- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นจ้าวเวหา ข้าจะครองผืนฟ้าชั่วนิรันดร์
- ตอนที่ 39: ลงมือ!
ตอนที่ 39: ลงมือ!
ตอนที่ 39: ลงมือ!
ตอนที่ 39: ลงมือ!
ลู่หยู่กวาดตามองไปรอบ ๆ อสูรระดับ C อีกเก้าตัวไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อย ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่เขาด้วยความเกรงกลัว
เพียงแค่สามารถโจมตีจนพังพอนเหลืองอสูรระดับ C กระเด็นไปได้ในหนึ่งกระบวนท่า และยิ่งไปกว่านั้นคือการที่เขาปิดซ่อนระดับพลังจนไม่มีอสูรตัวใดตรวจจับได้ ความสามารถเพียงสองข้อนี้ ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ลู่หยู่เหนือกว่าพวกมันทั้งหมด
จิ้งจอกขาวมองดูลู่หยู่ที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นมาก็สั่นสะเทือนได้ทั่วทั้งสนาม สีหน้าเธอเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ส่วนอสูรระดับ D ทั้งสี่ที่เป็นบริวารของเธอเองก็พลอยเกิดความมั่นใจในตัวลู่หยู่มากขึ้น
“ข้าถามอีกครั้ง เจ้าเมื่อครู่เรียกข้าว่าอะไร?”
ลู่หยู่เอ่ยเสียงเรียบ สายตาแหลมคมดุจคมมีด เสมือนทะลวงเข้าไปในหัวใจของพังพอนเหลือง
แม้รู้อยู่เต็มอกว่าตนกับลู่หยู่ต่างก็เป็นอสูรระดับ C เหมือนกัน แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันอันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากอีกฝ่าย พังพอนเหลืองกลับไม่กล้าสบตาแม้แต่น้อย
ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียด วิหคเพลิงที่ยืนอยู่ใกล้บ่อน้ำวิญญาณพลันหันไปมอง แล้วก็อดร้องเสียงหลงไม่ได้ “ทำไมเหลือแค่นี้!?”
ความเงียบของสนามถูกทำลายลงทันที เหล่าอสูรที่เหลือยกเว้นพังพอนเหลืองต่างก็หันไปมองบ่อน้ำ และต่างก็แสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน เมื่อเห็นว่าน้ำวิญญาณในบ่อหายไปครึ่งหนึ่งแล้ว
พวกมันเร่งรีบมาถึงที่นี่ก็เพราะได้ยินข่าวเรื่องบ่อน้ำวิเศษนี้โดยเฉพาะ แต่พอไปถึงกลับพบว่าของล้ำค่ากลับหายไปกว่าครึ่ง ใครจะทนได้?
วิหคเพลิงอดพูดด้วยน้ำเสียงเดือดดาลไม่ได้ “น้ำวิญญาณในบ่อนี้ เจ้าเป็นคนใช้หรือ?”
ลู่หยู่หันมามองมันแล้วตอบเสียงเรียบ “ใช่ ข้าใช้เอง แล้วเจ้าจะทำไม?”
คำพูดโอหังของลู่หยู่ทำให้วิหคเพลิงยิ่งโมโห “น้ำวิญญาณนี่เป็นของล้ำค่าหายาก เจ้าใช้เปลืองขนาดนี้ สมควรตาย!”
ในมุมมองของวิหคเพลิง มันไม่เชื่อว่าลู่หยู่สามารถดูดซับพลังจากน้ำวิญญาณได้มากขนาดนั้นในเวลาอันสั้นแน่นอน ต้องเป็นพวกสัตว์อสูรไร้สายเลือดบริสุทธิ์ที่ฟลุคมาถึงระดับ C โดยบังเอิญ และตอนนี้ก็ใช้น้ำวิญญาณอย่างเปล่าประโยชน์ ไม่รู้จักวิธีใช้ให้คุ้มค่า เป็นการทำลายของวิเศษชัด ๆ
หากไม่ใช่อย่างนั้น น้ำวิญญาณคงไม่หายไปมากขนาดนี้ในเวลาแค่นี้
“ของข้า ข้าใช้เท่าไหร่ก็เรื่องของข้า แล้วเกี่ยวอะไรกับพวกเจ้า?” ลู่หยู่แค่นหัวเราะเยาะ
“บังอาจ! สมบัติแห่งสวรรค์และปฐพีเป็นของส่วนรวม เจ้าเอาอะไรมาบอกว่าเป็นของตัวเอง?”
พังพอนเหลืองที่พอจะตั้งสติได้ก็รีบผสมโรงทันที “ต่อให้เจ้าจะเก่งแค่ไหน แล้วไง? พวกเรามีกันสิบตัว ส่วนเจ้า มีแค่เจ้ากับเจ้าจิ้งจอกนั่น กับอสูรระดับ D สี่ตัวที่ไร้ประโยชน์ คิดหรือว่าจะสู้พวกเราได้?”
คำพูดของมันทำให้เหล่าอสูรที่ยังลังเลเพราะเกรงกลัวลู่หยู่เมื่อครู่ เริ่มเกิดประกายความหวังในแววตา
ใช่แล้ว ต่อให้ลู่หยู่แข็งแกร่งแค่ไหน แต่ตอนนี้พวกเขามีสิบตัว เป็นอสูรระดับ C ทั้งหมด ส่วนฝั่งตรงข้ามมีเพียงเขาเองกับจิ้งจอกขาว และบริวารระดับ D เท่านั้น
ต่อให้เก่งสักแค่ไหน จะสู้กับสิบตัวพร้อมกันได้งั้นหรือ?
พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นอสูรระดับ C ไม่มีใครเชื่อว่าลู่หยู่จะแข็งแกร่งถึงขนาดล้มพวกเขาทั้งหมดได้
“ใช่! ส่งบ่อน้ำออกมา!”
“ไสหัวไปเดี๋ยวนี้ พวกเราจะไม่ถือสาที่เจ้าที่ใช้ของวิเศษเปลือง!”
“ใช้ของเปลืองยังพอว่า!…แต่ถ้ายังไม่รู้จักเจียมตัวล่ะก็ ข้าจะถอนขนเจ้าออกให้เกลี้ยง แล้วจับเจ้าไปย่างกิน!”
เสียงข่มขู่ดังเซ็งแซ่รอบทิศทาง ราวกับการที่พวกมันร่วมมือกันพูดจะช่วยเสริมความกล้าให้ตนเองได้ อสูรระดับ C หลายตัวต่างตะโกนคุกคามไปพร้อมกับปลดปล่อยแรงกดดันออกมา
สิบกระแสพลังระดับ C พุ่งเข้าหาลู่หยู่ราวกับคลื่นทะเลบ้าคลั่ง!
จิ้งจอกขาวเห็นดังนั้นก็รีบก้าวออกไปสองก้าว พยายามจะช่วยต้านทานแรงกดดันอันมหาศาลนี้แทนลู่หยู่
แต่แรงกดดันที่ผสานจากอสูรระดับ C ถึงสิบตน มันมิใช่อะไรที่สามารถต้านทานได้ง่าย ๆ
แม้เธอจะมีพรสวรรค์ระดับ SS และมีวาสนาเป็นถึงว่าที่ราชันย์อสูรในอนาคต แต่ปัจจุบัน เธอก็ยังเป็นเพียงอสูรระดับ C เท่านั้น
แรงกดดันมหาศาลกดทับจนใบหน้าที่เคยแดงระเรื่อของจิ้งจอกขาวซีดเผือดลงทันตา แม้เธอจะกัดฟันอดทนอย่างถึงที่สุด แต่สุดท้ายก็ยังถูกแรงนั้นผลักจนถอยหลังไม่หยุด
“พอแล้ว เจ้าถอยไปก่อนเถอะ พวกขยะพวกนี้… ข้าจะจัดการเอง”
เสียงทุ้มนุ่มของลู่หยู่ดังขึ้นในจังหวะที่จิ้งจอกขาวแทบจะยืนไม่ไหว
ขณะเดียวกัน ปีกข้างหนึ่งของเขาก็แผ่ออกมาปกป้องเธอไว้ ดุจเกราะป้องกันที่ต้านทานแรงกดดันทั้งหมดแทน
“เป็นไปได้ยังไง!”
เมื่อเห็นว่าแรงกดดันรวมของพวกตนไม่สามารถสั่นคลอนลู่หยู่ได้แม้แต่น้อย แถมอีกฝ่ายยังดูไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลยด้วยซ้ำ อสูรทั้งสิบต่างตาโตเป็นไข่ห่าน
“ในเมื่อพวกเจ้ารนหาที่ตายนัก ข้าก็จะให้พวกเจ้าได้สมใจ!”
เสียงเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งจากลู่หยู่ดังขึ้น
จากนั้น—สกิลเปิดใช้งาน!
พันวิหค!
ทันใดนั้น ร่างของลู่หยู่พริบหายไป กลายเป็นสิบร่างที่เหมือนกันราวกับโคลนนิ่ง แต่ละร่างล้วนแผ่พลังระดับ C ออกมาอย่างไม่ปิดบัง!
อสูรทั้งสิบตนถึงกับอ้าปากค้าง
นี่มันอะไรดัน!?
ตามปกติแล้ว สกิล “พันวิหค” ของลู่หยู่สามารถสร้างร่างแยกได้มากสุดสิบร่าง แต่ละร่างมีเพียงครึ่งหนึ่งของพลังจากต้นฉบับ
แต่เพราะลู่หยู่แข็งแกร่งเกินมาตรฐาน… แค่ครึ่งเดียวของเขา ก็ยังเทียบเท่าอสูรระดับ C ได้อยู่ดี!
“อย่าไปหลงกล! มันต้องมีแค่หนึ่งหรือสองร่างที่เป็นตัวจริง!”
วิหคเพลิงที่มีไหวพริบที่สุดร้องเตือน จากนั้นร่างของมันก็พลันเรืองแสงและแตกตัวออกเป็นสอง รวมเป็นสามวิหคเพลิงที่พุ่งเข้าโจมตีหนึ่งในร่างแยกของลู่หยู่
คำเตือนของมันทำให้อสูรที่เหลือกลับมาตั้งสติ และลงมือทันที
พวกมันมั่นใจว่าไม่มีสกิลใดในโลกที่สามารถสร้างร่างแยกถึงสิบร่าง และยังคงมีพลังระดับ C ได้ครบถ้วนขนาดนี้!
จึงต่างคนต่างเลือกเป้าหมาย แล้วเปิดฉากโจมตีเต็มพิกัด
เพียงพริบตา สนามก็กลายเป็นเวทีแห่งพลัง สกิลนานาชนิดแสดงออกมาราวกับดอกไม้เบ่งบาน หลากสีสัน แสงเจิดจ้าเจิดจรัส
ลู่หยู่ที่ยืนอยู่กลางวงการต่อสู้นั้น เพียงยิ้มเย็นพลางส่ายหน้าเบา ๆ
“พวกเจ้ารู้จักคำว่า ‘สิ้นหวัง’ หรือไม่?”
สกิลใหม่ ถูกปลดปล่อยอีกครั้ง—
เงาจู่โจม!
สิบร่างแยกของลู่หยู่ แยกร่างออกเป็นร่างเงาอีกสามต่อหนึ่ง!
สนามจึงกลายเป็นทะเลแห่งร่างเงาของลู่หยู่—สี่สิบร่าง เต็มไปหมด!
อสูรทั้งสิบตัวแทบลืมหายใจ!
เมื่อครู่พวกมันยังมั่นใจว่าโจมตีถูกแน่ แต่ตอนนี้…จะโจมตีร่างไหน!?
สายตาทุกคู่เริ่มลังเล…สับสน…และหวาดกลัว!
แต่ลู่หยู่ไม่ให้เวลาคิดนาน
สกิลถัดไป—เข็มน้ำแข็ง!
ร่างเงาทั้งสี่สิบร่างต่างพุ่งปล่อยสกิลออกมาพร้อมกัน เข็มน้ำแข็งนับร้อยนับพันกระจายตัวเป็นพัด แผ่ขยายเป็นอาณาเขตน้ำแข็งหนาวเย็นปกคลุมทุกทิศ!
ในพริบตาเดียว—
สนามรบกลายเป็นแดนหิมะอันแหลมคม