เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9: ในที่สุดข้าก็อวดเสด็จพ่อแล้ว!

บทที่ 9: ในที่สุดข้าก็อวดเสด็จพ่อแล้ว!

บทที่ 9: ในที่สุดข้าก็อวดเสด็จพ่อแล้ว!


หลินซวนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขบขันเมื่อได้ยินเรื่องดังกล่าว ปรากฏว่าเป็นเพราะคำพูดนี้

“ทำไมเขาถึงบอกว่าข้าเหมือนผู้หญิงล่ะ” หลินซวนถาม

ซวนหยูเอ่ยด้วยความโกรธ: "เพราะเขาบอกว่า ใบหน้าเสด็จพ่อขาวมาก เด็กผู้ชายไม่มีหน้าขาวขนาดนั้น มีแต่เด็กผู้หญิงเท่านั้นที่มี!"

คำพูดที่ทำให้ผู้ใหญ่ที่อยู่รอบ ๆ อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา.

ไม่มีใครคาดคิด เพราะคำพูดนี้ เด็กทั้งสองจึงทะเลาะกัน.

อย่างไรก็ตาม หลินซวน ทั้งหล่อและประณีต แม้แต่ทั่วทั้งเป่ยเสวียนเทียนก็หาพบ ได้ยากยิ่ง

ความประณีตของเขาสามารถบดบังความงามของสตรีหลายคนได้เลย

ตงหวงเต๋อเย่ ที่บีบใบหน้าของตงหวงเห่าหยู ด้วยความตะลึง พร้อมกับเอ่ยออกมาแกมหัวเราะ“เจ้าเด็กตัวเหม็น นี่คือ บุรุษที่หล่อเหลาต่างหาก.”

“หน้าบุรุษก็ขาวและสวยมากได้นะ รู้ไหม?”

ตงหวงเห่าหยู ดูงุนงง: "เด็กผู้ชายจะดูดีเหมือนกันได้ไหม?"

"แน่นอน!"

ตงหวงเต๋อเย่พยักหน้า "ตี้ฟู่นั่นก็คือเจี่ยฟู่เกอของเจ้า เขาเป็นบุรุษที่ดูหล่อเหลาที่สุดในโลก เข้าใจไหม?"

ในขณะที่เอ่ย ตงหวงเต๋อเย ได้ริเริ่มผูกสัมพันธ์กับหลินซวนแล้ว

นับความสัมพันธ์ของเขากับตงหวงจื่อโหยว ตงหวงเห่าหยูควรเรียกหลินซวนว่า ลุง

“อืม เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้ว!” ตงหวงเห่าหยู รีบก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อโค้งคำนับหลินซวน "เจี่ยฟู่เกอ ข้าขอโทษ!"

หลินซวนลูบศีรษะ: "ไม่เป็นไร"

"ฮะ!" เสวียนหยูกอดอก พร้อมกับเชิดหน้าด้วยความภาคภูมิ คล้ายกับแสดงออกมาว่า ข้าไม่ได้ผิด.

ตงหวงเต๋อเย่ผลักตงหวงเห่าหยู : "ไปขอโทษน้องสาวเจ้าด้วยสิ"

เห็นได้ชัดว่าตงหวงเห่าหยูถูกทุบตีมากกว่า แต่ก็ไม่มีทางเลือกเพราะอีกฝ่ายเป็นคนผิด.

และเสวียนหยูยังเป็นธิดาของจักรพรรดินิตงหวงจื่อโหยว ,ตงหวงเต๋อเย่ มีแต่ต้องยอมรับผิดเท่านั้น.

ทำได้เพียงปล่อยให้ลูกชายของเขาก้าวออกไปยอมรับความผิดพลาดของตัวเองก่อน

ตงหวงเห่าหยูก้าวไปข้างหน้าและจับมือเล็ก ๆ ของเสวียนหยู: "น้องสาวเสวียนหยู ข้าผิดแล้ว"

"ฮึ!" เสวียนหยูแค่นเสียง ยังคงเผยท่าทางภาคภูมิ

ตงหวงเห่าหยูหยิบขนมชิ้นเล็ก ๆ ออกมาจากกระเป๋าของเขาอย่างช่วยไม่ได้:

“น้องสาวเสวียนหยู ข้ามอบขนมแก่เจ้า ได้โปรดยกโทษให้ข้าด้วย?”

เสวียนหยูที่คว้าขนมมา แต่ไม่ได้เปิดห่อแต่อย่างใด จากนั้นก็เอ่ยออกมาว่า"เสด็จพ่อของข้าเป็นคนที่หน้าตาดีที่สุด!"

ตงหวงเห่าหยู พยักหน้า: "ใช่!"

เสวียนหยู: "นอกจากนี้ เสด็จพ่อของข้าก็ยังเป็นคนที่มีความสามารถมากที่สุดด้วย!"

ตงหวง เห่าหยู: "อืม!"

เสวียนหยูเห็นทัศนคติของตงหวง เห่าหยูจริงใจมาก

จากนั้นนางก็แกะขนมออกมาพร้อมกับเลียมันเล็กน้อย จากนั้นก็เอ่ยออกมาว่า "มันหวานมาก เช่นนั้นข้าจะยกโทษให้กับเจ้า!"

ตงหวงเต๋อเย่ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ในที่สุดก็จัดการแม่มดตัวน้อยได้

จากนั้นเสวียนหยูก็หันหน้ากลับมาและกระโดดตัวลอยเข้าไปในป้อมกอดของหลินซวน พร้อมกับเอ่ยออกมาด้วยเสียงหัวเราะที่เปี่ยมด้วยความสุข

“ในที่สุดข้าก็มีเสด็จพ่อเหมือนกับทุกคนแล้ว!”

“พวกเขาเคยอวดเสด็จพ่อแต่ข้าไม่มี!”

“ตอนนี้ ในที่สุดข้าก็สามารถอวดเสด็จพ่อของข้า ให้พวกเขาเห็นได้แล้ว!”

หลินซวน อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเศร้าใจเล็กน้อยกับสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่นี้.

ปรากฎว่าเด็กหญิงตัวน้อยผู้นี้ที่ตอบสนองอย่างรุนแรงก็เพราะมีปมค้างอยู่ในใจนี่เอง.

นับตั้งแต่นางรู้ความ นางก็เฝ้ามอง ดูเด็กคนอื่น ๆ อวดบิดาของตัวเอง

ทุกครั้งที่เห็นจะทำให้นางหดหู่ใจเป็นอย่างมาก.

“เป็นบุตรสาวที่ดีของพ่อจริงๆ!” หลินซวนอดไม่ได้ที่จะหอมใบหน้าเล็ก ๆ ของนาง "เสด็จพ่อสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างเจ้าตลอดไปในอนาคต!"

เสวียนจู เสวียนซี และเสวียนหาน เห็น หลินซวนหอมแก้มของเสวียนหยูก็เผยท่าทางอิจฉาอยู่พักหนึ่ง.

สาวน้อยทั้งสามเร่งรีบวิ่งเข้ามากอดหลินซวน: "เสด็จพ่อ ท่านก็หอมข้าด้วย!"

"ฮ่าฮ่าฮ่า ดี!" หลินซวนตอบรับคำขอของบุตรสาวทันทีและหอมแก้มบุตรสาวทีละคนจนครบ

เมื่อเห็นฉากที่อ่อนโยนของพวกเขา ทุกคนต่างก็พากันอิจฉา

การมีบุตรสาวก็ดีเช่นกัน!

เด็กสาวตัวน้อยที่กอดมะรุมมะตุ้มรอบ ๆ กายของหลินซวนอย่างมีความสุข.

“ว้าว ช่างเป็นครอบครัวที่มีความรักมากมาย!”

มู่โหยวชิงเข้ามาด้านหลังหลินซวนและบังเอิญเห็นฉากที่เขาหอมแก้มบุตรสาวทั้งสี่คน ทำให้หัวใจของนางแทบละลายไปในทันที.

“เจี่ยฟู่เกอ งานเลี้ยงน้ำชากำลังจะเริ่มแล้ว ข้าจะพาท่านไปที่นั่น”

เสวียนจู่ และเด็กสาวคนอื่น ๆ เห็นมู่โหยวชิง  พวกนางต่างเรียกนางอย่างกระตือรือร้น: "สวัสดีเสี่ยวอีของข้า!"

[小姨(xiǎoyí/เสี่ยวอี๋) น้องสาวของภรรยา]

ในบรรดาคนหนุ่มสาวในราชวงศ์ตงหวง มู่โหยวชิงและพวกเสวียนจู่ นางนับว่ามีสนิทสนมกันดีที่สุด

เมื่อเห็นเสวียนจู่ และเสวียนซี กระโดดเข้าไปในอ้อมแขนของมู่โหยวชิง หลินซวน ก็พยักหน้ารับ: "ไปกันเถอะ"

มู่โหยวชิงที่กอดเสวียนจู่ และเสวียนซี ในอ้อมแขนของนางแล้วหอมพวกนางทีละคน

“สาวน้อยทั้งสอง ไม่ได้อุ้มพวกเจ้าเพียงแค่สองสามวัน ดูเหมือนว่าจะมีน้ำหนักขึ้นนะ.”

เสวียนจู่และเสวียนซีที่จ้องมองหน้ากันเขม็ง.

“เอ่อ ข้าอ้วนขึ้นเหรอ?”

“เมื่อคืนเจ้ากินมากเกินไปหรือเปล่า?”

เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ สองคนเคยอยู่กับตงหวงจื่อโหยว และมักจะเห็นตงหวงจื่อโหยวไม่กินอะไรเลยเป็นเวลาหลายวัน

ภายใต้อิทธิพลดังกล่าว พวกนางจึงเข้าใจเรื่องราวเกี่ยวกับการรักษาสภาพรูปร่างที่เพรียวบางได้.

เมื่อได้ยินมู่โหยวชิงเอ่ยเช่นนี้ เมฆดำก็ลอยอยู่ในใจของเด็กหญิงตัวน้อย

“ฮ่าฮ่า น้าของเจ้ากำลังแกล้งพวกเจ้าเท่านั้น!”

มู่โหยวชิงมีรอยยิ้มบนใบหน้าของนาง "แม้ว่าน้าจะไม่ดีเท่าแม่ของเจ้า แต่ก็มีพลังบ่มเพาะเสมือนจักรพรรดิ ทำไมจะคิดว่าพวกเจ้าหนักล่ะ"

หลินซวนแอบรู้สึกละอายใจเมื่อได้ยินสิ่งนี้

สมควรที่จะเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ในราชวงศ์ตงหวง มู่โหยวชิงที่มีระดับเสมือนจักรพรรดิตั้งแต่อายุยังน้อยเลยทีเดียว

ถ้าเติบโตขึ้นไปอีกจะมีระดับใด?

ทุกคนที่พูดคุยกัน หัวเราะไประหว่างทาง ท้ายที่สุดก็มาถึงสถานที่นัดหมายในเวลาไม่นาน.

สถานที่คือ ศาลาบนเนินเขาซึ่งอยู่ใจกลางสวน

ศาลาแห่งนี้มีชื่อว่า เฝิงหยาถิง

แค่ได้ยินชื่อก็บอกได้เลยว่าเป็นสถานที่รวมตัวของสุภาพบุรุษ

กล่าวได้ว่าผู้คนที่เข้าร่วมงานครั้งนี้ล้วนแต่เป็นคนที่พิเศษ.

ด้านในที่ดูหรูหรา เต็มไปด้วยของประดับตกแต่งราคาแพง.

อย่างไรก็ตาม ผู้คนด้านในก็ไม่มีใครที่เผยท่าทางหยิ่งผยองสะกดข่มคนอื่น ๆ.

บรรยากาศที่ดูอบอุ่นทำให้หลินซวนรู้สึกสบายใจมาก

ลองคิดดูการที่เขาเข้าร่วมงานพร้อมกับสตรีงามเช่น มู่โหยวชิง นับว่าเป็นเรื่องที่ดูไม่ควรเท่าไหร่นัก.

มู่โหยวชิงที่เอ่ยแนะนำให้กับทุกคน“ข้าจะแนะนำให้พวกเจ้าได้รู้จัก นี้คือบุรุษของฝ่าบาท หลินซวน!”

ชายหนุ่มและหญิงสาวทุกคนในราชวงศ์ต่างเต็มไปด้วยสีหน้าชื่นชม

"เป็นดั่งที่คาดไว้ ควรค่าจะเป็นตี้ฟู่ ท่าทางสูงสูงไม่ธรรมดา!"

"การปรากฏตัวของตี้ฟู่ เพียงพอที่จะยืนอยู่บนจุดสูงสุดของเป่ยเสวียนเทียนได้จริง ๆ!"

“ช่างหล่อเหลาสง่างามมาก! ข้าอิจฉาพี่สาวจักรพรรดินีจริงๆ!”

เมื่อได้ยินเสียงชื่นชมของทุกคน เสวียนจู่,เสวียนซี, เสวียนหาน และ เสวียนหยู  ใบหน้าเล็ก ๆ ของ พวกนางต่างก็เผยความพึงพอใจออกมา.

ในอดีตพวกนางไปที่ไหนก็เห็นเด็กคนอื่น ๆ อวดพ่อของตนเสมอ.

ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่พวกนางจะได้รับความรู้สึกของการมีเสด็จพ่อแล้ว!

ตามคำเชิญของมู่โหย่วชิง หลินซวนได้มานั่งที่หัวโต๊ะ

มู่โหย่วชิงนั่งข้างเขาเพราะนางต้องการช่วยดูแลเด็ก ๆ ด้วย.

มู่โหยวชิงจึงแนะนำหลินซวนให้ทุกคนรู้จัก

ในหมู่พวกเขาปะกอบด้วย ซ่างกวนเจี๋ย และ ซ่งหลิงถิง ดูเหมือนจะโดดเด่นที่สุดในบรรดา กลุ่มพรสวรรค์รุ่นเยาว์กลุ่มนี้

“พี่ใหญ่ซ่างกวนและพี่ซ่งอยู่ห่างจากอาณาจักรจักรพรรดิเพียงหนึ่งก้าวเท่านั้น”

“ไม่เพียงเท่านั้น พวกเขาทั้งสองยังมีพรสวรรค์ที่รู้จักกันไปทั่วเป่ยเสวียนเทียน และพวกเขาต่างก็เชี่ยวชาญด้านฉิน หมากรุก การประดิษฐ์ตัวอักษร และการวาดภาพด้วย”

"ในแง่ของความรู้ ถือว่าเป็นคนที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วถึงกับได้รับฉายา "เป่ยซวนซวงจือ" "

หลังจากการแนะนำของมู่โหย่วชิง  ทำให้หลินซวนสามารถกลืมกลืนเข้ากับงานได้อย่างรวดเร็ว.

จากนั้น งานเลี้ยงน้ำชาก็เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ

หลังจากเอ่ยพูดคุยกันสักพัก เยาวชนในราชวงศ์คนหนึ่งก็ถามซ่างกวนเจี๋ยว่า "พี่ใหญ่ซางกวน ในงานเลี้ยงน้ำชาครั้งสุดท้าย ท่านบอกว่ามีบทกวี หงส์ชั่วนิรันดร์ที่ท่านต้องการแบ่งปันกับพวกเราทุกคน ใช่หรือไม่?"

“ข้าสงสัยว่า ท่านจะทำให้พวกเราได้เปิดหูเปิดตาได้ไหม!”

ซางกวนเจี๋ยส่ายหน้าและยิ้มอย่างขมขื่นเมื่อได้ยินคำพูดดังกล่าว "โอ้ กวีหงส์ชั่วนิรันดรนี้ยากเกินไป!"

"ข้าคิดเกี่ยวกับมัน แต่กลับโง่เขลามาก จนทำให้ข้าไม่สามารถเขียนบทกวีที่เหมาะ ทำให้มันสมบูรณ์ได้"

ซ่งหลิงถิงเอ่ย : "ใช่ พี่ซ่างกวนก็มาหาข้าด้วยเช่นกัน แต่ข้าก็ไม่อาจเขียนเติมออกมาได้เช่นกัน"

มู่โหยวชิงเดาะลิ้น แล้วเอ่ยออกมาว่า: "มันยากขนาดนั้นเลยรึ? ท่านสองคนประสบความสำเร็จในบทกวีมาก แต่กลับไม่อาจเขียนต่อบทกวีคู่ได้อย่างงั้นรึ?"

ซางกวนเจี๋ยและซ่งหลิงถิง พยักหน้าพร้อมกัน

“ไม่ใช่แค่เราเท่านั้น แต่อาจารย์ของเราก็ไม่สามารถ” ทั้งสองเผยยิ้มอย่างช่วยไม่ได้

จบบทที่ บทที่ 9: ในที่สุดข้าก็อวดเสด็จพ่อแล้ว!

คัดลอกลิงก์แล้ว