เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 56 ความสุขมีอยู่ทุกแห่ง!

บทที่ 56 ความสุขมีอยู่ทุกแห่ง!

บทที่ 56 ความสุขมีอยู่ทุกแห่ง!


ภูตเกราะทองสัมฤทธิ์!

เมื่อได้ยินชื่อดังกล่าว มู่โหยวชิงและคนอื่น  ๆ ต่างก็งงงวย

พรตโหยวหยวนอธิบาย: "ในวิถีการฝึกฝนภูตผีนั้น มีวิธีการกลั่นศพที่ชั่วร้ายอย่างที่สุด"

“ผู้ปรับแต่งศพมักจะเลือกพวกอันธพาลที่ดุร้ายและเลวทรามในขณะที่พวกเขาเคยมีชีวิต จากนั้นก็นำศพของพวกเขามาฝังในสถานที่ฮวงจุ้ยหยินสุดขีด ที่มีสภาพแวดล้อมรุนแรง”

“ทุกวันก่อนรุ่งสาง ศพเหล่านี้จะถูกพรมด้วยน้ำทองแดงและโลหิตสัตว์อสูร จากนั้นก็ร่ายอาคมเฉพาะ เพื่อหลอมกลั่นศพทองสัมฤทธิ์”

“หลังจากผ่านไป 7,749 วัน พวกเขาจะขุดศพออกมาเป็นภาชนะ ปิดผนึกภูติผีที่ดุร้ายหนึ่งตัวขึ้นไปลงในร่าง และใช้โลหิตของพวกเขาเองเป็นเครื่องสังเวยครั้งสุดท้าย ในการลงนามพันธสัญญานายทาสกับศพทองสัมฤทธิ์”

“เมื่อประสบความสำเร็จ พวกเขาก็จะสามารถสร้างภูตเกราะทองสัมฤทธิ์ที่แข็งแกร่งดุร้ายขึ้นมาได้”

หลังจากได้ฟังคำอธิบาย มู่โหยวชิงที่ขมวดคิ้ว“เช่นนั้นก็หมายความว่าภูตเกราะทองสัมฤทธิ์ตนนี้เทียบได้กับการรวมตัวกันของภูตผีและศพสัมฤทธิ์”

“มีทั้งปราณภูตผีและร่างกายที่แข็งแกร่งของศพทองสัมฤทธิ์!”

พรตโหยวหยวนพยักหน้าและเอ่ยออกมาว่า "สิ่งที่กงจูเอ่ยเป็นความจริง! ดังนั้นภูตเกราะทองสัมฤทธิ์ จึงจัดการได้ยากมาก และคนที่กลั่นศพเกราะทองสัมฤทธิ์ก็เป็นตัวอันตรายที่น่าเกรงขามด้วยเช่นกัน"

“ตามการคาดการณ์ คนที่สามารถปรับแต่งภูตเกราะทองสัมฤทธิ์ ต้องมีขอบเขตจ้าววิญญาณขั้นสูงสุดเป็นแน่!”

แฮก ๆ

คำพูดดังกล่าวทำให้เจ้าหงเหยาและคนอื่น ๆ หายใจทีเย็นยะเยือบเข้ามา.

ไม่น่าแปลกใจเลยที่ความวุ่นวายของภูตผีในเมืองเผิงรุนแรงและพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว เห็นชัดเจนว่าผู้อยู่เบื้องหลังนั้นแข็งแกร่งและน่าหวาดกลัว กำลังคอยชักใยอยู่นี่เอง!

ในเวลานั้นพวกเขาพบว่าภูตเกราะทองสัมฤทธิ์ กำลังพุ่งเข้ามาข้างหน้าพวกเขาแล้ว

มู่โหยวชิงปลดปล่อยพลังที่แท้จริงทั้งหมดของนางออกมา ก่อนที่จะกระชับกระบี่ชิงหยวนพุ่งเข้าไปเช่นกัน.

“ไม่ว่ายังไงก็ตาม ข้าจะต้องสังหารภูตเกราะทองสัมฤทธิ์ตนนี้ให้ได้ก่อน!”

“วิชากระบี่เฟิงหมิง!”

รัศมีกระบี่ที่สดใสส่องประกายสว่างเจ้า

การฟาดฟันที่รวดเร็ว ฟันไปยังหน้าผากของภูตเกราะทองสัมฤทธิ์

เคร้ง!

การสั่นสะเทือนที่รุนแรงไปทั่วทั้งฝ่ามือของนาง ลามไปทั่วทั้งแขนจนชาไปเหมือนกัน.

“ผิวหนังหนาอะไรขนาดนี้!”

มู่โหยวชิงดูที่ตกใจเป็นอย่างมาก.

พรตโหยวหยวนและคนอื่น  ๆ ที่อยู่ข้างหลังนาง ต่างก็ตกใจเช่นกัน

ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวจากอาณาจักรเสมือนจักรพรรดิ ศพหุ้มเกราะทองสัมฤทธิ์ กับต้านทานได้

อย่างไรก็ตาม มู่โหยวชิง มีความสามารถไม่น้อย ด้วยทักษะกระบี่และพลังบ่มเพาะเสมือนจักรพรรดิ.

แม้นว่าเป็นเรื่องยากที่จะจัดการกับภูตเกราะทองสัมฤทธิ์ แต่การปะทะกันหลายสิบกระบวนท่า มู่โหยวชิงก็ค่อย ๆ ได้เปรียบ.

ด้วยกระบวนท่าที่พลิ้วไหว และกระบี่ชิงหลวนที่แหลมคม ในที่สุดนางก็สร้างรอยบนหน้าอกภูตศพเกราะทองสัมฤทธิ์ได้.

จากนั้นนางก็เน้นโจมตีไปยังรอยกระบี่ดังกล่าวเพื่อเปิดฉีกเกราะของอีกฝ่ายออก.

บูม!

ปัง

เมื่อรอยกระบี่เปิดช่องได้สำเร็จ ภูตเกราะศพทองสัมฤทธิ์ก็ระเบิดออกเป็นชิ้น ๆ.

มู่โหยวชิงที่มือสั่นระริกขณะนั่งลงกับพื้นด้วยความเหนื่อยล้า.

ขณะมองเศษซากของภูตเกราะทองสัมฤทธิ์ ทำให้นางหายใจเย็นเข้ามา“มันยากที่จะเอาชนะจริง ๆ!”

ในความเห็นของนาง ความสามารถในการต่อสู้ของภูตเกราะทองสัมฤทธิ์นั้นไม่สูงนัก

ทว่าขอบเขตกึ่งจักรพรรดิ กับต้องใช้กระบวนท่าหลายร้อยกระบวนเพื่อจัดการกับมัน.

กล่าวได้ว่าพลังป้องกันของมันนั้นผิดปรกติอย่างแท้จริง.

พรตโหยวหยวนและคนอื่น ๆ ที่มองจากระยะไกล ต่างก็คิดเช่นเดียวกัน

เมื่อเห็นมู่โหยวชิงที่หายใจหอบ ทุกคนก็ถอนหายใจเช่นกัน โชคดีที่มีเพียงภูตเกราะทองสัมฤทธิ์ตนเดียว.

ไม่เช่นนั้น ไม่ต้องเอ่ยถึงเมืองเผิงเลย แม้แต่ประเทศไจ่เยว่ คงตกอยู่ในอันตราย.

โฮกกก! - -

เสียงคำรามดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้ทุกคนตกใจหัวใจสั่นระรัว.

แม้แต่มู่โหยวชิงยังสูดหายใจลึก.

ภูตเกาะทองสัมฤทธิ์หลายสิบตัวที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยฟุต.

ยังมีมากกว่านั้น!

เพียงไม่นานภูตเกราะทองสัมฤทธิ์จากพื้นที่ไกลออกไปเองก็กำลังมารวมตัวกัน.

จำนวนนับร้อย!

“ให้ตายเถอะ! นี่จะทำให้ข้าเหนื่อยตายเลยอย่างงั้นรึ?” ใบหน้าที่สวยงามของมู่โหย่วชิงที่ซีดลง

-

ในป่านอกเมืองเผิง

หลินซวน พาบุตรสาวทั้งสี่ของเขา เดินเล่นไปรอบ ๆ อย่างสบายใจ

“เฮ้ ๆ ผีเสื้อเยอะมาก!”

ผ่านไปได้ครึ่งทาง จู่ ๆ เสวียนหานก็ยื่นนิ้วชี้ออกไปข้างหน้า

ดูนั่น!มีพุ่มดอกไม้บานอยู่ในป่า

ฝูงผีเสื้อบินไปมา หลากสีระรานตา ดูสีสันสดใสสวยงามมาก

เสวียนหยูวิ่งออกไป: "ข้าอยากจับผีเสื้อ!"

นางยกมือเล็ก ๆ ขึ้น พยายามคว้าจับผีเสื้อ

ทว่าพยายามยื้อสุดแขน ทำอะไรไม่ถูก ความสูงไม่พอ กระทั่งเร่งรีบมากจนเกินไป จึงควบคุมร่างกายไม่อยู่

สะดุดล้มลงบนพื้น

เมื่อเห็นเข้า หลินซวนที่กลายเป็นสายลมพัดโชกแรงพุ่งออกไปคว้าร่างเด็กหญิงตัวน้อยเอาไว้ในอ้อมแขน“ธิดาที่รัก ช้าลงหน่อย เจ้าเกือบล้มแล้ว!”

“แต่หากข้าไม่รีบก็จับผีเสื้อไม่ได้!”เสวียนหยู ตอบกลับ.

หลินซวนรู้สึกขบขันกับความน่ารักของนาง เขาส่ายหน้าไปมา แล้วเอ่ยออกมาว่า "หากเจ้าล้มแล้ว ก็จับผีเสื้อไม่ได้!"

เสวียนหยูเอียงศีรษะแล้วคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ และรู้สึกว่าสิ่งที่เสด็จพ่อเอ่ยนั้นสมเหตุสมผลมาก

“เสด็จพ่อ แล้วเราจะจับผีเสื้อได้อย่างไร” เสวียนจู่และคนอื่น ๆ เองก็มารวมตัวกัน

เมื่อเห็นใบหน้าที่ตื่นเต้นของพวกนาง หลินซวนก็รู้ว่าพวกนางต้องการเล่นจับผีเสื้อ

แต่พวกนางไม่สามารถจับพวกมันด้วยมือเปล่าได้ พวกนางทำได้เพียงใช้กระเป๋าตาข่ายเล็ก ๆ เพื่อคว้าจับ แต่กับไม่สะดวกนัก.

หลินซวนที่ค้นหาข้อมูลในบทช่วยสอน บิดาผู้สมบูรณ์แบบทันที ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า“พ่อมีวิธี!”

เขาเดินไปที่พงหญ้าด้านข้าง และพบกับหญ้าหนวดมังกรขาวจำนวนมากอยู่รอบ ๆ ที่ผุดออกมาจากซอกหิน.

ตามคำอธิบายของบทช่วยสอน หญ้าหนวดมังกรขาวนั้นยาวและแข็งแรง ผู้คนมักตัดนำไปตากแห้งและฟั่นเป็นเชือก.

ด้วยเหตุนี้เขาจึงทำการนำหญ้าหนวดมังกรขาวมาสานเป็นถุงตาข่ายขึ้นมา!

จากนั้นก็ติดกิ่งไม้เป็นถุงตาข่าย เพื่อให้เด็ก ๆ สะดวกในการจับปีเสื้อได้.

เพียงไม่นาน หลินซวนก็ลงมือ ทำชุดไม้ถุงตาข่ายขึ้นมาสี่อัน.

“เสด็จพ่อ นี่มันคืออะไรกัน?”

สาวน้อยที่ดวงตาเบิกกว้างเผยความอยากรู้อยากเห็นเป็นอย่างมาก.

หลินซวนเผยยิ้มอย่างมีเลศนัยและเอ่ยออกมาว่า "นี่คือถุงตาข่ายที่สร้างมาเพื่อพวกเจ้า  สามารถใช้มันจับผีเสื้อได้"

หลังจากอธิบายสั้น ๆ เกี่ยวกับการใช้ถุงตาข่ายให้กับเด็ก ๆ ฟังแล้ว หลินซวน ก็ส่งมันให้กับพวกนางคนละอัน

เด็กหญิงตัวน้อยเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงรีบวิ่งออกไปยังดงดอกไม้ พร้อมกับยกไม้ตาข่ายสานขึ้น.

เมื่อเห็นผีเสื้อบินไปทั่วท้องฟ้า พวกนางก็ยกตาข่ายสานขึ้นสูงอย่างมีความสุข

แล้วเล็งไปที่ผีเสื้อแล้วฟาดถุงตาข่ายลงอย่างแรง

น่าเสียดาย.

เสวียนจู ตวัดถุงตาข่ายลงไปบนศีรษะของ เสวียนหยู

เสวียนซี เองก็คลุมไปที่ศีรษะของเสวียนหานด้วยเช่นกัน.

“ว้าย! ทำไมข้าไม่เห็นอะไรเลย”

“เสวียนซี อย่าเอาถุงตาข่ายคลุมศีรษะข้า!”

เสวียนหยู และ เสวียนหาน ตะโกนออกมาตามลำดับ

เสวียนจู และเสวียนซี เหลือบมองถุงตาข่ายในมือด้วยความประหลาดใจ และแลบลิ้นออกมาพร้อม ๆ กัน

“อา ข้าจับ เสวียนหยู ได้อย่างไร”

“เสวียนหาน อย่าขยับ ผีเสื้อตัวนั้นอยู่บนศีรษะของเจ้า!”

เมื่อเสวียนหานได้ยินสิ่งนี้ นางก็เอ่ยทันที: "อะไรนะ? ผีเสื้ออยู่บนศีรษะของข้า? เป็นไปได้ยังไง?"

เด็กหญิงทั้งสี่กลายเป็นวุ่นวายทันที ขณะถอดถุงตาข่ายออก แล้วก็ไล่ตามผีเสื้อที่จับได้ไป

เมื่อเห็นว่าพวกนางกำลังเร่งรีบ วิ่งไปมา หลินซวนก็แทบจะหัวเราะออกมา

เด็กน้อยมีความสุขมากที่ได้ออกมาเล่น และเดินทางไปทุกที่.

ติ๊ง!

ทันใดนั้นเสียงกลไกของระบบก็ดังขึ้น

"ท่านได้มอบประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับบุตรสาว ให้สนุกสนานกับการไล่จับผีเสื้อ รับรางวัล กฎห้าสายฟ้า”

จบบทที่ บทที่ 56 ความสุขมีอยู่ทุกแห่ง!

คัดลอกลิงก์แล้ว