เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 38 ปิดประตูสิ

บทที่ 38 ปิดประตูสิ

บทที่ 38 ปิดประตูสิ


เมื่อมองศิษย์พี่หญิงหกที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ในใจของโม่หยางนอกจากจะประหลาดใจแล้ว ยังอดตื่นตระหนกไม่ได้

‘ผู้ที่มีพลังขั้นสูงช่างต่างออกไปจริงๆ!’

ยอดฝีมือขั้นสวรรค์เร้นลับระดับสี่ที่แม้เขาจะทุ่มสุดกำลังก็ยังไม่แน่ว่าจะเอาชนะได้ กลับถูกจัดการจนสิ้นชีพภายในกระบวนท่าเดียวเช่นนี้!

โม่หยางคล้ายคิดอะไรขึ้นมาได้ สีหน้าจึงแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบเก็บแหวนมิติของตนอย่างเงียบเชียบ ที่เขาทำเช่นนี้เพราะกลัวศิษย์พี่หญิงหกจะออกหน้าปล้นเขาต่อหน้าทุกคน เช่นนั้นคงเสียหน้าเกินไป

เวลานี้ผู้ชมรอบด้านต่างกระซิบวิพากษ์วิจารณ์กันถึงการปรากฏตัวของยอดฝีมือปริศนา ว่านางมีความสัมพันธ์เช่นไรกับโม่หยาง

ทว่าในขณะนั้นเอง หญิงสาวชุดขาวก็หันกลับมามองโม่หยาง กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ข้าไม่ได้คิดจะช่วยเจ้า เพียงแต่ข้าทนไม่ได้ที่เห็นคนเช่นนี้เท่านั้น!”

โม่หยางอึ้งไปเล็กน้อย แม้รู้สึกแปลกๆ แต่ในใจยังรู้สึกซาบซึ้งอยู่บ้าง

ศิษย์พี่หญิงหกผู้นี้แม้จะเย็นชา แต่แท้จริงนางกลับคิดเผื่อเขาอยู่ไม่น้อย ที่กล่าวแยกความสัมพันธ์เช่นนี้ อย่างน้อยแม้สำนักเสวียนคิดเอาผิด ก็ไม่อาจโยงใยมาถึงตัวเขาได้

เช่นนี้ สำนักหลิงซวีก็จะไม่พลอยถูกลากลงไปเกี่ยวข้องด้วย

ยังไม่ทันที่โม่หยางจะได้พูดอะไร นางก็เหินกายขึ้นฟ้า หายไปจากสายตาผู้คนทันที

โม่หยางเงยหน้ามองตามไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินตรงไปยังผางหลง นั่งยองๆ ลงข้างตัว ตบหน้าผางหลงอย่างแรงสองที จนร่างที่นอนขดอยู่บนพื้นนั้นหมุนไปสองสามรอบ

ผางหลงจ้องหน้าโม่หยางด้วยความเดือดดาล ทว่ากลับไร้เรี่ยวแรงที่จะตอบโต้ได้

“โถๆ ดูท่าเจ้ายังไม่ยอมสินะ…”

ผางหลงกัดฟันจ้องเขม็งไปที่โม่หยาง ทำได้เพียงเท่านี้เท่านั้น

“เจ้ายังจะจ้องอีกเรอะ? เฮ้ย เจ้าหนู นี่ยังกล้าจ้องอีก!”

โม่หยางจ้องกลับพลางพูดไปด้วย ก่อนจะตบหน้าอีกหลายครั้งติดๆ กัน

ผู้ชมโดยรอบต่างอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก สำนักเสวียนต้องเสียหน้าถึงขีดสุดแล้ว ยอดอัจฉริยะของสำนักถูกตบหน้ากลางที่สาธารณะ ผู้อาวุโสที่มาช่วยกลับถูกสังหารทันทีเช่นนี้ ต่อไปพวกเขาคงไม่กล้าสู้หน้าใครในงานประลองสี่สำนักอีกแล้ว

สวีซินเมื่อได้สติ ก็รีบเข้าไปห้ามโม่หยางทันที หากโม่หยางยังไม่หยุดมือ เกรงว่าผางหลงอาจถูกตบจนตายคาที่ หากเป็นเช่นนั้นคงนำไปสู่สงครามระหว่างสำนักอย่างแน่นอน

“เจ้าหนูผาง วันนี้ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า กลับไปจำไว้ให้ดี ภายหน้าจงทำตัวให้สงบเสงี่ยมกว่านี้ ไม่เช่นนั้นข้าเห็นหน้าเจ้าครั้งใดจะตบเจ้าครั้งนั้น!” โม่หยางกล่าวเตือนอย่างจริงจัง สีหน้าเต็มไปด้วยความผิดหวังราวผู้ใหญ่สั่งสอนเด็กน้อย

เมื่อพูดจบเขาก็ลุกขึ้นเดินจากไป แต่แล้วกลับหยุดชะงักหันกลับมาด้วยความลังเล ก่อนจะกระทืบผางหลงอีกครั้งอย่างแรงจนพอใจ แล้วค่อยเดินจากไปจริงๆ

ในฝูงชนที่มุงดู มู่ชิวที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดสีหน้าซับซ้อนยิ่ง เขาเคยคิดว่าตนคือสุดยอดอัจฉริยะในรุ่นเยาว์ แต่การมาถึงของโม่หยางกลับทำให้เขาหมดหนทาง

“เจ้าคือศิษย์สำนักหลิงซวีจริงๆ งั้นหรือ?” มู่ชิวกระซิบกับตนเอง

เขาเคยได้ยินผู้อาวุโสแห่งสำนักอวี้ชิงคาดเดาว่า โม่หยางอาจมาจากตระกูลใหญ่ ถูกส่งมาฝึกฝนที่สำนักหลิงซวีชั่วคราวเท่านั้น

อีกด้านหนึ่ง โม่หยางหมดอารมณ์เดินเที่ยวเล่น เขาและสวีซินเดินกลับทันที

“ทำไมนางถึงช่วยเจ้า?” สวีซินที่เงียบมาตลอดทางเอ่ยถาม

“ง่ายจะตายไป เพราะนางถูกความหล่อของข้าพิชิตใจยังไงเล่า!” โม่หยางตอบด้วยท่าทีจริงจังสุดๆ

สวีซินแค่นเสียงเย็นชา ไม่คิดจะถามต่อ เพราะถามต่อไปก็คงไม่ได้ความจริงจากปากของโม่หยางอยู่ดี

“อาจเพราะนางติดเงินค่าข้าวข้าอยู่หนึ่งมื้อ เลยลงมือช่วยแบบลวกๆ ก็ได้” โม่หยางพูดต่อ เขาย่อมไม่ยอมบอกความจริงแน่ เพราะตนยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับสำนักหยางสวรรค์เลยแม้แต่น้อย

เดินไปได้สักพัก พวกเขาก็พบผู้อาวุโสสามและซูเฟยเอ๋อร์ที่รีบร้อนตามมา

“พี่โม่หยาง…” ซูเฟยเอ๋อร์เมื่อเห็นโม่หยาง ดวงตางามก็มีน้ำตารื้นขึ้นมาทันที ก่อนจะพุ่งเข้ากอดเขาแน่น

โม่หยางตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับ รีบส่งสายตาไปทางสวีซินและผู้อาวุโสสาม เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจทันที

ซูเฟยเอ๋อร์รู้ตัวก็รีบปล่อยมือ ถอยไปด้านหลังด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ

“พวกเจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม?” ผู้อาวุโสสามถามอย่างร้อนใจ

แต่เมื่อรู้จากปากโม่หยางว่าผู้อาวุโสสำนักเสวียนถูกสังหารไปแล้ว ก็ถึงกับหน้าถอดสีด้วยความตกใจ เขาจึงรีบไปแจ้งเรื่องต่อเจ้าเมืองทันที

เมื่อกลับถึงที่พัก โม่หยางมอบโอสถฟื้นฟูให้ซูเฟยเอ๋อร์ และย้ำเตือนอย่างจริงจังให้กินเพียงครั้งละเม็ด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบครั้งก่อนอีก

จากนั้นเขาจึงกลับไปที่ห้องของตน แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไป กลับตกตะลึงเมื่อเห็นศิษย์พี่หญิงหกรออยู่ในห้องแล้ว

“ศิษย์พี่… ท่าน…” โม่หยางถามอย่างตะกุกตะกัก

“ปิดประตู!” หญิงชุดขาวหันหน้ามา เอ่ยเพียงประโยคเดียว

“เอ่อ…” โม่หยางอึ้งไปครู่หนึ่ง

‘นี่ นี่จะปล้นข้าอีก หรือจะทำอะไรกันแน่?’

หญิงสาวยิ้มเล็กน้อย โบกมือเบาๆ ประตูพลันปิดลงเองทันที

โม่หยางก้าวถอยหลังอย่างตื่นตระหนก “ศิษย์พี่ ท่านจะทำอะไรกัน...เช่นนี้ไม่ค่อยเหมาะกระมัง!”

หญิงชุดขาวเดินมาหาเขาช้าๆ ก่อนจะยื่นมือบิดหูเขาเบาๆ พร้อมยิ้มบางๆ “ศิษย์น้องเล็ก เจ้าอยากให้ข้าทำอะไรเจ้ากันแน่?”

“โอ้ย!!..”

โม่หยางเจ็บจนหน้าบิดเบี้ยว รีบปิดปากแน่นไม่กล้าพูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียว

หญิงสาวหัวเราะเบาๆ แล้วกล่าวต่อด้วยรอยยิ้ม “เจ้ามีพรสวรรค์ไม่น้อย ผ่านมาเพียงไม่นาน กลับเริ่มเข้าใจวิชากระบี่เทพสังหารได้บ้างแล้ว!”

จบบทที่ บทที่ 38 ปิดประตูสิ

คัดลอกลิงก์แล้ว