- หน้าแรก
- วายร้ายโลกาวินาศ:เกิดใหม่รอบนี้ ฉันจะขยี้ตัวเอก!
- บทที่ 116 ดันเจี้ยนใต้ดิน
บทที่ 116 ดันเจี้ยนใต้ดิน
บทที่ 116 ดันเจี้ยนใต้ดิน
บทที่ 116 ดันเจี้ยนใต้ดิน
มืด อับชื้น…
นี่คือความรู้สึกแรกของหลี่โซวอวิ๋นหลังจากรู้สึกตัว
“ที่นี่ ที่ไหน…”
หลี่โซวอวิ๋นเอามือปิดหัว ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง
เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น?
เหมือนกับว่าพื้นดินแตก รากไม้ที่แปลกประหลาดคว้าขาของพวกเขาไว้ เขาสลบไปตอนที่กำลังถูกลากลงไปใต้ดิน
ดังนั้น ที่นี่คือโลกใต้ดิน?
หรือว่า… เขาอยู่ในร่างกายของพืช?
“รู้สึกตัวแล้วเหรอ?”
เสียงหนึ่งดังขึ้น ฉือโย่วเดินออกมาจากความมืด
เขาตื่นขึ้นมาประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้
หลังจากตื่น ฉือโย่วก็สำรวจสถานที่รอบๆ และตามหาคนอื่นๆ ที่สลบอยู่
พอเห็นหลี่โซวอวิ๋นที่สลบ ฉือโย่วก็ลองฟันไปหนึ่งครั้ง
ผลลัพธ์คือล้มเหลว ไม่งั้นหลี่โซวอวิ๋นก็คงไม่มีโอกาสลืมตา
ตอนที่ฉือโย่วฟันดาบออกไป รากไม้ที่ซ่อนอยู่ในความมืดก็ขยับทันที ขวางการโจมตีของฉือโย่ว แถมเพราะฉือโย่วคิดจะฆ่าคน รัศมีตัวเอกจึงลดลง ทำให้รากไม้ยิ่งบ้าคลั่งมากขึ้น
จนกระทั่งฉือโย่วเลิกคิดจะฆ่าคน และรออีกสักพัก จนรัศมีตัวเอกฟื้นฟู รากไม้ถึงได้สงบลง
รากไม้พวกนี้ไม่ได้ปกป้องหลี่โซวอวิ๋น แต่เหมือนกับกำลังกำจัดสิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่เข้ามาที่นี่ ส่วนรัศมีตัวเอก มันช่วนปิดบังกลิ่นอายของทุกคน ทำให้รากไม้แยกแยะศัตรูไม่ออก
หลังจากรู้ข้อมูลนี้ ฉือโย่วก็ยิ่งระมัดระวังในการควบคุมเงามากขึ้น
การฆ่าคนของเงา ก็จะส่งผลกระทบต่อรัศมีตัวเอกของร่างจริงเช่นกัน
เขาไม่อยากให้ร่างจริงถูกโจมตีโดยรากไม้ เพราะเงาไล่ฆ่าคน
อีกอย่างหนึ่ง เขาก็ได้ข้อมูลใหม่อีกเรื่อง ถึงแม้ว่าหลี่โซวอวิ๋นจะสลบไป แต่รัศมีตัวเอกก็ยังส่งผล
ฉือโย่วไม่สนใจหลี่โซวอวิ๋น เขาหันไปมองข้างบน
ที่นี่ที่ไหนกันแน่?
รากไม้พวกนี้แข็งแกร่งมาก
ตอนที่เขายังมีรัศมีตัวเอกครึ่งหนึ่ง ก็เกือบรับมือไม่ได้แล้ว หากรัศมีตัวเอกหายไป ถึงแม้ว่าจะใส่ชุดหยกน้ำแข็ง เขาก็ไม่แน่ใจว่าจะรอดหรือไม่?
อย่าลืมนะว่า เขามีเลเวลสี่สิบกว่าๆ บวกกับหยกน้ำแข็งเจ็ดชิ้น เขายังไม่มั่นใจว่าจะรอด หากเป็นคนอื่น ในช่วงเลเวลนี้ เข้ามาที่นี่ก็มีแต่ทางตาย
ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่คนเลเวลสี่สิบหรือห้าสิบควรจะเข้ามา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนที่เลเวลต่ำกว่า
หลังจากนั้น ฉือโย่วก็ไม่ได้ขยับ
หากที่นี่เป็นเงา เขาคงออกไปสำรวจแล้ว
แต่ตอนนี้เป็นร่างจริง ตายแล้วก็คือตาย
รอหลี่โซวอวิ๋นตื่นขึ้นมาก่อน ค่อยลงมือจะดีกว่า
“พี่ฉือ พี่ตื่นนานแล้วเหรอ?” หลี่โซวอวิ๋นยังมึนหัว แถมรอบๆ ก็มืดมาก ทำให้ประสาทสัมผัสแย่ลง
“ฉันฟื้นก่อนหน้านายไม่นาน และฉันสำรวจแถวนี้แล้ว ตอนนี้ค่อนข้างปลอดภัย” ฉือโย่วตอบ
“คนอื่นๆ ล่ะ?” หลี่โซวอวิ๋นลุกขึ้นยืนอย่างโซเซ
“ยังไม่ตื่น แต่น่าจะเร็วๆ นี้”
“อือๆ…”
พอฉือโย่วพูดจบ ก็มีเสียงครางดังมาจากข้างๆ ทุกคนเอามือกุมหัว ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง
“บัดซบ! ปวดหัวชะมัด” เจียงฉือเฟิงเอามือปิดหัว ในสมองของเขามีแต่ความสับสน แถมยังปวดมาก เหมือนกับมีคนเอาไม้มาคนในหัว
“ไม่ตายก็บุญแล้ว ที่นี่ที่ไหน?” ฝานไฉก็ปวดหัวเช่นกัน
แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ เจียงอินกับคนอื่นๆ ที่เลเวลต่ำกว่า กลับมีสถานะที่ดีกว่า น่าจะเป็นเพราะพวกเธอเน้นค่าพลังจิต
“ดูเหมือนว่า พวกเราจะถูกไอ้รากไม้นั่นลากลงมาใต้ดินสินะ?” หลี่จื่อฉิงพูด
“ไม่รู้ว่าลึกแค่ไหน? แต่อย่าคิดจะขุดออกไป ไอ้รากไม้นั่นอยู่ข้างบน” ฉือโย่วชี้ไปข้างบน
“งั้นพวกเราก็มีแค่ทางเดียว?”
เจียงฉือเฟิงมองทางเดินที่มืดมิด พลางขมวดคิ้วแน่น
ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่นี่ ข้างบนเป็นรากไม้ ด้านหลัง ซ้าย ขวา เป็นหินกับดิน มีแค่ทางเดินข้างหน้าเท่านั้น
“ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้น” ฉือโย่วดึงธนู ลูกศรพุ่งออกไป หายไปในความมืด
ไม่รู้ว่าไปถึงสุดทาง หรือถูกอะไรบางอย่างขวางไว้
“งั้นก็ไปกันเถอะ อยู่ที่นี่ต่อไปก็ไม่มีประโยชน์”
หลี่โซวอวิ๋นค่อนข้างมองโลกในแง่ดี เขาถือหอก และเดินนำหน้า
“นายใจเย็นๆ ก่อน พวกเรามาคุยกันก่อนดีไหม?” เจียงฉือเฟิงรีบร้องห้าม
“พวกเราไม่รู้ว่าที่นี่ที่ไหน? ไม่รู้ว่าจะออกไปยังไง? การเดินไปข้างหน้าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง การอยู่ที่นี่ ถึงแม้ว่าตอนนี้จะปลอดภัย แต่ไม่แน่ อีกหน่อยก็อาจจะอันตราย อย่าลืมนะว่า ไอ้รากไม้นั่นอยู่ข้างบน” เจียงอินชี้ไปที่รากไม้
เมื่อกี้พื้นดินแตก ถึงแม้ว่าจะเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้พวกเขาไม่ทันได้ตอบสนอง แต่ก็ปฏิเสธความแข็งแกร่งของรากไม้ไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้พวกเขาสามารถมองเห็นได้แค่ไม่กี่เมตรด้วยทักษะมองเห็นในความมืด การอยู่ที่นี่คงไม่ดีเท่าการเดินหน้าต่อไป
จ้งเหมยไม่ได้พูดอะไร
ตั้งแต่เข้าร่วมทีม จ้งเหมยก็ไม่ค่อยพูด
ไม่ใช่ว่านิสัยของเธอเป็นแบบนี้ แต่เพราะเธอเข้าร่วมทีมกลางคัน พลังต่อสู้ก็อ่อนแอ ดังนั้น ส่วนใหญ่จึงได้แต่ทำงาน แและไม่กล้าพูดอะไร
หลังจากนั้น ทุกคนก็เดินตามทางเดิน ฉือโย่วเก็บธนูไว้ด้านหลัง หยิบดาบระดับทองดำเลเวล 30 ออกมา
ถึงแม้ว่าทักษะดาบของเขาส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับปีศาจน้ำแข็ง แต่ก็มีทักษะทั่วไปอยู่บ้าง ใช้แล้วคนอื่นย่อมดูไม่ออก
สถานการณ์ตอนนี้ ถือดาบไว้จะดีกว่า
แค่รัศมีตัวเอกคงไม่พอ ต้องระวังตัวด้วย
ทางเดินไม่ยาวนัก ประมาณหกร้อยเมตร ข้างหน้ามีประตูไม้บานหนึ่ง บนประตูมีรูอยู่ ดูจากขนาดและความเก่าใหม่ น่าจะเป็นรูที่ลูกศรของฉือโย่วเมื่อกี้สร้างขึ้น
“พ…พวกเรา…หรือว่าตกลงไปในสุสาน?” เจียงฉือเฟิงพูดเสียงสั่น เขาไม่กลัวซอมบี้ แต่กลัวสิ่งลี้ลับพวกนี้
เมื่อได้ยินดังนั้น คนอื่นๆ ก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ถึงแม้ทุกคนจะผ่านวันสิ้นโลกมาแล้ว แต่ซอมบี้เป็นอะไรที่น่าขยะแขยงและน่ากลัว ส่วนพวกนี้น่าขนลุก ความรู้สึกมันต่างกัน
“ไม่น่าจะใช่สุสาน”
จ้งเหมยที่ไม่ค่อยพูด ก็พูดขึ้นมาเป็นครั้งแรกหลังจากเข้าร่วมทีม
“ทำไม?” เจียงฉือเฟิงหันกลับไป
“ฉันก็ไม่แน่ใจ แต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ฉันสนใจเรื่องพวกนี้ และเคยศึกษา ประตูนี้ไม่น่าจะเป็นประตูสุสาน วัสดุไม่เหมือนกัน รูปแบบก็ไม่เหมือนกัน หากจำไม่ผิด ฉันเคยได้ยินคนคาดเดาว่ามีเมืองใต้ดินอยู่สองสามแห่ง จุดที่พวกเราร่วงลงมา อาจจะเป็นหนึ่งในนั้น” จ้งเหมยพูด
“อะ…อะไรนะ? หมายความว่า ที่นี่เคยเป็นเมือง จากนั้นก็ถูกฝังอยู่ใต้ดินด้วยเหตุผลบางอย่าง?”
“คงประมาณนั้น อายุน่าจะสองหรือสามพันปี แน่นอน มันเป็นแค่การคาดเดานะ”
“แล้วทำไมถึงไม่มีใครขุดขึ้นมาล่ะ?”
“ฉันก็ไม่รู้ อาจจะเป็นเพราะเทคโนโลยี หรือเป็นแค่ข่าวลือ แต่ไม่คิดเลยว่าจะเป็นเรื่องจริง แถมพวกเรายังมาเจออีก” จ้งเหมยส่ายหน้า
“แล้วพวกเราจะเข้าไปหรือไม่เข้าไปดี? ข้างในจะ…จะมีผี หรืออะไรพวกนั้นไหม?” เจียงฉือเฟิงกลืนน้ำลาย
วันสิ้นโลกมาถึงแล้ว ซอมบี้ก็มีแล้ว การที่มีผี ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
ดังนั้น จะเข้าไปหรือไม่เข้าไปดี?
ลังเลสองสามนาที ทุกคนก็มองหน้ากัน
“ไม่เข้าไปก็ไม่ได้ ไม่มีทางอื่นแล้ว”
“งั้นก็เข้าไป!”
ทุกคนมองหน้ากัน หลี่โซวอวิ๋นหายใจเข้าลึกๆ เอามือวางบนประตู เสียงดังเอี๊ยดอ๊าด ประตูค่อยๆ เปิดออก
จากนั้น การแจ้งเตือนก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคน
[ตรวจพบดันเจี้ยนที่สามารถเปิดใช้งานได้ ต้องการเข้าไปหรือไม่?]