เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ข้าอยู่บ้านร้อยปีก็เข้าสู่วิถีไร้เทียมทาน ตอนที่ 21 ลัทธิมารเป็นบ้ากันหมดแล้วหรือ?

ข้าอยู่บ้านร้อยปีก็เข้าสู่วิถีไร้เทียมทาน ตอนที่ 21 ลัทธิมารเป็นบ้ากันหมดแล้วหรือ?

ข้าอยู่บ้านร้อยปีก็เข้าสู่วิถีไร้เทียมทาน ตอนที่ 21 ลัทธิมารเป็นบ้ากันหมดแล้วหรือ?


ข้าอยู่บ้านร้อยปีก็เข้าสู่วิถีไร้เทียมทาน ตอนที่ 21 ลัทธิมารเป็นบ้ากันหมดแล้วหรือ?

หลังจากจางขุยทะลวงสำเร็จ เขาก็เต็มไปด้วยความมั่นใจ

ต่อให้อาณาเขตตระกูลฉู่เป็นตำหนักมังกรถ้ำพยัคฆ์ก็ไม่มีทางหยุดยั้งเขาได้

หากตระกูลฉู่ครอบครองอาวุธระดับสมบัติ?

จางขุยสามารถใช้ไข่มุกมิติหลบหนีเพื่อหลบหนีออกไป

ตราบใดที่บุกเข้าไปในอาณาเขตตระกูลฉู่แล้วหลบหนีออกไปโดยปราศจากบาดแผล เขาย่อมสร้างแรงกดดันตระกูลฉู่ได้มหาศาล

หลังจากนั้นลัทธิมารในก็เผชิญกับแรงกดดันน้อยลง

เมื่อแผนการราบรื่น เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบุกโจมตีซ้ำอีก ตระกูลฉู่ก็ต้องถอนยอดฝีมือกลับมาคุ้มกันอาณาเขตตระกูล รวมถึงสถานที่สำคัญ

ส่วนฉู่เทียนหมิงก็ไม่กล้าออกมาจากอาณาเขตตระกูลฉู่แม้แต่ครึ่งฉื่อ

ตระกูลฉู่ก็ต้องสูญเสียทรัพยากรมหาศาลในการทำลายแผนการหลายปีของลัทธิมาร

และเมื่อราชสำนักมารได้ว่างลงมือ ตระกูลฉู่คงจะถูกทำลายจนไม่เหลือซาก!

หากไม่ใช่เพราะเหตุการณ์นี้ เป้าหมายแรกของราชสำนักมารคงจะเป็นราชวงศ์ฉินแทน แต่ด้วยเหตุการณ์นี้ เป้าหมายแรกของราชสำนักมารจึงเปลี่ยนไปยังตระกูลฉู่

จางขุยกับต่งเฉียนกำลังมุ่งหน้าไปยังอาณาเขตตระกูลฉู่

ข้อมูลของหอจันทร์ทมิฬได้รับการพิสูจน์แล้วว่าผิด ตระกูลฉู่เลยลดการคุ้มกันลง หัวหน้าพ่อบ้านเองก็กลับไปยังจวนเก่า

และนาน ๆ ทีถึงจะมีผู้อาวุโสขอบเขตว่างเปล่าออกมาลาดตระเวน

ฉู่อวิ๋นปิดประตูเก็บตัวอยู่ในจวนเก่า ส่วนฉู่เซวียนก็กำลังเพ่งมองแผนภาพบ่มวิญญาณและฝึกฝนเคล็ดวิชาเทวะชำระร้อยชั้น

ตอนนี้เจตจำนงวิญญาณของฉู่เซวียนเทียบได้กับผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตรวมศูนย์ขั้นที่หก

แมววิญญาณสวรรค์กำลังงีบหลับอยู่บนกำแพง

บุปผากลืนวิญญาณกำลังส่ายดอกกับกิ่งก้านไปมาอย่างเบื่อหน่าย

นอกอาณาเขตตระกูลฉู่ เงาสองร่างกำลังใกล้เข้ามาโดยไม่มีใครพบตัว

เมื่อสังเกตอยู่สักพัก ทั้งสองก็ค้นพบตำแหน่งที่จะลอบเข้าไปในอาณาเขตตระกูลฉู่ได้ง่ายที่สุด จางขุยและต่งเฉียนก็ได้ลอบเข้าไปอย่างเงียบ ๆ

ถึงแม้จะเรียกว่าการลอบเข้าไป แต่ก็ต่างจากการลอบเข้าไปอย่างไร้แผนการ

หากพวกเขาบุกเข้าไปในอาณาเขตตระกูลฉู่โดยไม่สนใจอะไร พวกเขาคงจะถูกยอดฝีมือของตระกูลฉู่เข้าขัดขวาง

ทว่าเป้าหมายของจางขุยไม่ใช่บุกเข้าไปในอาณาเขตตระกูลฉู่เพียงอย่างเดียว แต่เขายังคิดที่จะบุกเข้าไปในจวนเก่าของตระกูลฉู่อีกด้วย

แน่นอนว่าจวนเก่าของตระกูลฉู่ใช่ว่าจะบุกเข้าไปง่ายปานนั้น แต่เขาไม่จำเป็นต้องบุกเข้าไปในจวนเก่าจริง ๆ  เขาเพียงต้องการบุกเข้าไปในใจกลางของอาณาเขตตระกูลฉู่เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เท่านั้นเอง

จวนเก่าตั้งอยู่ตรงใจกลางของอาณาเขตตระกูลฉู่

หากมีคนบุกเข้าไปในใจกลางของอาณาเขตตระกูลฉู่

ต่อให้ไม่ได้บุกเข้าไปในจวนเก่า แต่ก็สร้างแรงกดดันให้ตระกูลฉู่มหาศาล

จางขุยมั่นใจมาก!

เมื่อลอบเข้ามาในอาณาเขตตระกูลฉู่ได้อย่างง่ายดาย จางขุยก็เดินเข้าไปอย่างสบายใจเฉิบ ไม่เหมือนกับบุกเข้าไปในตำหนักมังกรถ้ำพยัคฆ์แม้แต่น้อย

กลับกันฐานพลังยุทธ์ของต่งเฉียนด้อยกว่าจางขุย ดังนั้นเขาจึงแสดงสีหน้ากังวลขณะที่จ้องมองรอบตัวอย่างระแวดระวัง

“ไม่ต้องประหม่าขนาดนั้น ถูกค้นพบแล้วอย่างไร?”

จางขุยกล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า “หากเราเจอผู้อาวุโสของตระกูลฉู่หนึ่งคน เราก็สังหารหนึ่งคน หากเจออีกหนึ่งคนก็สังหารอีกหนึ่งคน สังหารตลอดทางจนไปถึงจวนเก่าตระกูลฉู่เป็นอย่างไร?”

มารดาเจ้าเถอะ! ตงเฉียนก่นด่าในใจ

เจ้าแข็งแกร่งแน่นอนว่าไม่กลัว แต่ข้าไม่มีความสามารถเท่าเจ้า

หากเขาถูกผู้อาวุโสขอบเขตว่างเปล่าขั้นที่สามขึ้นไปหลายคนห้อมล้อม เขากลัวว่าไม่ทันได้เปิดใช้ไข่มุกมิติหลบหนีก็ถูกอีกฝ่ายสังหารตายเสียก่อน!

ต่อให้เปิดใช้ไข่มุกมิติหลบหนีทัน เขาก็ยังได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่ดี

หากไม่ระมัดระวังตัว ชีวิตอันมีค่าของเขาคงจะตกตายอยู่ที่นี่

ต่งเฉียนรู้สึกไม่สบายใจ เนื่องจากเขารู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่ามันจะต้องมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นในการเดินทางครั้งนี้

เมื่อทั้งคู่กำลังเดินผ่านเรือนสี่ประสาน จางขุยก็พลันหยุดฝีเท้าลง

“นั่นคือที่ที่บุตรชายของฉู่ชิวหลัวอาศัยอยู่หรือ?”

บุตรชายของฉู่ชิวหลัวถูกฉู่เทียนหมิงขับไล่ออกจากจวนเก่า ซึ่งไม่ได้เป็นความลับแต่อย่างใด

ก่อนหน้าสายลับในตระกูลฉู่จะถูกกวาดล้าง ลัทธิมารก็ได้รับข้อมูลชิ้นนี้แล้ว

“น่าจะใช่”

ในฐานะรองจ้าวลัทธิมารสาขา ต่งเฉียนย่อมรู้ข้อมูลเกี่ยวกับฉู่เซวียนเป็นธรรมดา

ลัทธิมารไม่ได้สนใจสายเลือดหลักของตระกูลฉู่ที่อยู่ต่ำกว่าขอบเขตห้วงลี้ลับมากนัก

ยกเว้นบุตรชายของฉู่ชิวหลัว

ต้องไม่ลืมว่าฉู่ชิวหลัวแข็งแกร่งจนถึงกับสะกดข่มทุกคนในอาณาจักรฉิน!

เขาเป็นคนมีพรสวรรค์ที่สุดในประวัติศาสตร์ของตระกูลฉู่

จางขุยคิดกับตนเองและเปลี่ยนใจ

“ฉู่ชิวหลัว... ต่อให้บุตรชายของเขาไร้ประโยชน์ไปหน่อย แต่เขายังเป็นบุตรชายของฉู่ชิวหลัว หากเราควบคุมเขา เราอาจได้รับบางอย่างที่ไม่คาดฝัน”

“ท่านจ้าวลัทธิ ท่านหมายถึงรับเขาเข้าสู่ลัทธิมารของเราหรือ?” ต่งเฉียนถาม

ไม่มีใครรู้ว่าฉู่ชิวหลัวและภรรยาเสียชีวิตไปแล้วหรือไม่ เนื่องจากไม่มีข่าวคราวเกี่ยวกับพวกเขาเลยตั้งแต่หายตัวไป

ก่อนพวกเขาจะหายตัวไป มีข่าวลือว่าฉู่ชิวหลัวอยู่ในขอบเขตว่างเปล่าขั้นที่เก้าและกำลังจะทะลวงไปยังขอบเขตรวมศูนย์

หากเขาไม่ได้หายตัวไป ตระกูลฉู่อาจมียอดฝีมือขอบเขตรวมศูนย์คอยปกป้อง

ความแข็งแกร่งของตระกูลฉู่อาจเหนือกว่าตระกูลฉิน

“มีสองแผน แผนแรก ควบคุมบุตรชายของฉู่ชิวหลัวและช่วยเขาทะลวงไปยังขอบเขตห้วงลี้ลับ แล้วเราก็ให้เขากลับไปยังจวนเก่าตระกูลฉู่และกลายเป็นตัวเบี้ยแก่ลัทธิมารของเรา”

“แผนสอง เรารับเขาเข้าสู่ลัทธิมารของเราและสอนเคล็ดวิชามารให้แก่เขา เขาจะกลายเป็นอาวุธสังหารของลัทธิมารของเรา”

ขณะที่เอ่ย จางขุยก็ดวงตาเปล่งประกายแวววาว

“บุตรชายของฉู่ชิวหลัวฝึกฝนเคล็ดวิชามารและกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์มาร หากเขาเข่นฆ่าผู้คน ข้าก็อยากดูว่าตระกูลฉู่จะจัดการกับเขายังไง”

ยิ่งจางขุยคิด เขาก็ยิ่งถูกล่อลวงด้วยแผนการนี้ เขากล่าวต่อว่า “หากชราฉู่เทียนหมิงสังหารบุตรชายของฉู่ชิวหลัวด้วยมือของมันเอง ข้าอยากดูว่าฉู่ชิวหลัวจะจัดการกับมันยังไงหากวันหนึ่งเขากลับมา”

“อีกอย่าง หากบุตรชายของฉู่ชิวหลัวอยู่ในลัทธิมารของเรา วันหนึ่งหากฉู่ชิวหลัวกลับมาเมื่อไหร่ ข้าจะให้บุตรชายของเขาไปพบหน้าเขาและดูว่าฉู่ชิวหลัวจะสังหารเขาหรือไม่”

ยิ่งกล่าวมากเท่าไหร่ จางขุยก็ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นเท่านั้น เขากล่าวว่า “บังเอิญมากที่เราขอโอสถใจมารจากราชสำนักมารมาด้วย ด้วยโอสถเม็ดนี้จิตใจของเขาก็จะสับสนวุ่นวายแล้วกลายเป็นสาวกมารผู้ภักดีและส่งเสริมเคล็ดวิชามารของเรา”

ต่งเฉียนกล่าวด้วยความเป็นห่วงว่า “ท่านจ้าวลัทธิ หากฉู่ชิวหลัวยังมีชีวิติอยู่แล้วมาเห็นบุตรชายของตนเองถูกบังคับเข้าสู่ลัทธิมาร เขาจะไม่บ้าคลั่งและทำลายลัทธิมารของเราหรือ?”

“เจ้ากลัว? หากเกิดเหตุที่แย่ที่สุดเราก็หลบหนี!”

จางขุยเยาะเย้ยและกล่าวว่า “เขาสังหารบุตรชายของตนเองได้หรือ? หากเขายอมสังหารบุตรชายของเขา ก่อนอื่นเขาต้องหาว่าใครคือคนที่ทำให้บุตรชายของเขาถูกจับตัวแล้วถูกบังคับให้เข้าสู่ลัทธิมาร ซึ่งไม่ใช่ใครอื่นนอกจากฉู่เทียนหมิง เจ้าคิดว่าฉู่ชิวหลัวจะทำยังไง”

“เฮ้อ หากไม่ใช่ฉู่เทียนหมิงขับไล่บุตรชายของฉู่ชิวหลัว ลัทธิมารของเราจะมีโอกาสเคลื่อนไหวได้อย่างไร? ข้าอยากดูว่าฉู่ชิวหลัวจะปฏิบัติต่อตระกูลฉู่อย่างไรตอนที่รับรู้เรื่องนี้!”

ต่งเฉียนครุ่นคิดก่อนเห็นด้วย ไม่ว่าเขาจะมองอย่างไร ลัทธิมารก็ไม่ได้สูญเสียสิ่งใด

“ไปจับตัวบุตรชายของฉู่ชิวหลัวกันเถอะ ข้าต้องการพาบุตรชายของฉู่ชิวหลัวไปให้ตระกูลฉู่เห็นหน้าสักหน่อย ฉู่เทียนหมิงจะต้องโกรธจนกระอักเลือดตายแน่!”

จางขุยเยาะเย้ยและมุ่งตรงไปยังเรือนสี่ประสาน

ต่งเฉียนตามมาติด ๆ

ฉู่เซวียนถอนหายใจ

ทุกคนจากลัทธิมารเป็นบ้ากันหมดแล้วหรือ?

หากอยากลอบเข้าไปในอาณาเขตก็เข้าไปสิ อยากก่อปัญหาก็ไปก่อปัญหากับตระกูลฉู่โน้น

เหตุใดถึงต้องก่อปัญหาให้แก่เขาด้วย?

หากสองคนนี้ก่อปัญหากับตระกูลฉู่ ฉู่เซวียนย่อมออกจากเรือนสี่ประสานไปขัดขวางไม่ได้

ทว่าสองคนนี้เข้ามาหาเขาถึงที่!

พวกมันกำลังรนหาที่ตาย!

จางขุยมีฐานพลังยุทธ์อยู่ในขอบเขตว่างเปล่าขั้นที่เก้าช่วงต้น ซึ่งปกติในเวลานี้เป็นแค่มดในสายตาของฉู่เซวียน

ทว่าห่างกันไม่นานผู้บุกรุกก็มีฐานพลังยุทธ์เพิ่มขึ้นถึงขนาดนี้แล้ว ในครั้งหน้าคงไม่ใช่มหาอำนาจขอบเขตรวมศูนย์ของราชสำนักมารบุกมาเองหรอกใช่ไหม?

ฉู่เซวียนรู้สึกกดดัน

เขาต้องเก็บตัวอยู่บ้านให้ได้อย่างน้อยหนึ่งปี เขาจึงต้องพยายามไม่สังหารสองคนนี้

ตราประทับเมล็ดพันธุ์วิญญาณกำลังกลับมามีประโยชน์อีกครั้ง

จางขุยกับต่งเฉียนเข้าไปในเรือนสี่ประสานแล้วเห็นฉู่เซวียน ไม่พูดจาแต่อย่างใด จางขุยเคลื่อนไหวทันที

ทันทีที่เขาเคลื่อนไหว สภาพแวดล้อมโดยรอบก็เปลี่ยนไป เปลวเพลิงโหมกระหน่ำ ต้นไม้ใหญ่สูงตระหง่านเสียดฟ้า ก้อนหินมหึมาร่วงหล่นลงมา คลื่นยักษ์พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า คมดาบกวาดผ่านทั่วดินแดน

แย่แล้ว!

จางขุยตกใจ พลังมารพุ่งพล่านไปทั่วร่างกายของเขาเพื่อเตรียมเปิดใช้ไข่มุกมิติหลบหนี

ทว่าฝ่ามือขนาดใหญ่ก็ได้กวาดผ่านไป ปิดผนึกความจริงลวงจนเป็นหนึ่งเดียวกับฟ้าดิน!

ไม่ว่าจางขุยจะดิ้นรนแค่ไหน เขาก็ยังถูกบีบไว้ภายในฝ่ามือ กระดูกทั่วร่างส่งเสียงแตกร้าวและความรู้สึกถึงความเป็นตายก็ห่อหุ้มอยู่ในหัวใจของเขา!

ขอบเขตรวมศูนย์!

มียอดฝีมือขอบเขตรวมศูนย์ภายในตระกูลฉู่!

เขาคือใคร?

จางขุยรู้สึกหวาดกลัวอย่างสุดจะพรรณนา เขาพยายามรีบเปิดใช้ไข่มุกมิติหลบหนี แต่พลังจิตสัมผัสในตัวเขาถูกปิดผนึก แถมเจตจำนงวิญญาณยังถูกระงับไว้ เขาไม่มีโอกาสแม้แต่น้อยนิดที่จะหลบหนี

เขารู้สึกสิ้นหวัง!

จบบทที่ ข้าอยู่บ้านร้อยปีก็เข้าสู่วิถีไร้เทียมทาน ตอนที่ 21 ลัทธิมารเป็นบ้ากันหมดแล้วหรือ?

คัดลอกลิงก์แล้ว