เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ข้าอยู่บ้านร้อยปีก็เข้าสู่วิถีไร้เทียมทาน ตอนที่ 43 ไม่ต้องตกใจ หันคมดาบขึ้นแล้วกรีดผ่าท้องของมัน

ข้าอยู่บ้านร้อยปีก็เข้าสู่วิถีไร้เทียมทาน ตอนที่ 43 ไม่ต้องตกใจ หันคมดาบขึ้นแล้วกรีดผ่าท้องของมัน

ข้าอยู่บ้านร้อยปีก็เข้าสู่วิถีไร้เทียมทาน ตอนที่ 43 ไม่ต้องตกใจ หันคมดาบขึ้นแล้วกรีดผ่าท้องของมัน


ข้าอยู่บ้านร้อยปีก็เข้าสู่วิถีไร้เทียมทาน ตอนที่ 43 ไม่ต้องตกใจ หันคมดาบขึ้นแล้วกรีดผ่าท้องของมัน

ในตอนแรก มีเพียงผู้ฝึกยุทธ์มารใกล้หมดอายุขัยเท่านั้นที่บุกพระราชวังมาร แต่ต่อมา แม้แต่ผู้ฝึกมารอายุน้อยเลือดร้อนก็ตัดสินใจเข้าร่วมด้วย

ศักดิ์ศรีของจักรวรรดิต้าเชี่ยลดฮวบลง

แน่นอนว่าคนที่ท้าทายศักดิ์ศรีของจักรวรรดิต้าเชี่ยไม่มีใครรอดชีวิตมาได้

พวกเขาทุกคนล้วนมาด้วยความตั้งใจที่จะตาย

แต่ไม่รู้เหตุใด สหายของคนที่ท้าทายจักรวรรดิต้าเชี่ยต่างพากันรู้สึกเป็นเกียรติ

“เจ้ารู้ไหมรึว่าผู้ยอดเยี่ยมคนนั้นเป็นใคร? ข้าขอบอกเจ้าแล้วกันว่าคนที่บุกพระราชวังมารเมื่อวันก่อนคือพี่ชายของข้า เจ้าเข้าใจไหม?”

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ในหมู่ผู้ฝึกยุทธ์มารต่างพากันภูมิใจที่มีสหายซึ่งบุกเข้าไปในพระราชวังมาร พวกเขารู้สึกเกิดอารมณ์จนกลายเป็นเรื่องที่น่าโอ้อวด

บางคนถึงกับสหายให้บุกพระราชวังมารก็มี

ทันใดนั้น อีกคนหนึ่งก็ถือมีดพร้าเล่มใหญ่มุ่งหน้าไปยังพระราชวังมาร

เหล่าผู้ฝึกยุทธ์มารมารวมตัวกันเพื่อรับชมการแสดงด้วยความตื่นเต้น

“นามของข้า...”

“ลงนรกไปซะ!”

ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยนาม เสียงคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวก็ดังออกมาจากส่วนลึกของพระราชวังมาร

ฝ่ามือโลหิตขนาดใหญ่พุ่งเข้ามาบดขยี้อีกฝ่าย

ฝ่ามือโลหิตยังพุ่งไปตบผู้ฝึกยุทธ์มารที่ทำท่าจะลองอีกด้วย

ผวัวะ! ผวัวะ!

ในพริบตา คนหลายสิบคนก็ถูกฝ่ามือโลหิตสังหาร

“หนีเร็ว!”

ผู้ฝึกยุทธ์มารที่กำลังรับชมการแสดงต่างพากันตกใจก่อนหนีไปทุกทิศทุกทาง

จักรพรรดิมารบ้าไปแล้ว!

“ตายซะ! ตายซะ!”

ฝ่ามือโลหิตไล่สังหารผู้ฝึกยุทธ์มารไปทีละคน

จักรพรรดิมารรู้สึกโกรธจัด คนพวกนี้พากันมากระตุกหนวดเขาทีละคน

ทำให้เขาจักรพรรดิมารอันเกรียงไกรถูกหน้าตบเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์

เขากลั้นความโกรธเอาไม่ไหวจนลงมือด้วยตนเอง

ในตอนแรก เขาคิดว่าหากลงมือด้วยตนเอง เขาจะสามารถสร้างความหวาดกลัวและข่มขู่ผู้ฝึกยุทธ์มารได้ น่าเสียดายที่ไม่เป็นเช่นนั้น

ยังมีพวกไม่กลัวตายบุกเข้ามาในพระราชวังมาร

“ข้ากล้าบอกเจ้าว่าคนที่ถูกจักรพรรดิมารตบตายนั่นคือพี่ชายของข้า”

“ว่าไงนะ? พี่ชายของเจ้า? บ้าไปแล้ว!”

ในแวดวงผู้ฝึกยุทธ์มาร มันกลับกลายเป็นเกียรติอันยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับคนที่บุกเข้าไปในพระราชวังมารเพื่อให้จักรพรรดิมารสังหารด้วยตนเอง!

ไม่มีใครรู้ว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรหรือเหตุใด

จักรพรรดิมารโมโหจนแทบกระอั๊กเลือด

เขาถึงกับสงสัยว่ามีวิชายุทธ์มารแบบใหม่โผล่ขึ้นมา วิชายุทธ์มารนี้ทำให้เกิดปัญหากับสมองของผู้ฝึก

มิเช่นนั้นจะมีคนบ้ามากมายได้อย่างไร?

“คุนหวู่!”

จักรพรรดิมารกัดฟันกรอด ต้นตอทั้งหมดล้วนเกิดจากผู้ฝึกยุทธ์มารตัวเล็กๆ ที่ชื่อคุนหวู่

“โฮสต์เก็บตัวอยู่บ้าน แต่ด้วยคำสั่งเดียว โฮสต์กลับสร้างกระแสใหม่ในหมู่ผู้ฝึกยุทธ์มาร โฮสต์ได้รับรางวัลคือกระจกหมื่นสวรรค์”

ฉู่เซวียนรู้สึกหดหู่ใจ เขตแดนลับแห่งวาสนาอยู่ในบ้านหลังนี้มาเกือบสองเดือนแล้ว แต่ก็ยังดึงดูดบุตรแห่งโชคชะตาสักใครไม่ได้เลย

เป็นไปได้ไหมว่าแผ่นดินหนานโจวไม่มีบุตรแห่งโชคชะตา?

แม้ว่าเขตแดนลับจะไม่ได้เปิดใช้งาน แต่ก็ยังมีความสามารถในการดึงดูดบุตรแห่งโชคชะตา

หรือเพราะบุตรแห่งโชคชะตาเหล่านี้อยู่ไกลไปจนต้องใช้เวลานานกว่าจะมาถึง?

จู่ๆ รางวัลจากระบบก็ปรากฏขึ้น

“???”

เขาตกตะลึงไปชั่วขณะ ด้วยคำสั่งเดียวทำให้เกิดกระแสใหม่ในหมู่ผู้ฝึกยุทธ์มาร?

ทำให้เกิดกระแสใหม่อะไรวะ

เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคุนหวู่แน่

แต่ฉู่เซวียนไม่รู้ว่าคุนหวู่ทำอะไรกันแน่ถึงทำให้เกิดกระแสใหม่?

นี่คือข้อเสียของการไม่มีหน่วยลับ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีเรื่องใหญ่เช่นนี้เกิดขึ้นในแผ่นดินหนานโจว

เขาจำเป็นต้องคิดหาวิธีควบคุมหอจันทร์ทมิฬ

หลังจากนั้นฉู่เซวียนก็ตรวจสอบกระจกหมื่นสวรรค์

“กระจกหมื่นสวรรค์สามารถสุ่มเชื่อมต่อกับหมื่นพิภพ สามารถโอนย้ายวัตถุสิ่งของ...”

ฉู่เซวียนรู้สึกประหลาดใจ

กระจกหมื่นสวรรค์สามารถสุ่มเชื่อมต่อกับดินแดนอื่น และยังสามารถโอนย้ายวัตถุสิ่งของได้อีกด้วย แต่เวลานี้มันไม่มีความสามารถในการถ่ายโอนสิ่งมีชีวิต มันจะทำได้ก็ต่อเมื่อฉู่เซวียนมีพลังยุทธ์ในขอบเขตสวรรค์

ความสามารถในการสุ่มเชื่อมต่อนี้ใช้ได้เพียงสามครั้งต่อวัน และกระจกหมื่นสวรรค์ยังสามารถสร้างตราประทับบนสถานที่หรือสิ่งมีชีวิตได้สามตำแหน่ง หลังจากสร้างตราประทับแล้ว เขาจะสามารถตรวจสอบตราประทับเหล่านั้นได้ตลอดเวลา

เมื่อสิ่งมีชีวิตเคลื่อนที่ ตราประทับของหมื่นกระจกสวรรค์ก็จะเคลื่อนที่ด้วย

ฉู่เซวียนแทบอดทนรอไม่ไหวที่จะเปิดใช้กระจกหมื่นสวรรค์

ในขณะที่เขาใส่พลังวิญญาณเข้าไปในกระจกหมื่นสวรรค์ ระลอกคลื่นก็ปรากฏขึ้นบนผิวกระจกหมื่นสวรรค์ หลังจากนั้นไม่นานภาพก็ปรากฏขึ้นบนผิวกระจก

สิ่งแรกที่ฉู่เซวียนเห็นคือภูเขาสูงเสียดฟ้าและป่าโบราณ เขายังได้ยินเสียงสัตว์อสูนคำรามอยู่แว่วๆ

ฉู่เซวียนไม่รู้ว่ากระจกเชื่อมต่อกับสถานที่ใด แต่เมื่อภาพปรากฏขึ้น ฉู่เซวียนก็เห็นร่างๆ หนึ่ง

เขาเพ่งกระจกไปยังร่างนั้นแล้วขยายภาพ

หม่าคงทรุดลงกับพื้น หอบหายใจอย่างหนักราวกับว่าได้รับบาดเจ็บสาหัส

“หม่าคง เจ้าไหวไหม”

ชายหนุ่มชุดดำข้างๆ เขากำลังหอบหายใจเช่นกัน ทั่วตัวของชายหนุ่มเต็มไปด้วยบาดแผล เขาคุกลงเพื่อดูอาการบาดเจ็บของหม่าคง

จากที่ดูพวกเขาน่าจะเพิ่งผ่านศึกใหญ่มา

ฉึก!

ทันใดนั้น ประกายแสงเย็นวาบปรากฏขึ้น ดาบเล่มหนึ่งแทงเข้าที่หน้าอกของชายหนุ่มชุดดำ

“เจ้า!”

ดวงตาของชายหนุ่มชุดดำเบิกกว้างพลางมองหม่าคงด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

“เหตุใด?”

เขาไม่เคยคิดว่าสหายของตนเองจะลอบโจมตีเขา

ในขณะที่ชายหนุ่มชุดดำใกล้จะตาย เขาอยากจะสวนกลับไป แต่เนื่องจากเพิ่งจะเผชิญกับศึกใหญ่จนใช้พลังวิญญาณของตนเองไปเกือบหมด บวกกับดาบของหม่าคงได้ตัดเส้นลมปราณของเขา

ความมืดคืบคลานเข้ามา สติของชายหนุ่มชุดดำค่อยๆ เลือนหาย

“เหตุใดรึ?”

หม่าคงตอบด้วยสีหน้ามุ่งร้าย “แน่นอน เพื่อข้าจะได้เพลิดเพลินไปกับสมบัติเป็นคนเดียวไง ข้าขอโทษนะน้องชาย พรสวรรค์ของเจ้าดีกว่าของข้า แต่ข้าก็เป็นผู้หัวเราะคนสุดท้าย”

ด้วยการบิดดาบ ชีวิตของชายหนุ่มชุดดำก็จบลงทันที

หม่าคงเอื้อมมือหยิบถุงเก็บของของชายหนุ่มชุดดำ หลังจากเปิดดู เขาก็เอามาเก็บอย่างมีความสุขก่อนจะหันร่างจากไป

คำราม!

ทันใดนั้น ก็มีเสียงคำรามดังขึ้น

ต้นไม้โบราณล้มครืน ผืนดินสั่นไหว กลิ่นอายอันทรงพลังถาโถมเข้าใส่เขาราวกับคลื่นยักษ์

สีหน้าของหม่าคงเปลี่ยนไปอย่างมาก

“แย่แล้ว พยัคฆ์ภูตสวรรค์!”

หม่าคงคลานแล้วพยายามลุกขึ้นหนี แต่ก็ไปได้ไม่ไกลก่อนเสือดำทมิฬขนาดใหญ่จะปรากฏตัวขึ้นด้านหลังเขา

ใบหน้าของหม่าคงซีดเผือด

เขาเต็มไปด้วยสีหน้าสิ้นหวัง

หม่าคงอยู่เพียงขอบเขตห้วงลี้ลับขั้นที่เก้า ส่วนพยัคฆ์ภูตสวรรค์อย่างน้อยอยู่ในขอบเขตว่างเปล่าขั้นที่เจ็ด

ทันใดนั้น เขาก็วงกลมแสงลึกลับบนท้องฟ้า

ผ่านวงกลมนั้นไป เขามองเห็นเรือนสี่ประสานขนาดเล็กหลังหนึ่ง

ภายในเรือนสี่ประสาน ร่างหนึ่งได้นั่งอาบไล้แสงเทวะเจ็ดสีอยู่ราวกับเทพเซียน!

“ท่านผู้อาวุโส ช่วยข้าด้วย!”

ปั๊ก

หม่าคงคุกเข่าลงแล้วร้องกล่าว

ฉู่เซวียนคิดไม่ถึงว่าใช้กระจกหมื่นสวรรค์ครั้งแรก เขาก็ได้เห็นกับพี่แทงข้างหลังน้อง สังหารสหายเพื่อแย่งชิงสมบัติ

เขาเปิดใช้แสงเทวะเจ็ดสี ทำให้ดูเหมือนกับอาบไล้แสงศักดิ์สิทธิ์

“ไม่ต้องตกใจ!”

“เดี๋ยวข้าจะสอนวิธีทะลวงขอบเขตให้แก่เจ้า และเจ้าจะสังหารพยัคฆ์ภูตสวรรค์r ได้อย่างง่ายดาย!”

หม่าคงมีความสุขอย่างยิ่ง

“ขอบคุณท่านผู้อาวุโส รีบสอนวิธีนั้นให้ข้าเร็วเถิด!”

ฉู่เซวียนถูกอาบไล้แสงเทวะเจ็ดสีทำให้ไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของเขา เสียงของเขายังคล้ายกับของยอดฝีมือผู้ไร้เทียมทาน “เมื่อเสือกระโจนเข้าใส่เจ้า ให้กระชับดาบด้วยมือทั้งสองข้างและแทงเข้าไปใต้ท้องของมัน หันคมดาบขึ้นแล้วกรีดผ่าท้องของมัน”

“จำเอาไว้ ท้องเป็นจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของสัตว์อสูรทุกตน”

หม่าคงมึนงงไปชั่วขณะ เขาหันกลับมามองพยัคฆ์ภูตสวรรค์ที่กำลังใกล้เข้ามา เขาเหงื่อตกแล้วถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ท่านผู้อาวุโส วิธีนี้จะได้ผลหรือ”

“ไม่ต้องห่วง จะไม่มีปัญหาอันใด มันไม่มีทางคาดฝันหรอกว่าเจ้าจะพลันมุดเข้าไปใต้ท้องของมัน ดังคำกล่าวที่ว่าหากเจ้าจับทางมันได้ เจ้าย่อมสังหารมันได้ในบัดดล!”

ฉู่เซวียนให้กำลังใจหม่าคง “เมื่อเทพเซียนคอยเฝ้ามองจะเกิดสิ่งผิดพลาดขึ้นได้อย่างไร”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ หม่าคงก็สงบลงแล้วคิดกับตนเองว่า 'ท่านผู้อาวุโสกำลังทดสอบข้า ใช่ มันต้องเป็นเช่นนั้นแน่!'

กระชับดาบด้วยมือทั้งสองข้าง หม่าคงหันกลับมามองพยัคฆ์ภูตสวรรค์ด้วยสายตาอันมุ่งมั่น แทนที่จะถอยกลับ เขากลับก้าวไปข้างหน้า

จบบทที่ ข้าอยู่บ้านร้อยปีก็เข้าสู่วิถีไร้เทียมทาน ตอนที่ 43 ไม่ต้องตกใจ หันคมดาบขึ้นแล้วกรีดผ่าท้องของมัน

คัดลอกลิงก์แล้ว