เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4: วันที่รอคอย! พ่อผู้สมบูรณ์แบบต้องทำอาหารเอง!

บทที่ 4: วันที่รอคอย! พ่อผู้สมบูรณ์แบบต้องทำอาหารเอง!

บทที่ 4: วันที่รอคอย! พ่อผู้สมบูรณ์แบบต้องทำอาหารเอง!


เสวียนหยูได้ยินจึงรีบจับมือหลินซวน: "เสด็จพ่อ ท่านต้องไปที่ห้องของข้าก่อน!"

เสวียนจู่แสดงท่าทางหวาดกลัว: "เสด็จพ่อ มีสัตว์ประหลาดที่น่ากลัวมากมายอยู่ในห้องของเสวียนหยู มีตัวใหญ่ที่สุดคืออสรพิษวิญญาณเก้าลาย มันดูน่ากลัวมาก!"

หลินซวนอดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้ว ปีศาจน้อยบุตรสาวคนที่สี่ช่างมีรสนิยมที่รุนแรงจริง ๆ!

เสวียนซีเผยยิ้มและกอดแขนของหลินซวน: "เสด็จพ่อ ไปที่ห้องของข้าสิ ห้องข้ามีดอกไม้สวย ๆ มากมาย!"

เสวียนหานรีบเอ่ยแย้ง: "เสด็จพ่อครับ มีดอกไม้อยู่ในห้องของข้าด้วย นอกจากนี้ห้องข้ายังมีปลาคริสตัลสวยงามมากมาย"

หลินซวนพยักหน้าเงียบ ๆ บุตรสาวคนที่สองและสามความชอบถือว่าปรกติ

“ไม่ ไม่ เสด็จพ่อจะต้องไปที่ห้องข้าก่อน!” เสวียนหยูโอบรอบต้นขาของหลินซวนราวกับกำลังปีนต้นไม้

หากเขาไม่เห็นด้วยกับนาง เกรงว่านางคงปฏิเสธที่จะลงจากต้นไม้เป็นแน่

หลินซวนเห็นสีหน้าของบุตรสาวทั้งสี่ ในแววตาของพวกนางเต็มไปด้วยความคาดหวัง อดไม่ได้ที่จะทำให้เขาส่ายหน้าและเผยยิ้มออกมา

เห็นได้ว่าสาวน้อยทั้งสี่ กำลังแย่งชิงความโปรดปรานจากเขา

ในหัวใจเล็ก ๆ ของพวกนาง หากหลินซวนไปดูห้องของใครก่อน ก็จะหมายความว่า คน ๆ ก็คือคนที่หลินซวนรักมากที่สุดนั่นเอง.

ตอนนี้พบปัญหาดังกล่าวแล้ว หลินซวนควรไปดูห้องของใครก่อนละ ถึงจะไม่ทำร้ายจิตใจบุตรสาวอีกสามคน?

หลังจากคิดอยู่พักหนึ่ง หลินซวนก็เอ่ยออกมาว่า "ธิดาที่รัก เสด็จพ่อยังไม่มีห้องเลย เอาเป็นว่า พวกเราไปดูห้องของพ่อด้วยกันดีไหม?"

หลินซวนรู้สึกว่าเมื่อเด็ก ๆ แข่งขันกัน วิธีที่ดีที่สุดคือการหันเหความสนใจของพวกนาง

รอจนกว่าพวกนางเพิกเฉยความสนใจ แล้วจึงค่อยไปเยี่ยมชมห้องของพวกนางทีละคน

"ดีเลย!"

ในเวลานั้นบุตรสาวทั้งสี่ปรบมือออกมาด้วยความตื่นเต้น

หลินซวนแอบยิ้มเมื่อเห็นสิ่งดังกล่าว และด้วยคำแนะนำของบทเรียนพ่อผู้สมบูรณ์แบบ มันง่ายมากที่จะจัดการกับเด็ก ๆ เหล่านี้

คนรับใช้ที่อยู่ด้านข้างมองเห็นฉากนี้ พวกเขาทั้งหมดเองก็อดไม่ได้ที่จะแสดงความชื่นชม

สมกับเป็นตี้ฟู่ ช่างปราดเปรื่อง

จากนั้น ภายใต้การนำของคนรับใช้ หลินซวนก็พาเด็ก ๆ ไปที่ห้องของเขา

แม้นจะบอกว่าเป็นห้อง แต่จริงๆ แล้วมีขนาดเทียบได้กับพระราชวังที่หรูหรา

ไม่เพียงแต่ตกแต่งอย่างสวยงาม แต่ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

โต๊ะและเก้าอี้ทำจากไม้จันทน์ ประตูและหน้าต่างเคลือบทอง พื้นปูคริสตัล มีโคมไฟเพดานที่ดูหรูหราอลังการเป็นอย่างมาก.

“ตี้ฟู่ ที่นี่คือ ห้องที่ฝ่าบาททรงเลือกเป็นพิเศษ” คนรับใช้กล่าวด้วยความเคารพ

หลินซวนพยักหน้า ดูเหมือนว่าตงหวงจื่อโหยว จะไม่ได้เย็นชาอย่างที่เห็น

อาศัยช่องว่างที่เด็ก ๆ เล่นอยู่ในห้องของเขา ภายใต้การนำของคนรับใช้ เขาเร่งรีบตรวจสอบห้องของเด็กทั้งสี่คนอย่างรวดเร็ว

ด้วยความเข้าใจนี้ หลินซวนจึงมีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับบุคลิกและงานอดิเรกของบุตรสาวทั้งสี่คน

และแล้วก็มาถึงเวลาอาหารเย็น

หลินซวนพาบุตรสาวทั้งสี่คนของเขา ไปยังห้องอาหารประจำพระราชวังหยก

พ่อครัวของพระราชวังได้เตรียมโต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหารเย็นอันหรูหราเอาไว้แล้ว

ภายใต้การแนะนำของคนรับใช้ หลินซวนได้เรียนรู้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นอาหารที่ล้ำค่ามาก

น้ำผลไม้เซียนที่เข้มข้น  เนื้อเต่าทองดำ  น้ำนมมังกร  ไข่เคลือบน้ำผึ้งเหล่ยม่าง...

ส่วนผสมทั้งหมดได้รับการคัดสรรจากสัตว์อสูรที่หายากมาก ๆ และแม้แต่เป็นสัตว์อสูรที่คนทั่วไปได้ยินเพียงแค่เรื่องเล่าเท่านั้น.

เมื่อเห็นอาหารอร่อยเหล่านี้ หลินซวนก็รู้สึกหิวอย่างช่วยไม่ได้.

ภายใต้การบริการของคนรับใช้ เขาเริ่มรับประทานอาหาร

อย่างไรก็ตามขณะที่เขารับประทานอาหาร เขาสังเกตเห็นว่าบรรยากาศบนโต๊ะ ดูแปลกไปเล็กน้อย

บุตรสาวคนโตเสวียนจู่ ตักไข่เคลือบน้ำผึ้งขึ้นมา แล้วเลียมันเล็กน้อย แต่กับปฏิเสธที่จะกินมัน.

บุตรสาวคนที่สองเสวียนซี ที่ตักเนื้อเต่าทองดำ เข้ามาในปาก ทว่าดูเหมือนว่านางกับเคี้ยวมันอยู่นานคล้ายกับไม่ต้องการกลืนลงท้อง.

เสวียนหาน บุตรสาวคนที่สาม ถือช้อนในมือแล้วหมุนไปรอบ ๆ ในชามราวกับว่า ไม่รู้สึกหิวเลย.

บุตรสาวคนที่สี่ เสวียนหยูที่เรียกสัตว์อสูร ที่มีรูปร่างคล้ายสุนัขมาจากไหนไม่รู้ และยัดอาหารเข้าไปในปากของมันด้วยท่าทางผะอืดผะอม

ในไม่ช้า ท้องของสัตว์อสูรก็นูนออกมา เหมือนลูกโป่ง

“ทำไมไม่กินล่ะ?” หลินซวนวางตะเกียบลงแล้วถาม

แววตาทั้งสี่คู่ที่ แลดูน่าสงสาร จ้องมองไปยังหลินซวนพร้อม ๆ กัน หลังจากนั้นไม่นาน บุตรสาวทั้งสี่ก็เอ่ยออกมาพร้อมกันว่า

“พวกเราเบื่ออาหารเหล่านี้แล้ว!”

เสวียนจู่ เอ่ยออกมาว่า: "เสด็จพ่อ ท่านจะดุพวกเราไหม?"

เสวียนซีเอ่ยออกมาว่า: "ทุกครั้งที่เราไม่กิน เสด็จแม่จะดุพวกเรา"

เสวียนหยูกล่าวอย่างมีชัย "โชคดีที่ข้ามีสนัขสวรรค์ ซึ่งสามารถช่วยข้ากินได้หลายอย่าง!"

หลินซวนเข้าใจทุกอย่างในคราวเดียว

ปรากฏว่าบุตรสาวของข้า เบื่ออาหารเหล่านี้

ด้วยบทเรียนช่วยสอนที่ระบบมอบให้ เขาจึงรู้ว่าเด็ก ๆ มักจะจู้จี้จุกจิกเกี่ยวกับอาหารตั้งแต่ยังเล็ก ๆ

ไม่เพียงแต่แค่อาหารดูน่าอร่อย จะต้องมีคุณค่าทางโภชนาการด้วย นอกจากนี้ยังต้องปรับเปลี่ยนรสชาติอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย

เปรียบเสมือนอาหารเลิศรสบนโต๊ะแห่งนี้ อร่อยยิ่งกว่าอาหารใด ๆ ในโลกหล้า.

แต่เพียงเพราะรสชาติอร่อยเกินไป ก็จะทำให้เด็ก ๆ เบื่อได้ง่าย

เมื่อเข้าใจปัญหาแล้ว หลินซวนก็มองดูบุตรสาวทั้งสี่ของเขาอย่างงุนงง: "พ่อจะไม่ดุพวกเจ้า ดังนั้นก็ปล่อยมันไว้ถ้าพวกเจ้าไม่ต้องการกิน"

“เดี๋ยวพ่อจะพาไปกินอะไรอร่อย ๆ กว่านี้”

“มีอะไรอร่อยกว่านี้รึ?”

ดวงตาของบุตรสาวทั้งสี่เป็นประกาย

“เสด็จพ่อ มีอะไรที่ดีกว่านี้จริง ๆ เหรอ?” เสวียนจู่ชี้ไปที่จานบนโต๊ะ “เสด็จแม่บอกว่า อาหารเหล่านี้ อร่อยที่สุดแล้ว”

เสวียนซี: "ข้าตั้งตารอเลย!"

เสวียนหาน: "เสด็จพ่อบอกว่ามี ก็ต้องมีสิ!"

เสวียนหยู: "เสด็จพ่อรีบไปเอาสิ่งที่อร่อยออกมาเลย ข้ากำลังหิวแล้ว!"

หลินซวนลุกขึ้นและลูบศีรษะเล็ก ๆ ของธิดาทั้งสี่ "ได้ พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ แล้วพ่อจะกลับมาเร็ว ๆ นี้"

จากนั้นเขาจึงขอให้คนรับใช้ พาตัวเองไปที่ห้องครัวด้านหลัง

เขาคิดจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับหัวหน้าพ่อครัวของวังหลวง เพื่อจะดูว่าอีกฝ่ายจะสามารถทำอาหารที่ถูกใจเด็ก ๆ ได้ตามต้องการหรือไม่?

เมื่อเขามาถึงครัวด้านหลัง

คนรับใช้ได้เอ่ยออกมาว่า: "คุณไป๋หลี่ ตี้ฟู่ต้องการพบคุณ"

พ่อครัวหลายร้อยคนหันศีรษะมาพร้อม ๆ กัน และมองไปยังหลินซวนด้วยความตื่นตะลึง

รูปลักษณ์ที่หล่อเหลาและกลิ่นอายที่สูงส่งไม่ธรรมดาของ หลินซวนทำให้คนเหล่านี้ ตื่นตะลึงอย่างที่สุด.

"ปรากฏว่า นี่คือตี้ฟู่ ช่างเป็นคนที่พิเศษจริง ๆ!"

ในเวลานี้ ชายวัยกลางคน ที่สวมเสื้อคลุมสีขาวรีบเดินเข้ามาแสดงความเคารพ "ผู้ใต้บังคับบัญชา ไป๋หลี่โจว ได้พบตี้ฟู่(สวามีจักรพรรดินิ)แล้ว!"

คนรับใช้เอ่ยแนะนำ: "คุณไป๋หลี่เป็นพ่อครัวที่ดีที่สุดของเราในเป่ยเสวียนเทียน เขาฝึกฝนทำอาหารมาเป็นเวลาสามพันปีแล้ว ภายในเป่ยเสวียนเทียน เขาได้รับการยอมรับว่าเป็นเทพเจ้าแห่งการทำอาหาร"

ไป๋หลี่โจวส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว แล้วเอ่ยออกมาว่า: "มันเป็นนามที่พูดเกินจริง"

เขาจะกล้าแสดงท่าทางโอ้อวดต่อหน้าตี้ฟู่ได้อย่างไร?

หลินซวนเห็นว่าไป๋หลี่โจวเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน จึงเอ่ยถามออกมาว่า "ข้าสงสัยว่า คุณไป๋หลี่ เชี่ยวชาญเรื่องอาหารเด็กหรือไม่?"

ไป๋หลี่โจวพยักหน้า: "ผู้ใต้บังคับบัญชาเชี่ยวชาญด้านอาหารสำหรับเด็กมาหลายร้อยปีแล้ว และเข้าใจข้อมูลเชิงลึกด้วย"

“โอ้? ถ้าเช่นนั้นโปรดเอ่ยอธิบายให้ข้าได้ฟังด้วย.” หลินซวนกล่าวอย่างสบาย ๆ

จากนั้นไป๋หลี่โจว ก็อธิบายความเข้าใจของเขาออกมา.

หลินซวนค้นพบว่าเขาได้พยายามอย่างมากในด้านโภชนาการอาหารสำหรับเด็ก

อาหารสามมื้อต่อวันที่เตรียมไว้สำหรับพวกเสวียนจู่ และมื้ออื่น ๆ ล้วนแต่มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างมากและจะไม่ทำอาหารที่มีสารอาหารมากเกินไปด้วย

อย่างไรก็ตามในแง่ของรสชาติและการจับคู่อาหารนั้นยังไม่ค่อยลงตัวนัก.

ไม่น่าแปลกใจเลยว่า นี่คืออาหารของเหล่าผู้ฝึกตนเซียนในดินแดนเป่ยเสวียนเทียน.

ต้องไม่ลืมว่า เหล่าผู้ฝึกตนเมื่อพวกเขากินอาหารมาถึงระดับหนึ่ง พวกเขาก็จะเริ่มงดธัญพืชทั้งห้า.

จึงทำให้คนที่เชี่ยวชาญเรื่องอาหารนั้นมีอยู่น้อยมาก.

แม้นว่าไป่หลี่โจวจะทำอาหารให้เหล่าผู้ฝึกตนเสวียนได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ก็ไม่ได้ทำออกมาได้สมบูรณ์แบบ.

“ถ้าเจ้ามีอาหารที่หลากหลายและจับคู่ได้ดีกว่านี้ เด็ก ๆ ก็จะไม่เบื่ออาหาร เจ้าช่วยทำอาหารให้มากกว่านี้ได้ไหม?”หลินซวนเอ่ยถาม.

ไป๋หลี่โจวครุ่นคิดและเอ่ยออกมาว่า“ข้าสามารถทดลองวิจัยพัฒนาอาหารเพิ่มขึ้นได้ แต่คงไม่สามารถสำเร็จผลได้ในสามถึงห้าเดือน.”

“มันนานเกินไป”หลินซวนส่ายหน้าเล็กน้อย“  เอาล่ะ ข้าจะทำอาหารสักสองสามจาน และข้าจะสอนเจ้าเมื่อมีเวลาก็แล้วกัน.”

เมื่อนึกถึงสีหน้าของธิดาทั้งสี่ที่รอคอยอาหาร หลินซวนก็ตัดสินใจที่จะทำอาหารเอง.

จบบทที่ บทที่ 4: วันที่รอคอย! พ่อผู้สมบูรณ์แบบต้องทำอาหารเอง!

คัดลอกลิงก์แล้ว