เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 219 ดาวข่มทั้งชีวิต

ตอนที่ 219 ดาวข่มทั้งชีวิต

ตอนที่ 219 ดาวข่มทั้งชีวิต


ภายในสองชั่วโมง เป็นไปไม่ได้ที่จะบ่มเพาะอสูรเด็กให้เป็นอสูรเต็มวัย ไม่ว่าจะเป็นอสูรชนิดใดก็ตาม

อย่าว่าแต่ไข่อสูรที่อยู่ในมือเย่ว์หยาง ยังไม่ฟักตัวออกมาเลยด้วยซ้ำ

เย่ว์หยางแค่พูดทีเล่นทีจริงเมื่อพูดออกมาแบบนั้น เขาไม่ได้ตั้งใจอย่างนั้นจริงๆ เมื่อเขาบอกว่าเขาจะบ่มเพาะไข่ตั๊กแตนมรณะที่สามารถต่อสู้ได้ภายในสองชั่วโมง แต่หลังจากพนันกับองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนแล้ว เขากลับมีความตั้งใจจะทำจริงๆ ในบันทึกของมารดาสหายผู้น่าสงสาร นางเขียนวิธีเพาะเลี้ยงสัตว์อสูรไว้ห้าวิธี แต่นางยังคงเขียนวิธีเพาะเลี้ยงบางอย่างสลับกันไว้

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หนึ่งในวิธีนั้นเกี่ยวกับอสูรสายแมลง

แน่นอนว่า วิธีเพาะเลี้ยงแบบลับนั้น จะใช้ได้ผลดีกับสัตว์อสูรไม่กี่ชนิด วิธีการเหล่านี้ล้วนต้องใช้ความเชี่ยวชาญมาก ยิ่งไปกว่านั้น ผลของการเพาะเลี้ยงจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับคนผู้เพาะเลี้ยงมัน บางคนสามารถเพาะเลี้ยงอสูรศักดิ์สิทธิ์โดยใช้วิธีลับนี้เพาะเลี้ยงอสูรของเขา ขณะที่บางคนนอกนี้ทำได้เพียงเพาะเลี้ยงอสูรสวะ!

กล่าวอีกอย่าง เจ้าของสัตว์อสูรผู้เพาะเลี้ยงอสูรต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขพิเศษบางอย่างก่อนที่จะใช้วิธีการลับจึงจะสามารถใช้มันได้ผล

ตั๊กแตนมรณะถือเป็นอสูรสายแมลงที่เป็นที่ต้องการพอดี และมีเย่ว์หยางเป็นเจ้านายของมัน ก็ไม่ควรจะมีปัญหามากนัก ดังนั้นเขาต้องการให้มันเป็นไปตามนั้น

ตอนแรก เย่ว์หยางตั้งใจจะให้ตั๊กแตนมรณะกับเย่ว์ซวงหลังจากที่ช่วยให้เธอได้ทำสัญญากับคัมภีร์ต่อหน้าสมาชิกในตระกูลของเขา ใครกันจะรู้ว่าขณะที่เขาได้ความคิดเช่นนี้ เย่ว์หยางตระหนักว่าตั๊กแตนมรณะได้ดูดกลืนเลือดของเขาไปแล้ว แม้ว่ามันจะยังไม่ฟักตัว แต่มันก็จำเขาไว้ในฐานะที่เป็นเจ้านายมันแล้ว..

เย่ว์หยางทำได้เพียงเก็บความตั้งใจที่จะให้อสูรชั้นทองกับเย่ว์ซวงไว้ก่อน ตั๊กแตนมรณะจะได้รับการเพาะเลี้ยงในขณะนี้ เย่ว์หยางสังเกตว่ามันโตขึ้นตลอดเวลาช่วงนี้ เขาถ่ายพลังปราณก่อกำเนิดให้มันทันที เขายังคงหวังว่า มันคงจะเป็นตัวที่สมบูรณ์แบบมาก ก่อนที่จะฟักออกมาจากเปลือกไข่

หลังจากดูดกลืนพลังทั้งหมดจากไข่ที่แตกของพี่และน้องของมันรวมทั้งพลังปราณก่อกำเนิดของเย่ว์หยาง ไข่ของตั๊กแตนมรณะก็เปลี่ยนไปทุกวัน

ถ้าเย่ว์หยางไม่ได้ควบคุมสภาพของมันไว้ มันคงจะฟักตัวออกมานานแล้ว

“เอาล่ะนะ, ข้าจะแสดงให้พวกเจ้าเห็นความสุดยอดของข้า!”

เย่ว์หยางกรีดสร้างรอยแผลบนนิ้วของเขาด้วยมีดทำลายดวงตา (มีดเงินที่ได้มาจากวิหารวัว) และเขียนวงเวทสัญญาลงบนไข่ด้วยเลือดของเขา แม้ว่าพวกเขาจะได้ทำสัญญากันก่อนนั้น แต่ก็ยังไม่เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป เพราะนั่นเป็นวิธีลับ เย่ว์หยางต้องการทำสัญญากับมันอย่างจริงจัง แน่นอน นี่เป็นการรับประกันถึงสองชั้น

ประกายแสงเปล่งออกมาจากไข่ของตั๊กแตนมรณะ แสงเจิดจ้าจนตาพร่า]kp

มันสว่างมากเหมือนพระอาทิตย์ดวงน้อย

ขณะนี้ สัญญาได้กระทำกันเสร็จแล้ว ถ้าเป็นนักรบคนอื่น พวกเขาจะชูมือยินดีทันที

อย่างไรก็ตาม วิธีลับต้องให้เจ้านายของสัตว์อสูรยังคงถ่ายพลังภายในของพวกเขาต่อไป ทำให้ดีกว่าเดิม นอกจากนี้เจ้าของสัตว์อสูรยังต้องเตรียมเลือดสดของพวกเขาเพื่อให้เป็นอาหารของสัตว์อสูร

เย่ว์หยางถ่ายพลังปราณก่อกำเนิดของเขาลงไปในไข่อย่างต่อเนื่อง ทำให้มันเปล่งแสงสว่างมากยิ่งขึ้น เขายังคงถ่ายปราณลงไปไม่หยุดหย่อน มากขนาดที่ว่าแสงจากการทำสัญญาสำเร็จ ที่ควรจะหรี่ลงภายใน 3-10 วินาทีก็ยังคงส่องแสงตลอดหนึ่งนาทีไม่ยอมหยุด องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนและคนอื่นๆ ประหลาดใจต่อท่าทางของเย่ว์หยาง และเริ่มเชื่อว่าเขาอาจเพาะเลี้ยงสัตว์อสูรได้สำเร็จภายใน 2 ชั่วโมง

เมื่อแสงหรี่ลง ไข่ก็ฟักตัวไปแล้ว

ตั๊กแตนมรณะที่ฟักออกมามีขนาดเล็กมาก ตัวของมันใหญ่พอๆ กับนิ้วของคนธรรมดา สีของมันคล้ายกับหยกขาว โปร่งใสเล็กน้อย

ทันทีที่มันฟักตัวออกมา มันหันไปดูคนที่ล้อมรอบมันทันที

เมื่อมันพบเย่ว์หยาง มันปีนขึ้นไปบนเจ้านายของมันอย่างกระหายทันที

ถ้าเป็นคนอื่น พวกเขาจะให้ลูกสัตว์อสูรกินของบางอย่างในเวลานี้ ถ้าเป็นผลึกเวทที่มีคุณลักษณะเช่นเดียวกับสัตว์อสูรจะดีที่สุด ถ้าพวกเขาไม่ให้อาหารกับลูกสัตว์อสูรนาน 2-3 วัน ลูกสัตว์อสูรอาจตายได้

แน่นอนว่าอสูรประเภทรูปแบบพิเศษหรืออสูรสายธาตุจำเพาะจะไม่มีวันตาย แต่การเติบโตในอนาคตของพวกมันจะได้รับผลกระทบอย่างมากมาย การเพาะเลี้ยงสัตว์อสูรเมื่อมันยังตัวเล็กเป็นเรื่องสำคัญมาก ยิ่งกว่านั้น ผลึกเวทที่คุณภาพสูงและดีเลิศจะกำหนดอนาคตการเติบโตของสัตว์อสูรได้ดีกว่า

ยกตัวอย่าง ถ้าลูกสัตว์อสูรบริโภคผลึกเวทระดับ 6 การเติบโตของมันจะดีกว่าลูกอสูรที่บริโภคแต่เพียงผลึกเวทระดับ 3 สำหรับลูกสัตว์อสูรที่ไม่ได้อาหารเป็นผลึกเวทหรือได้แต่ผลึกเวทระดับ 1 หรือ 2 พวกมันจะเป็นอสูรที่ไร้ประโยชน์ในอนาคต พวกมันจะอยู่ในพวกอสูรที่ส่วนใหญ่ได้แต่เพียงทำงานหนักมากที่สุด

“อ๋า? เจ้าให้มันกินเลือดเจ้าหรือ?”

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนทำอะไรไม่ถูก แต่รู้สึกเสียใจกับเย่ว์หยางเมื่อนางเห็นวิธีที่เย่ว์หยางเพาะเลี้ยงตั๊กแตนมรณะ

นางคิดว่าแม้ว่าเจ้าเด็กนี่จะแพ้พนัน นางก็ไม่ได้ตั้งใจจะให้เขาแก้ผ้าวิ่งแน่ๆ

นางแค่พยายามจะยั่วเย้าเขาเท่านั้น แต่เจ้างี่เง่านี่กลับถือเป็นจริงเป็นจัง

เขาเป็นคนโง่โดยแท้...

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนอยากจะถองใส่เย่ว์หยาง แต่นางรู้ว่านี่เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญของเย่ว์หยาง ดังนั้นนางไม่กล้ารบกวนเขา นางกำหมัดแน่นมองดูเขาต่อไป

สาวๆ ต่างก็เห็นได้ชัดว่าหลังจากตั๊กแตนมรณะดื่มเลือดของเย่ว์หยางแล้ว เลือดเหล่านั้นกลายเป็นเหมือนสายเส้นด้ายพันรอบตัวมัน เหมือนกับว่าเป็นรูปวงเวทอักษรรูน หรือเหมือนกับว่าเป็นการไหลเวียนของเส้นเลือด ในที่สุด เส้นเลือดก็ขยายขึ้นจากขนาดเส้นด้ายเป็นขนาดริบบิ้น

จากนั้น ตั๊กแตนมรณะเปลี่ยนเป็นสีชมพูทันทีและกลายเป็นสีแดงเข้ม เมื่อมันกลายเป็นสีแดงเข้มทั้งหมดแล้ว แสงสีทองก็เปล่งประกายออกมาอีกครั้งหนึ่ง ด้วยพลังจากเลือดของเย่ว์หยางและพลังปราณก่อกำเนิดที่มีอยู่เดิม ทำให้ร่างของตั๊กแตนมรณะขยายใหญ่ขึ้นๆ ทุกทีต่อหน้าต่อตาองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนและคนอื่นๆ

สิบนาทีต่อมา ตั๊กแตนมรณะที่แต่เดิมมีขนาดพอๆ กับนิ้วมือของคน ตอนนี้มันโตพอๆ กับเด็กทารกแล้ว

เย่ว์หยางใช้เลือดตนเองป้อนเป็นอาหารมันอีกครั้ง ขณะที่เขายังถ่ายพลังปราณลงสู่ร่างมันอย่างต่อเนื่อง

“เจ้ายังให้มันกินเลือดอีกหรือ?”

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนรู้สึกว่าเจ้าเด็กนี้ไม่ต้องการมีชีวิตต่อไปแล้ว เขาเสียเลือดไปมากเมื่อไม่กี่วันมานี้ และตอนนี้เขายังเอาเลือดตนเองให้เป็นอาหารตั๊กแตนมรณะอีก การชนะพนันเป็นเรื่องสำคัญต่อเขาอย่างนั้นหรือ?

“พี่สาม?”

เย่ว์ปิงชักจะเป็นห่วงเย่ว์หยางมากขึ้น

“ข้าไม่เป็นไร!”

เย่ว์หยางยิ้มให้นาง

หลังจากให้อาหารมันด้วยเลือดตนเองและถ่ายพลังปราณก่อกำเนิดให้มันถึงสามรอบ ในที่สุดเย่ว์หยางก็รู้สึกเหนื่อยจึงหยุดลง เขาหยิบเอาผลึกเวทมังกรทองออกมาจากในแหวนลิชของเขาและป้อนให้ตั๊กแตนมรณะกิน เย่คงและเจ้าอ้วนไห่แทบจะทรุดลงกับพื้นเมื่อเห็นเช่นนี้

เย่ว์หยางเอาผลึกเวทมังกรทองระดับ 7 ป้อนเป็นอาหารลูกสัตว์อสูรได้อย่างไร? ด้วยของทั้งหมดที่เย่ว์หยางให้มัน ก็จะเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ตั๊กแตนมรณะกลายเป็นอสูรที่แข็งแกร่ง พวกเขาคิดว่าในโลกนี้

คงมีแต่เพียงเย่ว์หยางเท่านั้น ผู้ชายใจถึงผู้นี้ใช้ผลึกเวทมังกรทองระดับ 7 เพาะเลี้ยงตั๊กแตนมรณะได้ ถ้าตั๊กแตนมรณะไม่สามารถยกระดับได้สูงกว่าอสูรทองระดับ 7 อย่างนั้นเย่ว์หยางคงสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่เสียแล้ว

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนก็รำคาญมากจนรู้สึกคันฟัน นางอยากจะกัดเจ้าเด็กนี่ให้ตายนัก

เพื่อจะเอาชนะพนันของพวกเขา เขายอมใช้แม้กระทั่งผลึกเวทมังกรทอง

อย่างนี้โกงกันไม่ใช่หรือ?

ในทางตรงกันข้าม ท่าทีของเจ้าเมืองโล่วฮัวตรงกันข้ามกับองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนสิ้นเชิง นางเพียงให้ความสนใจผลสุดท้าย หวังในใจว่าตั๊กแตนมรณะจะมีความพยายามหนักและพัฒนาการไปได้ มันจะดีที่สุดหากว่ามันสามารถผ่านวิวัฒนาการที่เข้มแข็งและกลายเป็นอสูรชั้นแพลตตินัมหรือยกระดับได้หลายครั้งกลายเป็นอสูรทองที่แข็งแกร่งระดับ 5 ได้

แน่นอน นี่เป็นเพียงความปรารถนาของนาง ในความเป็นจริง เป็นไปไม่ได้ที่เรื่องแบบนั้นจะเกิดขึ้น แม้ว่าจะเป็นไปได้ แต่ว่ามันจะยังไม่เกิดขึ้นภายในสองชั่วโมง

ผ่านไปเกือบชั่วโมงครึ่ง

ตั๊กแตนมรณะที่ใหญ่พอๆ กับนิ้วของคนก็เติบโตขนาดแขนของคน หลังจากให้เลือดไปสามรอบ สีของมันแดงเข้มในตอนนี้ และยังคงเติบโต แต่มันก็แผ่ไอของพลังและอำนาจออกมา หลังจากเย่ว์หยางป้อนผลึกเวทมังกรทองให้มัน เขาก็หาวและกลับไปที่ห้องและพักอีกชั่วโมง

เมื่อเขากลับออกมา ตั๊กแตนมรณะก็ยาวถึงสองเมตร ร่างของมันหนาพอๆ กับต้นขาของคน ขาหน้าที่เป็นดาบเคียวของมันมีรูปลักษณ์ที่น่ากลัวดูเหมือนตั๊กแตนมรณะตัวเต็มวัยแล้ว ปีกของตั๊กแตนมรณะยังคงงอกออกมาช้าๆ และเริ่มจะเรียนรู้วิธีบิน มันยังคงเงอะงะและสั่นอยู่บินชนผนังและของในห้อง ท่าบินของมันยังดูเก้งก้าง

อีกครั้งที่เย่ว์หยางล้วงผลึกเวทมังกรบิน (สองขา) ออกมาป้อนเป็นอาหารให้ตั๊กแตนมรณะ

แต่เดิม บันทึกไม่ได้บอกให้เขาให้อาหารลูกสัตว์อสูรโดยใช้ผลึกเวทคุณภาพดีที่สุดหรือโดยให้ผลึกเวทมันกินมากๆ อย่างไรก็ตาม เย่ว์หยางรู้สึกว่าถ้าเขาไม่ได้เพาะเลี้ยงมันก็ดีไป แต่ถ้าเขาพยายามเพาะเลี้ยงมันจริงๆ เขาจะต้องให้ของที่ดีที่สุดแก่มัน

เมื่อตั๊กแตนมรณะกินผลึกเวทเสร็จ เวลาก็ผ่านไปอีกยี่สิบนาที แตนนี้ เหลือเพียงสิบนาทีจากกำหนดเวลาสองชั่วโมง องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนรู้ตัวแล้วว่าการพนันครั้งนี้ไม่มีความหมายมานานแล้ว แต่การแสดงออกภายนอก นางคงไม่ยอมรับความพ่ายแพ้แน่นอน

“เกือบได้เวลาแล้ว! ตั๊กแตนมรณะของเจ้ายังไม่โตเต็มวัยเลย”

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนไม่ต้องการเตือนเย่ว์หยางให้รับความจริง แต่ต่อหน้าผู้คนนางไม่สามารถยอมรับความพ่ายแพ้และเสียหน้าได้

“ไม่มีทางอื่นแล้ว อย่างนั้นข้าต้องใช้ไม้ตายสูงสุดแล้ว”

เย่ว์หยางม้วนแขนเสื้อและเขียนวงเวทอักษรรูนบนร่างของตั๊กแตนมรณะ

กลุ่มพลังที่น่ากลัวระเบิดออกมาจากร่างของตั๊กแตนมรณะ เย่คงและเจ้าอ้วนไห่ล้มลงกับพื้นจากแรงอัดกระแทก

ลำแสงสีม่วงเข้มกระจายขึ้นไปไม่กี่เมตรก่อนที่จะกลับลงมาสู่ร่างของตั๊กแตนมรณะ

ทุกคนตะลึงมองดูขณะที่วงเวทอักษรรูนจะหมุนราวกับว่าเป็นของมีชีวิตอยู่ในตัวของตั๊กแตนมรณะ เมื่อมันหายไปในที่สุด ตั๊กแตนมรณะสีแดงเข้มก่อนหน้านั้นไม่เพียงแต่เปลี่ยนสีของมันเท่านั้น มันยังพัฒนาจนดูเหมือนแม่ของมัน ซึ่งมีสีม่วงเข้มอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ยังมีจุดเพิ่มขึ้นมาบนร่างของมันสองจุด

จุดหนึ่งสีแดงเข้ม ขณะที่อีกจุดหนึ่งสีทองเข้ม แม้ว่าตั๊กแตนมรณะจะเป็นประเภทอสูรสายแมลงที่ไม่มีความฉลาดอะไรเลย แต่จากดวงตาขนาดใหญ่ของมัน ทุกคนสามารถรู้สึกได้ว่าความฉลาดที่พิเศษซุกซ่อนอยู่ภายในนั้น

ตั๊กแตนมรณะยังคงเติบโตต่อไป จากสถานะตัวอ่อนในตอนเริ่มแรก มันค่อยๆ โตจนเป็นตัวเต็มวัย แต่มันโตช้ามาก

หลังจากผ่านไปสิบนาที มันก็ยังไม่เป็นผู้ใหญ่เต็มที่

ถ้าว่ากันตามกติกาแล้ว เย่ว์หยางแพ้

อย่างไรก็ตาม ถ้าว่ากันตามเป้าหมายในตอนแรกเพาะเลี้ยงลูกสัตว์อสูรให้เป็นอสูรเต็มวัย ถือได้ว่าเย่ว์หยางชนะครั้งยิ่งใหญ่จริงๆ ทุกคนเห็นได้ในตอนนี้แล้วว่าเหตุผลที่ตั๊กแตนมรณะโตช้ามากก็เป็นเพราะมันวิวัฒนาการเป็นอสูรระดับทองแล้ว ถ้ามันกลายเป็นอสูรทองแดงหรืออสูรเงินแทน บางทีเย่ว์หยางไม่ต้องใช้เวลาสองชั่วโมงเพื่อเพาะเลี้ยงให้เสร็จ

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนไม่ต้องการพูดอะไรต่อ นางไม่ต้องการตือนเย่ว์หยาง เพื่อจะหลีกเลี่ยงไม่ยั่วให้เย่ว์หยางโกรธ

การพนันก็เป็นเรื่องสนุกๆ ที่พวกเขาไม่ได้จริงจังอะไรกับมันเกินไป

ที่สำคัญที่สุด นางสามารถใช้เรื่องนี้เป็นเครื่องป้องกันในอนาคตหากว่าเย่ว์หยางโกรธนาง องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนตัดสินใจเปลี่ยนหัวข้อและพูดว่า “การแข่งขันช่วงบ่ายจะเริ่มอยู่แล้ว เราน่าจะไปกันตอนนี้ได้แล้ว มิฉะนั้นเจ้าจะพลาดการแข่งขันครั้งที่สาม

“แน่นอนว่าเราจะต้องไปร่วมแข่งขัน แต่ก่อนที่เราจะไป ข้าจำเป็นต้องทำตามสัญญา ขอแก้ผ้าวิ่งก่อน!”

เย่ว์หยางถอดเสื้อของเขาทันที จากนั้นก็เริ่มจะถอดกางเกง

“เจ้ากล้าเหรอ? ใครจะยอมให้เจ้าแก้ผ้าวิ่งกันเล่า?”

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนรีบคว้ามือเย่ว์หยางที่พยายามจะแก้สายรัดเอว

แน่นอนว่านางไม่ต้องการเห็นเย่ว์หยางเปลือยกายล่อนจ้อนเดินตามหลังนาง

นั่นมันหายนะชัดๆ ไม่ใช่หรือ?

ถ้าคนอื่นได้ยินเรื่องนี้ อย่างนั้นนางจะกลายเป็นตัวตลกไปทั้งโลก คนอื่นๆ ที่ไม่รู้ความจริง จะคิดได้ว่านางมีนิสัยแปลกประหลาด ชอบให้ผู้ชายเปลือยกายเดินตามต่อหน้าธารกำนัล..องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนกลัวผลที่จะตามมาอย่างมาก ดังนั้นนางจึงฉุดมือเย่ว์หยางออกมา คาดสายรัดเอวและสวมชุดให้เขา

“ข้าไม่เคยเห็นคนขี้โกงอย่างเจ้ามาก่อนเลย ข้าจะไม่ถือว่านี่เป็นข้อต่อรองนะ เราค่อยคุยกันในครั้งต่อไป!”

เย่ว์หยางหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ขณะที่เขาโอบไหล่องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน “คู่หู! ขอให้บอกเมื่อไหร่ก็ได้ที่เจ้าต้องการดูข้า! ข้ายินดีเก็บเดิมพันของข้าไว้ก่อน เนื่องจากว่าข้าแพ้พนันนี่นา”

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนพูดไม่ออกเมื่อได้ยินเขาพูด

ทำไมคำพูดของเขาฟังเหมือนกับว่านางได้ตั้งเงื่อนไขเดิมพันเอาไว้ เพราะนางอยากดูเขาเปลือยร่างงั้นหรือ?

พอเห็นว่าองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนโกรธมากจนควันแทบออกจากตาและหู แต่ก็พูดไม่ออกได้แต่เก็บความโกรธไว้เงียบๆ เจ้าเมืองโล่วฮัวไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่หัวเราะไม่ยั้ง นางหัวเราะจนไหล่สั่นคลอนไปหมด

แม้แต่เย่ว์หวี่และเย่ว์ปิงก็ยังอดยิ้มไม่ได้

ไม่มีใครในโลกนี้ที่ควบคุมองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนได้ คนเดียวที่ทำได้คงเป็นเย่ว์หยางนี่แหละ เขาเป็นดาวข่มประจำชีวิตนาง

ณ ช่วงเวลานี้ บนเวทีต่อสู้รอบคัดเลือก

อาจารย์จิ้งจอกเฒ่าเดินกลับไปกลับมาอย่างกระวนกระวายถึงขนาดเกาศีรษะแกรกๆ ทำไมเจ้าเย่ว์หยางถึงได้สายอีกแล้ว? ทำไมเขาไม่บอกไปเลยว่าเขาไม่ต้องการแข่ง? เขาสมัครด้วยตนเองไว้ แต่ไม่ได้ขึ้นมาแข่งขัน เขาจะต้องให้เขาตายจริงๆ งั้นหรือ?

อีกไม่กี่นาทีก็จะเริ่มแข่งแล้ว ถ้าเขายังไม่มา อย่างนั้นเย่ว์หยางก็จะเป็นนักเรียนคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ยอมแพ้ในการแข่งขัน เพราะเขาไม่กล้าเผชิญกับการแข่งขัน เป็นคนขี้ขลาดที่สุด... อาจารย์จิ้งจอกเฒ่าต้องการจริงๆ ที่จะเดินขึ้นไปบนเวทีแล้วสู้แทนเย่ว์หยาง เย่ว์หยางจะเอาชนะในการแข่งขันได้แน่นอน

“นักเรียนชั้นยอดของท่านละทิ้งการแข่งขันครั้งนี้.. ไม่เลวเลย นักเรียนของท่านสร้างสถิติโลกขึ้นใหม่แล้ว เขาอาจเป็นคนแรกและคนสุดท้ายในประวัติศาสตร์ก็ได้”

สหาย 2-3 คนของอาจารย์จิ้งจอกเฒ่าเริ่มหัวเราะดังลั่น จงใจเยาะเย้ยถากถางอาจารย์จิ้งจอกเฒ่า

“.....”

อาจารย์จิ้งจอกเฒ่าพูดไม่ออก ในใจของเขาคิดว่า เจ้าควรจะขอบคุณที่เจ้าเด็กนั่นไม่อยู่ที่นี่ มิฉะนั้น ด้วยสถานะนักสู้ปราณก่อกำเนิดของเขา เขาจะทุบตีหักหน้าจนพวกเจ้าร้องไห้กันหมด

เขากำลังจะเลิกโกรธ

ทันใดนั้น เขาเห็นเย่ว์หยางพาเย่ว์ปิง, เย่คง, เจ้าอ้วนไห่และคนอื่นเดินออกมาอย่างใจเย็นและมั่นคง อาจารย์จิ้งจอกเฒ่ามีความสุขมากขึ้นทันที

พระเจ้า..ในที่สุด ในที่สุด สถาบันฉางชุนเฉิงก็จะได้แสดงฝีมือสักที

ที่มา : https://writer.dek-d.com/tanay2507/story/viewlongc.php?id=1429532&chapter=239

จบบทที่ ตอนที่ 219 ดาวข่มทั้งชีวิต

คัดลอกลิงก์แล้ว