เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 58 พลังอยู่ที่ไหน?

บทที่ 58 พลังอยู่ที่ไหน?

บทที่ 58 พลังอยู่ที่ไหน?


สามล้านลี้ทางเหนือของประเทศไจ่เยว่.

ในหุบเขาที่เต็มไปด้วยแอ่งน้ำสีดำไร้ก้นบึ้ง เป็นสถานที่ตั้งของนิกายยูกุย.

ณ ขณะนี้.

ภายในถ้ำลับของนิกายยูกุยที่มีโลหิตส่องประกายแสงระยิบระยับ.

ริ้วแสงโลหิตที่เหมือนกับอสรพิษนับร้อยที่รวมตัวกันบนอากาศ

และคนที่ควบคุมพวกมันอยู่นั้นก็คือ เจ้าลี่เหวินซึ่งเป็นผู้นิกายยูกุย.

ปัง

ทันใดนั้น แสงสีโลหิตดวงแรกก็ดับลง

เจ้าลี่เหวินขมวดคิ้วไปมา“ภูตเกราะทองสัมฤทธิ์ถูกสังหารไปตนหนึ่งรึ?”

เส้นแสงสีโลหิตก็คือสัญญาโลหิตที่ลงนามกับภูตเกราะทองสัมฤทธิ์นั่นเอง.

ไม่ว่าภูตเกราะทองสัมฤทธิ์จะอยู่ไกลแค่ไหน เขาก็สามารถควบคุมพวกมันได้ด้วยแสงโลหิตนี้.

เมื่อแสงโลหิตถูกตัดการเชื่อมต่อ หมายความว่าภูตเกราะทองสัมฤทธิ์ถูกทำลายไปแล้ว

จากนั้นเจ้าลี่เหวินก็ขมวดคิ้วและเผยยิ้มอย่างเย็นชา: "ภูตเกราะทองสัมฤทธิ์ข้ามีหลายร้อยตน ตายไปตนหนึ่งแล้วอย่างไร"

เขาคาดเดาว่า ประเทศไจ่เยว่จะต้องจ่ายไปด้วยราคามหาศาลเพื่อทำลายภูตเกราะทองสัมฤทธิ์

ไม่เช่นนั้นก็ไม่ควรที่จะทำลายภูตเกราะทองสัมฤทธิ์ได้เพียงร่างเดียว

หลังจากรออยู่นานเหมือนกัน เขาก็พบว่าไม่มีภูตเกราะทองสัมฤทธิ์ถูกทำลายอีก.

สิ่งนี้ยังยืนยันการคาดเดาของเขาได้.

ผ่านไปอีกหนึ่งก้านธูป.

ปัง

แสงโลหิตดวงที่สองถูกตัดการเชื่อมต่อ

เจ้าลี่เหวินส่ายหน้าไปมา พร้อมกับหัวเราะเยาะ“ใช้เวลานานขนาดนั้นในการกำจัดหนึ่งร่าง เจ้าหงเหยา เจ้าไม่คู่ควรเป็นกษัตริย์!”

เมื่อคิดถึงความโกรธเกรี้ยวของเจ้าหงเหยา ที่เผชิญหน้ากับภูตเกราะทองสัมฤทธิ์แล้ว เจ้าลี่เหวินก็รู้สึกสดชื่นอย่างอธิบายไม่ได้.

“ข้าต้องการเห็นจริง ๆ อีกนานเท่าไหร่ที่เจ้าจะสามารถสังหารภูตเกราะทองสัมฤทธิ์ตนที่สามได้!”

ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง...

หลังจากที่เจ้าลี่เหวินเอ่ยจบ แสงโลหิตในมือของเขาก็พังทลายลงอย่างบ้าคลั่ง

เพียงหนึ่งไม่ถึงสองลมหายใจ แสงโลหิตทั้งหมดก็ว่างเปล่า.

“เกิดอะไรขึ้นกัน?”

“ทำไมภูตเกราะทองสัมฤทธิ์ของข้าถึงถูกทำลายในพริบตา?!”

เจ้าลี่เหวินที่ลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ ท่าทางหวาดผวา เผยแววตาทำอะไรไม่ถูก.

เขาสัมผัสได้เล็กน้อย เจ้าหงเหยาคงได้เชิญยอดฝีมือไร้คู่เปรียบมาหรือไม่?!

เพราะแม้แต่เขาที่เป็นเจ้านิกายยูกุย ขอบเขตจ้าววิญญาณขั้นสูงสุด ก็ไม่สามารถกำจัดภูตเกราะทองสัมฤทธิ์หลายร้อยตนในเวลาอันสั้นเช่นนี้ได้.

“คนที่ลงมือ จะต้องมีพลังบ่มเพาะที่น่าพรั่นพรึงอย่างแน่นอน หรืออาจจะเป็นผู้ฝึกฝนภูตผีกัน!”

เจ้าลี่เหวินที่ทำการคาดเดา.

ไม่ว่าเรื่องราวจะเป็นเช่นไร เรื่องนี้ก็ทำให้เขารู้สึกทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน.

ในเวลานั้น เงาร่างสีดำก็ปรากฏขึ้นด้านหน้าของเขา.

คนในชุดคลุมดำที่ปกปิดร่างกายจนมองไม่เห็นกระทั่งใบหน้าเอ่ยออกมาว่า.

“เจ้านิกาย พวกเราพบว่ามีเมฆขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยสายฟ้ามากมายจนน่าสะพรึงกลัวปรากฏขึ้นเหนือเมืองเผิง ,เมื่อสักครู่นี้”

"สันนิษฐานว่าภูตเกราะทองสัมฤทธิ์ของพวกเราถูกทำลายโดยเมฆสายฟ้านี้ไปแล้ว!"

“นี่มันกฎสายฟ้า!”เจ้าลี่เหวิน ที่เผยแววตาหวาดกลัว“ใครที่สามารถปล่อยสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ได้กัน?”

เงาร่างสีดำ,เหยียนจิน เอ่ย“เรียนเจ้านิกาย,เจ้าหงเหยาได้พบกับผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่งแล้ว ทางที่ดีพวกเราควรจะโจมตีประเทศไจ่เยว่เลยดีกว่า.”

เจ้าหลี่เหวินกัดฟัน“เปิ่นจั้วรอคอยมานานเกินไปแล้วจริง ๆ เจ้าหงเหยาก็ครองราชย์เกินพอแล้วเช่นกัน เขาควรจะถูกถอดถอนออกจากบัลลังก์ไปนานแล้ว!”

เจ้าหลี่เหวินที่โกรธมากจนแทบอาเจียนออกมาเป็นโลหิต เมื่อเขาคิดว่าเขาต้องพ่ายแพ้ต่อเจ้าหงเหยา น้องชายคนเล็กที่ไร้ความสามารถแต่กับได้ครองบัลลังก์.

ในอดีต เขาล้มเหลวในการต่อสู้ชิงบัลลังก์ เขาจึงแสร้งตายเพื่อหนีจากการไล่ล่าของเจ้าหงเหยา ก่อนหนีมายังนิกายยูกุย.

โดยหวังว่าสักวันจะได้แก้แค้นเจ้าหงเหยา.

เขาที่ใช้วิธีการทุกอย่าง จนได้กลายเป็นผู้นำของนิกายยูกุย(เทพผี)แห่งนี้.

สิ่งที่เขาคิด.

ด้วยภูตเกราะทองสัมฤทธิ์มากกว่าหนึ่งร้อยตนที่ได้ขัดเกลาด้วยตัวเอง และเหล่าภูตผีที่สนับสนุนเขา จะสามารถยึดเมืองเผิงได้ และนั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะขยายออกไปยึดครองเมืองต่าง ๆ ของประเทศไจ่เยว่ได้อย่างรวดเร็ว.

โดยไม่คาดคิด ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งวัน ภูตเกราะทองสัมฤทธิ์ของเขาทั้งหมดก็ถูกทำลายไป.

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ทำให้เจ้าหลี่เหวินประหลาดใจเป็นอย่างมาก.

แต่.

เจ้าหลี่เหวินที่เปลี่ยนจากคนที่ไม่มีคนรู้จักจนเป็นผู้นำนิกายยูกุยได้ในเวลาเพียงสิบสามปี เขาย่อมมีแผนการมากมายที่ผิดปรกติโดยธรรมชาติ.

เขาที่สงบใจลง ทำจิตใจให้มั่นคง จากนั้นก็หยิบก้อนเมฆแสงสีเขียวออกมา พร้อมกับเอ่ยออกมาว่า“หากทางสว่างไม่เพียงพอ พวกเราก็จะเข้าสู่ทางมืด”

“พิษซากศพก้อนนี้ ข้าเพิ่งสกัดมาจากศพปราชญ์”

“เมื่อสูดดมเข้าไป ก็จะกลายเป็นศพเดินได้ทันที!”

หลังจากเอ่ยจบ เขาก็โยนยาพิษศพให้หยานจิน

หยานจินคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยว่า "ผู้นำนิกายต้องการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเข้าไปในพระราชวังเพื่อปล่อยยาพิษหรือไม่?"

เจ้าหลี่เหวิน พยักหน้า: "ใช่ เจ้าเป็นมีกายวิญญาณภูตตามธรรมชาติ ไม่มีใครสามารถพบเจ้าได้ เมื่อเจ้าปิดซ่อนปราณของตัวเองแล้ว เจ้าก็จะสามารถซ่อนตัวจากทุกคนได้ทั้งหมด.”

“ตามการเดาของข้า เจ้าหงเหยา จะต้องจัดงานเลี้ยงในพระราชวังคืนนี้อย่างแน่นอนเพื่อให้รางวัลแก่ผู้ที่ช่วยเหลือเขา เจ้าสามารถใช้โอกาสนี้เพื่อแพร่กระจายยาพิษซากศพในพระราชวังได้”

หยานจินพยักหน้าเมื่อเขาได้ยินคำพูดดังกล่าว การเคลื่อนไหวที่ไร้ร่องรอยของเขา เป็นเรื่องยากที่จะป้องกันได้.

“ระวังค่ายกลมังกรทองในวังหลวงด้วย!”เจ้าหลี่เหวินที่เอ่ยเตือนเขา.

พระราชวังประเทศไจ่เยว่นั้นได้รับการปกป้องโดยค่ายกลมังกรทองขนาดใหญ่อยู่นั่นเอง.

ค่ายกลนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ก่อตั้งอาณาจักร มันเป็นค่ายกลขนาดใหญ่หยางบริสิทธิ์ ซึ่งเหล่าภูตผีและผู้ฝึกตนภูตก็ไม่กล้าเข้าไปง่าย ๆ.

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม ฐานบ่มเพาะของเจ้าหลี่เหวินนั้นลึกล้ำมาก แต่กลับไม่กล้าบุกพระราชวังโดยตรง.

“ขอบคุณผู้นำนิกายสำหรับความกังวลของท่าน ผู้ใต้บังคับบัญชาจะดำเนินการตามภารกิจของพวกท่านให้สำเร็จได้อย่างแน่นอน!” หยานจินกล่าวอย่างหนักแน่น

ร่างกายวิญญาณภูตของเขาได้รับการฝึกฝนจนถึงขอบเขตแห่งการเปลี่ยนแปลงแล้ว และมันสามารถสลายตัว แตกออกเป็นชิ้น  ๆ กระทั่งซ่อนพลังปราณวิญญาณได้อย่างมิดชิด.

เขามั่นใจว่าเขาสามารถแอบเข้าไปในพระราชวังไจ่เยว่ได้อย่างเงียบ ๆ โดยที่ไม่กระตุ้นค่ายกลมังกรทอง.

-

พระราชวังไจ่เยว่.

เจ้าหงเหยาที่เชิญหลินซวนและมู่โหยวชิงเข้าร่วมงานฉลองในพระราชวัง.

เพื่อแสดงความเคารพต่อ หลินซวน เขาได้เรียกขุนนางทั้งหมดของทุกเมืองมาเข้าร่วม.

ในช่วงเวลาหนึ่ง หลินซวนที่ต้องรับคำทักทายและการประจบของขุนนางจำนวนมากอย่างช่วยไม่ได้.

ต่อหน้าอีกฝ่าย เจ้าหงเหยาแทบไม่มีโอกาสแทรกตัวเขาไปอยู่ข้าง ๆ ได้เลย.

อย่างไรก็ตามเจ้าหงเหยาก็ไม่ได้ใส่ใจมากมายนัก.

ต้องกล่าวว่า ตี้ฟู่คือจักรพรรดิเป่ยเสวียนเทียน.

เพียงแค่อีกฝ่ายปรากฏตัว ก็ทำให้ประเทศไจ่เยว่รุ่งเรืองแล้ว.

การเชิญตี้ฟู่เข้าร่วมงานเลี้ยงได้ถือเป็นพรในชีวิตของเขาแล้ว.

สุราถูกเวียนดื่มหลายต่อหลายรอบ.

ทันใดนั้นคิ้วของหลินซวนก็ขมวด พลังจิตวิญญาณของเขาทีแผ่ออกไปปกคลุมทั้งพระราชวัง พบความผิดปรกติขึ้น.

“คิดแล้วว่าเจ้าต้องมา”หลินซวนที่เผยยิ้มด้วยท่าทางสนุก.

ภูตผีในเมืองเผิงถูกทำลายสิ้น เรื่องใหญ่เช่นนี้ ผู้อยู่เบื้องหลังจะไม่ขยับได้อย่างไร.

เป็นความจริงว่าอีกฝ่าย คงอดใจไม่ไหวและแอบเข้ามาในวัง!

และในเวลาเดียวกัน

หยานจินพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อซ่อนกลิ่นอายของเขา และในที่สุดก็แอบเข้ามาในพระราชวังเงียบ  ๆ ได้.

ขณะเงยหน้าขึ้นมองห้องโถงใหญ่ที่ส่องสว่าง มีกลิ่นหอมของสุราและอาหารฟุ้งไปทั่วอากาศ เขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะอย่างเย็นชา.

“เมื่อข้าปล่อยพิษศพ พวกเจ้าจะไม่สามารถหัวเราะได้อีกต่อไป”

เขาควบคุมลมหายใจของตัวเองอย่างระมัดระวังและเตรียมที่จะนำยาพิษศพสีเขียวออกมา

ฟู่!

ทันใดนั้นแสงสีทองก็สว่างวาบบนท้องฟ้าข้างหน้าเขา ราวกับเทพเจ้ายักษากำลังเสด็จลงมา

หยานจินรู้สึกว่าสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ไพศาล อันน่าเกรงขามจากสมัยโบราณได้ล็อคร่างเขาเอาไว้ในทันที

เขาพบใบหน้าสีทองที่ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า.

หากแต่ไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของบุคคลผู้นี้ได้

แต่หยานจินรู้สึกได้ถึงความกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่ไม่อาจต้านทานได้

“โอ้วสวรรค์ ไม่ใช่ว่าเจ้าหงเหยาขอให้อมตะมาช่วยหรอกนะ!”

ทันใดนั้นหยานจินก็รู้สึกเสียใจที่บุกเข้ามาเช่นนี้

ก่อนที่เขาจะตอบสนอง ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นในอากาศ: "กลายเป็นภูตผีนี่เอง ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ"

ซูมมม!

ฝ่ามือทองคำขนาดใหญ่ได้ปรากฏขึ้นมาจากที่ไหนไม่รู้ คว้าหยานจิน และทำให้เขาแทบจมน้ำตายในความว่างเปล่า

หลังจากนั้นชั่วครู่

เมื่อหยานจินกลับมาได้สติ เขาก็ถูกพลังศักดิ์สิทธิ์ผูกมัดและนอนอยู่บนพื้นห้องโถงใหญ่ของพระราชวัง

เมื่อมองขึ้นไป!บุรุษผู้หล่อเหลาคนหนึ่งก็อยู่ที่ด้านหน้าของเขาแล้ว.

นอกจากชายคนนั้นแล้ว ยังมีเด็กผู้หญิงสี่คนที่มีรูปร่างหน้าตาน่ารักงดงามเหมือนกับตุ๊กตาเคลือบดินเผา.

“อายุน้อยกับทรงพลังมาก ยอดฝีมือผู้นี้มาจากไหนกัน?”

เมื่อหยานจินพบกับหลินซวน เขาก็เผยความหวาดกลัวขั้นสุด.

จบบทที่ บทที่ 58 พลังอยู่ที่ไหน?

คัดลอกลิงก์แล้ว