เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 38 มีพ่อก็ลืมแม่!

บทที่ 38 มีพ่อก็ลืมแม่!

บทที่ 38 มีพ่อก็ลืมแม่!


"ช่วยเสวียนซี จดจำคำศัพท์ ให้รางวัล กายาศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้น ระบบนี้ ใจดีมาก!"

เมื่อเห็นรางวัลที่ระบบมอบให้ หลินซวนก็ดีใจมาก

กายาศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้น ซึ่งเป็นร่างกายระดับเทพโดยกำเนิดที่หายากมาก ๆ

ในการจัดอันดับกายาระดับเทพของดินแดนอมตะเก้าสวรรค์ในปัจจุบัน มันอยู่ในอันดับแรก!

ด้วยร่างกายาศักดิ์สิทธิ์นี้ เขาสามารถดูดซับพลังเต๋าไร้สิ้นสุด อำนาจฮุ่นตุ้นจากกาลอากาศที่ไร้สิ้นสุดในจักรวาลได้.

ซึ่งจะทำให้ร่างกายของเขาทรงพลังแข็งแกร่ง อยู่ยงคงกระพันในโลกหล้า

อาจกล่าวได้ว่านี่เป็นกายาที่แข็งแกร่งโดยที่ไม่จำเป็นต้องฝึกฝนใด ๆ.

อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่อาจป้องกันพลังที่ผิดปรกติได้

ถ้าจะบอกว่าหลินซวนไม่มีความสุข คงเป็นเรื่องโกหก!

ติ๊ง!

“ต้องการถอนรางวัลหรือไม่?”

"ถอน!"

"โหลดกายาศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นสำเร็จ!"

ทันใดนั้น หลินซวน ก็รู้สึกว่าร่างกายของเขาได้รับการเปลี่ยนแปลง ในระดับสั่นสะเทือนสวรรค์ทันที

กระดูกทุกชิ้น ชีพจร เลือดเนื้อ ทั้งหมดถูกทำลายและจัดโครงสร้างใหม่ในระดับอนุภาค

ร่างกายของเขาราวกับกลายเป็นจักรวาลที่ยิ่งใหญ่ที่บรรจุดาวเคราะห์และดวงดารานับหมื่นล้านดวง ที่โคจรหมุนวนไปตามกฎเกณฑ์ใหม่.

เพียงแค่หนึ่งลมหายใจเท่านั้น การเปลี่ยนแปลงนี้ก็เสร็จสิ้นสมบูรณ์.

หลินซวนรู้สึกว่าทุกเซลล์ของเขาดูเหมือนจะสะท้อนสั่นพ้องกับศูนย์กลางแห่งพลังฮุ่นตุ้นที่ลึกล้ำและกว้างใหญ่

แม้ว่าเขาจะนั่งอยู่นิ่ง ทว่าเขาก็สามารถตัดผ่านความว่างเปล่าและดูดพลังเต๋าไร้สิ้นสุดเข้ามาสู่ร่างกายของเขาได้ในทันที.

“เป็นไปอย่างที่คาดไว้ กายาศักดิ์สิทธิ์ มันแข็งแกร่งและทรงพลังอย่างแท้จริง ๆ!”

หลินซวนอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นดีใจออกมา เมื่อสัมผัสรับรู้การเปลี่ยนแปลงนี้อย่างรอบครอบแล้ว

“เสด็จพ่อ ข้าร้องเพลงไม่เก่งเหรอ?” เมื่อเห็นว่า หลินซวน เงียบและงงงวยไปชั่วครู่ หัวใจของเสวียนซี ก็บีบรัดขึ้นมาทันที

หลินซวนดึงสติ คืนกลับมาอย่างรวดเร็ว ส่ายหน้าแล้วยิ้ม: "ไม่แน่นอน! เสวียนซีลูกน้อยของพ่อร้องเพลงได้ดีมาก!"

บุตรสาวที่น่ารักได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ และ หลินซวน ก็ได้รับกายาศักดิ์สิทธิ์ หลินซวนรู้สึกพึงพอใจอย่างที่สุด!

"ฮิฮิ!"เสวียนซี ยิ้มอย่างมีความสุข เผยให้เห็นลักยิ้มเล็ก ๆ น่ารักสองดวง

ตราบใดที่นางจำเพลงกล่อมเด็กนี้ได้ นางก็ไม่ต้องกลัวที่จะจำคําศัพท์ดังกล่าวไม่ได้อีกต่อไป

เสวียนจู, เสวียนหาน และ เสวียนหยู เข้ามาใกล้ด้วยเช่นกัน.

ตอนนี้พวกนางได้ยินเสวียนซี ร้องเพลง ทำให้พวกนางคิดว่ามันฟังดูน่าสนใจ

“เสวียนซี เมื่อกี้เจ้าร้องเพลงอะไร?” เสวียนจู่ถาม

เสวียนซียิ้มแล้วเอ่ยว่า "เป็นเพลงสำหรับเด็กที่เสด็จพ่อสอนข้า มาร้องด้วยกันเถอะ!"

"ตกลง!" เสวียนหานปรบมือของนางอย่างมีความสุข

เสวียนหยูตั้งตารอ แม่มดตัวน้อยผู้นี้ ไม่เพียงแค่ชอบเล่นซนเท่านั้น แต่ยังชอบร้องเพลงอีกด้วย

พี่สาวทั้งสี่คนก็ร้องเพลงและเต้นอยู่ในบริเวณนั้นดูมีความสุขมาก

ทันใดนั้นก็มีเสียงที่มีเสน่ห์เข้ามา: "ธิดาที่รัก เจ้าร้องเพลงอะไร ไพเราะจัง?"

ตงหวงจื่อโหยว สวมเสื้อคลุมสีม่วงทอง และก้าวขึ้นบันไดดอกบัวเข้ามาหา

เด็กหญิงทั้งสี่รีบวิ่งเข้าไปล้อมรอบนางทันที

“เสด็จแม่  เพลงของลูก เสด็จพ่อสอนพวกเรา เพราะมาก”

หลังจากเอ่ยจบ สาว ๆ ก็ร้องเพลงเด็กด้วยกัน

"ดีมาก!" ตงหวงจื่อโหยวเผยความสุข และเหลือบมองหลินซวนในระยะไกลออกไปเล็กน้อย.

โดยไม่คาดคิดว่าเขาจะมีพรสวรรค์เช่นนี้ นางเอ่ยกับตัวเองในใจ.

เมื่อเห็นตงหวงจื่อโหยวมาหาเด็ก ๆ หลินซวนก็ถามอย่างสบาย ๆ ว่า "วันนี้ไม่ยุ่งกับราชกิจอย่างงั้นรึ? ถึงได้มาเยี่ยมเยือนเด็ก ๆ ได้"

"ใช่." ตงหวงจื่อโหยว พยักหน้า "ด้วยความช่วยเหลือของผู้สูงศักดิ์ ทำให้เรื่องของอาณาจักรหมื่นปิศาจสามารถจัดการได้อย่างราบรื่นมาก ดังนั้นข้าจึงมีเวลาว่างสามารถใช้กับลูก ๆ ได้หนึ่งวัน"

"โอ้ว." หลินซวนดูสบาย ๆ เขารู้โดยธรรมชาติว่าผู้สูงศักดิ์ที่นางเอ่ยถึงคือตัวเขาเอง

ตงหวงจื่อโหยว ส่ายหน้าอย่างมืดมน

ถ้าคนอื่นได้ยินคำพูดของนาง พวกเขาจะต้องถามอย่างสงสัยอย่างแน่นอนว่า ผู้สูงศักดิ์คนนั้นคือใคร

อย่างไรก็ตาม หลินซวน กลับมีสีหน้าไม่แยแส

ท้ายที่สุดเขาไม่สนใจสิ่งเหล่านี้เลย ราวกับว่าในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดที่จะทำให้เขาทะเยอทะยานได้เลย.

ตงหวงจือโหยว ยิ้มเล็กน้อยแล้วถามเสวียนจู่และคนอื่น  ๆ ว่า "ไม่กี่วันมานี้พวกเจ้าเกียจคร้านฝึกกระบี่และไม่ทำการบ้านหรือไม่?"

"ไม่!"

“เมื่อมีเสด็จพ่ออยู่กับเรา พวกเราทุกคนจะต้องทำงานหนัก!”

เมื่อได้ยินคำเอ่ยของเด็ก  ๆ ตงหวงจื่อโหยวก็เผยยิ้มลึกยิ่งขึ้น

ไม่ว่ายังไง ลูก ๆ ของ หลินซวน ก็ยังคงโดดเด่น

เมื่อเขาเฝ้าดู การบ้านของเด็ก ๆ และ วิถีต่อสู้ของเด็ก ๆ ก็เป็นการยืนยันได้ถึงการพัฒนา

นอกเหนือจากการเรียนแล้ว ตงหวงจื่อโหยวยังคงกังวลมากที่สุดเกี่ยวกับการฝึกฝนเต๋าต่อสู้ของเด็ก  ๆ

นางแอบตัดสินใจว่าในอีกปีหนึ่ง หลังจากที่เด็ก  ๆ ได้ฝึกฝน "เทคนิคกระบี่เทียนเจา" อย่างถี่ถ้วนแล้ว นางจะสอนวิชากระบี่ระดับสูงกว่านี้ให้พวกนาง

“เอาล่ะ วันนี้เสด็จแม่ว่าง พวกเราจะไปเล่นที่ไหนดี?” ตงหวงจื่อโหยวมองดูเด็ก ๆ ที่จ้องมองมา.

เด็กหญิงตัวเล็ก  ๆ ทั้งสี่เริ่มใช้สมองและพูดคุยกันสักพักก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะไปเล่นที่ ภูเขาเซิ่งจิง

เพราะพวกนางได้ยินมาว่าที่นั่นมีฤดูใบไม้ผลิตลอดทั้งปี และเป็นสถานที่แห่งเดียวในเป่ยเสวียนเทียนที่พวกนางจะได้เห็นฤดูใบไม้ผลิ

“เอาล่ะ งั้นเราไปที่ภูเขาเซิ่งจิงกัน” ตงหวงจื่อโหยวที่โบกมือออกไป ก่อนที่บนท้องฟ้าจะเต็มไปด้วยรัศมีแสงสีทอง.

มังกรยักษ์เก้าตนลากราชรถหยกเสวียนปิงลงมาจากก้อนเมฆและมาหยุดอยู่ที่สนามหญ้าด้านหน้า

"ไปกันเถอะ." ตงหวงจื่อโหยวเอ่ยกับหลินซวน

จากนั้นหลิน ซวนก็ก้าวตามนางและพาเด็ก ๆ ไปที่ราชรถหยกเสวียนปิง

ตามที่คาดไว้สำหรับรถที่สูงส่งที่สุดในเป่ยเสวียนเทียน ระดับความหรูหราของราชรถหยกเสวียนปิงนั้นเหนือจินตนาการอย่างแท้จริง.

เมื่อเปรียบเทียบกับราชรถหยกวิหคปีกฟ้านั้นเป็นเพียงระดับพลเรือนเท่านั้น

ภายในราชรถหยกมีที่นั่งสองแถวหันหน้าเข้าหากัน ซึ่งทั้งหมดแกะสลักด้วยนกฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งดูหรูหราและอลังการมาก

หลังจากที่ หลินซวน และ ตงหวงจื่อโหยว นั่งเผชิญหน้ากัน เด็กหญิงตัวเล็ก  ๆ ทั้งสี่ก็รีบโยนตัวเองเข้าไปในอ้อมแขนของ หลินซวน ทันที

เมื่อเห็นสิ่งนี้ ตงหวงจื่อโหยวก็อดไม่ได้ที่จะอ้าปากเล็ก  ๆ ของนาง และความรู้สึกอิจฉาเล็ก ๆ ก็ปรากฏขึ้นในใจของนาง

“สาวน้อย...มีเสด็จพ่อแล้วลืมเสด็จแม่ไปแล้ว!”

เมื่อเห็นฉากดังกล่าวเด็กผู้หญิงสี่คนที่อยู่ในอ้อมกอดของหลิงซวน เห็นท่าทางตงหวงจื่อโหยวก็ทำอะไรไม่ถูก

หลังจากนั้นไม่นานเสวียนจู่ ก็หันกลับมาและก้าวมาที่ตงหวงจื่อโหยว

"ลูกรัก เจ้ามาที่นี่ เพื่อมาอยู่กับเสด็จแม่ของเจ้าหรือเปล่า..." ตงหวง จือโหย่ว มีความสุขมาก เสวียนจู่เป็นบุตรสาวคนโตของนาง เป็นคนที่นางเอ็นดูเป็นอย่างมาก.

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่นางจะเอ่ยจบเสวียนจู่ ก็คว้ามือหยกของนางเอาไว้

จากนั้นก็ได้ยินเสวียนจู่เอ่ยออกมาว่า: "เสด็จแม่ท่านมานั่งบนตักเสด็จพ่อกับพวกเราด้วยกันเร็ว!"

แก้มของตงหวงจื่อโหยว เริ่มร้อนขึ้นชั่วขณะหนึ่ง และใบหน้าทั้งสองก็แดงขึ้นด้วย.

“เสด็จแม่นั่งบนตักเสด็จพ่อไม่ได้!” นางส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว

"ทำไม?" ไม่เพียงแต่เสวียนจู่ เท่านั้น แต่เด็กหญิงตัวน้อยอีกสามคนที่หันหน้าไปมองด้วยความงุนงงเช่นกัน

ตงหวงจื่อโหยว สงบใจบังคับตัวเองไม่ให้เขินอาย: "เพราะเสด็จแม่โตแล้ว มันจะทำให้ขาเสด็จพ่อบาดเจ็บ"

"โอ้ว!" เสวียนจู่และคนอื่น ๆ ไม่ได้คิดอะไรมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะคำเอ่ยของเสด็จแม่ฟังดูสมเหตุสมผลเสมอ

“แต่มันแปลกมากที่เสด็จแม่นั่งตรงข้าม!” เสวียนหานส่ายหน้าไปมา

ครอบครัวควรนั่งด้วยกัน

"มานั่งที่นี่เถิด" แน่นอนว่าหลินซวนเข้าใจความคิดของบุตรสาวได้

ตงหวงจื่อโหยว คิดอยู่พักหนึ่ง พยักหน้า และข้ามมานั่งในแถวเดียวกับหลินซวน

ระหว่างคนทั้งสอง มีเด็กหญิงสี่คนนั่งแทรกไปมา ทำให้ดูเหมือนกับครอบครัวที่มีสมาชิกหกคนขึ้นมาเหมือนกัน.

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ แก้มของตงหวงจื่อโหยว ร้อนขึ้นเล็กน้อย และหัวใจของนางเองก็เต้นไปมาเช่นกัน.

ในรอบสี่ปี นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้ใกล้ชิดกับหลินซวนมากขนาดนี้

โชคดีที่การแสดงออกของ หลินซวนดูเฉยเมย ซึ่งช่วยแก้ไขบรรยากาศที่น่าอึดอัดใจได้ ระหว่างทางทำให้ตงหวงจื่อโหยวที่ผ่อนคลายลง

หลังจากมาถึงเทือกเขาเซิ่งจิง ที่นี่เป็นฤดูใบไม้ผลิตลอดทั้งปี

ดอกไม้มีสีแดงและต้นหลิวเป็นสีเขียว เป็นฤดูใบไม้ผลิที่อุดมสมบูรณ์

ทั้งสองเล่นกับเด็ก  ๆ อยู่พักหนึ่ง

ตงหวงจื่อโหยว ยืนข้าง ๆ มองดูหลินซวนและเด็ก ๆ ด้วยสายตาที่อ่อนโยน

แม้ว่า หลินซวน จะแตกต่างจากผู้ชายคนอื่น ๆ อีกฝ่ายไม่มีความตั้งใจจะฝึกฝนเต๋าต่อสู้ แม้แต่ไร้ความทะเยอทะยานใด ๆ.

อย่างไรก็ตาม วันนี้อีกฝ่ายกับดูอบอุ่นและยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก

นางเป็นจักรพรรดินีเป่ยเสวียนเทียน ขอบเขตจักรพรรดิผู้แข็งแกร่ง หากแต่บางครั้งนางก็รู้สึกกดดันเช่นกัน

บางครั้งนางก็คาดหวังให้หลินซวนช่วยแบ่งปันความกดดันด้วยเช่นกัน.

ทว่าการที่เขาเป็นเช่นนี้ ก็เป็นอะไรที่ดีเหมือนกัน.

เรื่องราวใด ๆ ในโลกที่ดูวุ่นวายนั้น ปล่อยให้นางแบกมันไว้คนเดียวก็พอ.

ตงหวงจื่อโหยวคิดอย่างขบขัน ดวงตาของนางก็กลายเป็นแน่วแน่ คล้ายกับว่าได้ตัดสินใจครั้งสำคัญไปแล้วเช่นกัน.

จบบทที่ บทที่ 38 มีพ่อก็ลืมแม่!

คัดลอกลิงก์แล้ว