เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ข้าอยู่บ้านร้อยปีก็เข้าสู่วิถีไร้เทียมทาน ตอนที่ 60 คลื่นใต้น้ำในแผ่นดินหนานโจวลึกสุดหยั่ง

ข้าอยู่บ้านร้อยปีก็เข้าสู่วิถีไร้เทียมทาน ตอนที่ 60 คลื่นใต้น้ำในแผ่นดินหนานโจวลึกสุดหยั่ง

ข้าอยู่บ้านร้อยปีก็เข้าสู่วิถีไร้เทียมทาน ตอนที่ 60 คลื่นใต้น้ำในแผ่นดินหนานโจวลึกสุดหยั่ง


ข้าอยู่บ้านร้อยปีก็เข้าสู่วิถีไร้เทียมทาน ตอนที่ 60 คลื่นใต้น้ำในแผ่นดินหนานโจวลึกสุดหยั่ง

“เช่นนั้นเจ้าต้องการที่จะฟื้นฟูความรุ่งเรืองในอดีตของจักรวรรดิต้าฉินหรือ”

นี่เป็นครั้งแรกที่ฉู่เซวียนรู้สึกว่าความทะเยอทะยานของฉินเค่ออวิ๋นนั้นยิ่งใหญ่ไม่น้อย

นางมีความตั้งใจที่จะรวบรวมแผ่นดินหนานโจวให้เป็นปึกแผ่น

อย่างไรก็ตาม ด้วยความแข็งแกร่งของนาง นางจะทำให้สำเร็จได้อย่างไร?

แม้ว่านางจะฟื้นความแข็งแกร่งของชีวิตในอดีต ทว่านางก็ยังยากที่จะทำได้

บางคนอาจจะไม่ต้องการเห็นจักรวรรดิต้าฉินลุกขึ้นอีกครั้งและรวมแผ่นดินหนานโจวเป็นปึกแผ่น

“ไม่ใช่ ความแข็งแกร่งของผู้น้อยอ่อนแอเกินไป ข้าจะรวมแผ่นดินหนานโจวให้สำเร็จได้อย่างไร” ฉินเค่ออวิ๋นกล่าวอย่างรู้สึกผิด

“ขอบเขตการฝึกฝนของฉินซุนคืออะไร?”

ฉู่เซวียนรู้สึกว่าหากอีกฝ่ายสามารถรวมแผ่นดินหนานโจวเป็นให้เป็นหนึ่งเดียวได้ เขาก็คงจะไม่สามารถทำได้หากเขายังไปไม่ถึงขอบเขตสวรรค์ใช่หรือไม่?

“ข้าไม่รู้” ฉินเค่ออวิ๋นส่ายหัวแล้วกล่าว

นางกลัวว่าฉู่เซวียนจะไม่เชื่อนาง ดังนั้นนางจึงรีบกล่าวเสริมว่า “ข้าเป็นเพียงสัตว์เลี้ยงเท่านั้น ข้าจะรู้ขอบเขตของเจ้านายได้อย่างไร”

เขาถามคำถามทั้งหมดที่ควรจะถามนางไปหมดแล้ว ฉินเค่ออวิ๋นเป็นเพียงมนุษย์ไม่ใช่อสูร ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องสังหารนาง

......

ฉู่เซวียนโบกมือและกล่าวว่า “เจ้าไปได้แล้ว ทำสิ่งที่เจ้าอยากทำ เพียงแค่อย่ามารบกวนข้า”

“นอกจากนี้ อย่าบอกใครเกี่ยวกับข้า!”

“ขะ… ข้าเข้าใจแล้ว!”

ฉินเค่ออวิ๋นรีบลุกขึ้นยืน นางบิดกระโปรงด้วยมือทั้งสองข้างแล้วถามด้วยน้ำเสียงต่ำ “ข้าสามารถมาที่นี่เพื่อพบท่านได้หรือไม่”

มุมปากของฉู่เซวียนกระตุก เขาอดไม่ได้ที่จะนึกถึงฉินเค่ออวิ๋นที่ชอบมองผู้ชายหน้าตาดี

นางมาจะที่นี่เพื่อมาพบเขาหรือ?

“ไปเสีย”

ฉู่เซวียนโบกมือของเขา

ฉินเค่ออวิ๋นหรี่ตาของนาง เนื่องจากฉู่เซวียนไม่ตอบตกลง นางจึงใช้ความเงียบของเขาเป็นการตกลงโดยปริยาย

“ข้าจะไปบัดนี้!”

ฉินเค่ออวิ๋นโค้งคำนับด้วยความเคารพก่อนออกจากบ้านไป

ฉู่เซวียนดื่มชาและหรี่ตา เนื่องจากจักรพรรดิต้าฉินได้มีแผนสำรองเผื่อไว้ บางทีเขาอาจจะยังไม่ตายอย่างสมบูรณ์และกำลังรอโอกาสที่จะหวนกลับมา

ฉู่เซวียนไม่เชื่อว่ายอดฝีมือที่สามารถรวมแผ่นดินหนานโจวและก่อตั้งจักรวรรดิได้จะตกตายไปง่ายดายเช่นนี้

นอกเสียจากว่าศัตรูที่เขาเผชิญหน้านั้นอยู่ไกลเกินจินตนาการของเขาเกินไป

ฉินเค่ออวิ๋นได้กลับชาติมาเกิดในตระกูลฉิน ดังนั้นนางจึงอาจเป็นหนึ่งในแผนการสำรองเหล่านั้น

ฉู่เซวียนหยิบยันต์สื่อสารขึ้นมาและติดต่อไปที่เปาหงเหยียน

“ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับจักรพรรดิต้าฉินโบราณแห่งแผ่นดินหนานโจว”

“ทราบแล้วนายท่าน” เปาหงเหยียนตอบกลับด้วยความเคารพ

จากบรรดาจ้าวหอจันทร์ทมิฬระดับทองทั้งสามคน ฉู่เซวียนได้ตัดสินใจที่จะมุ่งเน้นไปที่การเลี้ยงดูเปาหงเหยียน และช่วยให้นางกลายเป็นจ้าวหอจันทร์ทมิฬระดับหนึ่งดาว

ส่วนจ้าวหอจันทร์ทมิฬอีกสองคนนั้นมีความสามารถน้อยกว่าเปาหงเหยียน

และที่สำคัญกว่านั้น สองคนนั้นเป็นคนที่หยาบกระด้าง ไม่ได้ดูดีเท่ากับเปาหงเหยียน

สามวันต่อมา…

เปาหงเหยียนส่งข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับจักรพรรดิต้าฉินมาให้เขา

แม้ว่านางจะมีสถานะเป็นจ้าวหอจันทร์ทมิฬระดับทอง ทว่านางก็ไม่สามารถรวบรวมข้อมูลได้มากนัก

ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของจักรพรรดิต้าฉิน

มีเพียงไม่กี่บรรทัดเท่านั้นที่อธิบายถึงจักรพรรดิต้าฉิน

เขาเป็นจักรพรรดิคนเดียวในประวัติศาสตร์ของแผ่นดินหนานโจวที่รวบรวมแผ่นดินหนานโจวและเอาชนะเหล่านิกายหรือขุมอำนาจทั้งหมดได้

แม้ว่าข้อมูลจะมีเพียงไม่กี่บรรทัด แต่ก็สามารถบอกได้ว่าจักรพรรดิต้าฉินนั้นทรงพลังเพียงใด

ในประวัติศาสตร์ทั้งหมดของแผ่นดินหนานโจว มีเพียงบุคคลเดียวเท่านั้นที่สามารถรวมแผ่นดินหนานโจวเป็นปึกแผ่น เอาชนะเหล่านิกายและขุมอำนาจทั้งหมด จากนั้นก่อตั้งจักรวรรดิต้าฉิน แสดงให้เห็นว่าไม่จำเป็นต้องสงสัยในความแข็งแกร่งของเขาแม้แต่น้อย

ฉู่เซวียนยังคงสงสัยว่าการสงครามโบราณที่ต่อสู้กับเผ่ามารนั้นน่าจะเป็นแผนการในการทำลายจักรวรรดิต้าฉิน

ฉินเค่ออวิ๋นกล่าวว่ามนุษย์ได้ก่อกบฎและล่อให้เผ่ามารเข้ามารุกราน ทำให้ยอดฝีมือของเผ่ามนุษย์ไม่ทันได้เตรียมตัว ซึ่งข้อนี้เป็นไปได้มากที่สุด

สำหรับที่ว่ายอดฝีมือของเผ่ามนุษย์ไม่ได้เตรียมตัวไว้นั้นจริงหรือไม่ นั่นก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องถกเถียงกัน

อย่างน้อยที่สุด ก็น่าจะมีบางคนวางแผนเอาไว้ ซึ่งนั่นหมายความว่าคนเหล่านั้นได้เตรียมตัวเอาไว้อย่างแท้จริงแล้ว เฉพาะผู้ที่ไม่ทรยศต่อเผ่ามนุษย์เท่านั้นที่ไม่ได้เตรียมตัวเอาไว้

แม้ว่าจักรพรรดิต้าฉินจะถูกเรียกว่าจักรพรรดิ ทว่าความแข็งแกร่งของเขาก็เหนือกว่าขอบเขตจักรพรรดิมาก

หากไม่มีความแข็งแกร่งในขอบเขตสวรรค์ เขาจะรวมแผ่นดินหนานโจวได้อย่างไร

ไม่ว่าจักรพรรดิต้าฉินจะเสียชีวิตหรือไม่ก็ตาม ตราบใดที่สิ่งนี้ไม่รบกวนเขา ฉู่เซวียนก็ไม่สนใจแผนการแต่อย่างใด

แม้ว่าชายคนนั้นต้องการรวมแผ่นดินหนานโจวอีกครั้งเขาก็ไม่สนใจ

ด้วยการเปิดของสนามรบมารโบราณ แผนการของขุมอำนาจมากมายก็จะค่อยๆ ปรากฏขึ้น

เมื่อมองจากลักษณะนี้แล้ว คลื่นใต้น้ำในแผ่นดินหนานโจวนั้นค่อนข้างลึก

ทว่าฉู่เซวียนก็ไม่ได้ตื่นตระหนกอะไร สนามรบมารโบราณยังไม่เปิดออก เร็ว ๆ นี้ และเมื่อถึงเวลาที่สนามรบมารโบราณเปิดออก ความแข็งแกร่งของเขาก็ควรจะอยู่ที่ขอบเขตสวรรค์เป็นอย่างน้อย

เดิมทีตระกูลจ้าว ตระกูลเหอและตระกูลฉู่จะต้องกลายเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของแคว้นต้าฉิน ต้องยอมมอบอาณาเขตของตนเพื่อที่จะได้ถูกปกครองของจักรวรรดิต้าฉิน

ทว่าฉินเค่ออวิ๋นได้เปลี่ยนใจโดยไม่คาดคิด

ตระกูลจ้าวและตระกูลเหอต้องส่งมอบอาณาเขตของพวกเขาเพียงสองตระกูลเท่านั้น

ตระกูลฉู่ไม่ได้ถูกยึดเอาอาณาเขตไป เมืองฉู่ยังอยู่เช่นเดิมและตระกูลฉู่ไม่ได้อยู่ภายใต้การปกครองของแคว้นต้าฉิน มิหนำซ้ำพวกเขายังได้ปล่อยให้ยอดฝีมือขอบเขตรวมศูนย์ของตระกูลฉู่ที่กลับมาจากจักรวรรดิต้าเฉียนกลับไปยังตระกูลฉู่อีกด้วย

การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของฉินเค่ออวิ๋นทำให้ตระกูลฉู่ตกตะลึง

ตระกูลจ้าวและตระกูลเหอเองก็ตกตะลึงเช่นกัน

เหตุใดนางจึงเลือกปฏิบัติต่อตระกูลฉู่เป็นอย่างดี?

ไม่ถูกต้อง! ดูเหมือนว่านางจะไม่ได้ปฏิบัติต่อตระกูลฉู่เป็นอย่างดี มันเหมือนกับนางได้กีดกันให้ตระกูลฉู่ออกจากศูนย์รวมของจักรวรรดิต้าฉินเสียมากกว่า

สำหรับคนอื่น ๆ การกระทำของฉินเค่ออวิ๋นดูเหมือนจะเป็นการบ่งบอกว่านางไม่พอใจกับตระกูลฉู่ ทำการแยกตระกูลฉู่ออกจากการศูนย์รวมของจักรวรรดิต้าฉินหรือแม้กระทั่งนางไม่ยอมรับว่าตระกูลฉู่เป็นส่วนหนึ่งของของจักรวรรดิต้าฉิน

อย่างไรก็ตาม เพื่อเห็นแก่มิตรภาพของคนรุ่นก่อนของตระกูล นางจึงแยกเมืองฉู่ออกไป

ไม่ว่านี่จะเป็นเรื่องดีหรือไม่ดีสำหรับตระกูลฉู่ก็ยังไม่ทราบแน่ชัด

อาจเป็นเรื่องดีที่พวกเขาไม่ต้องมอบอาณาเขตที่พวกเขาปกครองมานับพันปีและไม่ต้องก้มหัวให้กับจักรวรรดิต้าฉิน

อย่างไรก็ตาม ทุกคนสามารถเห็นความทะเยอทะยานของฉินเค่ออวิ๋นได้เป็นอย่างดี ดังนั้นความจริงที่ว่าตระกูลฉู่ไม่สามารถรวมเข้ากับศูนย์รวมของแคว้นต้าฉินได้ และถูกผลักออกไปโดยตระกูลฉิน ซึ่งนั่นหมายความว่าพวกเขาสามารถอยู่ได้แค่ในเมืองฉู่ได้เท่านั้น จะไม่สามารถพัฒนาต่อไปได้

ในความเป็นจริงแล้ว ทั้งสี่ตระกูลใหญ่ที่แต่เดิมเคยอยู่ใกล้กันมากมาตลอด ทว่าตอนนี้จะห่างเหินจากตระกูลฉู่ จากนั้นก็จะแยกจากกัน

เป็นเพราะเรื่องที่ฉู่หยวนยกเลิกสัญญาการแต่งงานทำให้ฉินเค่ออวิ๋นไม่พอใจหรือไม่?

ณ จวนเก่า เสียงคำรามของฉู่เทียนหมิงก็ดังขึ้นอีกครั้ง

ตอนนี้ตระกูลฉู่อยู่ในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจมาก

แม้ว่าฉินเค่ออวิ๋นจะไม่ได้แสดงเจตนาที่จะขับไล่ตระกูลฉู่ ทว่าตระกูลฉู่ก็ไม่สามารถมีส่วนร่วมในแคว้นต้าฉินได้ ดังนั้นเมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาก็จะถูกกีดกัดโดยธรรมชาติ

จิตใจของจักรพรรดินั้นยากที่จะหยั่งถึง!

นี่โดยเฉพาะจักรพรรดินี มันเป็นเรื่อยากที่จะเข้าใจความคิดของหญิงสาว

“ตามหาเจ้าสารเลวฉู่หยวนกลับมาหาข้า!” ฉู่เทียนหมิงคำราม

เขาต้องพาฉู่หยวนกลับมาและให้เขาไปขอโทษฉินเค่ออวิ๋น

ตระกูลฉู่อยู่ในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจอย่างยิ่ง พวกเขาสูญเสียพันธมิตรกับอีกสามตระกูล หากพวกเขาพบกับศัตรูที่แข็งแกร่ง พวกเขาก็จะไม่มีที่ที่จะไปขอความช่วยเหลือ

ครั้งอดีต เมื่อพวกเขาพบกับศัตรูที่แข็งแกร่ง พวกเขาก็ยังสามารถขอความช่วยเหลือจากจักรวรรดิต้าเฉียนได้

ตอนนี้จักรวรรดิต้าฉินและจักรวรรดิต้าเฉียนได้แยกออกจากกัน และตระกูลฉู่ก็เคยเป็นหนึ่งในสามตระกูลขุนนางของแคว้นต้าฉินดังนั้นจึงถือว่าตระกูลฉู่อยู่ข้างเดียวกับจักรวรรดิต้าฉิน

ในสถานการณ์ปัจจุบัน พวกเขาไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากจักรวรรดิต้าฉินได้ จักรวรรดิต้าเฉียนเองก็ไม่เข้ามาช่วยเหลือพวกเขาเช่นกัน อาจกล่าวได้ว่าเวลานี้ ตระกูลฉู่ได้ถูกแยกออกจากส่วนที่เหลือของแผ่นดินหนานโจว

มียอดฝีมือรวมศูนย์เพียงห้าคนที่กลับมาจากจักรวรรดิต้าเฉียน ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่ในขอบเขตของขอบเขตรวมศูนย์ขั้นที่หกเท่านั้น

ไม่มีแม้แต่ยอดฝีมือที่อยู่ขอบเขตจริงแท้

ผู้อาวุโสที่เคยทะลวงไปยังขอบเขตรวมศูนย์และถูกไปสู่จักรวรรดิต้าเฉียนได้เสียชีวิตทั้งหมด และพวกเขาถูกปฏิบัติราวกับเป็นอาหารสัตว์

ยังดีที่พวกเขาเหลือรอดกลับมาห้าคนแบบมีชีวิต

แม้ว่าพวกเขาจะรวมผู้อาวุโสของตระกูลที่แอบทะลวงไปยังขอบเขตรวมศูนย์เมื่อครู่ที่ผ่านมา ทว่าตระกูลฉู่ก็ยังอ่อนแอมาก

นอกเหนือจากผู้อาวุโสขอบเขตรวมศูนย์ที่รับผิดชอบในจวนเก่าแล้ว ผู้อาวุโสที่เพิ่งทะลวงไปยังขอบเขตรวมศูนย์ได้ไปอาศัยอยู่ในสถานที่อื่น ๆ ของเมือง

หากปราศจากความช่วยเหลือจากผู้อาวุโสที่อยู่ขอบเขตรวมศูนย์แล้ว สถานการณ์ของเมืองฉู่นั้นก็ไม่ได้ปลอดภัยเป็นแต่อย่างใด

สีหน้าของฉู่เทียนหมิงกน่าเกลียดอย่างมาก เขาต้องทะลวงขอบเขตให้เร็วที่สุด

ตระกูลฉู่ได้มอบหมายให้หอจันทร์ทมิฬตามหาฉู่หยวน!

จบบทที่ ข้าอยู่บ้านร้อยปีก็เข้าสู่วิถีไร้เทียมทาน ตอนที่ 60 คลื่นใต้น้ำในแผ่นดินหนานโจวลึกสุดหยั่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว