- หน้าแรก
- ราชันบรรพกาล
- บทที่ 215 โอรสสวรรค์คนใดกัน (ยาว)
บทที่ 215 โอรสสวรรค์คนใดกัน (ยาว)
บทที่ 215 โอรสสวรรค์คนใดกัน (ยาว)
ยามนี้เป็นฤดูหนาว ท้องฟ้ามืดมิด ลมหนาวพัดกรรโชกเย็นถึงกระดูก โม่หยางเดินฝ่าความหนาวอยู่ในเงามืด ลำตัวของเขาแผ่รัศมีบางเบารอบกาย เป็นพลังปราณป้องกันที่แผ่ออกเองโดยธรรมชาติ เขาเดินไปอย่างเงียบงัน
เขาอาศัยม้วนอักษรก้าว เร่งเร้าพลังและเคลื่อนที่ผ่านเข้าไปในแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียนได้อย่างคล่องแคล่ว และทันทีที่เข้าสู่เขตใน เขาก็ระงับปราณทั้งหมดในกาย กลายเป็นเงาสลัวที่ไร้ซึ่งเสียง ราวกับภูตผี มุ่งหน้าไปยังยอดเขาธิดาศักดิ์สิทธิ์
แต่เมื่อมาถึงตีนเขา โม่หยางกลับต้องขมวดคิ้วเคร่งเครียด เขาไม่สามารถขึ้นเขาได้!
ยอดเขาธิดาศักดิ์สิทธิ์ทั้งลูกถูกพลังบางอย่างครอบคลุมไว้ ราวกับม่านพลังขนาดใหญ่ปิดกั้นทั้งยอดเขา มองจากภายนอกเหมือนหมอกขาวปกคลุม แต่อันที่จริงคือค่ายกลเร้นลับที่ต้องเข้าใกล้มากจึงจะตรวจพบ
“เปิดค่ายกลทั้งภูเขา... หวาดระแวงธิดาศักดิ์สิทธิ์จะหนี หรือกลัวข้าจะขึ้นไปกันแน่?” โม่หยางแค่นเสียง สีหน้าเย็นชา
เขาทดลองหลายวิธี แม้กระทั่งลงมือวาดค่ายกลส่งตัว ก็ไม่สามารถทะลุม่านพลังนั้นได้แม้แต่น้อย เขาถูกกันไว้นอกเขาโดยสิ้นเชิง
เขาไม่กล้าลองใช้พลังโจมตีบุกฝ่า เพราะหากมีความเคลื่อนไหวใดๆ ที่รุนแรง จะต้องถูกรับรู้จากผู้แข็งแกร่งในแดนศักดิ์สิทธิ์ทันที และนั่นย่อมทำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น
เขาเงยหน้ามองยอดเขาที่อยู่ไกลลิบ ด้วยสายตาอันเฉียบคมเขาเห็นเพียงหมอกขาวสลัว ยอดเขาแม้ไม่สูงชันนัก แต่กลับถูกปิดตายด้วยอาคมทั่วทั้งลูก ต่อให้เขามีวิชาร้อยพันอย่าง คงยากที่จะทะลวงเข้าไป
เขาบังคับใช้ดวงตาซ้ายทะลวงม่านหมอก แล้วมองเห็นต้นไม้จักรพรรดิบนยอดเขา มองเห็นเรือนเล็กหลังหนึ่งอย่างลางเลือน แต่แม้จะใช้ดวงตานั้น กลับไม่อาจมองทะลุเข้าไปในเขตเรือนเล็กได้ เพราะมีม่านพลังอีกชั้นครอบอยู่
“พวกเจ้าดีที่สุดอย่าบีบข้าให้จนตรอก ไม่อย่างนั้น... อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ ข้าจะขุดต้นไม้จักรพรรดิของพวกเจ้าทิ้งเสียเลย!”
โม่หยางพึมพำเย็นชา ไม่มีทางขึ้นไปได้ ที่นี่ก็ไม่อาจอยู่ต่อ เขาจึงตัดสินใจหันหลังกลับ
แต่สิ่งที่โม่หยางไม่รู้เลยก็คือ เขาถูกจับตามองอยู่ตลอดเวลานับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่แดนศักดิ์สิทธิ์
ณ สถานที่ต้องห้ามแห่งหนึ่งในแดนศักดิ์สิทธิ์ บนภูเขาที่ลอยอยู่กลางเวหา เงาร่างชายชราร่างหนึ่งนั่งนิ่งอยู่บนแท่นหิน เงียบงันดั่งรูปสลัก ทว่าดวงตาเหี่ยวย่นกลับยังเปิดอยู่ จับจ้องไปยังทิศทางของยอดเขาธิดาศักดิ์สิทธิ์
ทุกกิริยาอาการของโม่หยาง ตั้งแต่ย่างเท้าเข้าสู่แดนศักดิ์สิทธิ์ จนถึงขณะเงยหน้าพูดเย็นชาที่ตีนเขา ล้วนตกอยู่ในสายตาของผู้อาวุโสผู้นี้
คนผู้นี้โม่หยางเคยพบมาก่อน นามว่าผู้อาวุโสอู่จ้าน หนึ่งในผู้อาวุโสสูงสุดของแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียน บุคคลผู้เต็มไปด้วยตำนานเล่าขาน ว่ากันว่าสองพันปีก่อนเขาได้เข้าสู่ขั้นเซียนยุทธ์แล้ว และไม่มีผู้ใดรู้ว่าขณะนี้เขาบรรลุถึงระดับใดแล้วกันแน่
ใบหน้าชราของเขาไร้อารมณ์ เมื่อมองเห็นโม่หยางหันหลังกลับ เขาก็พึมพำกับตัวเองว่า
“เปิดตำหนักวิญญาณตั้งแต่ขั้นจ้าวยุทธ์... แม้กระทั่งในขั้นราชันยุทธ์ก็ยังเปิดได้อีกหนึ่งตำหนัก นับว่าน่าทึ่งจริงๆ...”
“ชะตาที่ไม่อาจคาดเดา ย่อมเป็นตัวแปร ไม่รู้เป็นมงคลหรือหายนะ ข้าไม่อยากแปดเปื้อนวาสนา แต่ก็ไม่อาจให้แดนศักดิ์สิทธิ์ตกอยู่ในความเสี่ยง... ตัดทุกสายสัมพันธ์กับเจ้าเสีย อาจเป็นทางออกที่ดีที่สุด”
กล่าวจบ เขาก็ปิดตาลงอีกครั้ง กลับคืนสู่สภาพสงบเงียบดั่งหินผา
…
วันเวลาค่อยๆ เคลื่อนไป ในเมืองเสวียนเทียนยิ่งทวีความคึกคัก เหล่าผู้ฝึกตนจากทั่วแคว้นหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย เหลือเวลาเพียงสามวัน ก่อนพิธีแต่งงานจะมาถึง
วันหนึ่ง โม่หยางยืนอยู่ริมหน้าต่าง มองลงไปยังถนนที่เต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน และในท่ามกลางฝูงชน เขาก็เหลือบเห็นร่างหนึ่งที่คุ้นตา
ราวกับอีกฝ่ายรับรู้ได้ หรืออาจเป็นเพียงบังเอิญ นางก็เงยหน้าขึ้นมองมาทางเขาพอดี
โม่หยางรีบดึงตัวกลับ ปิดหน้าต่างทันใด ในใจเต้นตึกตักราวกับคนทำความผิดแล้วถูกจับได้
“เจอนางอีกแล้ว... เป็นผีตามหลอกตามหลอนหรือไง!” โม่หยางสบถในใจอย่างหงุดหงิด
คนที่เขาเห็นไม่ใช่ใครอื่น หากแต่คือหญิงสาวปริศนาที่เขาเคยพบในร้านน้ำชาเมื่อวันก่อน ตอนนี้โม่หยางยิ่งมั่นใจว่านางดวงตามีปัญหาแน่ๆ!
“เจ้าหนู เป็นอะไร?” เสียงของเจ้าหมาน้อยดังขึ้นอย่างสงสัย
“ไม่มีอะไร...” โม่หยางส่ายหน้า
แต่ไม่นานนัก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น โม่หยางขมวดคิ้วลังเลเล็กน้อย แต่ก็เดินไปเปิดประตู ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าแสนสดใสร่าเริงของหญิงสาวผู้นั้น!
โม่หยางถึงกับตะลึง นางตามมาถึงโรงเตี๊ยมได้อย่างไร!?
“ท่านลุง~” หญิงสาวเอ่ยด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
โม่หยางมั่นใจทันที ว่านางมองเห็นใบหน้าจริงของเขาในวันนั้นแน่นอน เพราะครั้งนี้เขาไม่ได้ใช้ม้วนอักษรแปรเปลี่ยนใบหน้าเลย แต่นางกลับจำเขาได้ทันที แถมยังไม่แสดงสีหน้าตกใจใดๆ
“แม่นาง ข้าไม่รู้จักท่าน ท่านคงจำคนผิดแล้ว!” โม่หยางตอบกลับอย่างเย็นชา พร้อมจะปิดประตู
แต่เสียงของหญิงสาวก็เล็ดลอดเข้ามาในห้องพอดี
“เฮ้ยเจ้าหนู นั่นเสียงผู้หญิงไม่ใช่หรือ?” เจ้าหมาน้อยโผล่หัวออกมาอย่างอยากรู้อยากเห็น
“เฮ้ยเฮ้ย… ช่างเป็นสาวน้อยผิวพรรณดีจริงๆ!” ทันทีที่เห็นใบหน้าของหญิงสาว เจ้าหมาน้อยก็เผยนิสัยเดิมออกมาทันที เคลิ้มไปกับความงามของนาง พร้อมทั้งทำท่าจะเริ่มวิจารณ์ตั้งแต่หัวจรดเท้า…
หญิงสาวมองเจ้าหมาน้อยด้วยแววตาอยากรู้อยากเห็น ใบหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้ม “น่ารักจัง เจ้าหมาน้อย~”
เจ้าหมาน้อยถึงกับยืนอึ้ง ราวกับจะกระอักเลือด มันอายุไม่รู้กี่พันปีมาแล้ว แต่กลับโดนเรียกว่าน่ารัก โดยเด็กสาวอายุไม่ถึงยี่สิบปี!
ใบหน้าโง่งมของเจ้าหมาน้อยเรียกเสียงหัวเราะจากหญิงสาว ทำเอาโม่หยางเกือบหลุดปาก 'ยัยเด็กสาวนี่เป็นปีศาจหรือเปล่าเนี่ย...'
หญิงสาวเหลือบมองเข้าไปในห้อง จากนั้นก็หันมายิ้มหวานให้โม่หยาง “ท่านลุง~ ไม่เชิญข้าเข้าไปนั่งหน่อยหรือ?”
โม่หยาง “……”
เขาได้แต่สาปแช่งอยู่ในใจ ‘อายุเราก็พอๆ กัน จะเรียกลุงทำไมกันเล่าเฮ้ย!!’
“สาวน้อย! เจ้าไม่รู้จักเคารพผู้อาวุโสหรือไง! ระวังเถอะ ข้าจะกลืนเจ้าเข้าไปทั้งตัว!” เจ้าหมาน้อยแสยะเขี้ยวด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราด
หญิงสาวกลับยิ้มหวานและตอบอย่างเรียบเฉยว่า “เจ้าหมาน้อยน่ารักแบบนี้ ต้องอร่อยแน่เลย~”
เจ้าหมาน้อย “............”
มันถึงกับไร้คำพูดครั้งแรกในชีวิต!
โม่หยางหน้าดำครึ้มทันที หญิงสาวผู้นี้เป็นตัวประหลาดแน่นอน!
ก่อนที่โม่หยางจะได้พูดอะไร หญิงสาวก็เดินแทรกตัวเข้าไปในห้องเรียบร้อย
“คุณหนูเจ้าคะ!” สาวใช้รีบตามเข้ามาอย่างลนลาน พร้อมเหลือบมองเจ้าหมาน้อยอย่างหวาดกลัว แล้วรีบก้าวตามนายตนเข้ามาในห้อง
โม่หยางถอนหายใจอย่างจนใจ หากรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ วันนั้นไม่เข้าร้านน้ำชานั่นซะก็ดีแล้ว... น่าจะไปเสี่ยงเซียมซีดูดวงก่อนออกจากห้อง
“เจ้ามีธุระอะไร?” โม่หยางปิดประตูห้อง พลางหันไปมองหญิงสาวที่ตอนนี้นั่งสบายอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่แล้ว
“ไม่ใช่สัญญากันแล้วหรือ? เจอหน้ากันครั้งต่อไปให้เรียกพี่สาว~” หญิงสาวยิ้มหวานเหมือนเดิม
โม่หยาง “……”
“สาวน้อย!” เจ้าหมาน้อยพูดพลางจ้องสาวทั้งสอง
“เข้ามาในรังหมาป่าแบบนี้ ไม่กลัวจะถูกจับกดพื้นแล้วถูไถหรือ? หรือคิดว่าโลกนี้มีแต่สวนดอกไม้สวยงาม?”
“ไอ้หมาลามก! หากพูดจาเหลวไหลอีก ข้าจะจับเจ้าไปต้มซุปเสีย!” หญิงสาวพูดพลางยิ้มหวานจนเจ้าหมาน้อยถึงกับผงะ
มันรู้สึกได้ว่าโม่หยางกับหญิงสาวผู้นี้ต้องรู้จักกัน แต่เพราะไม่แน่ใจ มันจึงยังไม่กล้าลงมือ แต่อย่างไรหญิงสาวคนนี้ก็เป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดอันดับต้นๆ ที่มันเคยพบ
เจ้าหมาน้อยเหล่มองโม่หยาง “เฮ้ยเจ้าหนู ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้ามันไม่ใช่คนดี เจ้าไปให้ท่าสาวที่ไหนมาวะ ถึงกับตามมาถึงโรงเตี๊ยมแบบนี้ ร้ายไม่เบาเลย!”
โม่หยางหน้ามืดทันที ‘ไปให้ท่าอะไรกัน! ข้าโดนเอาเปรียบต่างหาก!!’
เขาสูดลมหายใจ กดความโมโหลง แล้วมองหญิงสาวอีกครั้ง เขาพยายามตรวจจับระดับพลังของอีกฝ่าย แต่แล้วก็ต้องตกตะลึง ด้วยว่าเขาไม่สามารถมองทะลุได้เลย!
โม่หยางไม่กล้าใช้ดวงตาซ้ายเพื่อส่องลึก เพราะไม่อยากเปิดเผยความลับกับคนแปลกหน้าเช่นนาง
“เจ้าตามข้ามาทำไม? เจ้าเป็นใครกันแน่?” โม่หยางกล่าวเสียงเรียบ เย็นเยียบแฝงความระแวดระวัง
“วิชาแปลงโฉมของเจ้าดูน่าสนใจดีนี่~ สอนข้าหน่อยสิ!” หญิงสาวตอบยิ้มๆ อย่างหน้าด้านสุดๆ
เจ้าหมาน้อยเบิกตาโพลง นี่มันหน้าด้านเกินไปแล้ว! วิชาลับบรรพกาลจะขอกันง่ายๆ แบบนี้เลยเรอะ!?
แถมมันยังจำได้ว่าโม่หยางเพิ่งได้วิชานี้มาจากหอจักรพรรดิดาราแท้ๆ นี่เอง
โม่หยางตอบเสียงแข็ง “ไม่ได้ เจ้ากับข้าไม่รู้จักกัน อย่าให้ข้าต้องลงมือโยนเจ้าออกไป”
“อ้อ อยากลงมือหรือ ได้เลย!” หญิงสาวหัวเราะพลางลุกขึ้น
ยังไม่ทันที่โม่หยางจะตั้งตัว หญิงสาวก็พุ่งร่างมาหาเขาอย่างรวดเร็ว มือขาวบางของนางตวัดฟาดเข้าที่อกเขา
แม้ดูเหมือนเป็นเพียงการยื่นมือธรรมดา แต่โม่หยางกลับรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาล เขารีบใช้ม้วนอักษรก้าวหลบออกทันที
แต่หญิงสาวกลับตามติดดั่งเงา ฝ่ามือเรียงเป็นชุดอย่างต่อเนื่อง แม้ไม่มีการสัมผัสโดยตรง แต่แรงกระแทกกลับทำให้โม่หยางปลิวกระเด็นไปชนผนังอย่างแรง
เจ้าหมาน้อยที่เห็นฉากนี้ก็ตะลึง “เวรกรรม!... สาวน้อยอะไรบ้าพลังขนาดนี้!”
โม่หยางรีบเร่งหมุนเวียนพลังในร่าง ขจัดพลังคลั่งที่แทรกเข้าร่างกาย เขาตกใจยิ่งนัก หญิงสาวผู้นี้มีพลังอยู่ที่ขั้นเหนือสามัญระดับห้า!
หญิงสาวอายุเท่านี้ พลังระดับนี้ ย่อมต้องเป็นบุตรแห่งสวรรค์จากขุมอำนาจยิ่งใหญ่แน่นอน!
ยังดีที่นางไม่ได้เอาจริง ไม่เช่นนั้นการโจมตีเมื่อครู่น่าจะทำให้เขาบาดเจ็บสาหัสไปแล้ว
“น้องชาย~ จะสู้ต่อไหม?” หญิงสาวพูดพลางลูบมือเหมือนจะยืดเส้นยืดสาย ใบหน้ายังเต็มไปด้วยรอยยิ้มหวานละไม
โม่หยางถึงกับขนลุกกับรอยยิ้มของนาง ‘ปีศาจ! ปีศาจแน่ๆ!’
“ช่างเถอะ วันนี้พอแค่นี้ก็แล้วกัน~” หญิงสาวพูดพร้อมกางมือออก เผยให้เห็นแหวนเก็บของในมือ
โม่หยางสะดุ้งเฮือก รีบมองมาที่นิ้วของตน… แหวนของเขาหายไปแล้ว!
หญิงสาวหยิบแหวนออกมาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วหยิบเอาเงินหลายปึกกับโอสถธรรมดาไม่กี่ขวดออกมาจากในนั้น
ปล้น!
โม่หยางอึ้งไปทันที เขาถูกโจรสาวปล้นกลางวันแสกๆ!
ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเขาเป็นฝ่ายชิงทรัพย์จากผู้อื่นมาตลอด มีแค่ครั้งเดียวที่โดนปล้นแบบนี้คือจากศิษย์พี่หญิงหก ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่โดนสาวน้อยที่ไหนไม่รู้ปล้นเช่นนี้...
หญิงสาวโยนแหวนคืนให้โม่หยาง จากนั้นหันไปส่งสัญญาณให้สาวใช้แล้วเดินไปยังประตู พอถึงหน้าประตูก็หันมายิ้มหวานอีกครั้ง
“ขอบคุณนะ~ น้องชาย ♥︎” พูดพลางโบกเงินปึกหนึ่งในมือเหมือนจะอวด
“อ้อ แล้วก็ ไม่ต้องเดาว่าข้าเป็นใครหรอก อีกไม่นานเจ้าจะรู้เอง~♥︎”
พูดจบ นางก็หมุนตัวออกไปจากห้องอย่างสง่างาม ทิ้งไว้เพียงความโกลาหลในใจของโม่หยาง…