- หน้าแรก
- คนอื่นเพิ่มระดับ ส่วนข้าบำเพ็ญเซียน
- คนอื่นเพิ่มระดับ ส่วนข้าบำเพ็ญเซียน ตอนที่ 001 โปรแกรมจำลองการบำเพ็ญเซียน
คนอื่นเพิ่มระดับ ส่วนข้าบำเพ็ญเซียน ตอนที่ 001 โปรแกรมจำลองการบำเพ็ญเซียน
คนอื่นเพิ่มระดับ ส่วนข้าบำเพ็ญเซียน ตอนที่ 001 โปรแกรมจำลองการบำเพ็ญเซียน
คนอื่นเพิ่มระดับ ส่วนข้าบำเพ็ญเซียน ตอนที่ 001 โปรแกรมจำลองการบำเพ็ญเซียน
[จากผู้แปล: เนื่องจากพระเอกทะลุมิติมาในจักรวาลเซียน ขอให้นักอ่านจิตนาการตามว่า นี่คือโลกคู่ขนาน ไม่ใช่โลกปกติ จึงใช้คำสรรพนาม เจ้า ข้า ซึ่งในภายหลังจะสอดคล้องกับเนื้อเรื่อง(จุดเริ่มต้นเรื่องคล้ายระบบความเกลียดชังปีศาจ)]
ประเทศต้าเซี่ย เมืองจิงตู
มหาวิทยาลัยอาชีพจิงตู หอพักชายแห่งหนึ่ง
[ติ๊ง]
เสียงหนึ่งปรากฏขึ้นในห้วงสมุทรแห่งปัญญาของซูซิงอย่างกะทันหัน
ซูซิงที่กำลังจัดการอุปกรณ์ เตรียมพร้อมที่จะลงดันเจี้ยนเพื่อล่าทองคำชะงักค้างอยู่กับที่
“ใคร? ใครกำลังเล่นตลก?”
ซูซิงมองไปรอบ ๆ หอพักที่ไม่มีผู้คนอยู่ แต่ก็ไม่พบสิ่งใด
แต่ไม่นานนัก เสียงมากมายก็ดังขึ้นในห้วงสมุทรแห่งปัญญาของซูซิง
[โปรแกรมจำลองชีวิตกำลังผูกติด……]
[ผูกติดสำเร็จ!]
[เจ้าภาพ: ซูซิง]
[อายุ: 21 ปี]
[อาชีพ: ผู้บำเพ็ญเซียน]
[จำนวนครั้งการจำลอง: 1]
[พลังงาน: 100 หน่วยพลังงาน]
[คำอธิบาย: โปรแกรมจำลองชีวิต จะจำลองอนาคตของเจ้าตามเส้นทางการพัฒนาในโลกแห่งความจริงอย่างสมบูรณ์ หลังจากการจำลองสิ้นสุดลง เจ้าจะได้รับรางวัลบางส่วน การจำลองแต่ละครั้งจะใช้พลังงานจำนวนหนึ่ง จำนวนครั้งการจำลองจะรีเฟรชทุกสัปดาห์]
ซูซิงขยี้ตา มองดูแผงควบคุมเสมือนจริงเบื้องหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ
จากนั้นบนแผงควบคุมก็ปรากฏตัวอักษรขึ้นมาสองบรรทัด
[เริ่มต้นการจำลองหรือไม่?]
[ใช่][ไม่ใช่]
มองดูแผงควบคุมเบื้องหน้า ดวงตาทั้งสองข้างของซูซิงก็แดงก่ำ
“สามปีแล้ว! เจ้ารู้หรือไม่ว่าสามปีมานี้ข้าใช้ชีวิตอย่างไร?”
“บัดซบ! ข้ายังคิดว่าข้าที่เป็นผู้เดินทางข้ามมิติจะไม่มีพลังวิเศษใด ๆ”
ใช่แล้ว ซูซิงเป็นผู้เดินทางข้ามมิติ เมื่อสามปีก่อนเขาได้เดินทางมายังโลกมหัศจรรย์แห่งนี้
แตกต่างจากโลกก่อนหน้านี้ โลกใบนี้เกมได้จุติลงมาในโลกแห่งความจริง
สัตว์อสูร ปีศาจ ดันเจี้ยน อุปกรณ์ และอื่น ๆ มากมายนับไม่ถ้วน……
ยิ่งไปกว่านั้น ทุกคนเมื่ออายุสิบแปดปี จะสามารถเปลี่ยนอาชีพเป็นผู้ครอบครองอาชีพได้ การสังหารสัตว์ประหลาดในดันเจี้ยนจะทำให้ได้รับประสบการณ์ และแข็งแกร่งขึ้น
สามปีก่อน ซูซิงที่เพิ่งเดินทางข้ามมิติมา ได้รับอาชีพลับหนึ่งเดียว ผู้บำเพ็ญเซียน!
ข่าวสารนี้ทำให้ทั่วทั้งจิงตูต้องตกตะลึง ซูซิงได้รับคัดเลือกเป็นกรณีพิเศษ ให้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยอาชีพจิงตู หนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ
ในช่วงแรกซูซิงแสดงความสามารถที่โดดเด่น ด้วยคุณสมบัติทางกายภาพที่แข็งแกร่งของผู้บำเพ็ญเซียน ทำให้เขากลายเป็นที่โดดเด่นในหมู่นักศึกษาใหม่
แต่ไม่นานนัก ซูซิงก็พบเจอกับปัญหาสำคัญ นั่นก็คือเขาไม่สามารถเพิ่มตบะได้!
ผู้ครอบครองอาชีพคนอื่น ๆ หลังจากสังหารสัตว์ประหลาดในดันเจี้ยนแล้ว จะได้รับรางวัลเป็นค่าประสบการณ์
แต่ไม่ว่าซูซิงจะพยายามสังหารสัตว์ประหลาดมากเพียงใด เขาก็ไม่สามารถได้รับค่าประสบการณ์แม้แต่น้อย
ดังนั้นสามปีผ่านไป
ในปีสุดท้าย เพื่อน ๆ ของเขาก็เพิ่มระดับจากทองสัมฤทธิ์เป็นเงิน ทองคำ หรือแม้แต่ระดับที่สูงกว่า……
ส่วนเขา ยังคงเป็นผู้บำเพ็ญเซียนระดับหลอมปราณขั้นหนึ่ง
แต่ซูซิงไม่ยอมแพ้ เขาพยายามค้นหาวิธีที่จะเพิ่มตบะอย่างบ้าคลั่ง และในที่สุดเขาก็พบวิธี
นั่นก็คือการหลอมกาย!
ในเมื่อไม่สามารถหลอมปราณได้ ก็จงฝึกฝนร่างกาย!
ซูซิงลงดันเจี้ยนเพื่อล่าอุปกรณ์และขาย แม้แต่พานักศึกษาปีหนึ่งไปฝึกฝนในดันเจี้ยน
จากนั้นก็นำเงินที่ได้มา ซื้ออุปกรณ์ที่สามารถเสริมสร้างร่างกายได้
ในที่สุดเขาก็ใช้เวลาสามปีเต็ม เพิ่มระดับจากหลอมกายขั้นหนึ่ง เป็นหลอมกายขั้นหก
หลอมกายขั้นหก มีพลังหลายพันจิน ฟังดูแข็งแกร่งมาก
แต่พลังต่อสู้ที่แท้จริงกลับด้อยกว่าผู้ครอบครองอาชีพระดับทองสัมฤทธิ์ระดับ 30
แต่ซูซิงไม่ยอมแพ้ ยังคงลงดันเจี้ยนเพื่อล่าทองคำและฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ฝึกฝนร่างกาย
ภาพเหตุการณ์ในอดีตปรากฏขึ้น ซูซิงตอนนี้รู้สึกตื่นเต้น มือสั่นเล็กน้อย กล่าวในใจว่า
“เริ่มต้นการจำลอง!”
[ใช้พลังงาน 100 แต้ม จำนวนครั้งการจำลองที่เหลืออยู่: ไม่มี]
[เริ่มต้นการจำลอง!]
[การสุ่มพรสวรรค์ครั้งนี้ฟรี กำลังสุ่มพรสวรรค์……]
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีที่ได้รับพรสวรรค์สีขาว ผู้ครอบครองรากวิญญาณ!]
[ผู้ครอบครองรากวิญญาณ]: พรสวรรค์สีขาว รากวิญญาณของเจ้าแตกต่างจากคนทั่วไป สามารถก้าวเข้าสู่เส้นทางเซียนได้
ซูซิงเห็นพรสวรรค์นี้ก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง
หรือว่าที่ผ่านมาเขาไม่สามารถบำเพ็ญเพียรได้ เป็นเพราะเขามีเพียงอาชีพ แต่ไม่มีรากวิญญาณ ดังนั้นจึงไม่สามารถเพิ่มตบะได้?
ซูซิงพยายามระงับความสงสัยในใจ เลือกที่จะจำลองต่อไป
[ภายในหอพัก เจ้าได้รับพลังวิเศษ เจ้าดีใจมาก]
[บ่ายวันนั้น รุ่นน้องผู้หญิงปีหนึ่งหลายคนชวนเจ้าไปลงดันเจี้ยนเพื่อฝึกฝน เจ้าตกลงอย่างยินดี]
[เจ้าแสดงความสามารถที่โดดเด่นในดันเจี้ยนระดับทองสัมฤทธิ์ หลังจากผ่านดันเจี้ยนแล้ว เจ้าได้รับอุปกรณ์สีขาวหลายชิ้น และเงินรางวัลหนึ่งหมื่นเหรียญ]
[รุ่นน้องผู้หญิงคนหนึ่งมีเงินไม่พอ จึงต้องการใช้วิธีการอื่นในการจ่ายเงิน]
[เจ้ามองดูใบหน้าของรุ่นน้องผู้หญิงคนนั้น และตกลง]
[วันรุ่งขึ้น เจ้าเริ่มต้นการบำเพ็ญเพียรด้วยความสดชื่น แต่กลับไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นอย่างไร]
[เจ้าเริ่มต้นค้นหาวิชาเวทบำเพ็ญเซียนบนอินเตอร์เน็ต และพบเจอกับวิชาเวทที่น่าตกใจ มีนามว่า “วิชาผานกู่เบิกฟ้า”!]
[เจ้าดีใจอย่างยิ่ง และเริ่มต้นการบำเพ็ญเพียร]
[หลังจากบำเพ็ญเพียรหนึ่งวัน ตบะของเจ้าก็ไม่เพิ่มขึ้น แถมยังเกือบจะบำเพ็ญเพียรผิดวิธี]
[เจ้าไม่ยอมแพ้ ยังคงบำเพ็ญเพียรทั้งวันทั้งคืน]
[หนึ่งเดือนให้หลัง ตบะหลอมปราณของเจ้ายังคงเป็นระดับหลอมปราณขั้นหนึ่ง]
[เจ้าเข้าใจแล้ว วิชาบำเพ็ญเซียนบนอินเตอร์เน็ตล้วนเป็นเรื่องหลอกลวง!]
[ดังนั้น เจ้าจึงเริ่มต้นใช้เงินจำนวนมากเพื่อซื้อวิชาบำเพ็ญเซียน แต่กลับได้รับของราคาถูกจากเถาเป่า]
[ไม่มีทางเลือกอื่น เจ้าจึงต้องฝึกฝนร่างกายต่อไป]
ซูซิงเห็นเช่นนั้น ภายในใจก็เริ่มเย็นชา หากไม่มีวิชาบำเพ็ญเซียน แล้วจะบำเพ็ญเซียนได้อย่างไร?
ซูซิงถอนหายใจ จำลองต่อไป
[เจ้าไม่ยอมแพ้ ยังคงฝึกฝนร่างกาย และสืบหาที่มาของวิชาบำเพ็ญเซียน]
[ในเวลาว่าง เจ้าจะพารุ่นน้องผู้หญิงปีหนึ่งไปฝึกฝน หารายได้ไปด้วย และยังคงได้ใกล้ชิดกับพวกนาง]
[แต่เวลาแห่งความสุขมักจะสั้นนัก ครึ่งปีผ่านไป รุ่นน้องผู้หญิงปีหนึ่งคนนั้นทะลวงผ่านตบะ กลายเป็นผู้ครอบครองอาชีพระดับเงิน และตัดขาดการติดต่อกับเจ้า]
[บ่ายวันหนึ่งที่สงบสุข ลมพัดแรงมาก เจ้าได้พบกับนาง]
[เจ้าถามนางว่า: ข้าคิดว่าด้วยความสัมพันธ์ของพวกเรา สามารถพูดคุยเรื่องความรู้สึกได้ แต่นางกลับบอกเจ้าว่า: นั่นเป็นเพียงการทำธุรกรรม]
[ศักดิ์ศรีของเจ้าถูกทำลาย เจ้าเปลี่ยนความโกรธแค้นเป็นพลัง พยายามบำเพ็ญเพียรครึ่งปี ในที่สุดก็ทะลวงผ่านระดับหลอมกายขั้นเจ็ด]
[ในเวลานั้นก็ใกล้จะสำเร็จการศึกษา เพื่อน ๆ รุ่นเดียวกับเจ้าต่างก็กลายเป็นผู้ครอบครองอาชีพที่มีชื่อเสียง แต่เจ้ากลับมีพลังอำนาจไม่เพียงพอ จึงไม่สามารถสำเร็จการศึกษาได้]
[เจ้าต้องเรียนซ้ำชั้น แต่เจ้ากลับดีใจ เพราะรุ่นน้องผู้หญิงรุ่นใหม่ได้เข้ามาเรียนแล้ว เจ้าจึงพาพวกนางไปฝึกฝนอีกครั้ง]
[ค่อย ๆ เจ้าเริ่มมีชื่อเสียง รุ่นน้องปีหนึ่งทุกคนต่างก็รู้ว่ามีรุ่นพี่ปีสี่ที่เรียนซ้ำชั้น พารุ่นน้องไปฝึกฝน แข็งแกร่งยิ่งนัก]
[เจ้าได้รับผลประโยชน์มากมาย สามปีก็สามารถสะสมทรัพย์สินได้หลายสิบล้าน!]
ซูซิงเห็นเช่นนั้น จึงใช้มือลูบคาง กล่าวพึมพำกับตนเองว่า
“หากสามารถเรียนซ้ำชั้นเช่นนี้ได้ตลอดไปก็คงจะดี! อย่างน้อยก็ยังคงมีรุ่นน้องผู้หญิงคนใหม่……”
แต่ไม่นานนัก สีหน้าของซูซิงก็เปลี่ยนไป
[เดิมทีเจ้าคิดว่าชีวิตจะสงบสุขเช่นนี้ต่อไป]
[แต่น่าเสียดาย เพราะเจ้าไม่สามารถสำเร็จการศึกษาได้เป็นเวลาห้าปีติดต่อกัน เจ้าจึงถูกไล่ออก]
[เจ้าที่ถูกไล่ออก สูญเสียรายได้หลัก และเพราะพลังอำนาจที่อ่อนแอ เจ้าจึงต้องลงดันเจี้ยนระดับทองสัมฤทธิ์ตลอดไป]
[เจ้าเสียใจอย่างยิ่ง จึงตัดสินใจที่จะฝึกฝนร่างกายอย่างหนัก]
[เจ้าใช้เวลาสองปี ใช้เงินทั้งหมดที่มี เพิ่มตบะไปยังหลอมกายขั้นแปด]
ซูซิงเห็นเช่นนั้น ภายในใจก็รู้สึกไม่สบายใจ เขาไม่คิดเลยว่าการหลอมกายจะยากลำบากเช่นนี้
เขาใช้เวลาสามปี เพิ่มระดับจากหลอมกายขั้นหนึ่งเป็นหลอมกายขั้นหก
แต่ในอนาคต จากหลอมกายขั้นหกเป็นหลอมกายขั้นแปดกลับใช้เวลาถึงเจ็ดปี
ซูซิงพยายามสงบสติอารมณ์ อ่านต่อไป
[เจ้าไม่มีเงิน จึงต้องกลับไปทำอาชีพเดิม ลงดันเจี้ยนเพื่อล่าทองคำ]
[เจ้ายังคงมีฝีมือ การหลอมกายขั้นแปดของเจ้าสามารถเอาชนะทุกคนในดันเจี้ยนระดับทองสัมฤทธิ์ ได้รับทรัพย์สินหลายสิบล้าน]
[วันหนึ่ง บิดามารดาบอกเจ้าว่า น้องสาวของเจ้า ซูเหนียนอัน เสียชีวิต……