เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39 ฉัน นักล่าอาหารลู่เจ๋อ

บทที่ 39 ฉัน นักล่าอาหารลู่เจ๋อ

บทที่ 39 ฉัน นักล่าอาหารลู่เจ๋อ


ลู่เจ๋อกระจายพลังจิตไปยังทุกส่วนของร่างกาย

ขณะเดียวกัน สมองของเขาก็คิดอย่างรวดเร็ว เทคนิคการต่อสู้พื้นฐานที่สมบูรณ์แบบทำให้เขาสามารถควบคุมพลังได้ในระดับที่แม่นยำที่สุด ส่วนปรับแต่งร่างกายอย่างสมบูรณ์แบบก็ทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้น

แล้วถ้าเขารวมทั้งสองเข้าด้วยกันล่ะ เขาจะมีพลังมากขึ้นรึเปล่า?

พลังอยู่ในทุกเซลล์ของร่างกาย และในแต่ละเซลล์ก็มีจังหวะของตัวเอง ลู่เจ๋อควบคุมพวกมันอย่างระมัดระวังเพื่อให้พวกมันสะท้อนเป็นจังหวะเดียวกัน

เหงื่อหยดลงมาที่หน้าผากของเขาทีละน้อย

พลังจิตของเขาไม่พอ!

ลู่เจ๋อพบว่า เพื่อให้ใช้พลังได้เกินขอบเขตของร่างกาย เขาจำเป็นต้องผสมผสานระหว่างพลังจิต พลังกาย และเทคนิคการต่อสู้เข้าด้วยกัน ด้วยวิธีนี้เขาจะสามารถโจมตีได้แรงกว่าที่เขาสามารถทำได้หลายเท่า

จู่ ๆ สมองของลู่เจ๋อช้าลง ผลของลูกแก้วสีม่วงหายไปแล้ว

เขาลืมตาและหายใจช้า ๆ

เนื่องจากเขาพบหนทางแล้ว เขาก็ต้องฝึกต่อ

และไม่ว่าจะเป็นการปรับแต่งร่างกาย เทคนิคการต่อสู้หรือพลังจิต เขาก็สามารถเข้าถึงสภาวะที่ต้องการได้ สำหรับเขา มันเป็นเพียงเรื่องของเวลาก่อนที่เขาจะเชี่ยวชาญศาสตร์เทพแห่งพลัง

ถ้าเขาทำงานหนักขึ้น ไม่ช้าเขาก็จะได้เป็นบอสใหญ่

ดวงตาของลู่เจ๋อเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เขาหยิบลูกแก้วสีม่วงออกมาและเริ่มฝึกต่อ

เวลาเดียวกันในห้องนั่งเล่น ลู่เหวินและฟูชูหยาก็กลับมาถึงบ้าน

ฟูชูหยาทำอาหารเย็น เมื่อเธอเห็นลู่หลี่ลงมาคนเดียวเธอก็ถามว่า “หลี่ เจ๋ออยู่ไหนล่ะ?”

“พี่คงกำลังฝึกอยู่ในห้องน่ะ” ลู่หลี่พูด

หลู่เหวินยิ้ม “เด็กคนนั้นกลับไปบ้าศิลปะการต่อสู้อีกแล้วเหรอ เยี่ยม…แค่ก ๆ ไม่ ฉันไม่ได้ดีใจขนาดนั้น…”

ตั้งแต่เด็กคนนั้นเปลี่ยนไป ลูกสาวของเขาก็ดูห่างเหินจากเขามากขึ้นเรื่อย ๆ

มันดีกว่าที่เจ๋อจะบ้าศิลปะการต่อสู้!

ลู่หลี่ได้ยินมุมปากก็กระตุก ตอนนี้ผู้ชายคนนั้นไร้ยางอายมาก เธอคิดว่าเขาไม่เหมือนเดิมเลย

“ในเมื่อเจ๋อกำลังฝึกอยู่ อย่ารบกวนเขา มากินกันเถอะ แม่จะเก็บส่วนของเขาไว้ เมื่อเขาฝึกเสร็จ เขาจะได้เอาไปอุ่นกินได้” ฟูชูหยายิ้ม

ลู่เจ๋อหมกมุ่นอยู่กับการค้นพบศาสตร์เทพแห่งพลัง

เขากลืนลูกแก้วสีม่วงทีละลูก เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง ข้างนอกหน้าต่างก็มืดแล้ว

ลู่เจ๋อระงับความตื่นเต้นและหายใจเข้าออกช้า ๆ เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ เขาก็สามารถใช้ศาสตร์เทพแห่งพลังได้

บางทีมันอาจจะไม่เหมือนกับพลังระเบิดที่หนานกงจิงทำ แต่มันก็ค่อนข้างคล้าย!

อุปกรณ์สื่อสารของลู่เจ๋อสั่น

เขาโบกมือและสายลมก็นำมันมา

เขาพบว่าพลังควบคุมลมเหมาะสำหรับคนขี้เกียจมาก

เขาสามารถใช้ลมนำสิ่งของที่เขาต้องการมาให้โดยไม่ต้องขยับตัว

เขาเปิดอุปกรณ์สื่อสารและเห็นข้อความจากอลิซ

อลิซ: รุ่นพี่อยู่รึเปล่าคะ [อิโมจิน่ารัก]

ลู่เจ๋อตื่นเต้น เธอเขียนรายการส่วนผสมเสร็จแล้วเหรอ?

เขาตอบกลับอย่างรวดเร็ว

ลู่เจ๋อ: ใช่

จากนั้นลู่เจ๋อก็ได้รับรายชื่อสัตว์และสมุนไพรวิญญาณมากมาย

อลิซ: รุ่นพี่ นี่คือส่วนผสมที่ฉันต้องการ สัตว์บนนั้นอาจมีระดับค่อนข้างสูง ส่วนมากจะเป็นสัตว์วิญญาณระดับสูง รุ่นพี่แค่หาสิ่งที่รุ่นพี่สามารถหาได้ตามสถานการณ์ เข้าใจไหม

ลู่เจ๋อ: ฉันเข้าใจ!

เขาตัดสินใจที่จะเตรียมชุดส่วนผสมทั้งหมดหลายชุด

สัตว์วิญญาณระดับสูง…พวกมันเป็นสัตว์ร้ายที่เทียบเท่ากับนักรบหลิงหวู่ระดับสูงของเผ่าพันธุ์มนุษย์ มันต้องอร่อยแน่ ๆ ว่าไหม?

ดูเหมือนว่าเขาต้องทำงานให้หนักขึ้น

“ฉัน นักล่าอาหารลู่เจ๋อ! เพื่ออาหาร ฉันจะไม่ยอมแพ้”

อลิซ: ตอนนี้รุ่นพี่กำลังฝึกอยู่รึเปล่า?

ลู่เจ๋อ: อืม เพิ่งฝึกเสร็จและกำลังจะไปกินข้าว

อลิซ: ถ้าอย่างนั้นฉันไม่กวนรุ่นพี่แล้ว

ลู่เจ๋อ: อืม ขอบคุณนะ ฉันจะเตรียมวัตถุดิบให้อย่างดีเลย!

อลิซ: ฮิฮิ ถ้าอย่างนั้นฉันจะรอนะคะ พี่ควรไปกินข้าวได้แล้ว บายค่ะ!

ลู่เจ๋อยิ้มขณะคิดว่ารุ่นน้องคนนี้ช่างห่วงใยจริง ๆ

ลู่เจ๋อเดินลงไปชั้นล่าง

เขาสงสัยว่าแม่จะเก็บอะไรไว้ให้เขาไหม...ถ้าไม่ เขาคงต้องสั่งอาหาร

โชคดีที่เขาพบว่าแม่เก็บอาหารไว้ให้เขา เขาอุ่นมันและกินอย่างรวดเร็วก่อนจะกลับห้อง

หลังจากที่รู้ว่ามีสัตว์วิญญาณระดับสูงในรายชื่อส่วนผสม ลู่เจ๋อก็มีแรงจูงใจเพิ่มเติมสำหรับการฝึกฝน

เขาไม่กล้าจินตนาการว่าเขาจะเสียใจขนาดไหนถ้าเขาไม่ได้กินอาหารจิตวิญญาณดี ๆ

เขานั่งขัดสมาธและเข้าสู่มิติล่าสัตว์อีกครั้ง

บางทีอาจเป็นเพราะเขาแข็งแกร่งขึ้น เขาจึงชอบสู้กับหมาป่าเขียว

เขาหลับตาลงและสายลมเบา ๆ ก็พัดข้อมูลของสภาพแวดล้อมในรัศมีหลายร้อยเมตรเข้ามา

อืม เขาพบกระต่ายอยู่ 2-3 ตัว

แต่ลู่เจ๋อหมดความสนใจในตัวกระต่ายแล้ว

เขาปล่อยพวกมันไปและหาเหยื่อรายอื่น

ลู่เจ๋อเดินไปด้วยและสัมผัสสภาพแวดล้อมไปด้วย ในเวลาเดียวกัน เขาพบว่าศาสตร์เทพนั้นไม่มีขีดจำกัด

ความแข็งแกร่งและพลังจิตของเขาถูกระบายออกไปเพราะศาสตร์เทพ เนื่องจากลู่เจ๋อยังไม่ใช่หลิงหวู่ เขาจึงไม่สามารถใช้พลังจิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ลู่เจ๋อเดินไปรอบ ๆ ครึ่งชั่วโมงต่อมา เขาพบกระต่ายจำนวนมากและฝูงสุนัขหุ้มเกราะ เขาพบหมาป่าเขียวบางตัวด้วย แต่พวกมันอยู่กันเป็นกลุ่มกลุ่มล่ะ 3 ตัว

ลู่เจ๋อไม่มั่นใจว่าเขาจะสามารถเอาชนะหมาป่าเขียว 3 ตัวพร้อมกันได้

หลังจากเดินต่อไปอีกครึ่งชั่วโมง ดวงตาของลู่เจ๋อก็สว่างขึ้น สายตาของเขาจับจ้องไปยังกอหญ้าที่สูงประมาณ 2 เมตร

หมาป่าเขียวโดดเดี่ยว!

หมาป่าเขียวสังเกตเห็นเขา มันกำลังเดินออกมาจากดงหญ้าอย่างช้า ๆ

หมาป่าตัวนี้ใหญ่กว่าตัวเมื่อวานเล็กน้อย

โดยปกติ ยิ่งสัตว์สายพันธุ์เดียวกันใหญ่กว่าตัวอื่นเท่าไหร่ ก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น

หากเป็นเมื่อวาน ลู่เจ๋อคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน

แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว!

ดวงตาของลู่เจ๋อเฉียบคมและเข้าสู่โหมดต่อสู้

------------------------

จบบทที่ บทที่ 39 ฉัน นักล่าอาหารลู่เจ๋อ

คัดลอกลิงก์แล้ว