เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17: สร้างรูปปั้นให้พ่อ!

บทที่ 17: สร้างรูปปั้นให้พ่อ!

บทที่ 17: สร้างรูปปั้นให้พ่อ!


มู่โหย่วชิงเชิดหน้าแล้วเดินจากไปพร้อม ๆ กับ หลินซวนด้วยความภาคภูมิใจ

เสวียนจู่ ในอ้อมแขนของมู่โหยวชิง ส่ายหน้าแล้วเอ่ยออกมาว่า "ลุงคนนั้นช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก"

เสวียนซี พยักหน้าเห็นด้วย: "ใช่ ๆ เขาเป็นคนที่ชอบอวดตัว และเสด็จแม่ก็สอนพวกเราว่า อย่าเป็นคนแบบนั้น"

มู่โหยวชิงหอมแก้มเด็กหญิงตัวน้อยสองคนพร้อมเอ่ยเบา ๆ "เจ้าพูดถูกแล้ว ข้าก็เกลียดคนแบบนี้เหมือนกัน!"

เสวียนหาน และ เสวียนหยู อยู่ในอ้อมแขนของหลินซวน

พร้อมกับยกนิ้วให้กับหลินซวน.

เอ่ยออกมาพร้อมกัน: "เสด็จพ่อดีที่สุด!"

มู่โหยวชิงหัวเราะ คิกคักสองสามครั้ง: "สาวน้อย ข้าเกรงว่าคนอื่นอาจยังไม่รู้ว่าเสด็จพ่อเจ้ายอดเยี่ยมเพียงใด!"

"แน่นอน!"

เด็กหญิงตัวเล็กทั้งสี่พยักหน้าพร้อมกัน ด้วยใบหน้าที่ภาคภูมิใจ

เสด็จพ่อของพวกนางเก่งที่สุดในโลก อิอิ!

เมื่อเห็นแผ่นหลังของพวกเขาเคลื่อนตัวออกไปแล้วตามมาด้วยเสียงหัวเราะที่ดังขึ้นมาเป็นระยะ ๆ

ซือหม่าเหวินอี้กำหมัดแน่นด้วยสีหน้าหงุดหงิด:

“ให้ตายเถอะ ปรากฎว่าเจี่ยฟู่เกอของโหยวชิงเป็นคนต่อกวีหงส์นิรันดร์!”

คนสองคนที่ติดตามเขาก็ส่ายหน้าและถอนหายใจ

"เมื่อดูการแสดงออกของแม่นางโหยวชิง ดูเหมือนว่านางจะชื่นชมเจี่ยฟู่เกอของนางมาก!"

“นี่ก็เป็นธรรมชาติของมนุษย์ เพราะเจี่ยฟู่เกอของนางั้นหล่อเหลาและมากพรสวรรค์จริง ๆ”

"ฮึ!" ซือหม่าเหวินอี้แค่นเสียง เอ่ยอย่างไม่เต็มใจ"ในการชุมนุมครั้งนี้ มีนักวิชาการผู้ยิ่งใหญ่มากมายมารวมตัวกัน ข้าอยากเห็นจริง ๆ ว่าเจี่ยฟุ่เกอของน้อง จะศักดิ์สิทธิ์แค่ไหนกัน!"

หลังจากเอ่ยจบเขาก็นำคนทั้งสองขึ้นไปบนยอดเขาอย่างรวดเร็ว.

หลินซวน และ มู่โหยวชิง พาเด็ก ๆ ไปที่ด้านนอกของ หอเหวินฉู่ซิง  และพวกเขาก็ได้ยินเสียงพูดคุยกันอยู่ด้านในแล้ว.

แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ได้เดินทางมาถึงก่อนแล้วเป็นจำนวนมาก.

ก่อนเข้าประตู เขาพบว่ามีที่นั่งฝังทองคำสิบเอ็ดที่นั่งบนแท่นที่ไกลและสูงที่สุด

หลินซวนตัดสินว่าสิบเอ็ดที่นั่งนั้นเป็นสิบเอ็ดที่นั่งพิเศษที่สำคัญ ซึ่งรวมถึงเจียงจิ่วไป่ด้วย

ขณะนี้มีที่นั่งแล้วสิบที่นั่ง

ที่เหลือหนึ่งที เห็นได้ชัดว่าเป็นของหลินซวน

มีการอภิปรายกันมากมายในห้องโถงเกี่ยวกับที่นั่งที่เหลืออยู่

นอกจากนี้ภายในห้องโถงก็มีที่นั่งอีกมากมาย.

“งานชุมนุมทางวรรณกรรมครั้งนี้ มีที่นั่งพิเศษ 11 ที่ ที่ดูเจิดจรัสเป็นอย่างมาก ใครเป็นคนที่นั่งในตำแหน่งสุดท้ายกัน.”

“ข้าได้ยินว่าเป็นคนที่ต่อกลอนคู่ หงส์นิรันดร”

“คนผู้นี้สมควรได้รับเกียรตินี้จริง ๆ ที่สามารถต่อกลอนคู่หงส์นิรันดรได้!”

“ข้าอิจฉาจริง ๆ! หากข้าได้นั่งที่นั่งตรงนั้น ข้าคงจะนอนหลับฝันหวาน!”

ทันทีที่หลินซวนเดินเข้าประตูมา ซ่างกวนเจี่ยก็เร่งรีบเดินเข้ามาหาทันที.

ซ่างกวนเจี่ยที่เผยใบหน้ายิ้มแย้ม ก้าวเข้ามารับหลินเซียน พร้อมกับนำเขามายังที่นั่งพิเศษบนแท่นเวทีสูงทันที.

ในเวลานี้ แทบทุกสายตาของผู้เข้าร่วมชุมนุมได้จับจ้องมองไปที่หลินซวน

เจียงจิ่วไป่ชายชราผมขาวในชุดคลุมสีขาวรีบเข้ามาทักทายเขาแล้วเอ่ยออกมาว่า "นี่คือตี้ฟู่ ผู้มีพรสวรรค์ตามที่คาดไว้!"

หลังจากได้รับการแนะนำจางซ่างกวนเจี๋ย เจียงจิ่วไป่ก็รู้จักตัวตนของหลินซวนมาก่อนแล้ว.

เมื่อเห็นรูปลักษณ์อันสง่างามของหลินซวน ก็เผยความชื่นชมออกมา.

เมื่อเห็นเจียงจิ่วไป่ที่เป็นผู้นำ นักวิชาการผู้ยิ่งใหญ่คนอื่น ๆ กระทั่งเสิ่นหยากังก็ลุกขึ้นมาทักทายหลินซวนเช่นกัน.

แม้ว่าพวกเขาจะมีสถานะสูงในโลกวรรณกรรมก็ตาม

อย่างไรก็ตาม หลินซวน ไม่เพียงแค่มีสถานะตี้ฟู่ แต่ยังสามารถต่อกลอนคู่ หงส์นิรันดรได้อีกด้วย.

ทั้งความสามารถและสถานะ ก็เพียงพอให้เจียงจิ่วไป๋ให้ความเคารพแล้ว.

เหล่าผู้คนใต้เวทีต่างก็เผยความประหลาดใจออกมาเช่นเดียวกัน.

“ปรากฏว่าคนที่ต่อบทกวี ก็คือตี้ฟู่ ช่างน่าอัศจรรย์จริง ๆ!”

“ตี้ฟู่ทั้งหล่อเหลาและมากความสามารถ ช่างเป็นผู้ชนะในชีวิตจริง ๆ!”

“โอ้ว ข้าอิจฉาจริงๆ!”

ช่างแตกต่างกันมากมายนัก.

เพียงแค่ก้าวเข้ามาในประตู ซือหม่าเหวินอี้ก็เห็นอาจารย์ของเขาเสิ่นหยากัง ลุกขึ้นมาทักทายหลินซวนแล้ว.

ใบหน้าของเขาที่ดูบิดเบี้ยวขึ้นมาทันที.

ความรู้สึกในใจที่มากล้น ทำให้ความภาคภูมิใจของเขาค่อย ๆ สลายหายไป.

สถานะ ความสามารถ และรูปร่างหน้าตาของ หลินซวน ล้วนแต่เป็นเลิศทั้งหมด.

แม้แต่อาจารย์ก็ยังต้องลุกขึ้นมาทักทายเขา ซือหม่าเหวินอี้ ไม่มีส่วนไหนที่สามารถนำไปเปรียบเทียบกับหลินซวนได้เลย.

เทียบกับหลินซวน มู่โหยวซิงจะมองตัวเขาได้อย่างไร?

เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ซือหม่าเหวินอี้ ก็รู้สึกว่ากระดาษแผ่นหนึ่งในมือของเขาที่เขียนบทกวีรัก เริ่มร้อนขึ้นมาทันที.

แม้นว่าจะมีคนขอให้นำมันออกมา เขาก็ไม่ต้องการทำแล้ว.

ซือหม่าเหวินอี้ที่ขยี้กระดาษแผ่นดังกล่าว ก่อนที่จะหันหลังกลับเดินออกจากห้องโถงไปทันที.

เขาไม่อยากอยู่ที่นี่อีกต่อไป แล้วมองดูหลินซวนดูเปล่งประกาย มองดูผู้คนเข้าไปทักทายยกยออีกฝ่าย.

ณ ขณะนี้.

หลินซวนที่เอ่ยทักทายเจียงจิวไป๋และเหล่านักวิชาการสิบอันดับแรก จากนั้นพวกเขาก็กลับไปนั่งประจำที่ตัวเอง.

หลินซวนเองก็เข้าไปนั่ง ยังที่นั่งที่เตรียมไว้ให้เขาด้วยเช่นกัน.

โชคดีที่นั่งนั้นใหญ่พอที่จะให้ธิดาทั้งสี่สามารถนั่งร่วมกับเขาได้.

เห็นสาวน้อยน่ารักสี่คนนั่งอยู่ในอ้อมแขนของหลินซวน

คราวนี้ผู้คนนับหมื่นในโลกวรรณกรรมต่างก็แสดงความอิจฉา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้รู้หนังสือที่เป็นผู้ชาย พวกเขาแทบรอไม่ไหวที่จะกลับบ้านและให้กำเนิดบุตรสาว กับภรรยาทันที แล้วเลี้ยงดูพวกเขาเป็นอย่างดี.

เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ทั้งสี่คน เสวียนจู่และพี่น้อง เป็นเด็กสาวที่ดูน่ารัก น่าเอ็นดูเป็นอย่างมาก.

หลินซวน พาเด็กทั้งสี่คนไปไหนมาไหนด้วย ภาพฉากที่อบอุ่นอ่อนโยนเช่นนี้ ทำให้ทุกคนหัวใจแทบละลายแล้ว.

และในขณะที่ทุกคนแอบถอนหายใจ แสงศักดิ์สิทธิ์ก็ส่องสว่างขึ้นทันที

ด้านหลังหลินซวนและที่นั่งพิเศษของพวกเขา มีรูปปั้นขนาดใหญ่ที่มีความสูงถึง 100 เมตร ถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางแสงสว่าง

เป็นรูปปั้นที่สวมชุดบัณฑิต ในมือถือซ้ายพู่กัน และมือขวาถือตำราเล่มหนึ่ง ใบหน้าเงยขึ้นมองท้องฟ้า แผ่กลิ่นอายที่ไม่ธรรมดาออกมา.

ในตำราสวรรค์เสวียนเจี่ยที่หลินซวนได้รับมา มีภาพของรูปปั้นนี้เช่นกัน กล่าวว่า นี่คือรูปปั้นของเหวินฉู่ซิง.

เสวียนจู่ชี้ไปที่รูปปั้นแล้วเอ่ยถาม "เสด็จพ่อ นี่คือคุณปู่ เหวินฉู่ซิงใช่ไหม"

หลินซวน อุทาน: "เจ้ารู้จัก เหวินฉู่ซิง ด้วยเหรอ?"

"ใช่!"เสวียนจู่ พยักหน้า "เสด็จแม่ได้สอนพวกเราแล้ว"

หลินซวนพยักหน้าเงียบ ๆ เสวียนจู่เป็นผู้มีมารยาทมากที่สุดในบรรดาเด็กทั้งสี่คน และเป็นคนที่ชอบวรรณกรรมมากที่สุดด้วย

ตงหวงจื่อโหยวก็พบลักษณะพิเศษของบุตรแต่ละคนด้วยเช่นกัน แม้แต่สอนพิเศษในความถนัดของแต่ละคนด้วย.

“อย่างไรก็ตาม เสด็จแม่เอ่ยถึงคุณปู่เหวินฉู่ซิงเพียงสั้นๆ เท่านั้น”

“เขาเป็นคนแบบไหนข้ายังไม่รู้เลย!” เสวียนจู่ขมวดคิ้ว

หลินซวนเผยยิ้มเอ่ยออกมาว่า“ตามตำนานเอ่ยว่า เหวินฉู่ซิงคือดวงดาวดวงที่สี่ของกลุ่มดาวกระบวยใหญ่ และเป็นหนึ่งดาวหลักที่จุติสู่โลกมนุษย์.”

“เขาเป็นคนที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก เกี่ยวกับงานวรรณกรรม ผู้เขียนตำรา เขาเป็นคนที่มีพรสวรรค์ในการสร้างสรรค์งานด้านวรรณกรรมมากมาย.”

เสวียนจู่ที่คิดอยู่ครู่หนึ่งและพยักหน้ารับ“ปรากฏว่าคุณปู่เป็นคนที่มีพรสวรรค์ด้านวรรณกรรมจากดาวกระบวยใหญ่.”

“จะเอ่ยเช่นนั้นก็ได้” หลินซวนรู้สึกว่าความเข้าใจของเสวียนจู่นั้นสูงจริง ๆ ซ้ำยังสรุปได้ดีมาก

เสวียนจู่ถามอีกครั้ง: "แล้วทำไม คนถึงสร้างรูปปั้นให้เขาล่ะ?"

“แน่นอนว่าเป็นเพราะความชื่นชมและความรักที่มีต่อเขา” หลินซวน ยิ้มและยกมือลูบศีรษะเล็ก ๆ ของนาง.

"โอ้โอ้ว" เสวียนจู่พยักหน้า

เสวียนซีกลอกตาโตของนาง เผยยิ้มที่มีลักยิ้มน่ารักสองอันปรากฏขึ้นบนแก้มของนาง:

“งั้นข้าจะสร้างรูปปั้นให้เสด็จพ่อด้วย”

เสวียนหานยกนิ้วขึ้นสี่นิ้ว: "ข้าสร้างขึ้นมาสี่แห่งเลย แต่ละอันแทนของพวกเราแต่ละคน”

เสวียนหยูส่ายหน้าไปมา "ไม่พอ ไม่พอ! ข้าจะสร้างพันหนึ่ง ไม่สิ หนึ่งหมื่นแห่งเลย!"

เสวียนจู่,เสวียนซี และ เสวียนหาน ต่างก็ตื่นตะลึง

เอ่ยพร้อมกัน: "เสวียนหยู เจ้าสร้างขึ้นมามากมาย หากถูกคนอื่นปล้นไปล่ะ?”

เสวียนหยู"°.°·(((p(≧□≦)q)))·°.° ”

จบบทที่ บทที่ 17: สร้างรูปปั้นให้พ่อ!

คัดลอกลิงก์แล้ว