เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 184 ถ้วยที่เอ่อล้น (ฟรี)

ตอนที่ 184 ถ้วยที่เอ่อล้น (ฟรี)

ตอนที่ 184 ถ้วยที่เอ่อล้น (ฟรี)


ตอนที่ 184 ถ้วยที่เอ่อล้น

สวี่จื้อพยายามใช้สกิลเนตรส่องความลับเพื่อมองดู ‘เขา’ ผ่านกิ่งก้านของเสี่ยวไต้ น่าเสียดายที่เธอไม่สามารถลดขอบเขตการมองเห็นให้ลดลงเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น หากต้องการหยุด เธอก็ต้องหลับตาลงเท่านั้น ไม่สามารถควบคุมระยะมองเห็น และขอบเขตของสายตาเมื่อใช้สกิลเนตรส่องความลับได้

บางทีอาจเป็นเพราะระดับสกิลของเธอยังไม่สูงพอ แต่ตอนนี้ก็สายเกินไปแล้ว

แม้ว่าการจ้องมอง ‘เขา’ อย่างหุนหันพลันแล่นจะเป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่ง แต่สวี่จื้อจำเป็นต้องรู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ในสถานการณ์แบบไหน การโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ก่อให้เกิดอันตรายแก่เขาหรือเปล่า และเกิดอะไรขึ้นกับคนอื่นๆ ในเมืองหยุน?

‘สายตา’ ของสวี่จื้อมองไปที่จงหลิงฟาน และคนอื่นๆ ก่อน เพราะเธอเกรงว่าหากมองไปที่เขาก่อน เธอจะไม่สามารถมองไปที่คนอื่นๆ ได้

จงหลิงฟาน และคนอื่นๆ ในตอนนี้ไม่ได้อยู่ในสภาพที่เลวร้ายมากนัก กิ่งก้านของเสี่ยวไต้ช่วยลดทอนผลกระทบ และรังสีส่วนใหญ่สำหรับพวกเขา รวมถึงอุณหภูมิสูง และลมแรง ด้วยความช่วยเหลือของโล่ป้องกันที่สร้างขึ้นโดยพลังแสง ก็ปิดกั้นบางส่วนที่ทะลุผ่านเข้ามาอีกครั้ง แม้ว่าตอนนี้ อากาศในเมืองหยุนจะเต็มไปด้วยพลังแสง แต่โล่ป้องกันเหล่านี้ก็ดูเหมือนจะน่าเชื่อถือมากกว่า

อุณหภูมิ และรังสีที่ทะลุผ่านการป้องกันสองชั้นมีระดับความอันตรายลดลงมาก ทำให้ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับผู้คนที่อยู่ข้างหลังมากนัก ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาส่วนใหญ่เป็นผู้ปลุกพลัง ทำให้มีเพียงคนธรรมดาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่แสงอาการป่วย แต่ก็มีผู้ปลุกพลังหัวใจค่อยรักษาอยู่

เมื่อเห็นเช่นนี้ สวี่จื้อจึงหันไปมอง ‘เขา’

เมื่อเธอหันกลับไป สวี่จื้อก็มองเห็นรูปลักษณ์ของเขาได้อย่างชัดเจน

รูปร่างของเขาในตอนนี้ อาจเรียกได้ว่าเป็นภาพที่น่าหวาดกลัวที่สุดสำหรับคนกลัวรู ตอนนี้เนื้อบางส่วนละลาย และมีหนองไหลออกมาภายใต้แรงระเบิดของอาวุธนิวเคลียร์ที่อัดแน่นด้วยพลังแสง ทำให้เขาดูเหมือนมนุษย์หอยทากที่โตเต็มวัย มีของเหลวเหนียวหนืดน่าขยะแขยงไหลไปทั่วร่างกาย ท่าทางของเขาดูสั่นเทาเล็กน้อย แต่เขาไม่ยอมล้มลง

สิ่งที่ตามมาคือ ‘ข้อมูล’ จำนวนมาก เมื่อสวี่จื้อได้รับข้อมูลเหล่านั้น เธอก็ต้องหลับตาลง

แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังได้เห็นอะไรมากมายผ่านตาที่ปิดสนิท

แต่สิ่งที่ทำให้สวี่จื้อรู้สึกประหลาดใจก็คือ เธอไม่ได้รู้สึกปวดหัวจากข้อมูลที่อัดแน่น หรือตาบอดเพราะมองดูเขาในเสี้ยววินาทีหนึ่ง

แม้ว่าเธอจะตกใจกับ ‘ข้อมูล’ ที่หลั่งไหลเข้ามา และยังได้รับฟันเฟืองจากการสอดส่องตัวตนระดับสูงก็ตาม

แต่เมื่อลองคิดดูแล้ว ผลกระทบ และฟันเฟืองโต้กลับนั้นน้อยกว่าที่คาดไว้มาก!

นี่มันน่าประหลาดใจจริงๆ

สำหรับเธอ ไม่มีอะไรน่ากดดันไปกว่าลวดลายสัญลักษณ์อันงดงาม และซับซ้อนที่ล่องลอยอยู่ในท้องฟ้า และพื้นดินของมิติเงาที่เธอเห็นเมื่อเธอย่างเท้าออกจากที่แห่งนั้นเป็นครั้งสุดท้าย

สวี่จื้อรู้สึกว่าหากเธอได้เห็นลวดลายสัญลักษณ์อันซับซ้อนนั้นอีกครั้ง เธอคงจะต้องถูกบดขยี้ด้วยแรงกดดันมหาศาลที่แฝงอยู่ในนั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเธอมองไปที่เขา เธอไม่ได้รู้สึกว่าความลับของอีกฝ่ายไม่ใช่สิ่งที่ไม่สามารถสอดส่องหรือละเมิดได้

หรือเป็นเพราะตอนนี้ ‘เขา’ กำลังบาดเจ็บอยู่?

สวี่จื้อหลับตาลง และผ่อนคลาย จากนั้นจึงเริ่มจัดเรียง ‘ข้อมูล’ ในใจอย่างช้าๆ

เธอจงใจบอกตัวเองว่า ‘อย่าคิด’ ไม่เช่นนั้น สมองของเธอจะพยายามทำความเข้าใจข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับมา เธอรู้ดีกว่าปริมาณข้อมูลนั้นมากเกินจะรับไหว มันจะทำให้เธอแบกรับภาระหนักเกินกำลัง ดังนั้นเธอจึงพยายามทำให้จิตใจของตัวเองว่างเปล่า

ตอนนี้ดูเหมือนเธอจะกังวลมากเกินไป

การจัดเรียงข้อมูลนั้นใช้เวลาไม่นานนัก หลังจะทำเสร็จ และกลับมาคิดวิเคราะห์อีกครั้ง สวี่จื้อก็ตระหนักได้ว่าเขาได้รับบาดเจ็บจริงๆ

และอาการบาดเจ็บก็ร้ายแรงไม่น้อย แต่เกิดจากมิติเงามากกว่าน้ำมือของผู้คนในสหพันธ์

ข่าวดีก็คือ ความพยายามดิ้นรนต่อสู้ของสหพันธ์ไม่ได้สูญเปล่า เขากำลังต่อสู้อย่างดุเดือดกับมิติเงา และอาวุธนิวเคลียร์ที่ถูกทิ้งลงมาดูเหมือนจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้หลังอูฐหัก การโจมตีระดับนี้ไม่ใช่ภัยคุกคามต่อเขาในช่วงที่รุ่งโรจน์ที่สุด แต่ในตอนนี้ มันทำให้เขาเสียเปรียบ ถูกมิติเงาโต้กลับอย่างรุนแรง แม้ว่าเขาต้องการต่อต้าน เขาก็ต้องจ่ายในราคาที่หนักหน่วง

แต่ข่าวร้ายก็คือ เขายังพอมีทางออกอยู่

เสียงที่ไม่อาจบ่งบอกที่มา เหมือนกับเสียงกรีดร้องของมนุษย์ หรือเสียงแหลมคมที่เกิดจากเครื่องดนตรีบางชนิด ดังออกมาจากร่างกายอันใหญ่โตของเขา แก้วหูของสวี่จื้อก็ถูกซ่อมแซมด้วยความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองแล้ว ดังนั้นเธอจึงได้ยินเสียงนั้นด้วย

อย่างไรก็ตาม ไม่มีความโกรธ และความหงุดหงิดอย่างที่สวี่จื้อจินตนาการไว้ แต่มีเค้าลางของความเร่งด่วน และร้อนเนื้อร้อนใจ

ดูเหมือนเขาจะวิตกกังวล

สวี่จื้อสังเกตเห็นว่าพื้นดินใต้เท้าของเขา ซึ่งกลายเป็นโคลนเหมือนในมิติเงาเริ่มพร่ามัวลงอย่างกะทันหัน และมุมหนึ่งของเมืองที่พังทลายจากระเบิดนิวเคลียร์ก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง ราวกับว่ามันกำลังหวนคืนกลับมา

นี่เป็นหลักฐานเพิ่มเติมอีกอย่างที่พิสูจน์ได้ว่า เขาอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบจริงๆ

ด้วยเหตุผลบางอย่าง สวี่จื้อจึงรู้สึกหนาวจนร่างกายสั่นสะท้าน ราวกับว่ามีคนกำลังสาปแช่งเธอด้วยความคิดที่ชั่วร้ายที่สุดในโลก

“อะไรกันเนี่ย มันเกี่ยวอะไรกับฉัน?”

เตรียมตัวมาไม่ดีพอ ก็อย่ามาโทษคนอื่นสิ!

เธอรออยู่ข้างๆ เสี่ยวไต้อย่างเงียบๆ และไม่ไปไหนเลย ไม่ต้องพูดถึงการก่อปัญหาใดๆ เธอคิดว่าตัวเองมีมารยาทมากแล้ว

ในช่วงเวลาต่อมา เสียงพายุก็ดังขึ้นอีกครั้ง ตามมาด้วยอุณหภูมิที่ลดลงกะทันหัน และพลังแสงที่อบอวลอยู่ในอากาศก็เริ่มเบาบางลง

เมื่อสวี่จื้อมองดู เธอก็รู้ว่าเขาต้องการทำอะไร

ในขณะนี้ อากาศเต็มไปด้วยพลังแสงซึ่งทำลาย ‘ความสมดุล’ ที่เขาได้สร้างขึ้นก่อนหน้านี้ ส่งผลให้การหลอมรวมของมิติเงากับเมืองหยุนค่อยๆ หยุดนิ่ง และถอยกลับ เขาจึงต้องหาทางปัดเป่าพลังแสงให้ออกจากเมืองไปให้ได้มากที่สุด เมื่อทำแบบนั้น รังสีและลมร้อนส่วนใหญ่ในเมืองก็ถูกดูดออกไปเช่นกัน

แต่ผลกระทบก็มีอยู่ นั่นคือการกระทำดังกล่าวคือทำให้บาดแผลของเขาเลวร้ายลงไปอีก แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น

หลังจากเสียงกรีดร้องดังขึ้น สวี่จื้อรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่า ‘แรงดึงดูด’ จากพิธีกรรมขนาดใหญ่ของสหพันธ์นั้นรุนแรงมากขึ้น

นอกเมืองหยุน ผู้ปลุกพลังบางคนของสหพันธ์ที่เดิมทีสามารถอดทนได้สักพัก ก็เริ่มแสดงอาการเช่นเดียวกับคนธรรมดาทั่วไป เลือดไหลซึมออกมาจากทวารทั้งเจ็ด รอยเปื้อนเลือดปรากฏบนผิวหนัง ผิวหนังก็เริ่มลอกออก เลือดไหลกลับ และในเวลาเพียงสิบกว่าวินาที ผิวหนังทั้งหมดบนร่างกายของพวกเขาก็หลุดลอกออกเป็นชิ้นๆ ราวกับขี้เถ้าถูกพัดขึ้นมาจากพื้นดิน และผิวหนังเหล่านั้นก็ลอยขึ้นไปบนอากาศ พัดพาขึ้นไปบนท้องฟ้า

ผิวหนัง เนื้อเลือด เส้นเอ็น ไม่มีส่วนใดของร่างกายที่ขาดหายไป เลือดเนื้อของมนุษย์มากมายล่องลอยไปหาดวงอาทิตย์สีดำ กลายเป็นสารอาหารที่เพียงพอสำหรับการหล่อเลี้ยง

มีเพียงกระดูกเท่านั้นที่เหลืออยู่ พวกมันก็ร่วงหล่นลงสู่พื้นในที่สุด แต่ก็แค่ช้ากว่าส่วนอื่นๆ เล็กน้อยเท่านั้น เพราะที่สุดมันก็แตกกระจายเป็นเศษซาก และถูกพัดพาไปตามสายลม และปลิวขึ้นไปในอากาศอีกครั้ง หวนสู่ชะตากรรมเดิมตามชิ้นส่วนอื่นๆ

เนื้อ เลือด วิญญาณ และแม้แต่เศษกระดูกก็ถูกดูดกลืนเข้าไปจนหมด โดยไม่เหลือร่องรอยใดๆ เอาไว้

ภายใต้การกระตุ้นของเขา พิธีกรรมดำเนินไปอย่างรวดเร็ว และไม่มีสิ่งใดที่มีเลือดเนื้อสมบูรณ์บนผืนแผ่นดินของสหพันธ์ ในเวลาเพียงไม่กี่นาที ดวงอาทิตย์สีดำที่เหมือนถ้วยก็เต็มจนจะเอ่อล้น

จบบทที่ ตอนที่ 184 ถ้วยที่เอ่อล้น (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว