เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36 วีรบุรุษช่วยสาวงาม

บทที่ 36 วีรบุรุษช่วยสาวงาม

บทที่ 36 วีรบุรุษช่วยสาวงาม


ในชั่วพริบตา โม่หยางก็พลันรู้สึกตัวระวังภัยขึ้นมาทันที หัวใจของเขาตึงเครียดอย่างยิ่งยวด...

ด้วยสัญชาตญาณบ่งบอกชัดเจนว่า ตัวเขาถูกยอดฝีมือจับตามองเข้าเสียแล้ว!

เมื่อเกิดความรู้สึกเช่นนี้ ย่อมหมายความว่าต้องมีคนสะกดรอยตามเขาอยู่เป็นแน่

โม่หยางสงบจิตสงบใจ ก่อนจะเดินต่อไปอย่างเงียบเชียบ คืนนี้ในเมืองเสวียนเทียนยังคงคึกคักอย่างยิ่ง ด้วยเหตุที่มีงานประลองยุทธ์ของสี่สำนัก ทำให้มีผู้ฝึกยุทธ์มากมายหลั่งไหลเข้าสู่เมืองจนแน่นขนัดกว่าที่เคยเป็น

ทว่าแม้โม่หยางจะเดินผ่านถนนไปหลายสาย แต่ความรู้สึกถูกแอบมองก็ยังไม่จางหายไปแม้แต่น้อย

‘หรือว่าจะเป็นผู้อาวุโสของอีกสามสำนัก?’ โม่หยางครุ่นคิดในใจ ลูกศิษย์ทั้งสามสำนักต่างก็เสียเปรียบในมือเขา และต่างสูญเสียหน้าตาจนแทบไม่อาจเชิดหน้าขึ้นมาได้

หากมีใครสักคนคิดกำจัดเขา ผู้ที่เป็นไปได้มากที่สุดย่อมเป็นผู้อาวุโสที่นำกลุ่มของทั้งสามสำนัก และในบรรดาผู้อาวุโสทั้งหมด คนที่มีโอกาสลงมือมากที่สุดก็คือผู้อาวุโสแห่งสำนักเสวียน!

‘ผู้อาวุโสของสำนักเสวียนมีพลังถึงขั้นสวรรค์เร้นลับระดับสี่ หากต้องต่อสู้กับเขา ผลเป็นตายคงยากจะคาดเดา…แต่ที่นี่คือเมืองเสวียนเทียน เขาไม่น่าจะกล้าลงมือโจ่งแจ้งนัก’

โม่หยางพิจารณาสถานการณ์อย่างรอบคอบ ก่อนจะเดินต่อไปด้านหน้าอีกเล็กน้อย ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงเอะอะที่ดังมาจากถนนเบื้องหน้า ดึงดูดความสนใจของเขาเป็นอย่างมาก

ไม่ไกลออกไป ถนนแห่งนั้นเต็มไปด้วยผู้คนที่มุงดูอยู่หนาแน่น โม่หยางแว่วได้ยินเสียงด่าทอของซูเฟยเอ๋อร์

เขารู้สึกประหลาดใจ พลางก้าวเท้าเดินไปดูช้าๆ เมื่อไปถึงก็พบว่าศิษย์สำนักเสวียนหลายคนล้อมซูเฟยเอ๋อร์กับสวีซินเอาไว้

ใบหน้างดงามของซูเฟยเอ๋อร์มีรอยนิ้วมือปรากฏชัดเจน แก้มของนางบวมแดง แสดงชัดว่าผู้ที่ลงมือทำร้ายหนักหน่วงยิ่งนัก

“นังตัวดี เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร กล้าดียังไงมาขวางข้า! คราวนี้เพราะโม่หยางทำให้สำนักเสวียนของเราต้องอับอายขายหน้า สำนักหลิงซวีของเจ้าก็อย่าหวังว่าจะสุขสบาย วันนี้ข้าจะจับเจ้าแก้ผ้าประจานให้ทุกคนได้ชมกันเต็มตา!”

เมื่อโม่หยางเดินเข้าไปใกล้ ก็ได้ยินเสียงของผางหลงดังขึ้นอย่างชัดเจน

สวีซินโกรธจัด ดึงตัวซูเฟยเอ๋อร์ไว้ด้านหลัง ตะโกนดุด่าออกไป “ผางหลง เจ้าอย่าได้บังอาจ!”

“หึ สวีซินถอยไปเสีย หากเจ้าขวางข้า ข้าก็จะแก้ผ้าเจ้าด้วยเหมือนกัน!”

ผางหลงคำรามเสียงดัง สีหน้าบิดเบี้ยวน่ากลัว โทสะรุนแรงจนควบคุมไม่ได้ เหตุการณ์ในงานประลองครั้งนี้ทำให้เขาโกรธแค้นจนไม่มีที่ระบาย เมื่อเห็นสองสาวออกมาเพียงลำพัง ไร้เงาโม่หยาง เขาจึงตั้งใจจะระบายความโกรธแค้นออกมา ทว่าไม่คาดคิดว่าซูเฟยเอ๋อร์จะกล้าต่อปากต่อคำกับเขา จึงจุดไฟแห่งโทสะในใจเขาจนลุกโชน

ผางหลงพุ่งหมัดออกไปอย่างรุนแรง ผลักสวีซินจนกระเด็นถอยหลัง จากนั้นก็พุ่งเข้าหาซูเฟยเอ๋อร์ ยื่นมือออกไปหมายจะฉีกเสื้อผ้าของนาง

ซูเฟยเอ๋อร์ตกใจจนหน้าซีดเผือด แต่ในชั่วขณะนั้น พลันมีเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นมาขวางไว้ด้านหน้า ปัดมือของผางหลงออกไปทันที

ผางหลงตกตะลึง เงยหน้าขึ้นหมายจะตวาด แต่พอเห็นใบหน้าของผู้มา สีหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนไปในทันที

คนผู้นั้นย่อมเป็นโม่หยาง และตอนนี้สีหน้าของเขากำลังเย็นชา ดวงตาแฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่หาได้ยากยิ่ง!

เพียะ!

ไม่มีคำพูดใด โม่หยางฟาดฝ่ามือออกไปเต็มแรง ตบหน้าผางหลงจนหมุนตัวไปหนึ่งรอบเต็มๆ ยังไม่ทันที่ผางหลงจะตอบโต้ ฝ่ามืออีกข้างหนึ่งก็ตบเข้าที่ใบหน้าเขาอีกครั้ง ใบหน้าทั้งสองข้างบวมเป่งทันที

ศิษย์สำนักเสวียนคนอื่นต่างตกตะลึงจนไม่กล้าเคลื่อนไหว ในสายตาของพวกเขา โม่หยางคือสัตว์ประหลาดที่น่าหวาดกลัว

“เข้ามาสิ เจ้าไม่ชอบตบหน้าคนอื่นนักหรือ วันนี้พวกเรามาแลกกันเลย!” โม่หยางพูดจบก็ตบอีกสองฉาดทันที

ผางหลงโกรธจนหน้าดำหน้าแดง ตะโกนอย่างเดือดดาล “โม่หยาง เจ้ารนหาที่ตาย!”

“ข้ารอประโยคนี้ของเจ้าอยู่!” โม่หยางกล่าวเย็นชา พลันซัดหมัดออกไปเต็มแรง

ปัง!

ผางหลงลอยกระเด็นไปไกลสิบกว่าจั้ง กระอักเลือดออกจากปาก หน้าอกยุบเข้าไป เสื้อผ้าเปียกชุ่มด้วยโลหิตทันที

ทุกคนตกใจรีบถอยห่างออกไป สวีซินร้องเตือนเสียงสั่น “โม่หยาง อย่า...”

แต่ยังพูดไม่ทันจบ โม่หยางก็กระทืบผางหลงจนกลิ้งไปอีกครั้ง สภาพบาดเจ็บสาหัสจนแทบไม่อาจขยับตัวได้

“เจ้าหนูสำนักหลิงซวี เจ้ากำเริบเสิบสานเกินไปแล้ว!” ทันใดนั้น เสียงคำรามของผู้อาวุโสสำนักเสวียนก็ดังก้อง ก่อนที่ร่างหนึ่งจะทะยานมาขวางอยู่เบื้องหน้าโม่หยาง

“กำเริบเสิบสาน? เจ้าแอบสะกดรอยตามข้า ไม่ใช่ว่าคิดจะกำจัดข้าหรือไร?” โม่หยางเย้ยเยาะอย่างเย็นชา

ทุกคนตะลึงงัน ไม่คาดคิดว่าโม่หยางจะกล้าท้าทายผู้อาวุโสสำนักเสวียนถึงขั้นนี้!

“บังอาจ! เจ้ามีสิทธิ์อะไรกล่าวหาว่าข้าสะกดรอยตาม?” ผู้อาวุโสเสวียนตวาด

โม่หยางแค่นเสียงเย็นชา “ไอ้เฒ่า ถ้าไม่อยากโดนตบด้วย ก็ไสหัวไปเสีย!”

วาจาเช่นนี้ทำให้ทุกคนตื่นตะลึงจนพูดไม่ออก สถานการณ์กลายเป็นตึงเครียดถึงที่สุด!

จบบทที่ บทที่ 36 วีรบุรุษช่วยสาวงาม

คัดลอกลิงก์แล้ว