- หน้าแรก
- ราชันบรรพกาล
- บทที่ 172 ผนึกเปิด
บทที่ 172 ผนึกเปิด
บทที่ 172 ผนึกเปิด
โม่หยางพยายามเร่งหมุนเวียนเคล็ดจักรพรรดิดารา แม้ลมปราณจะถูกกดไว้ แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นถูกผนึกโดยสิ้นเชิง เขาคำรามต่ำในลำคอแล้วดึงป้ายประกาศิตสำนักหยางสวรรค์ออกมาด้วยความยากลำบาก
ภายในป้ายนั้นยังมีปราณกระบี่สายหนึ่งแฝงอยู่!
ในใจโม่หยางยังคงมีความหวังลางเลือน ปราณกระบี่นี้แม้แต่ขั้นเซียนยุทธ์ก็สามารถทำอันตรายได้ บางทีอาจทะลวงม้วนภาพลิขิตสวรรค์ได้เช่นกัน
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนได้เห็นมัน มู่เซียวเคยพบกับฉากนี้มาแล้วในอดีต ครั้งนั้นผู้อาวุโสคนหนึ่งของตระกูลมู่ถูกสังหารในพริบตา เพราะปราณกระบี่จากป้ายนี้พุ่งออกมาอย่างรุนแรง
ผู้อาวุโสหลายคนของตระกูลมู่อดไม่ได้ที่จะก้าวออกมา พวกเขาไม่ต้องการให้โม่หยางได้ลงมือเด็ดขาด แต่เพราะแสงจากม้วนภาพยังครอบคลุมอยู่ หากคิดจะลงมือกับโม่หยาง จำต้องทำลายม่านพลังเสียก่อน
“เหอะ ได้ยินว่าป้ายนั้นมีพลังที่เหลือจากผู้แข็งแกร่ง เจ้าคิดจะใช้มันทำลายม้วนภาพลิขิตสวรรค์อย่างนั้นหรือ? ช่างเขลานัก!” เจียงเสวียนฮวานเอ่ยอย่างเย็นชา เขามองโม่หยางจากเบื้องบนพลางยังเร่งพลังเข้าสู่ม้วนภาพไม่หยุด
วูมมม!
โม่หยางรวมรวมลมปราณสายหนึ่งหล่อหลอมเข้าสู่ป้ายประกาศิต หนึ่งสายปราณกระบี่พุ่งขึ้นฟ้าอย่างเฉื่อยชา
ดูเหมือนว่าปราณกระบี่นี้พบเจอกับแรงต้านมหาศาล จึงเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า และเมื่อพุ่งเข้าใกล้ม้วนภาพลิขิตสวรรค์ มันกลับเลือนรางลงเรื่อยๆ จนแทบกลายเป็นเงา เมื่อกระแทกเข้าไปก็ทำให้ม้วนภาพสะเทือนเล็กน้อย ก่อนที่แสงปราณกระบี่จะจางหายไปโดยสมบูรณ์
โม่หยางกระอักโลหิตออกมาอย่างต่อเนื่อง พลังที่กดลงมาเหมือนภูเขาหลายลูกถาโถม เขารู้สึกว่าร่างกายของตนมาถึงขีดจำกัดแล้ว เหลืออีกเพียงเส้นบางๆ ก็จะพังทลาย
ในเวลานั้นเอง คลื่นพลังสองสายแผ่ลงมาจากฟากฟ้า ผู้แข็งแกร่งสองคนที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดได้เริ่มลงมือแล้ว แม้ไม่มีร่างปรากฏให้เห็น แต่เสียงการปะทะของพลังนั้นดังสนั่น พลังระเบิดสั่นสะเทือนไปทั่ว
‘จะไม่มีทางรอดเลยหรือ…’ ในใจของโม่หยางเอ่ยอย่างอ่อนล้า ความจริงที่ว่าเขายังอ่อนแอเกินไปนั้นช่างโหดร้าย
สีหน้าของเขายังคงสงบ ทว่าอาการบาดเจ็บภายในกลับบอกชัดว่าร่างกายของเขากำลังจะถึงขีดจำกัด
มีผู้ฝึกยุทธ์บางคนแหงนหน้ามองฟ้าตลอดเวลา หวังจะเห็นว่าใครกันที่ลงมือช่วยโม่หยาง ถึงขั้นทำให้บรรพบุรุษของตระกูลมู่ต้องลงมือเอง
สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว สถานการณ์นี้คือทางตันโดยสมบูรณ์ ต่อให้สองขั้วบนท้องฟ้าปะทะกันเพียงใด เบื้องล่างก็ยังมีผู้อาวุโสของตระกูลมู่จ้องจับอยู่ และหากสถานการณ์ผิดแผกเพียงนิด พวกเขาก็พร้อมลงมือทันที
ส่วนโม่หยาง... แค่ปล่อยไว้สักพัก เขาก็คงตายลงในม่านแสงนั้นเอง
“ไอ้หนู เจ้ายังรออะไรอีก เจ้าจะรอความตายหรือยังไง!” เจ้าหมาน้อยทนไม่ไหว ตะโกนออกมาเสียงดัง มันรู้ว่าโม่หยางยังมีไพ่ตาย แต่กลับยังไม่ยอมใช้
เสียงของเจ้าหมาน้อยทำให้ผู้คนรอบข้างรู้สึกคลางแคลงขึ้นทันที แม้แต่เจียงเสวียนฮวานก็สีหน้าเปลี่ยน เขารีบเร่งพลังเข้าสู่ม้วนภาพมากยิ่งขึ้น เพราะกลัวว่าโม่หยางจะใช้สมบัติจักรพรรดิจริงๆ
“เจ้ากดข่มข้าไว้ด้วยม้วนภาพนี้ได้ก็จริง แต่เจ้าคิดผิดแล้ว!” โม่หยางแหงนหน้าขึ้นตอบด้วยเสียงแหบพร่า เลือดไหลซึมจากมุมปากไม่หยุด ใบหน้าซีดขาวดั่งกระดาษ
เขาย่อมมีหอจักรพรรดิดาราอยู่ในร่าง นี่มิใช่ความลับอีกต่อไปแล้ว และเขาไม่คิดจะใช้กระดานหมากล้อมบรรพกาลอีก
ทันใดนั้น โม่หยางหลับตาลง เพ่งจิตสมาธิสื่อสารกับหอจักรพรรดิดาราภายในร่าง เพียงชั่วพริบตา หอศิลาบรรพกาลจึงลอยออกจากจุดตันเถียนของเขา ปรากฏตัวท่ามกลางม่านพลัง
ม้วนภาพลิขิตสวรรค์ซึ่งก่อตัวเป็นค่ายกลทรงพลัง... พลันสลายลงอย่างสิ้นเชิง!
ทุกคนตะลึงงัน เห็นเพียงภาพแวบหนึ่ง ก่อนหอศิลาแปดชั้นจะลอยออกมา จากนั้นม่านพลังที่เจียงเสวียนฮวานเร่งเสริมพลังมานานจึงพังทลายเหมือนภาพลวงตา
ม้วนภาพที่ลือว่าแม้แต่เซียนก็ยังต้องถูกบดขยี้... กลับแหลกสลายราวกับเปลือกไข่บางๆ
ใบหน้าเจียงเสวียนฮวานซีดเผือด รีบถอยหลังออกไปโดยไม่คิด แม้แต่จะเก็บม้วนภาพกลับก็ไม่ทัน
เขาคิดว่าเพียงใช้ม้วนภาพก็สามารถกำราบโม่หยางได้ ทว่าเขาคาดไม่ถึงว่า หอจักรพรรดิดารานั้นได้หลอมรวมกับตัวโม่หยางไปแล้ว
สงครามบนท้องฟ้าเองก็หยุดลงทันที เพราะทั้งสองต่างรู้ว่า เบื้องล่าง... เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้นแล้ว
เหล่าผู้ชมล้วนตะลึงงัน มองภาพเบื้องหน้าราวกับถูกตรึงนิ่ง
แม้แต่ผู้อาวุโสตระกูลมู่ก็ถอยหลังไปคนละก้าว ใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด ยามมองหอศิลาแปดชั้นที่แผ่กลิ่นอายอันลึกล้ำ
มันราวกับมีจอมเทพโบราณปรากฏตัว บรรยากาศทั่วร่างพวกเขากลับกลายเป็นหวาดกลัวอย่างยากจะห้ามใจ
เจ้าหมาน้อยก็ตกตะลึง มันคิดว่าโม่หยางจะใช้กระดานหมากล้อม แต่กลับเรียกเอาหอจักรพรรดิดาราออกมา
แต่โม่หยางกลับไม่มีเวลาสนใจสิ่งใด สายตาของเขาจับจ้องอยู่แต่ภายในจุดตันเถียน บน ผนึกแรก
และสิ่งที่เขากลัวที่สุดก็เกิดขึ้น เมื่อไม่มีหอศิลากดไว้ ผนึกที่ใกล้จะแตกอยู่แล้วก็พังทลายลงทันที
มันเป็นผนึกหนึ่งที่ไม่รู้ว่ากักขังสิ่งใดไว้ โม่หยางเพียงจำได้ว่า เมื่อแรกเข้าสู่หอจักรพรรดิดารา เศษดวงจิตของจักรพรรดิกล่าวกับเขาว่า
“เมื่อผนึกในกายเจ้าถูกคลายทีละชั้น เจ้าจะแบกรับพลังท้าทายสวรรค์ได้”
ตอนนี้เขารู้สึกราวกับมีสิ่งใดบางอย่างฉีกกระชากภายในร่าง ทรมานประหนึ่งพันมีดสับลงมาพร้อมกัน เลือดเนื้อราวกับถูกลอกออกเป็นชั้นๆ
หอจักรพรรดิดาราที่เพิ่งปรากฏขึ้นเมื่อครู่... ก็พลันเปล่งแสงสว่างขึ้น แล้วหายกลับเข้าสู่ร่างโม่หยาง
โม่หยางส่งเสียงคำรามแผ่วต่ำ สีหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส
ผู้คนเริ่มสังเกตเห็นว่า บางสิ่งผิดปกติกำลังเกิดขึ้น
โม่หยางตัวสั่นเทิ้ม ใบหน้าเหยเกเต็มไปด้วยความทรมาน แสงหมอกสีทองพลุ่งพล่านรอบตัวเขา บรรยากาศแปลกประหลาดเกินจะอธิบาย
โม่หยางไม่รู้เลยว่า ผนึกแรกที่แตกออกนั้น ได้ปลดปล่อยอุปสรรคที่ขัดขวางการทะลวงระดับของเขา ก่อนหน้านี้ที่เขารู้สึกถึงขีดจำกัด ที่แท้มันก็คือพลังผนึก!
ฟ้าดินทั่วทั้งพื้นที่ค่อยๆ กลายเป็นมัวหมอง โม่หยางนั่งสมาธิกับพื้นกลางถนน หมอกแสงทองค่อยๆ ปกคลุมตัวเขาไว้ทั้งหมด
ปรากฏการณ์เช่นนี้เหนือความเข้าใจของทุกคน แม้แต่เจียงเสวียนฮวานยังเผยสีหน้าไม่แน่ใจ สังเกตได้ว่า... มีบางสิ่งแปลกประหลาดกำลังก่อตัวขึ้นในร่างโม่หยาง และมันไม่ใช่แค่การทะลวงระดับธรรมดาแน่นอน!