- หน้าแรก
- ระบบพ่อผู้สมบูรณ์แบบ
- ตอนที่ 107: เสด็จพ่อไปช่วยผู้คนเถอะ!
ตอนที่ 107: เสด็จพ่อไปช่วยผู้คนเถอะ!
ตอนที่ 107: เสด็จพ่อไปช่วยผู้คนเถอะ!
เจียงหงหลาง เจ้าเฉิงเทียนและเห่าเยว่ จ้องมองไปยังจางโปกานในเวลาเดียว.
“ผู้นำจาง พวกเราควรทำอย่างไรดี?”
แม้นว่าจางโปกานจะถูกตบ แต่อย่างไรซะเขาก็ยังมีศักดิ์ศรีอยู่
ไม่ว่าอย่างไร ความแข็งแกร่งของนิกายซานชิง ก็เหนือกว่านิกายทั้งสาม.
จางโปกานที่ยังไม่ตาย ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถยืดได้หดได้
ในเวลานี้ พวกเขาที่จ้องมองไปยังจางโปกานพร้อม ๆ กัน.
ท้ายที่สุดแล้ว จางโปกานก็เป็นจ้าวแผนการ มีแผนการในหัวมากมาย.
จางโปกานที่เผยยิ้มอย่างขมขื่น“ให้ทำอะไรได้อีกล่ะ มีแต่นำสมบัติออกมาไถ่โทษ ขอให้ตี้ฟู่ยกโทษให้เท่านั้น!”
เจียงหงหลางและคนอื่น ๆ ต่างก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและพยักหน้าพร้อม ๆ กัน“ตกลง!”
นิกายหลักทั้งสี่ของพวกเขา ไม่รู้ว่าได้กดขี่นิกายเล็ก ๆ มาจำนวนมากเท่าไหร่แล้ว ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา.
นิกายเล็กหลาย ๆ แห่งต่างก็นำสมบัติดี ๆ มามอบให้กับพวกเขาเพื่อขอรับความคุ้มกันและการอภัย.
ตอนนี้ ต่อหน้าจักรพรรดิเป่ยเสวียนเทียนที่มีอำนาจมากกว่า
โดยปกติแล้ว พวกเขาก็ควรแสดงจุดยืนของตนเองโดยใช้ท่าทางเช่นนิกายเล็ก ๆ ที่ประจบพวกเขาเหล่านั้น พยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อทำให้อีกฝ่ายพอใจ
หลังจากที่ทุกคนนำสมบัติออกมาแล้ว จากนั้นโปกานก็เอ่ยว่า:
“ทิ้งของไว้ข้างนอกเถอะ แล้วพวกเราก็รีบไปดีกว่า”
เจ้าเฉิงเทียนถามอย่างสงสัย: "ไม่ใช่ว่าต้องเอ่ยต่อหน้าตี้ฟู่หรือไม่? "
“ถ้าอยากตายก็ลองดู!” จางโปกานจ้องมองตาโต.
“เห็นได้ชัดว่าตี้ฟู่ ตบข้าก่อนหน้านี้เพราะข้าส่งเสียงดังเกินไป หากว่าพวกเราไปรบกวนเขาอีกครั้งล่ะก็”
“เมื่อตี้ฟู่โกรธ เจ้าคิดว่ายังจะรอดชีวิตอีกไหม?”
เมื่อเจ้าเฉิงเทียน เห่าเยว่ เจียงหงหลานและคนอื่น ๆ ได้ยินต่างก็เห็นด้วย.
การรบกวนตี้ฟู่เกินไป มีโอกาสที่พวกเขาจะได้รับหายนะจริง ๆ!
จางโปกาน มองไปที่เจิ้งหงเอ่ยอย่างสุภาพ: "โปรดมอบสมบัติของพวกเราให้กับตี้ฟู่ด้วย พวกเรายินดีรับใช้เขาตลอดเวลา!"
เจิ้งหงพยักหน้าอย่างมีความหมาย: "ตกลง ข้าจะบอกคำพูดนี้ต่อตี้ฟู่"
คนเหล่านี้จะเอ่ยกับตัวเองอย่างสุภาพได้อย่างไร ถ้าไม่ใช่เพราะการกระทำของตี้ฟู่?
เมื่อเห็นพวกจางโปกาน ที่มีทัศนคติเปลี่ยนไปมาก เจิ้งหงก็ชื่นชมหลินซวนเป็นอย่างมาก.
หลังจากที่จางโปกานและคนอื่น ๆ จากไปแล้ว เจิ้งหงก็นำสมบัติทั้งหมดขึ้นไปบนภูเขา
หลังจากที่เขาได้เห็นหลินซวน เขาก็เต็มไปด้วยความชื่นชมในใจ สมกับเป็นตี้ฟู่ ท่าทางของเขาไม่มีใครเทียบได้อย่างแท้จริง
หลังจากนั้น เขาได้มอบสมบัติของพวกจางโปกาน และคนอื่น ๆ ออกไปพร้อมกับส่งต่อคำพูดของพวกเขาออกมา.
"อืม งั้นรึ!" หลินซวน พยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก
สำหรับเขาแล้ว นิกายทั้งสี่นี้ไม่เคยรุกรานตัวเองแต่อย่างใด
เขาแค่ฝังเข็มรักษาเสิ่นอี้ จากนั้นก็ได้ยินเสียงที่น่ารำคาญของจางโปกาน ดังนั้นจึงตบเขาโดยไม่ได้ใส่ใจนัก.
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอีกฝ่ายยินดีมอบสมบัติมาให้ มีของดีหลายอย่าง เขาจึงไม่ใส่ใจนักที่จะยอมรับมาทั้งหมด.
“ตี้ฟู่ ผู้น้อยขอลา” จากนั้นเจิ้งหงก็โค้งคำนับด้วยความเคารพแล้วออกมา.
หลังจากที่เขาจากไปแล้วก็มีบุรุษคนหนึ่งเร่งรีบเดินทางเข้ามาจากภายนอกประตู
คนผู้นี้ก็คือเจ้าหน้าที่ข่าวกรองที่ได้รับการว่าจ้างจากเสิ่นเหวินซาน หลังจากเอ่ยทักทายหลินซวน เขาก็จ้องมองไปยังเสิ่นเหวินซาน แล้วเอ่ยออกมาว่า
“ผู้นำนิกายเสิ่น ข้าพบกับร่องรอยของเผ่าชิงเหมี่ยวแล้ว!”
“พวกเขาจับเด็กสาวไปอย่างน้อยสองร้อยคน และได้เดินทางออกจากชายฝั่งทะเลทะเลตะวันออกแล้ว ดูเหมือนว่าพวกเขาเตรียมกลับไปยังเผ่าของพวกเขา”
“ข้าไม่คาดคิดเลยว่าพวกเขาจะเคลื่อนไหวเร็วขนาดนี้”เสิ่นเหวินซานดูเป็นกังวล.
“ตี้ฟู้ ชาวชิงเหมียวนั้นมีพลังมาก พวกเขาได้เตรียมการเอาไว้สมบูรณ์แล้ว”
“ในเวลานี้ ข้าเกรงว่าด้วยตัวเองคงจะช่วยเหลือเด็กสตรีเหล่านี้ไม่ได้!”
“ขอให้ตี้ฟู่ ดำเนินการช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์เหล่านั้นด้วยเถิด!”
เหวินหยวนซ่งพยักหน้าอย่างลับ ๆ
สิ่งที่เสิ่นเหวินซานเอ่ยนั้นสมเหตุสมผลจริง ๆ ชนเผ่าชิงเหมียวนั้นเป็นเผ่าโบราณที่ลึกลับมาก ไม่ต้องเอ่ยถึงตระกูลซ่อนเร้นที่อยู่เบื้องหลังพวกเขาที่น่าเกรงขามยิ่งไปอีก.
หากต้องการช่วยเหลือเด็กสาวผู้บริสุทธิ์เวลานี้ เขาไม่มั่นใจเลย!
“เสด็จพ่อ ไปช่วยผู้คนก่อนเถอะ พวกเราจะเล่นกับน้องสาวที่นี่!”
“ใช่แล้ว เสด็จพ่อ ช่วยคนก่อนจะได้กลับมาเล่นอย่างเต็มที่!”
เสวียนจู และคนอื่น ๆ เอ่ยอย่างเชื่อฟังมาก
ในเวลาเดียวกันนั้น ซูเฉียงที่ให้นมเสิ่นอี้เสร็จแล้ว ได้เดินออกมาจากภายในห้องโถงโดยมีทารกอยู่ในอ้อมแขนนาง.
ขณะหลินซวนมองออกไป ก็พยักหน้าและเอ่ยออกมาว่า“ตกลง พวกเจ้ารอพ่อที่นี่!”
เสิ่นเหวินซานและเหวินหยวนซ่งต่างก็เผยความดีใจ เมื่อเห็นหลินซวนลงมือ.
ตราบเท่าที่ตี้ฟู่ลงมือ ต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน.
เสิ่นเหวินซานเอ่ย“ตี้ฟู่ ข้าจะพาสาวกบางคนไปกับท่านด้วย!”
แม้นว่าตี้ฟู่เพียงคนเดียวก็เพียงพอแก้ปัญหาแล้ว ทว่าเสิ่นเหวินซาน ก็ไม่ต้องการพลาดโอกาสการแสดงนี้.
ยิ่งไปกว่านั้นการได้ติดตามตี้ฟู่ ตราบเท่าที่ศึกษาอย่างจริงจัง ย่อมสามารถเรียนรู้ทักษะบางอย่างจากตี้ฟู่ได้ด้วย.
เรื่องเช่นนี้เสิ่นเหวินซานจะไม่ยอมทิ้งโอกาสไปแน่.
หลินซวนเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ: "ได้"
หลังจากเอ่ยจบ เขาก็วาดมือไปบนอากาศ เพื่อสร้างค่ายกลป้องกันปกคลุมลานทั้งหมดนี้เอาไว้.
ค่ายกลนี้เรียกว่า ค่ายกลสุริยันจันทราและดวงดารา.
มีพลังป้องกันสูงมาก สามารถออกได้แต่เข้าไม่ได้ สามารถรับประกันความปลอดภัยของเด็ก ๆ ที่นี่ได้.
เมื่อเห็นหลินซวนสร้างค่ายกลโบราณที่ยิ่งใหญ่ได้อย่างง่ายดาย เสิ่นเหวินซานและคนอื่น ๆ ล้วนแต่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ.
เพียงแค่ดีดนิ้วก็สร้างค่ายกลเสร็จแล้ว ตี้ฟู่ช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ.
อย่างไรก็ตามก่อนออกเดินทาง
เสิ่นเหวินซานได้สั่งการพิเศษให้สาวกชั้นยอดหลายพันคนในนิกายของเขาปกป้องลานบ้านเอาไว้อย่างแน่นหนา.
ในความเห็นของเขา แม้นว่าตี้ฟู่จะวางค่ายกลที่น่าเกรงขามไว้แล้ว เขาก็ไม่อาจละเลยได้.
ท้ายที่สุดแล้ว องค์หญิงที่อยู่ในบ้านของตัวเองนั้นมีค่าอย่างยิ่ง และยิ่งพวกเขาพยายามเท่าไหร่ก็ยิ่งคุ้มค่ามากเท่านั้น.
หลังจากนั้นหลินซวนก็มุ่งหน้าสู่ทะเลตะวันออกภายใต้การนำของเจ้าหน้าที่ข่าวกรอง.
-
ทะเลตะวันออกห่างออกจากชายฝั่งหลายพันลี้.
เรือมังกรกระดูกดำลำใหญ่ล่องลอยไปตามสายลมและคลื่น
เรือลำนี้แบ่งออกเป็นสามชั้น
สองชั้นบนเป็นที่พักของสมาชิกของชนเผ่าชิงเมี่ยว พวกเขาทั้งหมดสวมชุดที่แปลกประหลาดและมีนิสัยแปลก ๆ
ส่วนที่ชั้นล่างสุด เวลานี้มีเสียงร้องไห้ของเด็กสตรีดังออกมา ซึ่งน้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“นังผู้หญิงตัวเหม็น ถ้ายังร้องไห้อีก ข้าจะตัดลิ้นและเย็บปากพวกเจ้าซะ!”
หลังจากตะโกนก็ได้ยินเสียงของแส้ ซึ่งทำให้ผู้คนตื่นตระหนก!
ชนเผ่าชิงเหมียวที่รับผิดชอบควบคุมเหยื่อสตรีนั้นมีนามว่าอู๋ชิ่ว มีดวงตาที่ดุร้ายเย็นชามาก.
สตรีคนใดทำให้เขาหงุดหงิดจะต้องถูกทุบตีอย่างรุนแรง.
“อู๋ชิว เจ้าทุบตีพวกนางแบบนี้ เจ้าจะอธิบายให้หัวหน้าฟังอย่างไร เมื่อเจ้ากลับไป”
ในเวลานี้ มีเสียงแผ่วเบาดังมาจากด้านบน
บุรุษชราผมขาวจมูกตะขอเดินลงมาจากที่ชั้นสามพร้อมกับกอดอกจ้องมอง.
อู๋ชิวหันกลับมาและเผยยิ้มประจบประแจง: "ผู้อาวุโสใหญ่ ข้าเกรงว่าพวกนางจะรบกวนของท่าน"
ชายชราผู้นี้ คือโม่หยูหลง เป็นผู้อาวุโสผู้ยิ่งใหญ่ของชนเผ่าชิงเมี่ยว
คราวนี้เขาเป็นผู้นำในการออกมาจับกุมผู้คนข้ามทะเล
โม่หยูหลงเหลือบมองเด็กสตรีในกรงด้วยความพึงพอใจ:
“เด็กสตรีเหล่านี้ล้วนมีน้ำมีนวลและจิตวิญญาณที่ดี ยอดเยี่ยมมาก ข้าจะนำไปฝึกฝนกู่อสรพิษทองคำตะวันเก้าลึกล้ำด้วย”
“อย่าทำอะไรมากไป มันไม่ง่ายเลยที่จะออกทะเลมาจับคนสักครั้ง.”
"รับทราบ!"
อู๋ชิว พยักหน้ารับอย่างรวดเร็วแล้วเอ่ยออกมาว่า:
“ผู้อาวุโสใหญ่ ดูเหมือนว่าเราจะดึงดูดความสนใจของคนจากแดนรกร้างตะวันออกในครั้งนี้ด้วย”
“ทว่าตอนนี้พวกเราอยู่ห่างจากชายฝั่งหลายพันลี้แล้ว ถ้าพวกเขากล้าตามมา ต้องเจอปัญหาแน่”
โม่หยูหลงเผยยิ้มเล็กน้อย: "ดูเหมือนว่าเจ้าจะมีสมอง"
ดวงตาของอู๋ชิวเป็นประกาย: “อาวุโสใหญ่ ดูเหมือนว่าท่านจะพร้อมรับมือพวกมันแล้ว”
"แน่นอน." โมหยูหลงดูพอใจในตัวเอง "เพื่อให้แผนการนี้ดำเนินไปอย่างราบรื่น ข้าเพิ่งทิ้งหนอนลงบนวาฬมังกรตาแดงที่ดุร้ายที่สุดในทะเลตะวันออกไว้แล้ว"
“วาฬมังกรตาแดงสิบตัวกลางทะเล ไม่มีใครอยู่รอดแน่แม้แต่ราชาสวรรค์ก็ตาม!”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ อู๋ชิวก็ยกนิ้วให้ทันที: "ผู้อาวุโสใหญ่ช่างยอดเยี่ยมนัก!"