เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 มันไม่ใช่กระต่าย!

บทที่ 2 มันไม่ใช่กระต่าย!

บทที่ 2 มันไม่ใช่กระต่าย!


ลู่เจ๋อมองกระต่ายขาวที่กำลังกินหญ้าอย่างสงบ และเริ่มคิดเกี่ยวกับวิธีปรุงอาหารในหัว เขาควรจะนึ่งหรือย่างดี

หลังจากการตัดสินใจที่ยากลำบาก ลู่เจ๋อก็เลือกย่าง แต่แล้วเขาก็พบว่า เขาไม่มีเครื่องปรุงและมันก็ยากที่จะจุดไฟ เพราะรอบ ๆ ตัวเขาสิ่งที่เขาเห็นคือทุ่งหญ้ากว้างไร้ที่สิ้นสุด แม้ว่าเขาจะจุดไฟด้วยฟืนได้ เขาก็ต้องมีฟืนก่อน

ขณะนั้นกระต่ายขาวตัวใหญ่ก็ดูเหมือนจะรับรู้ถึงอะไรบางอย่าง หูยาวของมันตั้งขึ้นด้วยความระมัดระวัง จากนั้นก็เงยหน้าขึ้น

กระต่ายมีดวงตาสีแดงเลือด แม้ว่ามันจะเงยหน้าขึ้นมันก็ยังเคี้ยวหญ้าอยู่ในปาก

มนุษย์และกระต่ายจ้องตากันเป็นเวลานาน ดูเหมือนพวกเขาจะสังเกตเห็นความคล้ายคลึงกันบางอย่างจากดวงตาของอีกฝ่าย และยืนยันได้ว่าพวกเขาทั้งคู่รักอาหารรสเลิศ แต่ลู่เจ๋อคิดว่าความปรารถนาของกระต่ายมุ่งไปที่หญ้าไม่ใช่เขา

จนกระทั่งเมื่อเขาเห็นปากเล็ก ๆ นั้นอ้าออก เผยให้เห็นฟันขาวที่สะท้อนแสงเย็น ๆ เรียงเป็นแถว ลู่เจ๋อก็รู้แล้วว่าเขาคิดผิด

มันไม่ใช่กระต่ายแน่นอน!

กระต่ายตัวน้อยสีขาวน่ารักมาก ฟันจะแหลมคมขนาดนี้ได้ยังไง?!

เมื่อลู่เจ๋อรู้สึกได้ถึงเจตนาชั่วร้ายจากกระต่ายขาว เขาก็ก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว

เขามาจากโลกแม่ที่รักสงบ แม้ว่าเขาจะชอบกิน แต่เขาก็ไม่เคยฆ่าไก่ด้วยซ้ำ เมื่อเขารู้สึกได้ถึงออร่าชั่วร้ายจากกระต่ายขาว เขาก็เริ่มไม่แน่ใจ

สำหรับเจ้าของร่างเดิม ลู่เจ๋อรู้จากความทรงจำว่าเขามีพรสวรรค์ด้านศิลปะการต่อสู้ไม่ดีนัก หมัด ท่าเท้า และดาบ ล้วนพึ่งอยู่ในขั้นเริ่มต้น นอกจากนี้เขายังไม่มีประสบการณ์ต่อสู้จริง

ลู่เจ๋อกำหมัดแน่นและจ้องไปที่กระต่ายอย่างดุร้าย 'ถ้าคุณเจอเสือ คุณต้องไม่แสดงความกลัวออกมา ถ้าคุณจ้องตามันอย่างดุร้าย อย่างน้อยคุณก็ตายอย่างมีเกียรติ'

ลู่เจ๋อไม่เคยเจอเสือมาก่อน แต่กระต่ายตัวใหญ่นี้ก็มีขนาดเกือบเท่าหมาป่า…มันควรจะถือว่าเป็นสัตว์ร้ายได้ใช่ไหม?

ชายหนุ่มและกระต่ายจ้องมองกัน ออร่าของกระต่ายเข้มข้นขึ้น แต่มันก็ระวังตัวมากและยังไม่โจมตีทันที ในขณะเดียวกันเหงื่อก็ผุดขึ้นที่หน้าผากของลู่เจ๋อ เขาเรียนรู้เทคนิคท่าเท้าขั้นพื้นฐานซ้ำแล้วซ้ำเล่าในความคิดของเขา การวิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ดูเหมือนเป็นหนทางที่ถูกต้อง

ลู่เจ๋อรู้สึกกดดันอย่างมากจากการถูกจ้องด้วยดวงตาสีแดงเลือดของกระต่าย เม็ดเหงื่อจำนวนมากผุดขึ้นที่หน้าผาก ปากของเขารู้สึกแห้ง

ขณะนั้น ขาหลังอันทรงพลังของกระต่ายก็ดีดไปที่พื้นทำให้มีเสียงฟุ่บเบา ๆ เศษหญ้าและดินปลิวขึ้นไปบนท้องฟ้า ขณะที่กระต่ายยักษ์กลายเป็นลำแสงสีขาวพุ่งเข้าใส่ลู่เจ๋ออย่างรวดเร็ว

ช่องว่างระหว่างพวกเขาปิดลงหลายสิบเมตรในเวลาเพียงไม่กี่วินาที กระต่ายยักษ์เข้าใกล้ลู่เจ๋อ อุ้งเท้าที่อ่อนนุ่มและน่ารักแต่เดิมของมันกลายเป็นเคียวยมฑูต เฉือนเข้าที่หน้าอกของลู่เจ๋อ

ลู่เจ๋อเม้มปากและบังคับตัวเองให้มีสติภายใต้การครอบงำของกระต่าย เขาย่ำเท้าขวาลงบนพื้นโดยไม่รู้ตัว บิดเอวและเอนตัวไปทางซ้าย

แควก!

มีรอยกรีดบาง ๆ และกรงเล็บกระต่ายก็ได้ตัดผ่านชุดนอนของลู่เจ๋อเหมือนตัดกระดาษ ทิ้งรอยแผลตื้น ๆ ไว้ที่หน้าอกของเขา เลือดไหลซึมออกมาจากบาดแผล

ก่อนที่ลู่เจ๋อจะทันได้พ่นลมอย่างโล่งอก กระต่ายยักษ์ก็ร่อนลงพื้นและบิดตัวพุ่งเข้ามาอีกครั้ง

“เชี่ย!”

ความเจ็บปวดและความอัปยศอดสูทำให้ดวงตาของลู่เจ๋อเย็นชา เขาจะโดนกระต่ายรังแกได้ยังไง!

มันแค่ตัวใหญ่กว่ากระต่ายทั่วไปเล็กน้อย มีฟันสวย ๆ และกรงเล็บที่แหลมคม!

คำเดียว…สู้!

เจ้าของร่างเดิมไม่ใช่อัจฉริยะ แต่อย่างน้อยเขาก็ฝึกศิลปะการต่อสู้และการบำเพ็ญ

บำเพ็ญระดับแรก ‘นักรบป้องกันตัว’ แบ่งออกเป็น 9 ขั้นของการปรับแต่งร่างกาย นอกจากการบำเพ็ญแล้วยังสามารถเสริมด้วยการกินเนื้อสัตว์วิเศษเพื่อปรับแต่งพลังงานและกระจายมันไปทั่วร่างกาย

9 ขั้นของการปรับแต่งร่างแบ่งเป็น ผิวหนัง เส้นเอ็น กระดูก ไขกระดูก อวัยวะภายใน เส้นลมปราณ 12 เส้น เส้นลมปราณพิเศษ 8 เส้น รวมทั้งเส้นเหรินและตู้ ทั้งหมดนี้เป็นการเตรียมความพร้อมร่างกายเพื่อให้ดึงพลังจิตวิญญาณมาพัฒนาตัวเองในอนาคต

ลู่เจ๋อไม่ใช่อัจฉริยะ แต่อย่างน้อยเขาก็สูงกว่าค่าเฉลี่ย ครอบครัวของเขาไม่เคยขาดเนื้อสัตว์วิเศษ ดังนั้นเขาจึงเป็นนักรบป้องกันตัวระดับ 4 และได้เริ่มปรับแต่งกระดูกไปแล้ว

เมื่อเผชิญกับการโจมตีที่รวดเร็วของกระต่าย เขารู้สึกประหม่าเล็กน้อย เขาแทบจะไม่สามารถหลบมันได้ แต่ถ้าเขาสงบลง บางทีเขาอาจจะชนะและได้กินมัน

เมื่อมองกระต่ายขาวที่พุ่งเข้ามาอีกครั้ง ลู่เจ๋อก็สงบลง ดวงตาของเขาเย็นชา ขณะที่เขาส่งพลังไปที่ขาเล็กน้อย และหลบการโจมตีของมันอีกครั้ง

สิ่งที่แตกต่างในครั้งนี้คือขณะที่เขาหลบ เขากำหมัดขวาเอาไว้แน่นและบิดเอวเพื่อปลดปล่อยพลังหมัดเข้าใส่ข้างลำตัวของกระต่าย

ตูม!

กระต่ายขาวถูกกระแทกบินออกไปไกลถึง 5 เมตร

ลู่เจ๋อแสยะยิ้ม “หึ กระต่ายยังไงก็เป็นกระต่าย ไม่ว่ามันจะใหญ่แค่ไหน พวกมันก็ยังอ่อนแอและ…เชี่ย!”

พูดได้เพียงครึ่งประโยคลู่เจ๋อก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อกระต่ายพลิกตัวกลับขึ้นมาและพุ่งเข้าใส่เขาอีกครั้ง

เมื่อกี้หลู่เจ๋อต่อยแบบไม่ออมแรงเลย แม้ว่าเขาจะต่อยใส่หิน หมัดนั้นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้หินแตก กระต่ายตัวนี้ทำจากเหล็กรึเปล่า!

เมื่อเห็นกระต่ายขาววิ่งเข้ามาหาเขาอีกครั้ง มุมปากของลู่เจ๋อก็กระตุก เขาคิดว่าถ้าหมัดเดียวไม่พอก็สิบหมัด หนึ่งร้อยหมัด หนึ่งพันหมัด…วันนี้ฉันจะระเบิดหัวกระต่ายของแก!

ดังนั้นลู่เจ๋อจึงกระโดดพุ่งเข้าใส่กระต่าย

ชายหนุ่มและกระต่ายยังคงปะทะกัน หนึ่งหมัดหนึ่งกรงเล็บ คนหนึ่งเป็นนักรบมือใหม่อ่อนด๋อย อีกหนึ่งเป็นกระต่ายอ่อนแอ มันเป็นฉากเหมือนมือใหม่ทะเลาะกัน

หลังจากปะทะกันมากกว่าหนึ่งร้อยกระบวนท่า หมัดของลู่เจ๋อก็ทุบลงบนหัวของกระต่ายขาว มีเสียงดัง ปัง! และกระต่ายขวาก็ร่วงลงไปที่พื้นอย่างนุ่มนวล หัวของมันแตกกระจายเป็นชิ้น ๆ มันตายทันที

ลู่เจ๋อได้รับชัยชนะในที่สุด แม้ว่าเขาจะมีบาดแผลบนร่างกายและเสียเลือดไปบ้าง แต่ก็ไม่มีอะไรร้ายแรง

เขาใช้หมัดทุบเข้าที่หัวของกระต่ายยักษ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในที่สุดก็ฆ่ามันได้

หลู่เจ๋อเอามือยันเข่าหอบหายใจไม่หยุด เขามองไปที่ศพกระต่ายและบ่นในใจ ‘พลังป้องกันของกระต่ายตัวนี้แข็งแกร่งเกินไป เขาต้องใช้มากกว่าร้อยหมัดเพื่อฆ่ามัน ถ้าการต่อสู้ยืดเยื้อกว่านี้ กลัวว่าเขาคงจะเป็นฝ่ายที่ถูกฆ่าเสียเอง’

แต่ทันใดนั้นร่างของกระต่ายก็กลายเป็นฝุ่น โดยเหลือไว้เพียงลูกแก้วสีแดงขนาดเท่าผลเชอร์รี่ 2 ลูก

ลูกแก้วเปล่งแสงสีแดงจาง ๆ ทำให้มันโดดเด่นบนกองขี้เถ้า

ลู่เจ๋อมองลูกแก้วทั้ง 2 ด้วยดวงตาเป็นประกาย เป็นไปได้ไหมที่การฆ่าสัตว์ในโลกนี้จะดรอปไอเทม?

เขาเดินไปหยิบลูกแก้วขึ้นมา พวกมันไร้น้ำหนัก แต่ให้ความรู้สึกอบอุ่น

---------------------------------------

จบบทที่ บทที่ 2 มันไม่ใช่กระต่าย!

คัดลอกลิงก์แล้ว