เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 22 พิธีกรรมโบราณ

ตอนที่ 22 พิธีกรรมโบราณ

ตอนที่ 22 พิธีกรรมโบราณ


ตอนที่ 22 พิธีกรรมโบราณ

เมื่อมีแฟมิเลียอยู่ข้างๆ สวี่จื้อก็ไม่จำเป็นต้องออกคำสั่งผ่านเครื่องเกม ดังนั้น เมื่อเธอเห็นใบหน้าของชายคนนั้นที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก และอยากจะวิ่งหนี เธอก็เรียกหาเสี่ยวอี้

เมื่อได้ยินเสียงเรียก เสี่ยวอี้ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดก็ปรากฏตัว มันพุ่งไปที่ประตูเพียงขวางชายวัยกลางคนเอาไว้

จากที่เห็น ดูเหมือนตัวเธอ และแฟมิเลียจะมีจิตใจที่สื่อถึงกันได้ในระดับหนึ่ง ก่อนที่เธอจะส่งเสียงเรียก เสี่ยวอี้ก็เหมือนจะรู้ว่าเธอต้องการอะไร ทำให้มันเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว

สีหน้าของชายคนนั้นดูหวาดกลัวมากขึ้นเมื่อเห็นงูตัวใหญ่ปรากฏตัวอย่างกะทันหัน ทำให้เขาส่งเสียงอะไรไม่ออกไปพักหนึ่ง จนกระทั่งเสี่ยวอี้พันร่างของเขาแล้วลากตัวเขาเข้าไปในโรงอาหาร เขาก็เริ่มดิ้นรนอย่างรุนแรง

สวี่จื้อสังเกตอาการของชายคนนั้น และพบว่าเมื่อร่างกายของเขาสัมผัสกับเลือดเนื้อสีแดงสดในโรงอาหาร เส้นสีดำในดวงตาของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อเขามาถึงใจกลางโรงอาหาร เขาก็สูญเสียความเป็นมนุษย์ไปจนหมดสิ้น

แต่ดูเหมือนในฐานะ ‘คนบ้าแรกเกิด’ ความแข็งแกร่งในการต่อสู้ของเขาจึงด้อยกว่านักเรียนที่เธอได้เห็นในโรงเรียนมาก แม้ว่ามือของเขาจะไม่ได้ถูกมัด แต่เขาก็ไม่สามารถสร้างอันตรายใด ๆ ต่อเสี่ยวอี้ได้เลย

เมื่อได้สิ่งที่ต้องการรู้แล้ว สวี่จื้อก็ไม่เก็บเขาไว้อีกต่อไป และเสี่ยวอี้ก็หักคอชายคนนั้นจนตายด้วยกำลัง

ตอนนี้ สิ่งที่ทำให้สวี่จื้อกังวลมากขึ้นคือ เลือดเนื้อบนพื้นดินที่ยังคงดูสดใหม่ และไม่มีอาการเปื่อยเน่าเลยแม้จะผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว ราวกับเพิ่งถูกควักออกมาจากร่างกายมนุษย์ได้ไม่นาน

เธอระงับความรู้สึกคลื่นไส้ และมองดูแขนขาที่ถูกตัดขาด นอกเหนือจากค้นพบว่าส่วนใหญ่ถูกฉีกออกด้วยกำลังแล้ว แขนขาบางส่วนยังมีสัญลักษณ์รูปสามเหลี่ยมที่ถูกกรีดด้วยมีดอีกด้วย

บาดแผลนั้นลึกมาก แต่เนื่องจากมีคราบเลือดนองไปทั่ว จึงยากจะมองเห็นหากไม่สังเกตดูดีๆ

“สัญลักษณ์นี้ มีความหมายอะไรบางอย่างหรือเปล่า”

สวี่จื้อถามตัวเอง นี่เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องการคำตอบ

หลังจากแน่ใจว่ารวบรวมข้อมูลเพียงพอแล้ว สวี่จื้อก็หันกลับมา และเปิดเครื่องเกม

เมื่อมีเบาะแส เกมจะให้คำตอบแก่เธออย่างแน่นอน มันก็เหมือนๆ กับแก่นพลังเหล่านั้น ที่หากเธอต้องการรู้รายละเอียดก็ต้องได้รับมันมาอยู่ในมือก่อน

แน่นอนว่าเมื่อเธอเปิดเกม คำบรรยายก็ปรากฏขึ้นจริงๆ

[ ดูเหมือนคุณจะคุ้นเคยวิถีชีวิตใหม่แล้ว คุณถึงได้พบอะไรที่น่าสนใจอยู่เสมอ ]

[ นี่คือเศษซากจากอดีต ผงธุลีที่เหลือทิ้งเอาไว้ ]

[ พิธีกรรมโบราณนั้นลึกลับและโหดร้าย ผู้คนที่บ้าคลั่งกำลังโหยหาบางสิ่งบางอย่าง และเรียกร้องบางอย่างอยู่ ]

[ พวกเขามีความเชื่อที่รุนแรงที่สุด และเป็นสาวกที่ภักดีที่สุด การฟื้นคืนความรุ่งโรจน์ในอดีต และนำยุคทองในตอนนั้นกลับคือความฝัน และการแสวงหาเพียงหนึ่งเดียวของพวกเขา ]

[ แต่น่าเสียดาย ที่นั่นไม่ต่างจากความเพ้อฝัน ]

[ สิ่งที่คุณเห็นเป็นเพียงพิธีกรรมโบราณอย่างหนึ่ง แต่มรดกของมันถูกตัดขาดไปนานแล้ว มันจึงทรุดโทรมลง และเป็นเหมืนภาพเขียนที่ไร้ซื่งจิตวิญญาณ ]

[ แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ยังทรงพลัง ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์จะมองดูได้ สำหรับผู้ที่มีจิตใจไม่เข้มแข็ง แค่แวบเดียวก็มากเกินพอแล้ว ]

[ คุณจึงต้องระมัดระวัง สิ่งที่พิธีกรรมนี้จะอัญเชิญมานั้น ยิ่งใหญ่เกินกว่าคุณจะต่อกรได้ในตอนนี้ ]

[ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลไป ของขาดเกินๆ ที่ราวกับภาพเขียนเด็กเช่นนี้ ไม่พอจะส่งเสียงเพรียกหาได้ ]

ครั้งนี้ คำบรรยายืดยาวไม่น้อย จนสวี่จื้อต้องอ่านอย่างระมัดระวัง และพยายามจับใจความ

“ฉันควรจะทำลายมันมั้ย?” เธอถามเมื่อคำบรรยายจบลง

[ หากไม่มีเลือดเนื้อมาเติม มันจะสูญเสียพลัง และพิธีกรรมจะล้มเหลวในเช้าวันพรุ่งนี้ แต่หากคุณกังวล จะทำลายสัญลักษณ์พวกนั้นก่อนก็ได้ ]

“คนบ้าพวกนั้นเป็นสาวกของลัทธิบางอย่างเหรอ พวกเขาเลยวางกับดักฆ่าคน เพื่อสร้างพิธีกรรมนี้ขึ้นมา?”

แม้จะไม่ได้รับคำตอบ แต่สวี่จื้อคิดว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น

แม้ว่าพวกเขาจะเป็นฆาตกร แต่ก็ไม่จำเป็นต้องรวบรวมผู้คนมารวมกัน และฆ่าทุกคนที่นี่ เหตุผลที่พวกเขาทำเช่นนี้ก็น่าจะเพื่อตอบสนองต่อความปรารถนาของตัวเอง และเพื่อทำพิธีกรรมนี้

ในความเป็นจริง พิธีกรรมน่าจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ด้วยเหตุนี้ ชายสวมแว่นจึงขอให้สาวกคนอื่นๆ ระงับความต้องการฆ่าเอาไว้

“ทำลายสัญลักษณ์พวกนั้น”

สวี่จื้อออกคำสั่งแฟมิเลียทั้งสอง เรื่องที่เธอให้พวกมันทำนั้นง่ายมาก แค่เสี่ยวอี้เลื่อยผ่าน ทุกสิ่งก็กลายเป็นเนื้อบดแล้ว

หลังยืนยันได้ว่าทุกอย่างถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง และไม่มีคำบรรยายใหม่ สวี่จื้อก็จากไป เดินย้อนกลับไปบนถนนเส้นเดิม

ตอนนี้ค่อนข้างดึกแล้ว จึงมีเวลาไม่เพียงพอสำหรับแฟมิเลียที่จะออกไปล่า เพราะหากนับ 7 ชั่วโมงมันน่าจะเกินเที่ยงคืน ซึ่งเสี่ยงมากเกินไป

เมื่อเห็นปัญหานี้ สวี่จื้อก็หวังว่าหลังยกระดับครั้งต่อไป ระบบออโต้ฟาร์มที่เข้มงวดนี้จะสามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้

ผู้คนจะไม่มีวันพอใจกับสิ่งที่ตนมี เมื่อสวี่จื้อปลดล็อคระบบออโต้ฟาร์มในตอนแรก เธอก็คิดว่ามันช่างสมบูรณ์แบบ แต่ตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกว่ามันยังไม่ดีพอ

เนื่องจากแฟมิเลียไม่สามารถออกไปล่าด้วยตัวเองได้ และบังเอิญพวกเขาอยู่ข้างนอกพอดี สวี่จื้อจึงแวะร้านหนังสือที่อยู่ระหว่างทาง

มีร้านหนังสืออยู่ไม่กี่ร้านใกล้กับโรงเรียนมัธยมหยุนเฉิง ดังนั้นสวี่จื้อจึงเลือกร้านหนังสือที่มีชื่อเสียง

หลังจากเกิดภัยพิบัติในเมือง ร้านหนังสือก็ปิดตัวลง ขณะนี้ประตูจึงถูกล็อคอยู่ อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่าไม่เป็นปัญหาสำหรับสวี่จื้อ เธอบุกเข้าไปในร้านได้ด้วยความช่วยเหลือของเสี่ยวอี้

ด้วยคลังเก็บของสามสิบช่อง ไม่สามารถนำหนังสือติดมือไปได้มากนัก แต่โชคดีที่เธอมีคนคอยช่วยถือของอยู่ข้างๆ มันถึงสามารถเติมเต็มส่วนที่ขาดได้

ในท้ายที่สุด สวี่จื้อก็ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงในการเลือกหนังสือเกือบ 80 เล่ม และพากลับบ้านไปด้วย

“น่าจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองเดือนกว่าจะอ่านหนังสือพวกนี้ทุกเล่มจนจบ”

หลังจากกลับมาถึงบ้าน สวี่จื้อพึมพำกับตัวเองขณะที่มองกองหนังสือในห้อง

นี่ถือว่าเร็วกว่าเดิมไม่น้อยแล้ว ท้ายที่สุด ความเข้าใจ และความทรงจำของเธอดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก

แต่สวี่จื้อไม่แน่ใจว่าจะได้อ่านหนังสือที่บ้านอย่างปลอดภัยหรือไม่ ท้ายที่สุด ใครจะรู้ว่าจะมีเรื่องใหญ่โตอะไรเกิดขึ้นอีกหรือเปล่า

เมื่อถึงเที่ยงคืน เธอก็เริ่มนอน แม้ว่าร่างกายของเธอจะอ่อนแอ แต่จิตใจของเธอดูเหมือนจะแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปมาก

เธอต้องนอนเพียงห้าชั่วโมงต่อวันเท่านั้น แค่นี้ก็พอจะหลับเต็มอิ่มแล้ว แม้ว่าจะต้องใช้สมองในการอ่านเกือบตลอดเวลา เธอก็ไม่รู้สึกเหนื่อยล้า

เมื่อเห็นแบบนี้ สวี่จื้อจึงตระหนักว่าตัวเองไม่เหมาะกับการสู้ระยะประชิด แต่ควรอยู่ที่แนวหลังมากกว่า

ก่อนนอน มีเรื่องหนึ่งที่เธอต้องวางแผนเอาไว้ก่อน นั้นคือการสร้างร่างวิญญาณด้วยสี่แก่นพลังในเช้าวันพรุ่งนี้

เธอมีแก่นพลังหัวใจก้อนเดียว ส่วนที่เหลือเป็นแก่นพลังเลือดทั้งหมด หากใช้แก่นพลังเลือดสร้างร่างวิญญาณ มันจะผลกระทบอะไรต่อตัวเธอหรือเปล่า นี่คือสิ่งที่ต้องพิจารณาให้ดี แต่ความกังวลนี้ไม่มากพอให้เธอถอย

อีกอย่าง เครื่องเกมไม่เคยหลอกลวงเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว ดังนั้นเธอจึงเต็มใจที่จะลองดู

จบบทที่ ตอนที่ 22 พิธีกรรมโบราณ

คัดลอกลิงก์แล้ว