- หน้าแรก
- โคโนะฮะ : กาชาของทุกคน ฉันได้รับมันแบบคริติคอล!
- บทที่ 172 การกลับมาของประกายแสงสีทอง (อวสาน) (ฟรี)
บทที่ 172 การกลับมาของประกายแสงสีทอง (อวสาน) (ฟรี)
บทที่ 172 การกลับมาของประกายแสงสีทอง (อวสาน) (ฟรี)
บทที่ 172 การกลับมาของประกายแสงสีทอง (อวสาน)
อากาศที่เคยสั่นสะเทือนเริ่มสงบนิ่งลง วังวนสีม่วงอมดำใต้ฝ่าเท้าหดหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงร่างของชายหญิงคู่หนึ่งที่ยืนอยู่กลางเวทีประลอง ท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุมไปทั่วทั้งโคโนฮะ
...
ความรู้สึกแรกที่นามิคาเสะ มินาโตะสัมผัสได้คือ ‘ความสับสน’
ดวงตาสีฟ้าของเขาค่อยๆ กะพริบปรับโฟกัส ภาพตรงหน้าพร่ามัวราวกับมองผ่านม่านน้ำ ความทรงจำสุดท้ายของเขาคือภาพของคุชินะ ภรรยาสุดที่รักที่กำลังจะสิ้นลม... ภาพของยมทูตที่น่าสะพรึงกลัว... และภาพของลูกชายตัวน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลกซึ่งเขายอมสละทุกสิ่งเพื่อปกป้อง...
แล้วตอนนี้มันคืออะไร?
เขายืนอยู่? เขารู้สึกถึงสายลมเย็นๆ ที่พัดกระทบผิวหนัง... นี่ฉันยังมีร่างกายอยู่อย่างนั้นหรือ?
“มินาโตะ...?”
เสียงหวานที่คุ้นเคยดังขึ้นจากข้างกาย เขาหันไปตามสัญชาตญาณ และภาพที่เห็นก็ทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ
อุซึมากิ คุชินะ ยืนอยู่ตรงนั้น... เส้นผมสีแดงสดอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอกำลังพลิ้วไหวตามสายลม ดวงตากลมโตสีม่วงกำลังเบิกกว้างด้วยความงุนงงไม่ต่างกัน เธอยกมือขึ้นมามองอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ก่อนจะลองหยิกแก้มตัวเองเบาๆ
“เจ็บนี่นา...” เธอพึมพำเสียงแผ่ว
“คุชินะ...” มินาโตะเอื้อมมือออกไปอย่างไม่แน่ใจ สัมผัสที่ปลายนิ้วซึ่งแตะลงบนแขนของเธอนั้นคือความอบอุ่นของผิวกายที่มีชีวิต ไม่ใช่ความว่างเปล่าในแดนปรโลก
นี่มัน... เกิดอะไรขึ้น?
ทั้งสองคนหันไปมองรอบตัวพร้อมกัน และภาพที่เห็นก็ยิ่งทำให้พวกเขาตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม
เบื้องหน้า... บนพื้นที่ลาดต่ำลงไปคือฝูงชนมหาศาล! นินจาและชาวบ้านนับหลายพันคนยืนอัดแน่นกันจนแทบไม่มีที่ว่าง ทุกคนมีสีหน้าแบบเดียวกัน... คืออ้าปากค้าง ดวงตาเบิกโพลง จ้องมองมาที่พวกเขาราวกับเห็นผี... หรือบางทีอาจจะยิ่งกว่าเห็นผีเสียอีก
บนพื้นที่ยกระดับใกล้ๆ กัน มีร่างของโจวเฉิงและซึนาเดะยืนอยู่... ซึนาเดะ... หนึ่งในสามนินจาในตำนาน... เธอกำลังมองมาที่พวกเขาด้วยแววตาที่ซับซ้อน ทั้งตกใจ ทั้งยินดี และมีความกังวลฉายชัด
“ที่นี่... คือโคโนฮะ?” คุชินะเอ่ยถามเสียงสั่น “แต่ทำไม... ทำไมทุกคนถึง...”
ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้ประมวลผลความรู้สึกใดๆ ท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัดนั้นเอง...
เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมา ทำลายความเงียบทั้งหมดลง
เป็นเสียงที่แหบพร่าและสั่นเครือ เต็มไปด้วยอารมณ์ที่ยากจะบรรยาย
“...อาจารย์...มินาโตะ”
มินาโตะหันขวับไปทางต้นเสียง ร่างสูงในชุดโจนินที่คุ้นตา... ผมสีเงินชี้เด่... และดวงตาข้างเดียวที่มองมาจากใต้ผ้าคาดหน้าผากที่เอียงกะเท่เร่...
“คา...คาชิ?”
เพียงแค่เห็นลูกศิษย์คนสำคัญคนเดียวของเขายืนอยู่ตรงนั้น ความจริงอันน่าเหลือเชื่อก็เริ่มถาโถมเข้ามาในหัวของมินาโตะ
และวินาทีนั้นเอง... ราวกับมีใครไปกดสวิตช์
“ทะ...ท่านรุ่นที่สี่!!!”
เสียงของนินจาคนหนึ่งในฝูงชนตะโกนขึ้นมาสุดเสียง
นั่นคือจุดเริ่มต้น...
“เป็นท่านรุ่นที่สี่จริงๆ ด้วย!!!”
“โอ้สวรรค์! ประกายแสงสีทองแห่งโคโนฮะกลับมาแล้ว!!!”
“แล้วนั่น... ท่านคุชินะก็อยู่ด้วย!”
“ให้ตายเหอะ! นี่มันเรื่องจริงเหรอเนี่ย!?”
เสียงโห่ร้องกึกก้องก็ระเบิดขึ้นมาพร้อมกันจากทุกทิศทุกทาง! คลื่นเสียงแห่งความตกตะลึง ความยินดี และความไม่เชื่อถาโถมเข้าใส่คู่สามีภรรยาที่เพิ่งกลับมาจากความตาย จนพวกเขาถึงกับต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยความช็อก
ท่ามกลางเสียงโห่ร้องที่ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินจะถล่ม โจวเฉิงก็เคลื่อนไหว เขาก้าวออกจากจุดที่ยืนอยู่ เดินตรงไปยังคู่สามีภรรยาที่ยังคงสับสนกับสถานการณ์ โดยมีซึนาเดะเดินเคียงข้างอย่างให้กำลังใจ
แต่พวกเขาไม่ได้มากันแค่สองคน...
โจวเฉิงก้มลงไปจูงมือน้อยๆ ของเด็กหนุ่มผมสีทองคนหนึ่งที่ยืนตาแป๋วอยู่ไม่ไกลให้เดินตามมาด้วยกัน “มาสิ นารูโตะ มีคนที่นายต้องเจอ”
มินาโตะและคุชินะที่กำลังพยายามตั้งสติกับเสียงของฝูงชน ต้องหันมามองกลุ่มคนที่เดินเข้ามาใกล้
สายตาของมินาโตะเบิกกว้างขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นเด็กชายคนนั้น... เส้นผมสีทองที่ยุ่งเหยิงเหมือนกับเขา... ดวงตาสีฟ้าสดใสที่เหมือนกระจกสะท้อนดวงตาของตัวเอง... และหนวดแมวสามขีดจางๆ บนแก้มทั้งสองข้าง...
ไม่ต้องมีคำอธิบายใดๆ สัญชาตญาณของความเป็นพ่อก็ตะโกนก้องอยู่ในหัวใจของเขา... เด็กคนนี้ หรือว่า...
ขณะเดียวกัน สายตาของคุชินะก็จับจ้องไปที่เด็กคนนั้นเช่นกัน ในวินาทีที่เธอเห็นใบหน้ากลมๆ ที่ดูซุกซนแต่แฝงไปด้วยความเดียวดายคู่นั้น... โลกทั้งใบของเธอก็หยุดหมุน
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอและมินาโตะยอมสละไปในคืนนั้น... เพื่อปกป้องชีวิตเล็กๆ นี้... บัดนี้ได้เติบโตขึ้นมาอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว
มินาโตะและนารูโตะจ้องตากันนิ่ง... ไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกมา มีเพียงสายสัมพันธ์ที่มองไม่เห็นซึ่งเชื่อมโยงคนสองคนเข้าไว้ด้วยกันเป็นครั้งแรก เด็กน้อยมองชายแปลกหน้าที่ดูใจดีตรงหน้าด้วยความสงสัย ส่วนชายหนุ่มมองเด็กรุ่นลูกด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก ความคิดถึง และความรู้สึกผิดที่อัดแน่นจนจุกอก
ส่วนคุชินะ... เธอยกมือขึ้นป้องปากอย่างสั่นเทา ขอบตาของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาในทันที หยาดน้ำตาแห่งความปีติยินดีที่ไม่อาจกลั้นไว้ได้ไหลทะลักออกมาเป็นสายธาร... นั่นคือลูกของเธอ... นารูโตะของเธอ...
ความเงียบที่น่าอึดอัดระหว่างพ่อลูกผ่านไปชั่วครู่ ก่อนที่นารูโตะจะทำลายมันลง เขาหันไปดึงชายเสื้อของโจวเฉิง แหงนหน้าขึ้นมองด้วยแววตาซื่อๆ แล้วเอ่ยถามเสียงดังฟังชัด
“พี่โจวเฉิง... คนพวกนี้เป็นใครเหรอฮะ?”
โจวเฉิงยิ้มอย่างอ่อนโยน เขาย่อตัวลงให้มีระดับสายตาเดียวกับนารูโตะ ก่อนจะผายมือไปยังชายหญิงที่ยืนน้ำตานองหน้า
“เขาคือวีรบุรุษของโคโนฮะ โฮคาเงะรุ่นที่สี่ นามิคาเสะ มินาโตะ... และภรรยาของเขา อุซึมากิ คุชินะ” โจวเฉิงเว้นจังหวะ ก่อนจะพูดประโยคที่สำคัญที่สุด “และพวกเขาทั้งสองคน... ก็คือพ่อกับแม่ของนายไงล่ะ นารูโตะ”
“เอ๋!?” นารูโตะร้องเสียงหลง ถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยอัตโนมัติ “เป็นไปไม่ได้! พ่อกับแม่ของผม... พวกเขาตายไปตั้งแต่ผมยังเป็นทารกนี่นา! พี่โจวเฉิงอย่ามาล้อผมเล่นนะ!”
เด็กน้อยกำลังจะโวยวายต่อตามนิสัย... แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไรออกมา...
ฟุ่บ!
อ้อมกอดที่อบอุ่นและแนบแน่นก็โอบรัดร่างของเขาไว้จากด้านหน้า คุชินะทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว เธอทรุดตัวลงคุกเข่าแล้วดึงร่างของลูกชายเข้ามากอดไว้แน่นราวกับกลัวว่าเขาจะหายไปอีกครั้ง ใบหน้าของเธอซบลงบนเส้นผมสีทองของนารูโตะ พลางสะอื้นไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร
“นารูโตะ... ลูกแม่... แม่ขอโทษ... ขอโทษที่ทิ้งให้ลูกต้องอยู่คนเดียว...”
ตอนแรกนารูโตะยังคงตัวแข็งทื่อ พยายามจะขืนตัวออกจากอ้อมกอดของคนแปลกหน้า แต่แล้ว... ไออุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ... กลิ่นหอมจางๆ ที่ทำให้รู้สึกปลอดภัยอย่างน่าประหลาด... และเสียงสะอื้นที่เต็มไปด้วยความรักและความเจ็บปวด... มันค่อยๆ ทลายกำแพงในใจของเขาลง
ความรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยวที่เกาะกินเขามาตลอดชีวิต... บัดนี้กำลังถูกเติมเต็ม
เขารับรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณ... นี่คือเรื่องจริง... นี่คืออ้อมกอดของแม่...
นารูโตะค่อยๆ หยุดดิ้น ใบหน้าเล็กๆ เงยขึ้นมองโจวเฉิง ดวงตาสีฟ้าของเขามีน้ำตาคลอหน่วย ก่อนจะไหลออกมาอาบแก้มทั้งสองข้าง
แต่บนใบหน้านั้น... กลับปรากฏรอยยิ้มที่กว้างที่สุดและจริงใจที่สุดเท่าที่เขาเคยยิ้มมาในชีวิต
เด็กน้อยพูดออกมาด้วยเสียงที่สั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความสุขล้นพ้น
“ขะ...ขอบคุณครับ...พี่โจวเฉิง!”
…
เหตุการณ์ในวันนั้นถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของโลกนินจาไปตลอดกาล วันที่ "ประกายแสงสีทองแห่งโคโนฮะ" และ "พริกแดงเดือด" ได้กลับคืนมาสู่หมู่บ้านอีกครั้งด้วยปาฏิหาริย์ที่ชายชื่อ "โจวเฉิง" เป็นผู้สร้างขึ้น
เสียงโห่ร้องยินดีของชาวบ้านดังกึกก้อง งานฉลองดำเนินไปหลายวันหลายคืน ภาพของครอบครัวอุซึมากิที่ได้กลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากันเป็นครั้งแรก กลายเป็นตำนานบทใหม่ที่ถูกเล่าขานสืบต่อไปจากรุ่นสู่รุ่น
...
หลังจากหลับใหลจากการต่อสู้ครั้งก่อนไปนานถึงสามวันเต็มๆ ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น โฮคาเงะรุ่นที่สาม เมื่อได้สติและรับรู้ข่าวที่น่าเหลือเชื่อนี้ เขาก็รีบรุดมายังบ้านของมินาโตะด้วยตัวเองทันที
ภาพที่เขาเห็นคือมินาโตะกำลังหัวเราะอย่างมีความสุขขณะที่เล่นขี่คออยู่กับนารูโตะ โดยมีคุชินะคอยส่งเสียงเชียร์อยู่ข้างๆ วินาทีที่สายตาของฮิรุเซ็นและมินาโตะประสานกัน ชายชราก็ถอนหายใจยาวออกมาด้วยความโล่งอกราวกับภาระหนักอึ้งที่แบกรับมานานนับสิบปีได้ถูกปลดเปลื้องลงในที่สุด
เขายิ้มอย่างอ่อนโยนและเอ่ยปากว่า “ใช้เวลากับครอบครัวให้เต็มที่นะ มินาโตะ... และเมื่อไหร่ที่นายพร้อม... ตำแหน่งโฮคาเงะก็ยังคงรอนายอยู่เสมอ... ตาแก่คนนี้จะได้เกษียณอย่างสบายใจเสียที”
...
นับจากวันนั้น ชีวิตของโจวเฉิงและซึนาเดะก็เปรียบเสมือนบทเพลงรักที่บรรเลงอย่างดูดดื่ม พวกเขาใช้ชีวิตร่วมกันในบ้านอันแสนอบอุ่น และในทุกค่ำคืน "ด้วยวิชาบำเพ็ญเพียรคู่" ก็ได้หลอมรวมพลังของทั้งสองให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด
จักระของซึนาเดะเปี่ยมล้นไปด้วยพลังชีวิตที่อ่อนเยาว์ยิ่งกว่าเดิม ส่วนโจวเฉิงก็เข้าใกล้ความไร้เทียมทานของเขาไปอีกขั้น
แต่โจวเฉิงไม่เคยหยุดนิ่ง เวทีประลองของเขายังคงตั้งตระหง่าน แจกจ่ายกล่องสุ่มและโอกาสให้กับเหล่านินจาอย่างไม่สิ้นสุด
ความใจดีของเขาไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในโคโนะฮะอีกต่อไป เขาออกเดินทางไปยังแคว้นต่างๆ ทั่วโลกนินจา ตั้งแต่หมู่บ้านซึนะ คิริ อิวะ ไปจนถึงคุโมะ เปิดเวทีประลองสร้างรอยยิ้มและสร้างความแข็งแกร่งให้กับทุกคนที่กล้าท้าทาย
ทว่า... โลกนินจาก็ยังเล็กเกินไปสำหรับเขา
ด้วยพลังที่อยู่เหนือสามัญสำนึก โจวเฉิงได้ก้าวข้ามมิติไปยังโลกแห่งการ์ตูนใบอื่นๆ เขาได้ตั้งเวทีดวลกับเหล่าโจรสลัดในโลกของ "วันพีช", ได้ป่วนไปกับเหล่าซามูไรเพี้ยนๆ ใน "กินทามะ", และแม้กระทั่งได้ท้าประลองกับเหล่าเทรนเนอร์ในโลกของ "โปเกมอน"
ชื่อเสียงและรางวัลของเขาโด่งดังไปทั่วทุกจักรวาล!
จนกระทั่งการเดินทางของเขาสิ้นสุดลงในโลกที่เต็มไปด้วยฮีโร่และสัตว์ประหลาด...
ณ เมือง Z ที่รกร้าง เวทีประลองครั้งสุดท้ายได้ถูกจัดขึ้น และผู้ที่ก้าวขึ้นมาบนเวทีด้วยใบหน้าเรียบเฉยและศีรษะที่มันวาว ไม่ใช่ใครอื่น เป็น --ไซตามะ!
โจวเฉิงยิ้มกว้างอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขารู้สึกได้ถึงพลังที่อยู่เหนือจินตนาการทั้งหมดที่เขาเคยเจอมา
“หมัดเดียว... เอาจริง”
ตูมมมมมมมม!!!
วินาทีที่หมัดของไซตามะกระทบเข้ากับร่างของโจวเฉิง... เสียงที่เขาเฝ้ารอมาตลอดการเดินทางอันยาวนานก็ดังขึ้นในหัว
[ติ๊ง! ตรวจพบความเสียหายถึงขีดสุด... ทำลายเกราะป้องกันสำเร็จ!]
[ภารกิจเสร็จสิ้นสมบูรณ์!]
โจวเฉิงมองไปยังท้องฟ้าที่สดใส... รอยยิ้มแห่งความพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
การเดินทางเพื่อทำลายเกราะ... ได้มาถึงบทสรุปแล้ว!
- จบบริบูรณ์ -