เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19: ความใกล้ชิดกับเสวียนจู่เพิ่มขึ้น!

บทที่ 19: ความใกล้ชิดกับเสวียนจู่เพิ่มขึ้น!

บทที่ 19: ความใกล้ชิดกับเสวียนจู่เพิ่มขึ้น!


ปราชญ์เต๋าวรรณกรรม.

นี่คือเหวินฉูซิงจุติลงมาสู่โลก เทียบเท่ากับการกลับชาติมาเกิดของอมตะที่จุติลงสู่โลกผู้ฝึกตน.

เหนือนักวิชาการผู้ยิ่งใหญ่และกึ่งปราชญ์

ก็คือปราชญ์แห่งวรรณกรรม เวลานี้ได้ปรากฏขึ้นบนโลกนี้แล้ว.

แม้นว่าหลินซวนจะไม่ได้บ่มเพาะเต๋าวรรณกรรม แต่ม่านน้ำเหวินซิง ก็ส่องแสงสว่างไสวอาบล้นไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์หลากสีสันแล้ว.

กล่าวได้ว่าประโยคที่หลินซวนเขียนลงไปนั้น ได้รับการยอมรับและย่องย่องจากเหวินฉู่ซิง.

ไม่มีอะไรน่าเชื่อถือไปกว่าแสงหลากสีสันอีกแล้ว!

ตราบเท่าที่ได้รับการยอมรับจากเหวินฉู่ซิง ตำแหน่งปราชญ์ก็ไม่ใช่ของปลอมอีกต่อไป.

เจียงจิวไป๋และเสิ่นหยากังต่างก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเป็นอย่างมาก.

“บ่มเพาะศีลธรรมของตนเอง, ดูแลบ้านช่องเรือนชาน, ปกครองประเทศ, และปราบปรามแผ่นดินให้สงบ เพียงแค่ประโยชน์ไม่กี่คำ ก็ทำให้นักวิชาการทั้งหมดสำเร็จภารกิจชีวิตแล้ว!”

“ตี้....ไม่ ๆ เซียนเซิงหลินทำให้คนทั้งโลกวรรณกรรมตื่นตะลึงด้วยประโยชน์เดียว และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคนได้!”

“โชคดีที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ ทำให้สามารถเห็นการกำเนิดของปราชญ์ด้วยตาของข้าเอง จากนี้ถึงตายไปก็ไม่เสียใจแล้ว!”

“ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เซียนเซิงหลินจะเป็นอันดับหนึ่งของโลกวรรณกรรมของโลกอมตะเก้าสวรรค์!”

-

เจียงจิ่วไป่ที่เป็นผู้นำในการกล่าวชื่นชม จากนั้นก็เป็นเหล่านักวิชาการใหญ่สิบอันดับที่ล้วนแต่กล่าวยกย่องหลินซวน.

จากนั้นเหล่านักวิชาการทั้งหมดล้วนแต่แสดงความเคารพต่อหลินซวน.

ภาพฉากที่น่าตื่นตะลึงนี้ทำให้มู่โหยวชิงตื่นตะลึงไปเหมือนกัน.

เสวียนจูที่อ้าปากเล็ก ๆ ของนาง ที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ“พวกเขาคำนับรูปปั้นคุณปู่เหวินฉุ่ซิง ต่อมาก็คำนับเสด็จพ่ออีกครั้ง.”

“นี่แสดงว่าเสด็จพ่อเก่งพอ ๆ กับปู่เหวินฉูซิง!”

เสวียนซีหัวเราะแทบหูฉีก และลักยิ้มเล็ก ๆ สองอันก็ปรากฏขึ้นอย่างลึกซึ้ง "ใช่! ใช่! เสด็จพ่อเก่งที่สุด!"

เสวียนหาน และ เสวียนหยู เด็กหญิงตัวเล็กอีกสองคนก็มีความสุขและพอใจเช่นเดียวกัน.

หลินซวน อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าและเผยยิ้มออกมาเช่นกัน.

เขาเองก็คาดไม่ถึงว่าการเขียนอักษรเพียงไม่กี่ตัวจะทำให้เกิดเรื่องที่ใหญ่โตขนาดนี้.

ถึงอย่างไร.

การที่เขามีตำราสวรรค์เสวียนเจี่ย ก็นับว่าสามารถใช้ประโยชน์ได้มากมาย.

แม้นว่าเขาจะไม่ได้บ่มเพาะเต๋าวรรณกรรม แต่เขากับถูกยกย่องเช่นกัน สามารถที่จะทำให้ธิดาพอใจ ทำให้เขามีความสุขนัก.

แม้นว่าความจริงทั้งหมดทั้งมวล.

ความรู้ทั้งหมดของเขานั้นมาจากตำราสวรรค์เสวียนเจี่ยทั้งนั้น.

การจะเป็นปราชญ์วรรณกรรมจึงไม่ใช่เรื่องพิเศษแต่อย่างใด.

“เซียนเซิงหลินไม่รู้ว่าจะมีเวลาไปสอนวรรณกรรมที่สถาบันได้เมื่อไหร่?”เจียงจิ่วไป่ที่เอ่ยสอบถามด้วยความเคารพ.

ตามกฎเกณฑ์ของโลกวรรณกรรม

เมื่อปรากฏปราชญ์วรรณกรรม ย่อมมีคุณสมบัติที่จะสอนทุกสถาบันศึกษาในโลกนี้ได้.

กล่าวได้ว่านี่คือรางวัลที่มอบสิทธิมากกว่าเหล่าจักรพรรดิดินแดนต่าง ๆ ซะอีก.

หลินซวนที่เผยยิ้มเล็กน้อย“ไว้มาคุยกันเรื่องนี้เมื่อข้ามีเวลาเถิด.”

ข้ายังมีบุตรสาวที่น่ารักตั้งสี่คน จะนำไปสอนในโรงเรียนและวิทยาลัยทั่วโลกได้อย่างไร

นอกจากนี้การได้อยู่กับบุตรสาวที่น่ารักและอ่อนโยน คือความสุขที่เขาพึงพอใจแล้วไม่ใช่รึ?

การเป็นเสด็จพ่อปลาเค็ม คือชีวิตที่สมบูรณ์แบบสำหรับเขาแล้วจริง ๆ!

เมื่อเห็นว่าหลินซวนไม่มีความต้องการเท่าใดนัก เจียงจิวไป๋และคนอื่น ๆ ก็ไม่ยืนกรานอีกต่อไป.

หลังจากนั้น หลินซวน ก็พาเสวียนจู่ และคนอื่น ๆ ออกไปภายใต้ความสนใจของทุกคน

เมื่อพวกเขากลับมาที่วังหยกก็เป็นเวลาดึกแล้ว.

เด็กหญิงตัวน้อยรู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย และหลังจากอาบน้ำเสร็จ ทุกคนก็เข้านอนอย่างเชื่อฟัง

เปรี้ยง!!!~

หลังจากที่เด็กหญิงตัวน้อยหลับไป เสียงฟ้าร้องก็ดังขึ้น

หลินซวนเห็นว่าคิ้วของบุตรสาวทั้งสี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย

แน่นอนว่าฟ้าร้องได้ส่งผลกระทบต่อพวกนาง

จากนั้นเสียงฟ้าร้องครั้งที่สองก็ดังขึ้นอีกครั้ง ดังกว่าครั้งแรก

เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่ถูกปลุกด้วยสายฟ้า พร้อมกับร้องออกมาเสียงดัง.

ดวงตาทั้งสี่คู่เบิกกว้าง และพวกนางทั้งหมดก็มองไปที่ หลินซวน ด้วยความหวาดกลัว

“เสด็จพ่อ เสียงฟ้าร้อง!”

“วู้ ข้ากลัวฟ้าร้องที่สุด!”

“ฟ้าร้องดังมาก!”

“ไม่ได้แล้ว ไม่ได้ ข้าต้องการปิดหู!”

หลินซวนรีบหันขยับเข้าใกล้เพื่อปกป้องเด็กหญิงทั้งสี่: "อย่ากลัวเลยที่รัก พ่ออยู่นี่แล้ว!"

ด้วยการคุ้มครองของ หลินซวน ในที่สุดเสวียนจู่ และคนอื่น ๆ ก็สงบลง

อย่างไรก็ตาม ในสายตาของเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ทั้งสี่ ยังเผยท่าทางหวาดกลัว ไม่ได้ลดลงเลย

“เสด็จพ่อ ทำไม ฟ้าร้องถึงได้น่ากลัวขนาดนี้ล่ะ” เสวียนจู่ถาม

หลินซวน ยิ้ม: "จริง ๆ แล้ว ฟ้าร้องไม่ได้น่ากลัวเลย แต่ค่อนข้างน่าสนใจ"

มีแบบการสอนพ่อผู้สมบูรณ์แบบ บอกว่าโดยพื้นฐานแล้วเด็ก ๆ ทุกคนกลัวฟ้าร้อง

เมื่อเด็ก ๆ กลัวฟ้าร้อง สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับพ่อและแม่ในฐานะผู้ปกครอง คือการชี้แนะพวกเขาด้วยการเอ่ยโน้มน้าวใจ

ด้วยการใช้วิธีการอันชาญฉลาด ปล่อยให้เด็ก ๆ ขจัดความกลัวฟ้าร้องทีละน้อย ๆ

ดังนั้น หลินซวน จึงจงใจเอ่ยตรงกันข้าม

"น่าสนใจ?"

แน่นอนว่าภายใต้การล่อลวงของ หลินซวน ดวงตาของเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ก็สว่างขึ้นในเวลาเดียวกัน

"ถูกต้อง." หลินซวนลูบศีรษะของพวกนาง "จริง ๆ แล้วฟ้าร้องเพราะคุณปู่เหล่ยและคุณย่าเหล่ยทะเลาะกัน"

สิ่งต่อไปที่ หลินซวน ต้องทำคือเล่านิทานที่สวยงามให้เด็ก ๆ ฟัง

ให้พวกนางเรียนรู้ที่จะยอมรับฟ้าร้องและขจัดความกลัวฟ้าร้องออกไป

“คุณปู่เหล่ย? คุณย่าเหล่ย?”

“เสด็จพ่อพูดน่าสนใจมาก!”

“ใช่ ใช่! เสด็จพ่อบอกข้ามาเร็ว ๆ ว่าใครคือคุณปู่เหล่ย ใครคือคุณย่าเหล่ย?”

ตามที่ หลินซวน จินตนาการไว้ เด็ก ๆ ถูกจุดประกายความสนใจขึ้นมาทันที.

หลินซวนเผยยิ้ม: "จริง ๆ แล้วมีเรื่องราวที่น่าสนใจมากเกี่ยวกับคุณปู่เหล่ย และคุณย่าเหล่ย..."

จากนั้นเขาก็เล่าเรื่องราวดั่งเช่นในบทช่วยส่วน พ่อที่สมบูรณ์แบบออกมาในทันที.

เด็ก ๆ ฟังด้วยความสนุก จากนั้นก็ค่อย ๆ เพิกเฉยต่อเสียงฟ้าร้องที่ดังมาจากภายนอก

ไม่นานหลังจากนั้นเสวียนซี เสวียนหาน และ เสวียนหยู ก็ค่อย ๆ หลับไป

มีเพียงเสวียนจู่ เท่านั้นที่ยังคงลืมตากว้าง และดูเหมือนว่านางจะไม่ง่วงเลย

หลินซวน โน้มตัวนางเข้าไปดึงนางเข้ามาในอ้อมกอด: "ธิดาที่รัก ทำไมยังไม่นอนอีกรึ?"

เสวียนจู่แสดงท่าทีเขินอาย: "เสด็จพ่อ ข้ายังกลัวอยู่เลย! เสด็จแม่บอกว่า ข้ากลัวฟ้าร้องมากกว่าเสวียนซีและคนอื่น ๆ"

“แต่ข้าเป็นพี่สาว ดังนั้นข้าจึงไม่สามารถแสดงท่าทางน่าอายออกมาได้!”

หลินซวนยิ้มเล็กน้อย: "เจ้าอดทนจนถึงตอนนี้เลยเหรอ?"

"อืม!" เสวียนจู่แสดงท่าทางกังวล “เสด็จพ่อ ท่านจะหัวเราะเยาะข้าไหม?”

"ไม่แน่นอน!" หลินซวนส่ายหน้าและกอดนางเอาไว้แน่น ด้วยวิธีนี้จะทำให้นางรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น “ตอนนี้ดีขึ้นหรือยัง”

"อืม." ศีรษะเล็ก ๆ ของเสวียนจู่ซุกถูไถไปมา พร้อมกับลูบแขนของ หลินซวน

มีเสด็จพ่ออยู่ที่นี่ ข้าจึงไม่กลัวอีกต่อไป

ติ๊ง!

ในเวลานี้ เสียงเครื่องจักรของระบบดังขึ้นในจิตใจของ หลินซวน

“ความใกล้ชิดระหว่างโฮสน์กับบุตรสาวคนโต เสวียนจู่ เพิ่มขึ้น 1 คะแนน รางวัล: ฐานฝึกฝนขอบเขตจักรพรรดิ!”

หลินซวนรู้สึกตื่นเต้นมาก

ข้าเพียงแค่ปลอบโยนเสวียนจู่ เพียงเท่านี้ก็ได้รับฐานการฝึกฝนขอบเขตจักรจักรพรรดิแล้ว

รางวัลของระบบ ช่างใจกว้างเกินไปแล้ว!

หลินซวนรู้สึกว่าอาจเป็นเพราะเสวียนจู่กลัวฟ้าร้องมากนั่นเอง.

ดังนั้นในกรณีนี้

การปลอบของเขาจึงถือว่ามีความสำคัญมากในความคิดของนาง.

เมื่อเอ่ยถึงการฝึกฝนขอบเขตอาณาจักรจักรพรรดิ ข้าไม่รู้ว่าตลอดชีวิตผู้ฝึกตนกี่คนที่สามารถก้าวไปถึงได้

ตอนนี้ หลินซวน สามารถกลายเป็นผู้มีความแข็งแกร่งขอบเขตจักรพรรดิไปแล้ว เพียงแค่การพยักหน้ารับเพียงครั้งเดียว

ติ๊ง!

“คุณต้องการถอนรางวัลหรือไม่?”

"ใช่!"

“สกัดฐานการฝึกฝนอาณาจักรจักรพรรดิได้สำเร็จ!”

ทันทีที่ข้อความแจ้งเตือนของระบบหายไป

พลังอันยิ่งใหญ่ เช่นเดียวกับพลังพลิกทะเลย้ายขุนเขาก็ ระเบิดออกมาจากตันเถียนของ หลินซวน

จบบทที่ บทที่ 19: ความใกล้ชิดกับเสวียนจู่เพิ่มขึ้น!

คัดลอกลิงก์แล้ว