เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 4 ผสานความทรงจำ

ตอนที่ 4 ผสานความทรงจำ

ตอนที่ 4 ผสานความทรงจำ


 

 

“หยุดร้องไห้สักประเดี๋ยวแล้วเล่าให้ข้าฟังให้หมด!” นางพูดพลางขมวดคิ้วและคิดในใจ [หากไม่ใช่ว่านางต้องการความกระจ่างเกี่ยวกับจิตเลือนๆที่ปรากฏในหัวนาง และสถานการณ์เบื้องหน้าแล้วละก็ แทนที่จะนั่งฟังเสียงสะอื้นไม่หยุดหย่อนนางคงเดินจากไปนานแล้ว ]

 

เสียงในหัวนางหยุดลงชั่วครู่ เสียงร่ำไห้ก็ลดระดับเป็นเสียงสะอื้น และเหลือเพียงเสียงสูดจมูกเป็นพักๆ

เสียงนั้นไม่ได้บอกเล่าถึงเรื่องราวอย่างละเอียดมากนัก เนื่องด้วยเธอยังฉลาดพอที่จะตระหนักว่าอะไรที่เฟิ่งจิ่วต้องการจะรู้ หลังเล่าจบเธอจึงกล่าวว่า

 

“ข้าสิ้นชีพไปแล้ว และยามนี้ร่างของข้าก็กลายเป็นของเจ้า เฟิ่งจิ่วข้าขอร้องเจ้าเพียงสองประการ

ประการแรก ข้าต้องการให้ซูโร่วหยุนต้องเผชิญกับชะตากรรมที่ต้องอยู่อย่างทรมานเสียยิ่งกว่าความตาย!

การจะฆ่านางทิ้งด้วยกระบี่นั้นรวดเร็วเกินไป มันไม่เพียงพอที่จะบรรเทาความเกลียดชังของข้า

ต้องให้นางมีชีวิตอยู่แล้วเผชิญกับความทรมานอย่างไร้ที่สิ้นสุด เยี่ยงนั้นความเกลียดชังจึงจะบรรเทาลง และข้าจึงจะหลับได้อย่างเป็นสุข!  ”

 

เสียงของเฟิ่งชิงเกอเต็มไปด้วยความเกลียดชัง เวลานี้นางยอมรับความจริงที่ว่านางไม่มีทางเรียกคืนทุกสิ่งกลับมาได้ และต้องการให้ซูโร่วหยุน คนที่ทำให้นางต้องอยู่ในสภาพตกต่ำเยี่ยงนี้ ใช้ชีวิตอย่างทรมานไร้ที่สิ้นสุด!

คิ้วของเฟิ่งจิ่วเลิกขึ้นแต่ก็ไม่กล่าวคำใด มีเพียงตอนจบที่มุมปากของนางยกขึ้นเล็กน้อย จนไม่อาจกล่าวได้ว่ามันคือรอยยิ้ม

 

ราวกับรู้ว่าเฟิ่งจิ่วคิดสิ่งใด เฟิ่งชิงเกอกล่าวต่อ

 

“ข้าไม่ทราบว่าเจ้ามาจากที่ใด และไม่ทราบว่าเจ้าเคยมีสถานะแบบใดมาก่อน ทว่าจากวิธีที่เจ้าใช้รับมือสถานการณ์และความเยือกเย็นของเจ้าที่ข้าสัมผัสได้ ข้าเชื่อว่าเจ้าเป็นบุคคลที่ไม่ธรรมดายิ่ง หรืออย่างน้อยที่สุด เจ้าก็ไม่โง่เง่าแบบที่ข้าเป็น ต้องพบจุดจบคือถูกผู้อื่นขโมยตัวตน และถูกฆ่าในสถานที่โสโครกเยี่ยงนี้”

 

ดวงตาของเฟิ่งจิ่วสว่างวาบขึ้น มุมปากของนางยกสูงขึ้นอีกเล็กน้อย ขณะกล่าว “ว่าต่อไป! สิ่งใดคือคำขอประการที่สอง”

 

เมื่อได้ยินดังนั้น เฟิ่งชิงเกอรู้ทันทีว่าเฟิ่งจิ่วได้ตกลงแล้ว นางถอนหายใจอย่างโล่งอก ทว่าขณะเดียวกันเสียงของนางก็เต็มไปด้วยความเศร้าและหดหู่

 

“ครอบครัวของข้าทุกคนล้วนมีเมตตาอย่างยิ่ง พวกเขาทะนุถนอม และทุ่มเทให้ข้าอย่างมาก ข้าหวังว่าเจ้าจะสามารถดูแลพวกเขาแทนข้า อย่าให้พวกเขาทราบ.... ว่าข้านั้นจากไปแล้ว”

 

นิ้วเรียวงามที่ขาวกระจ่างดุจหิมะเคาะลงบนโต๊ะอย่างนุ่มนวล การเคาะเบาๆ นั้นทำให้เฟิ่งชิงเกอกังวลยิ่ง

นางไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเฟิ่งจิ่วคิดอย่างไร นางไม่รู้จะทำเช่นไรและหวาดกลัวคำปฏิเสธจะออกมาจากปากเฟิ่งจิ่ว นางจึงกล่าวว่า

 

“ข้าจะทิ้งความทรงจำทั้งหมดไว้กับเจ้า เพื่อให้เจ้ารับรู้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น เฟิ่งจิ่ว เจ้าต้องช่วยข้านะ เจ้าต้องช่วยข้า......”

 

หลังจากเสียงในหัวของนางจางหายไป เฟิ่งจิ่วพลันรู้สึกถึงความเจ็บปวดรุนแรงในศีรษะ ราวกับมีผู้ใดยัดข้อมูลใส่มัน คิ้วของนางขมวดแน่น  นางหลับตาลงเพื่อทนรับความเจ็บปวด ผ่านไปชั่วครู่กว่าที่นางจะลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ในหัวของนางพลันเต็มไปด้วยความทรงจำมากมายที่ไม่ได้เป็นของนาง

 

อาจเป็นเพราะความทรงจำของเฟิ่งชิงเกอหลอมรวมกับนาง เมื่อความทรงจำที่ถูกทำให้เสียโฉมผุดขึ้นมานางสามารถรับรู้ความรู้สึกเดียวกับเฟิ่งชิงเกอในยามนั้น ราวกับว่านางคือผู้ที่ถูกทรมานใต้คมมีดนั้นเอง

 

“ซูโร่วหยุน? ฮ่า ฮ่า น่าสนใจยิ่ง” การหลอมรวมความทรงจำทำให้นางเข้าใจถึงสถานการณ์ปัจจุบัน และเข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นรอบกาย นางลุกขึ้น เดินไปรอบๆศพของชายต่ำช้าและจับมันเปลื้องผ้าเพื่อหาว่ามีสิ่งมีค่าใดหรือไม่

 

นางพบว่าแขนเสื้อข้างหนึ่งของชุดที่นางสวมอยู่นั้นถูกฉีกออก อีกทั้งปกเสื้อก็ถูกฉีกกระชาก

นางจึงตัดสินใจฉีกส่วนหนึ่งของกระโปรงชั้นในมาปิดบังใบหน้าอย่างรวดเร็ว ใบหน้าที่เสียโฉมของนางโดดเด่นเกินไป และหากนางต้องการจะหนีจากที่นี่ นางต้องทำโดยไม่ให้ผู้ใดจับได้

 

น่าเศร้าที่แม้ว่าจะค้นทั่วห้องก็ไม่พบเศษผ้าใดๆที่นางจะใช้สวมได้ สำหรับชุดของบุรุษต่ำช้า มันสกปรกโสโครกอย่างยิ่ง และนางไม่ต้องการสวมมัน

 

นางพลันนึกขึ้นได้ว่าที่นี่คือแหล่งที่เหล่าบุรุษมาเพื่อหาความสำราญกับเนื้อหนังหญิงสาว นางจึงฉีกแขนเสื้ออีกข้างออกเผยให้เห็นผิวอันเนียนละเอียด

นางปรับและแก้ชุดอีกครั้ง จนมันเป็นกลายเป็นชุดกระโปรงไร้แขน นางเหลือบไปเห็นผ้าม่านโปร่งเหนือกรอบเตียงจึงเอื้อมมือดึงมันออกมาเพื่อใช้คลุมไหล่ จากนั้นก็กระโจนออกทางหน้าต่างด้านหลัง

 

นางลงสู่พื้นอย่างปลอดภัย ดวงตาของนางสำรวจรอบข้างอย่างรวดเร็ว ทว่าพบเพียงทางออกเดียวเบื้องหน้านาง นางหลบเข้าไปยังเรือนเบื้องหน้า กลมกลืนไปกับเหล่าเด็กสาวที่หยอกล้อ และหัวเราะอยู่ภายใน ทว่าเมื่อนางกำลังจะก้าวขาออกจากที่นั่น เสียงกรีดร้องพลันดังขึ้น

“อ๊าาาาา! มีคนถูกฆ่า!”

 

 

จบบทที่ ตอนที่ 4 ผสานความทรงจำ

คัดลอกลิงก์แล้ว