เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ข้าอยู่บ้านร้อยปีก็เข้าสู่วิถีไร้เทียมทาน ตอนที่ 110 นังผู้หญิงหลงทาง ออกไป อย่าเข้ามาใกล้ข้าเด็ดขาด!

ข้าอยู่บ้านร้อยปีก็เข้าสู่วิถีไร้เทียมทาน ตอนที่ 110 นังผู้หญิงหลงทาง ออกไป อย่าเข้ามาใกล้ข้าเด็ดขาด!

ข้าอยู่บ้านร้อยปีก็เข้าสู่วิถีไร้เทียมทาน ตอนที่ 110 นังผู้หญิงหลงทาง ออกไป อย่าเข้ามาใกล้ข้าเด็ดขาด!


ข้าอยู่บ้านร้อยปีก็เข้าสู่วิถีไร้เทียมทาน ตอนที่ 110 นังผู้หญิงหลงทาง ออกไป อย่าเข้ามาใกล้ข้าเด็ดขาด!

ติงเย่วกลายเป็นศูนย์กลางของความสนใจทันทีที่ปรากฏตัว

เขากอดกระบี่ไว้ในอ้อมแขนพร้อมกับยืนอยู่บนยอดเขาที่ไร้ผู้คน เมินเฉยสายตาที่จับจ้องมาโดยรอบ

เขาซ่อนพลังยุทธ์ไว้ เผยเพียงขอบเขตห้วงลี้ลับขั้นแรกเท่านั้น ทำให้เขาดูอ่อนแอในสายตาของคนอื่น ราวกับว่าใครก็ตามสามารถบดขยี้เขาให้ตกตายได้

บนยอดเขาสำนักภูเขาเก้ากระบี่ อิ้งเจี้ยนคงเหลือบมองติงเย่วชั่วครู่ เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเลิกสนใจเขาทันที

ในสายตาของเขา ติงเย่วเป็นเพียงขยะที่ถูกไล่ออกจากสำนักภูเขาเก้ากระบี่

หญิงงามที่อยู่ข้างกายของอิ้งเจี้ยนคงก็มองไปที่ติงเย่วแล้วขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความรังเกียจ

ติงเย่วสังเกตเห็นอิ้งเจี้ยนคงและคนรักในวัยเด็กมองมาที่เขา

แต่ตอนนี้ เขาไม่รู้สึกอะไรแล้ว

เขาได้ทะลวงผ่านวิถีแห่งกระบี่ขั้นแรก เขาลืมคนรักของเขาไปหมดสิ้นแล้ว!

ส่วนขั้นที่สอง เขาเชื่อว่าน่าจะไปถึงได้ในไม่ช้า ถึงตอนนั้นเขาจะปฏิบัติต่อหญิงงามเฉกเช่นคนทั่วไป ไม่ถูกครอบงำด้วยความงดงามของพวกนาง

ติงเย่วนั้นเป็นคนอ่อนแอ อย่างน้อยก็บนผิวเผิน

...

ในโลกนี้ไม่ขาดแคลนคนประจบสอพลอ ติงเย่วที่ได้ยึดครองยอดเขาที่สงวนไว้สำหรับสำนักศาลาบุปผาเหิน ดังนั้นจึงอยากมีคนบึ่งไปรีบสอนบทเรียนให้แก่ติงเย่วเพื่อประจบประแจงสำนักศาลาบุปผาเหิน

ร่างหนึ่งบินไปหาติงเย่วจากภูเขาที่อยู่ใกล้เคียง

“ไอ้หนู นี่ไม่ใช่ที่สำหรับคนอย่างเจ้า นี่คืออาณาเขตที่สงวนไว้สำหรับพวกนางสวรรค์ของสำนักศาลาบุปผาเหิน มดปลวกเช่นเจ้ากำลังจะแปดเปื้อนลูกกะตาของนางสวรรค์ ไม่ต้องรอให้นางสวรรค์ของศาลาบุปผาเหินลงทัณฑ์เจ้า ข้านี่แหละลงทัณฑ์เจ้าเอง”

ชายวัยกลางคนผู้นี้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตจริงแท้ขั้นที่สาม

ขอบเขตจริงแท้ขั้นที่สามถือว่าอ่อนแอที่สุดในบรรดาขุมอำนาจใหญ่ที่อยู่โดยรอบ

เขายกมือขึ้นหมายจะคว้าตัวติงเย่ว

เขาต้องการที่จะบดขยี้กระดูกทั้งร่างของติงเย่วและปล่อยติงเยว่ให้มีชีวิตอยู่ทั้งอย่างนั้น

ทุกคนเหลือบมองอย่างเย็นชา ไม่มีใครหยุดเขา

คนอ่อนแอมาที่นี่ก็เท่ากับรนหาที่ตาย

ทุกคนพากันคิดว่าติงเย่วจะจบเอยในสภาพที่น่าสังเวช แต่ทันใดนั้นก็เกิดแสงเย็นวูบหนึ่ง ชายวัยกลางคนที่โจมตีไม่มีโอกาสแม้แต่จะกรีดร้อง

ร่างของเขาขาดครึ่งกลางอากาศและตกตายคาที่

ติงเย่วยังคงกอดกระบี่ไว้ในอ้อมแขน เก็บงำรักษาท่วงทางเดิมไว้เหมือนเก่า ดูเหมือนกับว่าเขามิได้ขยับแม้แต่นิ้วเดียว

สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไป

นั่นรวมถึงยอดฝีมือขอบเขตกึ่งจักรพรรดิเช่นกัน

ริ้วแสงกระบี่นั้นเร็วเกินไป เมื่อครู่นี้ทุกคนมิได้ให้ความสนใจกับสถานการณ์มากนัก ดังนั้นแม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตกึ่งจักรพรรดิก็ยังมองเห็นไม่ชัดว่าริ้วแสงกระบี่มาจากไหน

ทุกคนจึงมองไปที่สำนักภูเขาเก้ากระบี่โดยปริยาย

ยอดเขาของสำนักศาลาบุปผาเหินอยู่ถัดจากยอดเขาของสำนักภูเขาเก้ากระบี่

ยอดฝีมือจากสำนักภูเขาเก้ากระบี่คนใดเคลื่อนไหวหรือไม่?

หรือเป็นอิ้งเจี้ยนคง?

“เป็นกระบี่ที่รวดเร็วอะไรอย่างนี้!”

ผู้อาวุโสจากสำนักภูเขาเก้ากระบี่มองไปที่ติงเย่วด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

รูม่านตาของอิ้งเจี้ยนคงหดแคบ เขาแลดูตกใจ ติงเย่วเป็นคนที่โจมตีอย่างงั้นหรือ?

นี่จะเป็นไปได้อย่างไร?

หญิงงามข้างกายของอิ้งเจี้ยนคงก็มองไปที่ติงเย่วด้วยความไม่เชื่อสายตา

นางไม่อยากจะเชื่อเลยว่าขยะที่ถูกขับไล่ออกจากสำนักภูเขาเก้ากระบี่นั้นมีความแข็งแกร่งถึงเพียงนี้

ไม่ใช่ว่าเขาอยู่เพียงขอบเขตห้วงลี้ลับขั้นแรกเท่านั้นเองหรือ?

เมื่อเห็นปฏิกิริยาของสำนักภูเขาเก้ากระบี่ ทุกคนจึงตระหนักว่าริ้วแสงกระบี่เมื่อครู่มิได้มาจากสำนักภูเขาเก้ากระบี่

ทว่ามาจากชายหนุ่มคนนั้น

เป็นไปได้อย่างไร?

เขาอายุเท่าไหร่กัน!

เขาอายุน้อยกว่าอิ้งเจี้ยนคงมาก อายุยังน้อยกลับมีพลังมหาศาลถึงเพียงนี้จริงหรือ?

เขายังเป็นมือกระบี่ตั้งแต่อายุยังน้อยและครอบครองแข็งแกร่งที่น่าสะพรึง เขาอาจจะน่ากลัวยิ่งกว่าอิ้งเจี้ยนคงใช่หรือไม่?

ผู้ใดกัน?

"ช่างน่าสนใจ ดูท่ามันจะได้รับโชควาสนาและแข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อย”

อิ้งเจี้ยนคงหัวเราะเบา ๆ “ขยะก็เป็นขยะอยู่วันยังค่ำ ถึงมันเขาจะอาศัยโชควาสนาเพื่อให้แข็งแกร่งขึ้นมาเล็กน้อย แต่ความแข็งแกร่งเพียงเล็กน้อยนี้ก็เป็นขีดจำกัดของมันแล้ว”

ทุกคนพากันมองไปที่อิ้งเจี้ยนคง

อิ้งเจี้ยนคงรู้จักชายหนุ่มคนนั้น?

ติงเย่วเยาะเย้ย “ขยะที่ไปถึงเพียงขอบเขตจริงแท้ขั้นที่เก้าตอนที่อายุห้าสิบปีพยายามจะกล่าววาจาเรื่องขยะกับข้า”

กลิ่นอายรอบตัวของติงเยว่พุ่งพล่านขึ้น ฐานพลังยุทธ์ขอบเขตจริงแท้ขั้นที่เก้าของเขาเผยออกมา

ติงเย่วอายุเท่าไหร่?

ชายหนุ่มที่ยังเด็กอยู่ขนาดนั้นกลับอยู่ในขอบเขตจริงแท้ขั้นที่เก้า

นอกจากนี้ กลิ่นอายของเขายังแข็งแกร่งมากเสีฃยจนทำให้ขอบเขตจริงแท้ขั้นที่เก้าหลายคนรู้สึกถึงความด้อยกว่า

เขาเป็นขอบเขตจริงแท้ขั้นที่เก้าตั้งแต่อายุน้อย แม้นว่าเขาจะอาศัยโชคเพื่อพัฒนาพลังยุทธ์ แต่ความแข็งแกร่งของเขาก็ยังเป็นของจริง

แม้นว่าติงเย่วจะฝึกฝนภายในโลกใบเล็กมานานกว่าสามสิบปี ทว่าเป็นเพราะความสามารถพิเศษของโลกใบเล็ก จึงมีการปรับความต่างของเวลาให้เวลาภายในสอดคล้องเวลาภายนอก ดังนั้นอายุของติงเย่วจึงยังคงคำนวณไปตามอายุขัยของเขาในโลกแห่งความจริง

สีหน้าของอิ้งเจี้ยนคงมืดครึ้มลง แววตาของเขาดูแปลกประหลาด

ติงเย่วมองทุกคนที่อยู่ตรงนั้นอย่างเย็นชาและเยาะเย้ย “เจ้าคิดว่าข้าติงเย่วได้รับโชควาสนาอย่างงั้นหรือ? พวกเจ้าอยากฉกฉวยไปจากข้าอย่างงั้นหรือ?”

“หึ พวกเจ้ามีค่าพอหรือ”

“โชควาสนาที่ข้าได้รับคือโชควาสนาได้พบท่านอาจารย์ของข้า ในสายตาของท่านอาจารย์ พวกเจ้าทุกคนเป็นเพียงขยะ ขยะที่ไม่คู่ควรกับท่านอาจารย์ของข้า!”

คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง เอาแต่ใจ ทำให้สีหน้าของทุกคนดูน่าเกลียด

แต่ไม่มีใครพยายามเคลื่อนไหว พวกเขากำลังคิดไตร่ตรอง พยายามหาตัวตนของอาจารย์ติงเย่ว?

ความจริงที่ว่าอาจารย์ของติงเยว่สามารถบ่มเพาะยอดฝีมือขอบเขตจริงแท้ขั้นที่เก้าได้ในเวลาอันสั้นนั้นเป็นหลักฐานว่าเขาทรงพลังเพียงใด

ขอบเขตจักรพรรดิ?

แผ่นดินหนานโจวมีผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตจักรพรรดิหรือไม่?

อาจารย์ของเขาเป็นคนนอกหรือไม่?

ขุมอำนาจใหญ่ที่ล่วงรู้ความลับบางอย่างของแผ่นดินหนานโจต่างขมวดคิ้วมุ่น ในตอนนี้ยอดฝีมือขอบเขตจักรพรรดิจากแผ่นดินอื่นยังมิได้รับอนุญาตให้เข้าสู่แผ่นดินหนานโจว

คนผู้นั้นจากหอจันทร์ทมิฬพิเศษไม่น้อย เพราะหอจันทร์ทมิฬนั้นทรงพลังมาก นั่นเป็นเหตุผลว่าเหตุใดพวกเขาจึงมีข้อยกเว้นอนุญาตให้คนผู้นั้นเข้าสู่แผ่นดินหนานโจว

บัดนี้เอง กลีบดอกไม้เริ่มโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า กลีบดอกไม้หลากสีร่วงหล่นลงมาและหายไปอย่างไร้ร่องรอย

จิตใจของทุกคนถูกปลุกตื่น ผู้คนจากสำนักศาลาบุปผาเหินมาถึงแล้ว

เมื่อติงเย่วครอบครองยอดเขาของสำนักศาลาบุปผาเหิน หลายคนก็ตื่นเต้น น่าจะมีละครดี ๆ ให้รับชม

จากในระยะไกล มีเรือนร่างงามเดินเฉิดฉายอยู่บนอากาศ ขณะที่นางเดินไปทีละก้าว กลีบดอกไม้ที่สวยงามก็ติดตามนางไปทุกที่

กลีบดอกเหล่านี้เป็นการสำแดงพลังวิญญาณประเภทหนึ่ง ไม่ใช่กลีบดอกจริง

พวกมันถูกสร้างขึ้นมาโดยวิชายุทธ์ของสำนักศาลาบุปผาเหิน และยังเป็นวิธีปกติที่พวกนางประกาศการมาถึง

ผู้ที่มานั้นงามสง่าหาที่เปรียบมิได้

“นั่นคือเทพธิดาแห่งสำนักศาลาบุปผาเหิน หานยิ่งเมิ่ง!”

หลายคนร้องด้วยความประหลาดใจ

ผู้ฝึกยุทธ์อายุน้อยบางคนแสดงท่าทางชื่นชมและเทิดทูน

แม้แต่ดวงตาของอิ้งเจี้ยนคงก็สว่างวาบเมื่อเขาเห็นหานยิ่งเมิ่ง

มีเพียงดวงตาของติงเย่วเท่านั้นที่ไม่เปลี่ยนแปลง!

ไม่ว่าสตรีจะสวยสดงดงามเพียงใด นางก็มิอาจทำให้เขาเสียสมาธิได้

ขั้นที่สองของวิถีแห่งกระบี่กำหนดไว้ว่าหญิงงามมิอาจเบี่ยงเบนความสนใจได้!

ติงเย่วจำมันได้ดี ดังนั้นไม่ว่าจะได้ยินเสียงโห่ร้องแสดงความชื่นชมยินดีจากรอบข้างมากเพียงใด เขาก็ไม่แม้แต่จะเหลือบมองหานยิ่งเมิ่ง

หานยิ่งเมิ่งที่เดินไปพร้อมกับรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ ขณะที่ฟังเสียงโห่ร้องยกย่องชมเชยจากรอบข้าง รอยยิ้มบนใบหน้าของนางก็ยิ่งเบ่งบาน

นางเหยียบย่างอากาศไปยังยอดเขาที่ติงเย่วอยู่ทีละก้าว

นั่นคือภูเขาที่สงวนให้แก่สำนักศาลาบุปผาเหิน

แม้นว่าจะมีคนหนึ่งอยู่ที่นั่นแล้ว และความแข็งแกร่งของเขาก็ไม่ได้อ่อนแอ ทว่านางกลับคิดเพียงว่าเขาเป็นคนที่พยายามประจบประแจงกับสำนักศาลาบุปผาเหินและช่วยให้พวกนางครอบครองยอดเขา บางทีเขาอาจเป็นหนึ่งในผู้ชื่นชม

ติงเย่วขมวดคิ้ว

เมื่อมองไปยังหานยิ่งเมิ่งที่กำลังเหยียบย่างเข้ามาหาทีละก้าว หัวใจของเขารู้สึกมืดมน

“นางกำลังพยายามจะทำอะไร? นางจงใจพยายามดึงดูดความสนใจของข้าอย่างงั้นหรือ”

“นางยิ้มอย่างสดใส นางมาที่นี่เพื่อทำให้ข้าสับสนหรือ?”

“สตรีผู้นี้ช่างน่ารังเกียจ นางต้องพยายามสั่นคลอนหัวใจแห่งเต๋าของข้า พยายามทำให้ข้าตกหลุมรักนางเพื่อหยุดความก้าวหน้าในการตระหนักรู้วิถีแห่งกระบี่ของข้า”

“ข้า ติงเย่ว ปรารถนาบรรลุดินแดนที่ข้าไร้สตรีในหัวใจ ที่ซึ่งข้าสามารถวาดกระบี่และสังหารเทพเซียน ข้าจะถูกรบกวนด้วยสตรีนางหนึ่งได้อย่างไร”

หานยิ่งเมิ่งที่เพิ่งหยั่งเท้าข้างหนึ่งลงบนยอดเขาตอนที่ติงเย่วมองตาขวางแล้วเอ่ยกับนางอย่างเย็นชาว่า "นังผู้หญิงหลงทาง ออกไป อย่าเข้ามาใกล้ข้าเด็ดขาด!”

จบบทที่ ข้าอยู่บ้านร้อยปีก็เข้าสู่วิถีไร้เทียมทาน ตอนที่ 110 นังผู้หญิงหลงทาง ออกไป อย่าเข้ามาใกล้ข้าเด็ดขาด!

คัดลอกลิงก์แล้ว