เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 29 รอยยิ้มชั่วร้าย

ตอนที่ 29 รอยยิ้มชั่วร้าย

ตอนที่ 29 รอยยิ้มชั่วร้าย


 

 

 

“หมาป่าพวกนั้นยังอยู่อีกรึ!? พวกมัน….. พวกมันตามเรามา?” เขาตกตะลึงอย่างมาก พวกเขาเดินมาเป็นระยะทางพอสมควรแล้ว ทว่าเขากลับไม่รู้เลยว่ามีฝูงหมาป่ากว่าสิบตัวเดินตามหลังมาด้วย

 

เขาไม่กล้าจินตนาการว่าหากพวกเขาถูกหมาป่าพวกนี้พุ่งเข้าใส่ขณะที่ไม่ทันรู้ตัวผลลัพธ์จะเป็นเยี่ยงไร…….

 

“ไม่ต้องกังวล พวกมันไม่กล้ากระโจนใส่พวกเรา มันแค่รอฉวยโอกาส” เฟิ่งจิ่วกวาดตาไปมองพวกหมาป่าแว่บหนึ่งแล้วหันหลังกลับไปเดินทางต่อ

 

นางรู้ว่าการที่ฆ่าพวกมันบางส่วนไปอย่างโหดเหี้ยมและเลือดเย็น เป็นเครื่องเตือนใจให้พวกที่เหลือในฝูงไม่กล้าซี้ซั้วพุ่งเข้ามาหาพวกเขาอีก ฝูงหมาป่าทราบดีว่าหากพวกมันทำพลาดไปแม้แต่นิดสิ่งที่รออยู่มีเพียงความตาย!

 

ทว่าฝูงหมาป่าก็ไม่ยินยอมที่จะตัดใจจากไป พวกมันจึงตามพวกเขามาอย่างห่างๆเพื่อรอคอยโอกาส

 

“นี่จะปล่อยให้พวกมันตามเราไปแบบนี้รึ?” ชายหนุ่มถามอย่างตกใจ รู้สึกว่าแปลกประหลาดยิ่งที่ดูเหมือนว่าขอทานน้อยไม่ใส่กังวลกับพวกมันแม้แต่น้อย

 

[แน่นอนว่าขอทานน้อยอ่อนเยาว์กว่าเขามาก แล้วเหตุใดเขาจึงได้มีทั้งความกล้าหาญและทักษะที่น่าตื่นตะลึงถึงเพียงนี้?]

 

เฟิ่งจิ่วหยุดเดินและหันมามองตรงไปที่ชายหนุ่ม “หรือเจ้าอยากจะไปไล่พวกมัน?”

 

“หา!? …… ข้าคิดว่านั่นคงไม่จำเป็น ปล่อยให้พวกมันตามเรามาก็ได้” เขายิ้มเจื่อนๆและเกาหัวอย่างจนปัญญา

 

หากมีใครซักคนเดินผ่านมา พวกเขาคงได้เห็นภาพเหตุการณ์อันแปลกประหลาด

 

ชายสองคนกำลังเดินลอยชายอยู่ในป่าลึก และที่ตามหลังพวกเขาห่างไปราวห้าวาคือฝูงหมาป่ากว่าสิบตัวที่หิวโหยจนน้ำลายไหลยืด

 

“เจ้าหนู เจ้าว่าอักษรที่อยู่บนจี้หยกนี่จะใช่ชื่อของข้าหรือไม่?” เขายื่นหยกให้เฟิ่งจิ่วขณะที่กล่าว “มันห้อยอยู่ที่คอข้ามาตั้งแต่ต้น”

 

เฟิ่งจิ่วรับหยกมาพิจารณา บนนั้นมีอักษรสามตัวสลักไว้อยู่ “กวนซีหลิน?”

 

นางไม่ได้พูดอะไรต่อทว่ามองไปที่ชายหนุ่มตรงหน้าก่อนจะเอ่ยถาม “เจ้าชื่อว่ากวนซีหลิน?”

 

“ข้าคิดว่าอาจจะใช่”

 

นางคืนจี้หยกให้ชายหนุ่มและหัวเราะพร้อมกล่าวว่า “ข้านึกว่าเจ้าจะถูกเรียกว่าเจ้ายักษ์ทึ่มเสียอีก!”

 

“.....”

 

กวนซีหลินมองไปที่ขอทานน้อยอย่างพูดไม่ออก แต่เขายังฉลาดพอที่จะไม่ต่อปากต่อคำเพิ่มอีก

 

ทั้งสองเดินเคียงกันไปโดยที่มีฝูงหมาป่าคอยตามหลังอย่างไม่มีวี่แววว่าจะเลิกรา

 

จนกระทั่งกวนซีหลินสูดจมูกดมฟุดฟิดแล้วหันมายิ้มยิงฟันให้เฟิ่งจิ่วและพูดว่า “เจ้าหนู ข้างหน้ามีคนกลุ่มหนึ่ง รีบตามพวกเขาให้ทันกันเถอะ หากคนพวกนั้นยอมให้พวกเราตามไปด้วย  พวกหมาป่าคงไม่กล้าจู่โจมเข้ามาอีก”

 

“กลุ่มคน? เจ้ารู้ได้ยังไง?” นางเพ่งมองข้างหน้าซึ่งก็พบเพียงต้นไม้และพงหญ้า นางไม่เห็นสัญญาณใดๆที่จะบ่งบอกว่ามีคนอยู่แถวนี้เลยซักนิด

 

ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างยืนกราน “มีแน่นอน! ข้าได้กลิ่นหอมของเนื้อย่าง”

 

“กลิ่นเนื้อย่าง? ทำไมข้าถึงไม่ได้กลิ่น?” นางพึมพัมขณะที่เดินลึกเข้าไปต่อ หลังเดินไปได้ซักระยะนางก็ได้กลิ่นเนื้อย่างขึ้นมาจริงๆและยังได้ยินเสียงพูดคุยแว่วมาเบาๆ นางหันขวับไปมองกวนซีหลินอย่างสงสัย

 

[เจ้าหมอนี่จมูกดียังกับหมาล่าเนื้อเลยรึ?]

 

“ฮี่ ฮี่ เห็นไหม ข้าบอกแล้วว่ามีคนอยู่ข้างหน้า!” เขากล่าวพลางหัวเราะ “ไปกันเถอะ เมื่อเราไปถึงนั่นและพวกเขายอมให้เราตามไปด้วย พวกเราก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเจออันตรายจากพวกสัตว์ป่าอีก”

 

“เจ้าคิดว่าคนอื่นจะยอมให้เราเข้าร่วมกลุ่มได้ง่ายดายปานนั้น?” นางเหลือบไปที่เขาแล้วกล่าวว่า “มีแต่ข้าเท่านั้นแหละที่ว่างพอจะให้เจ้าตามมาด้วย”

 

เมื่อเห็นกวนซีหลินยืนมึนทำอะไรต่อไม่ถูก เฟิ่งจิ่วก็จ้องไปที่เขาและกล่าวต่อ “ที่นี่ถูกเรียกว่าป่าเก้าวงกต ซึ่งมันเต็มไปด้วยสัตว์ร้าย ในที่ที่เต็มไปด้วยอันตรายมากมายแบบนี้เจ้าคิดว่าคนอื่นจะคิดอย่างไรเมื่อเห็นคนแปลกหน้าสองคนอยู่ๆก็ปรากฏตัวขึ้นและเข้ามาหากลุ่มของพวกเขา”

 

“เอ่อ….. พวกเขาจะคิดว่ายังไง?” กวนซีหลินคิดตามไม่ทันและถามอย่างใคร่รู้

 

“เจ้าโง่! พวกเขาจะคิดว่าเราพยายามเข้าใกล้โดยมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงไงเล่า!”

 

“งั้นพวกเราจะทำยังไงกันดี?”

สายตาของเฟิ่งจิ่วพลันเปลี่ยนไป และริมฝีปากของนางก็โค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มชั่วร้าย “ไม่ต้องเป็นห่วงข้ามีแผน ทำตามข้าก็พอ”

 

 

จบบทที่ ตอนที่ 29 รอยยิ้มชั่วร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว