของนางตวัดฟาดเข้าที่อกเขา

แม้ดูเหมือนเป็นเพียงการยื่นมือธรรมดา แต่โม่หยางกลับรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาล เขารีบใช้ม้วนอักษรก้าวหลบออกทันที

แต่หญิงสาวกลับตามติดดั่งเงา ฝ่ามือเรียงเป็นชุดอย่างต่อเนื่อง แม้ไม่มีการสัมผัสโดยตรง แต่แรงกระแทกกลับทำให้โม่หยางปลิวกระเด็นไปชนผนังอย่างแรง

เจ้าหมาน้อยที่เห็นฉากนี้ก็ตะลึง “เวรกรรม!... สาวน้อยอะไรบ้าพลังขนาดนี้!”

โม่หยางรีบเร่งหมุนเวียนพลังในร่าง ขจัดพลังคลั่งที่แทรกเข้าร่างกาย เขาตกใจยิ่งนัก หญิงสาวผู้นี้มีพลังอยู่ที่ขั้นเหนือสามัญระดับห้า!

หญิงสาวอายุเท่านี้ พลังระดับนี้ ย่อมต้องเป็นบุตรแห่งสวรรค์จากขุมอำนาจยิ่งใหญ่แน่นอน!

ยังดีที่นางไม่ได้เอาจริง ไม่เช่นนั้นการโจมตีเมื่อครู่น่าจะทำให้เขาบาดเจ็บสาหัสไปแล้ว

“น้องชาย~ จะสู้ต่อไหม?” หญิงสาวพูดพลางลูบมือเหมือนจะยืดเส้นยืดสาย ใบหน้ายังเต็มไปด้วยรอยยิ้มหวานละไม

โม่หยางถึงกับขนลุกกับรอยยิ้มของนาง ‘ปีศาจ! ปีศาจแน่ๆ!’

“ช่างเถอะ วันนี้พอแค่นี้ก็แล้วกัน~” หญิงสาวพูดพร้อมกางมือออก เผยให้เห็นแหวนเก็บของในมือ

โม่หยางสะดุ้งเฮือก รีบมองมาที่นิ้วของตน… แหวนของเขาหายไปแล้ว!

หญิงสาวหยิบแหวนออกมาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วหยิบเอาเงินหลายปึกกับโอสถธรรมดาไม่กี่ขวดออกมาจากในนั้น

ปล้น!

โม่หยางอึ้งไปทันที เขาถูกโจรสาวปล้นกลางวันแสกๆ!

ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเขาเป็นฝ่ายชิงทรัพย์จากผู้อื่นมาตลอด มีแค่ครั้งเดียวที่โดนปล้นแบบนี้คือจากศิษย์พี่หญิงหก ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่โดนสาวน้อยที่ไหนไม่รู้ปล้นเช่นนี้...

หญิงสาวโยนแหวนคืนให้โม่หยาง จากนั้นหันไปส่งสัญญาณให้สาวใช้แล้วเดินไปยังประตู พอถึงหน้าประตูก็หันมายิ้มหวานอีกครั้ง

“ขอบคุณนะ~ น้องชาย ♥︎” พูดพลางโบกเงินปึกหนึ่งในมือเหมือนจะอวด

“อ้อ แล้วก็ ไม่ต้องเดาว่าข้าเป็นใครหรอก อีกไม่นานเจ้าจะรู้เอง~♥︎”

พูดจบ นางก็หมุนตัวออกไปจากห้องอย่างสง่างาม ทิ้งไว้เพียงความโกลาหลในใจของโม่หยาง…

จบบทที่ บทที่ 215 โอรสสวรรค์คนใดกัน (ยาว)

คัดลอกลิงก์แล้ว