เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 211 เด็กน้อย! เจ้าคือนักสู้ปราณก่อกำเนิดหรือ?

ตอนที่ 211 เด็กน้อย! เจ้าคือนักสู้ปราณก่อกำเนิดหรือ?

ตอนที่ 211 เด็กน้อย! เจ้าคือนักสู้ปราณก่อกำเนิดหรือ?


“ถูกแล้ว, ข้ามาที่นี่ก็ด้วยเหตุนี้”

ผู้เฒ่าหนานกงให้คำตอบยืนยันหลังจากเขาถวายความเคารพจุนอู๋โหย่วฮ่องเต้

“โห!, ยินดีด้วย ผู้เฒ่าซงและผู้เฒ่าเหอ!”

เซี่ยถู เซี่ยนิ่วและตระกูลของพวกเขารู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก แม้แต่ประมุขตระกูล เซี่ยเทายังเลิกทำเป็นลมหมดสติไปด้วย เขารีบออกมาทันทีด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า ขณะที่แสดงความยินดีกับผู้เฒ่าซงและผู้เฒ่าเฮ่อ แม้ว่าผู้เฒ่าซงและผู้เฒ่าเฮ่อจะดูสงบในภายนอก แต่ลักษณะของเขาก็ดูมีความสุข ฝ่ามือของพวกเขาสั่นเทิ้มด้วยความตื่นเต้นแต่แรกอยู่แล้ว

ได้กลายเป็นสมาชิกของพันธมิตรนักสู้ปราณก่อกำเนิดคือความใฝ่ฝันของนักรบที่มีมาตลอดชีวิต พวกเขารอเวลานี้มายาวนานเหลือเกิน

นักสู้ตระกูลเซี่ยยังคงส่งเสียงยินดีโห่ร้องไม่หยุดและเสียงก็ยังจะดังขึ้นไปอีก

เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหวโดยรอบ

ในทางตรงกันข้าม เหล่านักสู้ของตระกูลเย่ว์กลับหดหู่และหม่นหมองใจ

พวกเขาเกือบจะได้รับชัยชนะของพวกเขาอยู่แล้วหลังจากที่พวกเขาสามารถลดขวัญกำลังใจของศัตรูพวกเขาอย่างยากลำบาก พวกเขาสูญเสียโอกาสที่จะเอาชนะศัตรู เนื่องจากการมาเยือนของนักสู้ปราณก่อกำเนิด ผู้เฒ่าหนานกง

เย่คงและเจ้าอ้วนไห่รู้สึกกังวลในใจพวกเขาอย่างมาก ถ้าศัตรูของพวกเขาไดัรับคัดเลือกให้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรนักสู้ปราณก่อกำเนิด อย่างนั้นพวกเขาจะเปิดตัวโต้ตอบอย่างรุนแรงแน่ ในตอนนั้นเย่ว์หยางคงจะตกอยู่ในอันตรายแน่นอน ผู้ใดจะกล้าขวางในเมื่อนักสู้ปราณก่อกำเนิดต้องการโจมตีโต้กลับ? นักสู้ปราณก่อกำเนิดสามารถฆ่าคนทุกคนที่เขาต้องการก็ได้ ถ้ามีบางคนยั่วยุพวกเขาแม้ว่าพวกเขาจะไม่มีสิทธิ์และเหตุผล ความคงอยู่ของนักรบธรรมดาก็เป็นเหมือนมดในสายตาของนักสู้ปราณก่อกำเนิด

พวกเขาเชื่อว่าเย่ว์หยางคงจะได้เป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดสักวันในอนาคตแน่นอน เย่คงและเจ้าอ้วนไห่ไม่เคยสงสัยในความสามารถของเย่ว์หยางเมื่อดูจากอัจฉริยภาพของเขา

อย่างไรก็ตาม จะกลายเป็นข้อเสียเปรียบสำหรับเย่ว์หยางขณะที่พวกเขาพบว่าสถานการณ์เป็นไปแบบนี้

ถ้าจุนอู๋โหย่วและคนที่เหลือไม่อยู่ต่อหน้าในตอนนี้ เย่คงและคนอื่นๆ คงจะรีบออกไปพาเย่ว์หยางหนีไปทันที

ขณะที่ยังมีชีวิตก็ย่อมมีความหวัง!

การสู้กับศัตรูเป็นการกระทำสุดท้ายที่เย่ว์หยางควรจะทำ เย่ว์หยางจะไม่มีปัญหากับการท้าสู้กับผู้เฒ่าซงและผู้เฒ่าเฮ่อ ถ้าเขาฝึกฝนอย่างหนักเป็นเวลาหลายสิบปี

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ เย่ว์หยางยังอายุน้อยเกินไปและยังใช้เวลาฝึกฝนมาไม่พอ แม้ว่าเขาจะมีพรสวรรค์มาก พลังต่อสู้ของเขาก็ยังไม่อยู่ในระดับเดียวกับผู้เฒ่าที่กับฝึกฝนมานานถึง 200-300 ปี

“ยินดีจริงๆ ที่ได้พบกับท่าน ท่านหนานกง” ผู้เฒ่าซงและผู้เฒ่าเฮ่อคุกเข่าและทักทายผู้เฒ่าหนานกงท่ามกลางความตื่นเต้นและเสียงปรบมือแสดงความยินดีสนั่นหวั่นไหวจากกลุ่มนักสู้ของตระกูลเซี่ย

แม้ว่าผู้เฒ่าซงและผู้เฒ่าเฮ่อจะมีฐานะที่สูงส่งในหมู่นักสู้ทั่วไป แต่พวกเขาก็ยังไม่มีทางขึ้นชั้นไปเทียบเคียงกับผู้เฒ่าหนานกงได้

ผู้เฒ่าหนานกงเป็นประธานสมาชิกสภาพันธมิตรปราณก่อกำเนิด เมื่อพันปีที่แล้ว ท่านเป็นผู้ส่งคำเชิญนักสู้ปราณก่อกำเนิดในทวีปมังกรทะยานให้เข้ากับพันธมิตรปราณก่อกำเนิด ชิงซงและเฮย์เฮ่อมีอายุแค่เพียงสองร้อยห้าสิบปีถือว่ายังเป็นเด็กน้อยเมื่อเทียบกับผู้เฒ่าหนานกง

นักสู้ของตระกูลเซี่ยระเบิดเสียงโห่ร้องดังสนั่น ขณะที่พวกเขาเห็นผู้เฒ่าหนานกงยื่นมือออกมาประคองให้ผู้เฒ่าซงและผู้เฒ่าเฮ่อลุกขึ้น

เป็นไปตามคาด ผู้ที่เขาเชื้อเชิญก็คือผู้เฒ่าซงและผู้เฒ่าเฮ่อที่มีทรงพลังมากที่สุด

ตอนแรก ทุกคนยังคงกังวลเล็กน้อย ขณะที่ยังมีนักรบที่มีพรสวรรค์และทรงพลังหลายคนในฝั่งของตระกูลเย่ว์ ตัวอย่างเช่น มีราชันย์ฟ้าบูรพาผู้มีพลังใกล้ถึงนักสู้ระดับ 8

ชิงซงและเฮย์เฮ่อรู้สึกสัมผัสได้ว่าพวกเขากำลังจะร้องไห้ สวรรค์ส่งเสริมปณิธานคนที่ฝึกฝนมาอย่างหนักจริงๆ ในที่สุดพวกเขาก็ได้รับผลตอบสนองหลังจากที่พวกเขาอดทนฝึกฝนมามากกว่าสองร้อยปี โลกของนักสู้ปราณก่อกำเนิดก็เปิดประตูต้อนรับพวกเขาในที่สุด พวกเขาเดินตามเส้นทางนักสู้ปราณก่อกำเนิดมานานกว่าสองร้อยปี

ตั้งแต่พวกเขายังอายุน้อยจนกระทั่งพวกเขาผมขาวโพลนขณะที่พวกเขาอายุมากขึ้นทุกที พวกเขาเหมือนเป็นทาสจนกระทั่งถึงวันนี้ เป็นวันที่พวกเขาได้พบผู้ส่งคำเชิญอย่างผู้เฒ่าหนานกง ขณะที่พวกเขาคิดอยู่นั้น ผู้เฒ่าทั้งสองตัวสั่นรู้สึกถึงอารมณ์ที่หลากหลาย พวกเขาคุกเข่าลงกับพื้นและมองหน้ากันและกันด้วยน้ำตาคลอเบ้าเหมือนกับว่าพวกเขากำลังกอดกันและกันร้องไห้ด้วยความปลาบปลื้มใจ

อย่างไรก็ตาม ผู้เฒ่าหนานกงพูดคำบางคำอย่างสุภาพ แต่ทำให้ทุกคนถึงกับตะลึง

“พวกท่านเป็นใครกัน? ข้าขอโทษจริงๆ ข้าคิดว่าทั้งสองท่านคงจะเข้าใจผิดเล็กน้อย!”

คำพูดเหล่านี้เหมือนฟ้าผ่ายามกลางวันแสกๆ

ชิงซงและเฮย์เฮ่อผิดหวังอย่างมาก เป็นไปได้หรือที่ผู้เฒ่าหนานกงไม่ได้มาที่นี่เพื่อส่งคำเชิญให้เขา?

เสียงโห่ร้องดีใจจากตระกูลเซี่ยหยุดชะงักทันที

ทุกคนตกอยู่ในความเงียบ

เงียบเหมือนกับสถานที่นี้ทั้งหมดมีแต่คนตาย นักรบเกือบทั้งหมดจ้องมองผู้เฒ่าหนานกงพลางคิดว่าพวกเขาไม่เข้าใจคำพูดของเขาไม่ว่าพวกเขาจะพยายามคิดหาคำตอบมากเพียงไรก็ตาม

ผู้เฒ่าหนานกงไม่ได้มาที่นี่เพื่อส่งคำเชิญชิงซงและเฮย์เฮ่อหรือ?

ราชันย์ฟ้าบูรพามีความสงสัยปรากฏอยู่เต็มสีหน้าไม่อาจอดทนมองดูสถานการณ์เฉยๆ ได้ถึงกับเต้นผางทันทีที่ได้ยินคำพูดของผู้เฒ่าหนานกง

“ท่านไม่ได้มาที่นี่เพื่อเชิญพวกเขาเข้าร่วมพันธมิตรปราณก่อกำเนิดหรอกหรือ?”

“พลังและความสามารถของพวกเขานับว่าไม่เลว แต่ว่าพวกเขายังจำเป็นต้องฝึกหนักขึ้น ขณะที่ยังมีช่องว่างขนาดใหญ่สำหรับพวกเขาที่จะไปให้ถึงระดับปราณก่อกำเนิดได้”

ผู้เฒ่าหนานกงส่ายหน้าน้อยๆ ขณะที่เขากวาดสายตาผ่านชิงซงและเฮย์เฮ่อ การปฏิเสธของเขาทำให้นักรบตระกูลเซี่ยผิดหวังแม้แต่ผู้เฒ่าซงและผู้เฒ่าเฮ่อถึงกับทรุดตัวเป็นลม จากนั้นเขาผงกศีรษะเบาๆ พูดว่า

“ข้ามาที่นี่เพื่อเชิญคนอื่น”

ราชันย์ฟ้าบูรพาตะโกนลั่น “หา!” มันเป็นคำตื่นเต้นที่สุดที่เขาเคยได้ยินมา

เขาปรบมือและตะโกนใส่ชิงซงและเฮย์เฮ่อที่เป็นลมอยู่ว่า

“พวกเจ้าเคยได้ยินเรื่องราวของเต่าแก่มาบ้างไหม? ข้าจะเล่าให้พวกเจ้าฟังก็ได้ เนื่องจากข้ากำลังดีใจมากๆ กาลครั้งหนึ่ง ยังมีเต่าแก่สองตัวอยู่ในโลกนี้ พวกมันมักจะเห็นภาพหลอนความสำเร็จของตัวเองอยู่เสมอ พวกมันเอาแต่อยู่ภายใต้โลก ไม่รู้อะไรในโลก ช่างหน้าด้านคิดเอาเองว่าพวกมันสามารถปีนออกมาและบินไปในท้องฟ้าได้ พวกเจ้าคิดว่าพวกมันยังจะบินได้หรือ? เป็นไปได้ไหมที่พวกมันจะบินได้ด้วยใบหน้าหนาๆ ของพวกมัน? ขอแสดงความยินกับผู้เฒ่าซงและผู้เฒ่าเฮ่อที่ได้รับเชิญเข้าร่วมเป็นพันธมิตรปราณก่อกำเนิด ฮ่าฮ่าฮ่า! นี่นับเป็นข่าวดีที่ยิ่งใหญ่แน่นอน! ข้าจะขอเป็นตัวแทนอาณาจักรเทียนหลอแสดงความยินดีกับเต่าทั้งสองตัวที่จะได้บินสูงขึ้นไปบนท้องฟ้า ไม่สิ ข้าต้องแต่งบทกวีแสดงความตื่นเต้นของข้าต่อความไร้ยางอายของเต่าผู้ไร้เทียมทาน ไม่มีใครสามารถเอาชนะพวกมันขณะที่พวกมันปลดปล่อยความโง่เง่าออกมา!”

เฟิงขวงรับลูกต่อ

“กองทัพอาณาจักรต้าเซี่ยก็อยากจะแสดงความยินดีกับพวกท่านทั้งคู่หลังจากราชันย์ฟ้าบูรพายินดีไปแล้ว!”

อาจารย์จิ้งจอกเฒ่าไม่อาจทนอยู่เฉยๆ ได้ เขาผงกศีรษะและพูดว่า

“สถาบันฉางชุนเฉิงทั้งหมดอยากจะขอแสดงความยินดีกับผู้เฒ่าซงและผู้เฒ่าเฮ่อจนถึงแดนยมโลกเอ๊ย.. หมายถึงการที่ท่านได้รับเกียรติเข้าถึงชั้นปราณก่อกำเนิด”

แม้ว่าเฟิงเสี่ยวหวินและเสวี่ยเวิ่นเต้าจะไม่พูดอะไรสักคำ แต่พวกเขาพยายามกลั้นหัวเราะอย่างหนักและไม่แสดงอาการออกมา เพราะมันเป็นความผิดพลาดที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน

เหยียนเชียนจ้งก็ได้สนับสนุนให้ผู้เฒ่าซงและผู้เฒ่าเฮ่อแสดงอำนาจของเขา แต่ตอนนี้ เขาอยากเอาปี๊บคลุมหน้าไม่อาจทนมองใครได้อีกต่อไป

แม้แต่เขาก็รู้สึกอับอายแทนผู้เฒ่าทั้งสอง

ถ้าเขารู้เร็วกว่านี้ เขาคงปฏิเสธที่จะตีสนิทกับตระกูลเซี่ยอย่างแน่นอน พวกเขาเป็นสหายที่ล้มเหลว เหยียนเชียนจ้งลอบตกลงใจว่าคงต้องแยกทางกัน เขาตัดสินใจตัดความสัมพันธ์กับตระกูลเซี่ย ไม่ต้องอาศัยความสัมพันธ์ลับๆ ของพวกเขา ดูเหมือนว่าตระกูลเซี่ยจะตกต่ำอย่างหนักหลังจากผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้และจะไม่สามารถแตะต้องตระกูลเย่ว์ได้อีกต่อไป มีผู้เยาว์ที่มีพรสวรรค์หลายคนถือกำเนิดขึ้นมาในตระกูลเย่ว์ เห็นได้ชัดว่า ตระกูลเหยียนยังคงต้องเป็นตระกูลในลำดับที่สี่ต่อไปโดยที่ชะตาของพวกเขา คงไม่สามารถเอาชนะเหนือตระกูลเย่ว์ได้

“นอกจากแสดงความยินดีกับผู้เฒ่าซงและผู้เฒ่าเฮ่อแล้ว ตระกูลเย่ว์ยังอยากจะแสดงความขอบคุณที่พวกท่านทั้งสอง แสดงน้ำใจให้เสี่ยวซานของเราเห็นว่ารุ่นผู้เยาว์ควรจะประพฤติตัวเช่นไร พวกท่านทั้งคู่สั่งสอนได้ดีจริงๆ!”

ผู้เฒ่าเย่ว์ไห่หัวเราะชอบใจพลางปรบมือประชด จุนอู๋โหย่ว, อาจารย์จิ้งจอกเฒ่า, เฟิงขวงและเขารู้ผลลัพธ์อยู่ก่อนแล้ว พวกท่านแค่ทนอยู่เงียบๆ และเริ่มตอบโต้อย่างเจ็บแสบหลังจากผู้เฒ่าซงและผู้เฒ่าเฮ่อสูญเสียความภาคภูมิใจและเพื่อข่มความเย่อหยิ่งของพวกเขาด้วย

นักรบตระกูลเย่ว์ต่างก็ปรบมืออย่างสุดกำลัง เสียงโห่ร้องดังกว่าที่ตระกูลเซี่ยเคยทำถึงสิบเท่า

ตอนนี้นักสู้จากตระกูลเซี่ยปรารถนาจะแทรกแผ่นดินไปหลบอยู่เนื่องจากความขายหน้าครั้งใหญ่นี้

ผู้เฒ่าชิงซงและผู้เฒ่าเฮย์เฮ่อ ผู้อยู่อย่างสบายมาทั้งชีวิตและมีผู้คนคอยป้อยอเอาใจพวกเขามาตลอดชีวิต ยังแทบไม่อาจทนรับสถานการณ์อัปยศครั้งนี้ได้ ทั้งสองคนทั้งรู้สึกโกรธและอับอายไปพร้อมกัน ขณะที่พวกเขาโกรธจัด พวกเขาไม่สามารถควบคุมอารมณ์และลมหายใจของตนเองได้ ทำให้รู้สึกมึนงงและเลือดก็พุ่งออกมาจากคอพวกเขา

ทั้งสองกระอักโลหิตออกมาเป็นลำยาว

พอทั้งสองกระอักโลหิตออกมาแล้วก็ล้มลงกับพื้นแทบจะพร้อมกัน

ตอนแรก เซี่ยเทาต้องการจะวิ่งออกไปช่วยประคองหลังผู้เฒ่าชิงซงและผู้เฒ่าเฮย์เฮ่อ แต่เซี่ยถูดึงเสื้อผ้าของเขาเบาๆ และเกลี้ยกล่อมเขา

ชิงซงและเฮย์เฮ่อจบสิ้นแค่นี้แล้ว พวกเขาสูญเสียความภาคภูมิใจไปแล้ว ถ้าตระกูลเซี่ยสนิทกับเขามากไป พวกเขาอาจจะถ่วงตระกูลเซี่ยตกต่ำไปด้วย ที่สำคัญยิ่งกว่า เนื่องจากผู้เฒ่าหนานกงไม่ได้มาที่เพื่อเชิญชิงซงและเฮย์เฮ่อ อย่างนั้นบางทีเขาคงมาเชิญนักสู้จากตระกูลเย่ว์ก็ได้ ผู้ที่เป็นไปได้มากที่สุดน่าจะเป็นองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนมีแนวโน้มมากที่สุดในอนาคต

แม้ว่าองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนจะยังไม่มีความแข็งแกร่งระดับนักสู้ปราณก่อกำเนิด แต่นางมีพรสวรรค์อยู่แล้ว คงไม่เป็นปัญหาสำหรับนางที่จะบรรลุขอบเขตปราณก่อกำเนิดได้

ผู้เฒ่าหนานกงชื่นชอบคนที่มีพรสวรรค์ ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะมาเชิญนางล่วงหน้า

เมื่อผู้เฒ่าหนานกงเดินตรงมาที่องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน เซี่ยถูพยักหน้าแอบคิดว่าเขาเดาได้ถูกต้อง

แม้ว่าผู้เฒ่าซงและผู้เฒ่าเฮ่อทั้งคู่จะเป็นนักสู้ระดับ 8 ชั้นกลาง แต่ศักยภาพของเขามาถึงขีดจำกัดแล้ว พวกเขาชราแล้ว ที่สำคัญยิ่งกว่า พวกเขาไม่มีความก้าวหน้ามานานกว่าสิบปีแล้ว ถ้าผู้เฒ่าหนานกงพิจารณเลือกเขาไว้ เขาน่าจะมาเชิญผู้เฒ่าทั้งสองไปก่อนหน้านั้นแล้ว ขณะที่เซี่ยถูรำลึกเรื่องเหล่านี้ในตอนนี้

เขารู้สึกว่าตระกูลเซี่ยดีใจเร็วเกินไป แค่เพียงพวกเขาเริ่มบุกโจมตีตระกูลเย่ว์ในเวลานี้ พวกเขาลงมือเคลื่อนไหวก่อนที่จะทำการสอบสวนที่นำไปสู่การพลาดพลั้งอย่างคาดไม่ถึง แม้ว่าตระกูลเซี่ยจะมีคนหนุนหลังพวกเขา แต่ก็ยังมีช่องว่างขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับตระกูลเย่ว์ที่มีรากฐานที่แข็งแกร่ง ไม่ต้องพูดถึงในด้านอื่นๆ เอาแค่เปรียบเทียบประมุขตระกูลทั้งสอง ผู้เฒ่าเย่ว์ไห่ก็ห่างไกลกับเซี่ยเทาสุดกู่เสียแล้ว

ขณะที่เซี่ยถูสังเกตอย่างระมัดระวัง เขาพบว่าแม้แต่รักษาการประมุขตระกูล เย่ว์ซาน ที่ยังคงอยู่ในความสงบและเงียบมาตลอดก็ยังยอดเยี่ยมกว่าและแข็งแกร่งกว่าพี่ชายของเขา

เย่ว์ซานยังคงนิ่งแม้ขณะที่ทุกคนยังส่งเสียงเชียร์ผู้เฒ่าซงและผู้เฒ่าเฮ่อ เทียบเย่ว์ซานกับพี่ชายของเขาแล้วนับว่ายังคู่ควรแก่การเอ่ยถึงอีกหรือ?

แม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะยังไม่จบ เซี่ยถูก็รู้ว่าตระกูลเซี่ยพ่ายแพ้ในศึกนี้เสียแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาพ่ายแพ้ย่อยยับอย่างน่าสมเพช พวกเขาเคลื่อนไหวอย่างกระเหี้ยนกระหือโดยไม่ค้นหาดูความแข็งแกร่งของตระกูลเย่ว์และไม้ตายเด็ดของพวกเขาที่ซ่อนไว้ จากนั้นหลายอย่างก็หลุดมือไป

เซี่ยถูรู้สึกกลัวในใจขณะที่เขามองดูคุณชายสามแห่งตระกูลเย่ว์ผู้มีกลิ่นอายเหมือนกับจ้าวปีศาจ เห็นได้ชัดว่าเจ้าเด็กนี่คงไม่ยอมปล่อยตระกูลเซี่ยอย่างง่ายๆ แน่ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน... ถ้าองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนได้เชิญให้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรปราณก่อกำเนิด ตระกูลเย่ว์ก็จะพลอยมีหน้ามีตาไปด้วย ตอนนี้ตระกูลเซี่ยตกอยู่ในอันตรายแล้ว

เซี่ยถูหลับตาลงอย่างเจ็บปวด

“ข้าเหรอ? ท่านกำลังตามหาข้าเหรอ? ข้าไม่ใช่นักสู้ปราณก่อกำเนิด และข้ายังอยู่ห่างไกลจากระดับนั้น”

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนมองดูผู้เฒ่าหนานกงอย่างตื่นเต้น ขณะที่เขาเดินตรงมายังตำแหน่งที่นางยืนอยู่ นางโบกมือพัลวันและพูดว่า

“ท่านต้องเข้าใจผิดไปแล้ว”

“แม่หนู, มีช่องว่างสำหรับเจ้ากับขอบเขตปราณก่อกำเนิดแน่นอน แต่มันมีเพียงเล็กน้อยมาก เพียงแต่เจ้าไม่รู้วิธีปลดปล่อยพลังปราณก่อกำเนิดเท่านั้นเอง ถ้าหนุ่มน้อยที่อยู่ข้างๆ เจ้า ยินดีจะแนะนำเจ้าให้เกิดความก้าวหน้าได้ ข้าเชื่อว่าเจ้าจะสามารถบรรลุขอบเขตปราณก่อกำเนิดได้นะแม่หนู, ข้าเชื่อว่าวันเวลาที่ข้าจะมาส่งคำเชิญให้เจ้า คงอยู่อีกไม่นานนัก ความจริงวันนี้ ข้ามาที่นี่เพื่อเชิญพ่อหนุ่มที่อยู่ข้างๆ เจ้าต่างหาก”

ผู้เฒ่าหนานกงยิ้มให้องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน จากนั้นเขาจึงผงกศีรษะให้เย่ว์หยางและตามมาด้วยการแสดงมารยาทที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน

“อะไรนะ?”

ไม่เพียงแต่องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนเท่านั้น แม้แต่ทุกคนถึงกับตกตะลึงกันไปทั้งหมด

แน่นอนว่า ทุกคนตกใจกันทั้งหมดยกเว้นจุนอู๋โหย่วฮ่องเต้และผู้เฒ่าเย่ว์ไห่ที่เคยเห็นว่าเย่ว์หยางสังหารถูเฉิงและขวงจั่นที่เป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดได้อย่างไร

ยอดฝีมือตระกูลเซี่ยแทบจะลมจับด้วยความตกใจ ผู้เฒ่าหนานกงมาที่นี่เพื่อส่งคำเชิญคุณชายสามแห่งตระกูลเย่ว์อย่างนั้นหรือ?

เป็น...เป็นไปไม่ได้!

เซี่ยถูรู้สึกว่าหัวใจของเขาแทบแตกเป็นเสี่ยงๆ สำนึกถึงอันตรายที่กำลังปั่นป่วนอยู่ในตัวของเขาทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวอย่างมาก สิ่งที่เป็นไปไม่ได้และน่ากลัวที่สุดเกิดขึ้นแล้ว ตระกูลเย่ว์มีนักสู้ปราณก่อกำเนิด และนักสู้ปราณก่อกำเนิดกลับเป็นคุณชายสามแห่งตระกูลเย่ว์ผู้โหดเหี้ยมอำมหิตและเกลียดชังตระกูลเซี่ย

เวลานี้ตระกูลเซี่ยอาจตกอยู่ในภัยพิบัติจนตระกูลเซี่ยถูกทำลายทั้งหมด เซี่ยถูจำได้ถึงวิธีที่เย่ว์หยางแสดงออกและพูดออกมาและเขาเพิ่งจะตระหนักได้ว่าเจ้าเด็กนี่อาจเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิด มิฉะนั้น เขาคงไม่หยิ่งผยองและมีความมั่นใจมากขนาดนั้น

ถ้าเป็นแค่ผู้เยาว์ธรรมดาๆ เขาจะกล้าขู่ฆ่าผู้เฒ่าซงและผู้เฒ่าเฮ่อได้อย่างไร?

สายตาของเย่ว์ซานเย็นเยียบ ดูเหมือนเขาจะรู้ความจริงว่าเย่ว์หยางเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดคนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม มือของเขากลับไม่เชื่อฟัง มันสั่นอย่างช่วยไม่ได้เมื่อเขามองดูวิธีที่ผู้เฒ่าหนานกงประเมินเย่ว์หยาง

ราชันย์ฟ้าบูรพาตะลึงงันขณะที่เขามองดูเย่ว์หยาง เขาทำอะไรไม่ถูกอยู่นาน

ทันใดนั้น เขาวิ่งเขาหาเย่ว์หยางแล้วจับปกคอเสื้อเย่ว์หยางยกขึ้น คำรามใส่เย่ว์หยางราวกับปีศาจ

“เด็กน้อย! เจ้าเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดเหรอ?”

ที่มา : https://writer.dek-d.com/tanay2507/story/viewlongc.php?id=1429532&chapter=230

จบบทที่ ตอนที่ 211 เด็กน้อย! เจ้าคือนักสู้ปราณก่อกำเนิดหรือ?

คัดลอกลิงก์แล้ว