เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 303 อีกา (ฟรี)

ตอนที่ 303 อีกา (ฟรี)

ตอนที่ 303 อีกา (ฟรี)


ตอนที่ 303 อีกา

แม้ว่าโดยทั่วไปแล้วซูเสี่ยวเยว่จะค่อนข้าง ‘เงียบ’ แต่ตามการสังเกตของสวี่จื้อ เธอไม่ใช่คนเงียบขรึมหรือเก็บตัวอย่างที่บางคนคิด ถ้าเธอไม่คิดจะพูดก็แสดงว่าเธอได้เข้าสู่ ‘โหมดประหยัดพลังงาน’

ถ้าไม่ได้อยู่ในโหมดนั้น ซูเสี่ยวเยว่ก็จะพูดแค่สั้นๆ รวบรัดได้ใจความ จึงทำให้เธอดูเข้าถึงยาก

เนื่องจากเธอเป็นคนเดียวที่เคยเข้ามาในแดนสาบสูญ เธอจึงได้อธิบายสิ่งแปลกๆ ที่เคยพบให้กับเพื่อนร่วมทีมฟัง

“แดนสาบสูญมีสิ่งล่อใจสำหรับผู้ปลุกพลัง อย่างหนึ่งก็คือ พวกนายจะรู้สึกเบาสบายเหมือนกับจะโบยบินอย่างเมื่อกี้นี้”

“นั่นคือสิ่งล่อใจอย่างหนึ่ง แต่เป็นการล่อลวงที่อ่อนที่สุด แต่ยิ่งจมอยู่กับความรู้สึกนั้นนานเท่าไหร่ มันก็ยิ่งฝังรากลึกมากเท่านั้น เมื่อถึงจุดนี้ ก็จะรู้สึกอยากหลุดพ้นจากพันธนาการของร่างกายอันหนักอึ้ง และเพลิดเพลินไปกับความรู้สึกที่วิญญาณได้ล่องลอย เพื่อสัมผัสกับความรู้สึกนั้น ก็จะมีความพยายามในการปลิดชีพตัวเอง”

ซูเสี่ยวเยว่เตือนว่า “เป็นไปไม่ได้เลยที่ฉันจะเฝ้าสังเกตอาการของแต่ละคนอยู่ตลอดเวลา จำความรู้สึกนั้นไว้ หากมันเกิดขึ้นอีก พวกนายจะต้องพยายามตื่นด้วยตัวเอง”

“มีหลายวิธี วิธีที่ง่ายที่สุดคือ ตบตัวเองหรือสร้างความเจ็บปวดอย่างอื่น ความเจ็บปวดจะช่วยดึงสติ และหากพบว่าตัวเองอยู่ในจุดที่รู้สึกไม่เจ็บปวดอีกต่อไป ให้รีบตะโกนบอก”

“เมื่อถึงตอนนั้น เราต้องเรียกอาจารย์มาให้พาออกไปจากที่นี่”

สมาชิกคนอื่นๆ ในทีมพยักหน้าด้วยความระมัดระวัง พวกเขายังคงเป็นนักศึกษา มันไม่ใช่เวลาที่ชีวิตของพวกเขาจะสิ้นสุดลง พวกเขายังมีเวลาเหลือเฟือ จึงไม่จำเป็นต้องอยู่ในแดนสาบสูญ เพื่อก้าวไปข้างหน้า โดยธรรมชาติพวกเขาย่อมรู้ดีว่าควรจะถอยเมื่อใด

"ไปกันเถอะ"

ซูเสี่ยวเยว่เป็นผู้นำทีม และทั้งเจ็ดคนเดินลึกเข้าไปในแดนสาบสูญ

ในขณะนั้น สวี่จื้อได้ใช้พลังของร่างวิญญาณอย่างลับๆ เพื่อบันทึกสถานที่แห่งนี้

เธอไม่ได้รีบร้อนที่จะสร้างร่างวิญญาณจริงๆ แดนสาบสูญเต็มไปด้วยอันตราย เธอจึงไม่ควรแบ่งพลังออกไปในตอนนี้ ยิ่งกว่านั้นเธอต้องมีสมาธิ และไม่มีเวลาทำสองสิ่งในเวลาเดียวกัน

เสี่ยวไต้ในอ้อมแขนของเธอ ดูเหมือนว่าจะกระตือรือร้นมากขึ้นเล็กน้อยหลังจากที่ได้เข้ามาในแดนสาบสูญ

โดยปกติแล้วแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะดูดซับพลังเลือดที่ต้องการจากอากาศ ต่างจากในแดนสาบสูญ สวี่จื้อรู้สึกได้ว่าลมหายใจที่สูดเข้าไปในมีพลังเลือดแฝงอยู่

อย่างไรก็ตาม พลังนั้นค่อนข้างเบาบาง ถึงแม้ว่าจะดูดซับพลังงานจำนวนมหาศาลในอากาศ ก็ยังไม่หนาแน่นพอที่จะสังเกตเห็นจริงๆ

อีกอย่าง นักศึกษาคนอื่นๆ ต่างก็ดูดซับพลังงานรอบตัวพวกเขาอย่างบ้าคลั่งเช่นกัน ทำให้ความผันผวนยิ่งเกิดการปกปิดไปอีก

ขณะที่พวกเขาก้าวเข้าไปในหมอกลึกขึ้นเรื่อยๆ ไม่เพียงแต่จะเห็นเพียงดินแดนรกร้างว่างเปล่ารอบตัวเท่านั้น แต่ยังมีก้อนหิน และต้นไม้เหี่ยวเฉาค่อยๆ ปรากฏขึ้น

ในตอนแรกมีเพียงก้อนหิน และต้นไม้แห้งเพียงไม่กี่ต้น แต่เมื่อพวกเขาเดินไปข้างหน้า ต้นไม้แห้งเหล่านี้ก็เริ่มเพิ่มจำนวน และสูงขึ้นเรื่อยๆ

หลังจากเดินเป็นเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง พลังงานรอบตัวพวกเขาดูเหมือนจะหนาแน่นมากขึ้น จนถึงจุดที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องดูดซับด้วยความตั้งใจของตัวเองเลย ราวกับว่าทุกลมหายใจจะสูดเอาพลังงานเข้าไปโดยไม่ตั้งใจ เมื่อมาถึงจุดนี้ พวกเขาก็ได้เห็น ‘สัตว์ประหลาด’ ตัวแรกในที่สุด นับตั้งแต่ที่เข้ามาในแดนสาบสูญ

มันเป็นอีกาสีดำเกาะอยู่บนยอดต้นไม้แห้ง ยืนนิ่งอยู่บนกิ่งไม้ที่เรียวเล็ก ดวงตาสีแดงของมันสะท้อนภาพกลุ่มคนที่เดินเข้ามาในแดนสาบสูญ มันไม่ได้ตื่นตัวหรือสนใจ แต่เป็นการเหลือบมองอย่างเงียบๆ

เมื่อซูเสี่ยวเยว่เห็นใครบางคนมีท่าทีระวังตัว เธอจึงเตือนว่า “อย่าไปยั่วยุมัน”

อีกาตัวนี้ไม่แข็งแรง เรียกได้ว่าอ่อนแอด้วยซ้ำ การฆ่าเป็นเรื่องง่าย แต่…

ขณะที่พวกเขาเดินไปข้างหน้า ก็มีอีกาปรากฏตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ตามรายทาง

จากตอนแรกที่มีสองสามตัวจนมารวมกันเป็นกลุ่มหนาแน่นบนกิ่งไม้แห้ง พวกมันอยู่บนกิ่งไม้โดยไม่เคลื่อนไหวเหมือนกับรูปปั้น โดยขยับตา และหันหัวเท่านั้นเมื่อเห็นคน แต่ไม่มีการแสดงออกถึงความก้าวร้าวในดวงตา

ถึงอย่างนั้น การเห็นอีกาดำนับร้อยหรือแม้แต่นับพันตัวจ้องมองมาอย่างเงียบๆ ก็อาจทำให้รู้สึกหวาดกลัวได้

อาจารย์เคยบอกว่าหากอีกาชนิดนี้จะไม่โจมตีก่อน อย่างไรก็ตาม หากมีอีกาตัวใดได้รับบาดเจ็บหรือตาย ทั้งกลุ่มจะตกใจ และส่งเสียงดัง และบินวนอยู่เหนือหัวของฆาตกร ราวกับกำลังชี้ทางให้กับสัตว์ประหลาดที่ทรงพลังยิ่งกว่าพบเจอเหยื่อได้ง่าย

สรุปแล้ว พวกมันเป็นเหมือนสัญญาณเตือนภัย ถ้าไม่แตะก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าแตะจะเดือดร้อนยกใหญ่

มีสัตว์ประหลาดหลากหลายชนิดในแดนสาบสูญที่ดูไม่เป็นอันตราย และอ่อนแอ แต่จริงๆ แล้วจะก่อปัญหาอย่างมากหากเข้าไปยุ่ง นี่คือ บทเรียนจากเลือด และน้ำตาของคนรุ่นก่อน

"โชคดีที่พวกมันไม่ถ่ายอุจจาระ" ถงโจวพึมพำเบาๆ

จี้มู่เกอหันมามองอย่างเงียบๆ สวี่จื้อก็มองเพื่อนร่วมทีมด้วยสายตาแปลกๆ จากความคิดของเขา

ถงโจวเอ่ยด้วยเสียงต่ำราวกับรับรู้ได้ว่าคนอื่นกำลังมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ อยู่ “สิ่งที่ฉันไม่เห็นจะแปลกเลย หากมีอีกาบินอยู่เหนือหัวเราเป็นจำนวนมาก แล้วพวกมันถ่ายอุจจาระด้วย เราคงจะเดือดร้อนแน่!”

ถ้าไม่รู้จักพูด จะเงียบไปก็ได้นะ

แต่เมื่อคิดดูอีกครั้ง สิ่งที่เขากล่าวก็สมเหตุสมผลอยู่!

ซู่หรั่นเป็นคนกลัวเชื้อโรค เมื่อนึกภาพตาม เขาก็ขนลุกไปทั้งตัว และรีบขับไล่จินตนาการแปลกๆ เหล่านั้นออกไปจากหัวอย่างรวดเร็ว

ทั้งเจ็ดคนเดินต่อไปข้างหน้าอีกประมาณหนึ่งชั่วโมง และในที่สุด ฝูงกาก็เริ่มน้อยลงเรื่อยๆ และหมอกก็ไม่ได้หนาแน่นขึ้นแม้ว่าพวกเขาจะเดินเข้ามาลึกขึ้นก็ตาม แม้ว่าจะถูกหมอกบดบัง แต่ระยะมองเห็นก็ไม่แคบ ในไม่ช้าพวกเขาก็เห็นสิ่งแปลกตาใหม่ๆ

เริ่มมีตาดอกใหม่งอกเงยขึ้นบนต้นไม้แห้ง และร่องรอยของหญ้าสีเขียวก็ค่อยๆ ปรากฏบนพื้นดิน

ขณะที่ร่องรอยของ ‘ชีวิต’ เหล่านี้ค่อยๆ เผยออกมา สวี่จื้อก็รู้สึกได้ว่าพลังงานในอากาศดูเหมือนจะหนาแน่นมากขึ้น

เป็นสถานที่ๆ พลังงานหนาแน่นมากจริงๆ

เป็นไปได้มั้ยว่าในส่วนลึกที่สุดของแดนสาบสูญ พลังงานอาจความหนาแน่นมากจนสามารถกลั่นเป็นของเหลว

เมื่อพวกเขาเข้าเดินเข้ามาลึกขึ้น สภาพแวดล้อมโดยรอบในที่สุดก็ไม่แห้งแล้ง รกร้าง และหดหู่อีกต่อไป เมื่อมีสีเขียวซึ่งเป็นตัวแทนของชีวิตปรากฏขึ้น ก็ค่อยๆ มีพืชพรรณต่างๆ ปรากฏให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ

สวี่จื้อค้นพบว่าดินแดนรกร้างนั้นเปรียบเสมือนชายแดนระหว่างแดนสาบสูญที่แท้จริง และโลกความเป็นจริง ซึ่งแบ่งแยกสองฝ่ายด้วยความรกร้างว่างเปล่า

เมื่อเธอเดินเข้าไปในทุ่งหญ้า ดูเหมือนว่าความจริงของดินแดนแห่งนี้จะถูกเปิดเผยออกมาต่อหน้าเธอ

สัตว์ประหลาดเริ่มปรากฏตัวบ่อยขึ้น ในทุ่งหญ้า พุ่มไม้ และป่าดงดิบ พวกมันดูเหมือนสัตว์ป่าธรรมดา แต่จริงๆ แล้วล้วนแต่เป็นสัตว์ประหลาด

ตามที่อาจารย์ได้กล่าวไว้ว่าในแดนสาบสูญนั้นไม่มีสิ่งมีชีวิตธรรมดาอยู่ แม้กระทั่งผีเสื้อที่พบเห็นได้ทั่วไป และดูธรรมดาที่สุดก็ยังเป็นสัตว์ประหลาดที่ถือพลังสายใดสายหนึ่ง และร่างกายของพวกมันก็ประกอบด้วยพลังงานที่เข้มข้นมากกว่าคนธรรมดาในโลกภายนอกอีกด้วย

นี่คือ ดินแดนอันล้ำค่าที่ผู้ปลุกพลังไม่อยากจะจากไปเมื่อได้เข้ามา แค่ล่าสัตว์ประหลาดเพียงไม่กี่ตัว และจับมันออกมาก็สามารถได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าแล้ว

แต่ที่แห่งนี้ก็คือ สถานที่ที่อันตรายที่สุดเช่นกัน ตัวอย่างเช่น ในขณะนี้ สวี่จื้อ สังเกตเห็นว่าเถาวัลย์ที่ห้อยอยู่บนต้นไม้ต่างๆ ในบริเวณใกล้เคียงดูเหมือนจะบิดตัวเล็กน้อยสองสามครั้งขณะที่พวกเขาเดินผ่านไป

พวกมันดูเงียบ และไม่มีอันตราย แต่เธอจำได้ชัดเจนถึงคำเตือนของเหล่าอาจารย์ว่า

ในแดนสาบสูญ ทุกสิ่งล้วนมีอันตราย

จบบทที่ ตอนที่ 303 อีกา (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว