เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36 ตงหวงจื่อโหยวที่ตื่นตะลึง

บทที่ 36 ตงหวงจื่อโหยวที่ตื่นตะลึง

บทที่ 36 ตงหวงจื่อโหยวที่ตื่นตะลึง


พระราชวังปิศาจ อาณาจักรหมื่นปิศาจ.

ตงหวงจื่อโหยว สวมชุดเกราะฟีนิกซ์เหินสีม่วงทอง ยืนอยู่ในห้องโถงใหญ่ โดยมีมือไพล่ด้านหลัง

หลังจากการสู้รบอันดุเดือดเป็นเวลาสองวันเต็ม กองทัพของเป่ยเสวียนเทียนก็ยึดพระราชวังปิศาจได้ในที่สุด

ซึ่งหมายความว่าต่อจากนี้ไป อาณาจักรหมื่นปีศาจจะอยู่ภายใต้การควบคุมของเป่ยเสวียนเทียน

“การต่อสู้ครั้งนี้รุนแรงมาก ศัตรูที่ซ่อนอยู่ในความมืด จะไม่นั่งรออยู่เฉย  ๆ แน่!”

ตงหวงจื่อโหยวแอบคิดในใจ.

สี่ปีที่แล้ว ยอดฝีมือเสมือนจักรพรรดิสิบสองคนที่ลอบซุ่มโจมตีนาง  นางเองสามารถบอกได้ว่ามีคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้เช่นกัน.

ทำให้นางระมัดระวังตัวเป็นอย่างมาก มีการเตรียมตัวอย่างเต็มที่ในการต่อสู้กับอาณาจักรหมื่นปิศาจครั้งนี้.

“ฝ่าบาท!”รูปร่างที่เพรียวบางและร้อนแรงของโหรวหยิง โผล่ออกมาเห็นเป็นเงาแสงสีดำ

ตงหวงจื่อโหยว เอ่ยถามโดยไม่หันศีรษะกลับไป "เจ้าได้รับข่าวอะไรมาบ้าง"

เมื่อสถานการณ์โดยรวมของอาณาจักรหมื่นปิศาจถูกตัดสินแล้ว นางก็ให้โหรวหยิงส่งเจ้าหน้าที่ข่าวกรองระดับสูงเพื่อสืบข่าวเกี่ยวกับสถานะการณ์รอบ  ๆ อาณาจักรหมื่นปิศาจทันที.

โหรวหยิงพยักหน้า: "ตามรายงานของสายลับที่อยู่แนวหน้า ในพื้นที่ห่างจากชายแดนหมื่นปีศาจ 300,000 ลี้ มีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของเผ่าอสูร"

“เผ่าอสูร?!” ตงหวงจื่อโหยวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

แม้แต่พวกสัตว์อสูรก็มีส่วนร่วมด้วย

ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะซับซ้อนกว่าที่นางจินตนาการไว้เล็กน้อย

"เพค่ะ!" โหรวหยิงพยักหน้า "ตามที่คาดไว้ ฝ่าบาท ดูเหมือนพวกเขาจะต้องการซุ่มโจมตีอยู่ที่นั่น สถานที่ที่เป็นไปได้มากที่สุด ก็คือหุบเขาทงเทียน"

“เจ้าช่วยระบุสถานที่สุดท้ายได้ไหม ส่วนไหนของหุบเขาทงเทียน?” ตงหวงจื่อโหยวหันกลับมา

โหรวหยิง ส่ายหน้า: "โดยธรรมชาติแล้วสัตว์อสูรนั้นมีสัมผัสที่แหลมคมมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ข่าวกรองของพวกเราไม่กล้าเข้าใกล้เกินไป"

ตงหวงจื่อโหยว โบกมือไปมา ขณะหยิบแผนที่ขนาดใหญ่ออกมาจากความว่างเปล่า

หลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว

นางหรี่ตาที่สวยงามของนางแล้วเอ่ยออกมาว่า "หากมีใครต้องการซุ่มโจมตีพวกเรา สถานที่ที่ดีที่สุดคือหุบเขาทงเทียน"

โหรวหยิง พยักหน้าเล็กน้อย

ตงหวงจื่อโหยว ไม่เพียงแต่เป็นผู้เชี่ยวชาญในบริหารราชการบ้านเมืองเท่านั้น

ในสนามรบ นางก็ยังเป็นอัจฉริยะ เชี่ยวชาญกลยุทธ์และกลอุบายต่าง  ๆ ด้วย

“ฝ่าบาท พวกเราจะเอาชนะความยากลำบากนี้ได้อย่างไร” โหรวหยิงถาม

หลังจากได้รับชัยชนะที่อาณาจักรหมื่นปีศาจแล้ว ตงหวงจื่อโหยวจะต้องนำกองกำลังของนางกลับไปที่เป่ยเสวียนเทียน

หากมีการซุ่มโจมตีในหุบเขาทงเทียน ด้วยสภาพเวลานี้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะผ่านไปได้

ตงหวงจื่อโหยว จ้องมองไปที่แผนที่ หายใจเข้าลึก แล้วเอ่ยออกมาว่า "เวลานี้ เมื่อไม่ทราบพลังของศัตรู การบุกโจมตีอย่างแข็งกร้าวก็ไม่ใช่การกระทำที่ฉลาด"

“ข้าคิดว่าพวกเราควรแบ่งทหารออกเป็นสามกอง ให้กลุ่มที่แข็งแกร่งเดินทางมุ่งตรงกลาง และมีสองกองคอยสนับสนุนปีกทั้งสองข้าง.”

โหรวหยิงพยักหน้า“เพค่ะ เฉินจะทำการแจ้งแม่ทัพวางแผนการจัดทัพใหม่ให้พร้อมโจมตีและสนับสนุนกันโดยตลอด”

หลังจากที่นางหันหลังกลับเตรียมออกไป ก็มีร่าง  ๆ หนึ่งเร่งรีบเดินเข้าไปในห้องโถงใหญ่

"รายงาน!"

ผู้มาเยือนคือผู้นำของเจ้าหน้าที่ข่าวกรองกลุ่มที่สองของโหรวหยิงที่ส่งออกไปนั่นเอง.

โหรวหยิง: "มีอะไรหรือไม่?"

หัวหน้าเจ้าหน้าที่ข่าวกรองเอ่ยตอบ "มีการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน ในหุบเขาทงเทียน และสัตว์อสูรที่ซุ่มโจมตีที่นั่นล้วนถูกสังหารโดยยอดฝีมือที่ไม่รู้จัก!"

“จากซากศพของสัตว์อสูรและสถานที่ที่พวกเขาถูกซุ่มโจมตี เฉินคาดเดาว่ามีสัตว์อสูรอย่างน้อย 10,000 ตน และยังมีสัตว์อสูรลำดับแรก สามร้อยกว่าตัวด้วย!”

เมื่อได้ยินรายงานดังกล่าว ตงหวงจื่อโย่วก็เงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ: "จริงอย่างงั้นหรือ?"

"เป็นเรื่องจริง!" ผู้นำของเจ้าหน้าที่ข่าวกรองพยักหน้าอย่างรวดเร็ว "เฉินนำผู้ใต้บังคับบัญชาเข้าไปสำรวจในหุบเขาด้วยตนเอง และยืนยันว่าทหารที่ซุ่มโจมตีที่นั่นตายกันหมดแล้ว!"

"นี่……"

ตงหวงจื่อโหยว อดไม่ได้ที่จะอ้าปากเล็ก   ๆ ของนาง

ในช่วงเวลาสั้น   ๆ สัตว์อสูรหลายหมื่นตัวถูกสังหารในคราวเดียว และมีสัตว์อสูรลำดับแรกกว่าสามร้อยตัวในหมู่พวกมัน

พลังเช่นนี้คือใครกัน?

เหตุใดเขาถึงได้โจมตีกลุ่มอสูรที่ซุ่มโจมตีอย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้?

กระทำเพื่อเป่ยเสวียนเทียน หรือ เพื่อเหตุผลอื่น?

ตงหวงจื่อโหยวที่เป็นคนฉลาดมาก หากแต่กับสับสนไม่เข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าวเลย.

อย่างไรก็ตาม ในการวิเคราะห์ขั้นสุดท้าย การซุ่มโจมตีถูกทำลายไปแล้ว ซึ่งนับเป็นสิ่งที่ดี

ตงหวงจื่อโหยวสั่งทันที: "สั่งกองทัพทั้งสามให้รวมตัวกัน และจัดทัพกันใหม่ พวกเราจะกลับเป่ยเสวียนเทียนภายในครึ่งชั่วโมง!"

-

หนานเสวียนเทียน ตำหนักภายในราชวงศ์

ริ้วแสงเงาสีขาวที่พุ่งตัดผ่านความว่างเปล่ามาปรากฏขึ้น.

จักรพรรดิสวรรค์หนานเสวียน ฉินซ่างยื่นมือออกไปบีบกลุ่มแสงและเงา

แสงและเงานี้เป็นวิธีการสื่อสารพิเศษสำหรับสัตว์อสูรที่เรียกว่า "ขนนกโบยบิน"

หลังจากส่งพลังวิญญาณออกมาเพื่อเปิดขนนกที่บินมา ข่าวต่าง  ๆ ก็ปรากฏดังขึ้นในหูของฉินซ่าง

“ผู้นำผู้นี้ได้ส่งกองกำลังออกไปซุ่มโจมตีจักรพรรดินีเสวียนปิงแล้ว ทว่าพวกเขาทั้งหมดถูกสังหารโดยคนลึกลับในชั่วข้ามคืน และศพก็กระจายเกลื่อนเต็มหุบเขา!”

“จักรพรรดินีเสวียนปิงจึงสามารถกลับไปยังเป่ยเสวียนเทียนได้โดยไม่มีอุปสรรคตลอดทาง!”

“ภารกิจนี้ถูกประกาศว่าล้มเหลว!”

ฉินซ่าง กำหมัดแน่น แขนของเขา สั่นไปมาอย่างรุนแรง

“บ้าเอ๊ย เป็นไปได้ยังไงเนี่ย!”

"ใครที่ทำแบบนี้?!"

โอกาสที่สวรรค์มอบให้นั้น ถูกทำลายโดยคนลึกลับจริง  ๆ ไม่มีอะไรน่าอายไปกว่านี้อีกแล้ว!

หนำซ้ำเวลานี้ คำขอที่ได้รับจากเผ่าอสูรได้หายไปแล้ว ทว่าจักรพรรดินิเสวียนปิงก็ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรด้วยซ้ำ.

นี่มัน เสียฮูหยินเสียซ้ำขุนศึกจริง  ๆ

ในหัวใจของ ฉินซ่าง ทั้งโกรธเกรี้ยวและหดหู สุมอยู่ในอกของเขา.

อย่างไรก็ตามเวลานี้เขาทำได้แค่ สูดหายใจ เข้ามาสองสามครั้ง ดวงตาของเขาที่เผยความเย็นชาที่รุนแรงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม.

“ตงหวงจื่อโหยว เจ้าหนีพ้นวันนี้ แต่ไม่มีทางหนีพ้นพรุ่งนี้แน่!”

“ข้าฉินซ่างมีวิธีที่ลึกล้ำมากมายเหนือกว่าที่เจ้าจินตนาการ ล้างคอรอไว้เลย ไม่ว่าใครจะช่วยเจ้า ข้าก็จะกำราบเจ้าให้มาอยู่แทบเท้าของข้า!”

เพื่อสงบความโกรธของตัวเองไว้ ฉินซ่าง จึงหัวเราะเผยยิ้มที่เย็นชาออกมา.

ราชวงศ์หนานเสวียนเทียนนั้นมีวิชาต้องห้ามที่เรียกว่า“ทักษะทลายประสาทหลัก” เขาที่ใช้เวลาสั้น  ๆ สำเร็จขั้นสมบูรณ์แบบแล้ว.

ในเวลานี้เขาทรงพลังแข็งแกร่งอยู่ในขอบเขตจักรพรรดิ และเริ่มแตะขอบเขตมหาปราชญ์เรียบร้อยแล้ว!

ในวันที่เขาตัดผ่านขอบเขตมหาปราชญ์ เขาก็จะทำให้ตงหวงจื่อโหยวสิ้นหวัง ได้แต่นั่งเฝ้ามองเป่ยเสวียนเทียนถูกกลืนกิน.

-

เป่ยเสวียนเทียน พระราชวังหยก

ดวงตะวันทอแสงแดงยามเช้าส่องมายังพระราชวังหยก ส่องประกายแสงระยิบระยับ ราวกับดินแดนฝัน ดูงดงามสว่างตา.

หลังจากอาบน้ำให้กับบุตรสาวเสร็จ หลินซวนก็เตรียมอาหารเช้าที่เข้มข้นและแสนอร่อยให้พวกนาง

หลังรับประทานอาหารเสร็จ บุรุษชราสวมเสื้อคลุมสีขาวและดูอบอุ่นนิสัยดีได้ก้าวเดินเข้ามาในประตู

“คารวะตี้ฟู่!”

บุรุษชราผู้นี้ คือ ราชครูหยางเหวินเฉิง ของวังเสวียนปิงนั่นเอง.

“ราชครูหยาง สวัสดีตอนเช้า” หลินซวนพยักหน้าตอบ.

หยางเหวินเฉิงนั้นเป็นราชครูที่ได้รับการแต่งตั้งจากตงหวงจื่อโหยวให้มาสอนเด็ก  ๆ  เป็นพิเศษ.

หยางเหวินเฉิงยังมีอีกหนึ่งสถานะ นั่นก็คือหนึ่งในสิบของผู้นำปรมาจารย์เต๋าของเป่ยเสวียนเทียนนั่นเอง.

เขามีชื่อเสียงพอ  ๆ กับ เจียงจิวไป่,เสิ่นหยากัง และเหล่าปราชญ์วรรณกรรมที่ได้รับความเคารพจากผู้คน.

หากตงหวงจื่อโหยวไม่มีเวลาสอนธิดา ก็จะให้หยางเหวินเฉิงมายังวังหยกเป็นครั้งคราวเพื่อสอนพวกนาง.

เมื่อเห็นหยางเหวินเฉิง เสวียนจู่และคนอื่น   ๆ ก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและยืนเป็นแถวเพื่อทักทายเขา: "สวัสดี ท่านอาจารย์ไท่ฟู่!"

"เยี่ยม ยอดเยี่ยม!" ราชครูหยาง เผยยิ้ม “เด็ก  ๆ ฉลาดมาก!”

เสวียนจู ก้าวไปข้างหน้าและถามว่า "อาจารย์ วันนี้ท่านมาสอนพวกเราอยู่หรือเปล่า?"

หยางเหวินเฉิงส่ายหน้าไปมา จ้องมองไปยังหลินซวนด้วยความเคารพ.

“ตี้ฟู่คือมหาราชครูตัวจริง เฉินจะกล้าแสดงเป็นผู้มีขวานต่อหน้าเขาได้อย่างไร”

“มีมหาอาจารย์เช่นนี้สอนองค์หญิง ข้าเพียงแค่กึ่งอาจารย์ก็ถึงเวลาเกษียณแล้ว”

หลินซวนพยักหน้าเล็กน้อย

ราชครูหยางนั้นต้องการช่วยตงหวงจื่อโหยวบริหารราชกิจด้วย ทำให้เขาไม่สามารถทุ่มพลังและความสามารถทั้งหมดเพื่อมาสอนราชธิดาของนางได้.

ในเมื่อเวลานี้มีบิดาที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นใดที่เขาจะต้องแบ่งเวลามาสอนองค์หญิง.

“มีเสด็จเสด็จพ่อเป็นอาจารย์สอนจะต้องสนุกแน่นอน!”

ในเวลานั้นราชครูหยางที่หยิบภาพวาดสีน้ำมันออกมาจากแขนเสื้อ ก้าวมาด้านหน้าพร้อมกับเอ่ยออกไปว่า“ตี้ฟู่ ผู้ใต้บังคับบัญชามาที่นี่ มีสิ่งหนึ่งที่ต้องการขอความช่วยเหลือ.”

หลินซวนจ้องมองภาพวาดที่เต็มไปด้วยหิมะและน้ำแข็ง เหมือนกับเป็นภาพฉากหนึ่งของเป่ยเสวียนเทียน.

จบบทที่ บทที่ 36 ตงหวงจื่อโหยวที่ตื่นตะลึง

คัดลอกลิงก์แล้ว