เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ยอดกายากำราบยุค ตอนที่ 1 นิมิตตระกูลกู้

ยอดกายากำราบยุค ตอนที่ 1 นิมิตตระกูลกู้

ยอดกายากำราบยุค ตอนที่ 1 นิมิตตระกูลกู้


ยอดกายากำราบยุค ตอนที่ 1 นิมิตตระกูลกู้

แดนเซียนกว้างใหญ่ไพศาล ไร้ขอบเขต แม้แต่ผู้บำเพ็ญตบะสูงส่งจนทะลวงสู่ระดับอมตะก็ยากที่จะหยั่งถึงจุดสิ้นสุด

ภายในแดนเซียนยังประกอบไปด้วยแดนมรรคาสามพันแห่ง แต่ละแดนมรรคามีระยะห่างนับสิบล้านลี้ ถูกแบ่งแยกด้วยกระแสมิติอันปั่นป่วน สัตว์อสูรห้วงมิติ และอื่น ๆ อีกมากมาย

แดนมรรคาหนานเซิ่ง เมืองกู้ซาง

เมืองกู้ซาง เป็นเมืองโบราณที่มีชื่อเสียงโด่งดังในแดนมรรคาหนานเซิ่ง กล่าวขานว่ามีต้นหม่อนต้นหนึ่งบำเพ็ญตบะจนบรรลุธรรมในเวลากลางวันเมื่อหลายแสนปีก่อน

ภายในเมืองมีประชากรหลายสิบล้านคน ทั้งสายพันธุ์บรรพกาล สิ่งมีชีวิตสายเลือดบริสุทธิ์ และผู้บำเพ็ญจากเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ มากมาย เดินทางไปมาอย่างไม่ขาดสาย คึกคักเป็นอย่างยิ่ง

ทว่าในเวลานี้ เหล่าผู้บำเพ็ญมากมายภายในเมือง ต่างก็พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราวหนึ่งเรื่อง

ภายในโรงเตี๊ยม ชายชรากำลังพูดคุยกับผู้คนโดยรอบด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง

“พวกเจ้าเห็นหรือไม่? เช้าวันนี้ ดินแดนตระกูลอมตะ ตระกูลกู้ ปรากฏนิมิตอันน่าสะพรึงกลัว แม้จะเป็นเพียงแวบเดียว แต่ความยิ่งใหญ่ที่ปกคลุมทั่วทั้งฟ้าดินเช่นนั้น ข้าไม่เคยพบเห็นมาก่อน”

ตระกูลอมตะ ตระกูลกู้

นั่นคือขุมอำนาจอมตะที่สืบทอดมาตั้งแต่ยุคโบราณ ผ่านยุคสมัยมากมาย แต่ก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคง ภายในตระกูลเคยมีผู้บำเพ็ญตบะจนบรรลุอมตะ

พร้อมกันนั้น พวกเขายังเป็นหนึ่งในขุมอำนาจที่เก่าแก่ที่สุดในบรรดาสามพันแดนมรรคา รากฐานลึกซึ้ง ไม่อาจหยั่งถึง น่ากลัวยิ่งนัก

เมื่อกล่าวถึงตระกูลกู้ เหล่าผู้บำเพ็ญมากมายต่างก็มีสีหน้าเคร่งขรึม เต็มไปด้วยความเคารพ มิกล้าแสดงความไม่เคารพใด ๆ

ผู้บำเพ็ญที่อยู่ข้าง ๆ ได้ยินเช่นนั้น จึงพยักหน้าเห็นด้วย

“ใช่แล้ว ตอนแรก ดวงดาวและดวงจันทร์มืดมัวลง แสงเมฆาพุ่งทะยานขึ้นไปบนฟ้า จากนั้น บัวเขียวปฐมโกลาหลก็ปรากฏตัวขึ้น แผ่ขยายทั่วทั้งฟ้าดิน ทำให้ข้าเกิดความรู้สึกอยากจะตระหนักมรรค”

“ระดับตบะที่ข้าติดอยู่มานานหลายสิบปี จู่ ๆ ก็เกิดความรู้สึกแปลกประหลาด”

“น่าเสียดายที่นิมิตนั้นปรากฏขึ้นเพียงชั่วครู่ ก็หายไป ดูเหมือนว่าถูกยอดฝีมือตระกูลกู้ใช้พลังอิทธิฤทธิ์ปิดบังเอาไว้……”

“เสียงสวรรค์เช่นนั้น ภายในแฝงไว้ด้วยหลักธรรมแห่งฟ้าดิน พบเจอได้ยากยิ่งนัก แม้กระทั่งมีผู้บำเพ็ญหลายคนสามารถตระหนักมรรค ณ ที่แห่งนั้น เข้าใจมรรคลึกลับมากมาย”

“พวกเราคงไม่มีโอกาสได้พบเจอกับวาสนาเช่นนั้นอีกแล้ว”

“น่าเสียดายยิ่งนัก ทว่าดูเหมือนว่าตระกูลกู้คงจะให้กำเนิดอัจฉริยะฟ้าประทานที่น่ากลัวยิ่งนัก”

…………

เหล่าผู้คนต่างก็พูดคุยกัน มองไปยังทิศทางของตระกูลกู้ด้วยความอิจฉา

นิมิตที่ปรากฏขึ้นตอนที่เขาถือกำเนิด ทำให้ทั่วทั้งแดนมรรคาหนานเซิ่งต้องตกตะลึง ดวงดาวและดวงจันทร์มืดมัวลง สี่ทิศแปดทางสั่นสะเทือน

พรสวรรค์เช่นนั้น ใครบ้างจะจินตนาการได้?

กระทั่งตอนที่ราชันเซียนยังเยาว์วัย ก็คงมิได้มีนิมิตที่น่ากลัวยิ่งนักถึงเพียงนี้

ทว่าเมื่อคิดว่าเขาเกิดในตระกูลอมตะ พวกเขาก็เข้าใจได้

มีเพียงตระกูลอมตะเท่านั้น ที่สามารถให้กำเนิดอัจฉริยะฟ้าประทานที่น่ากลัวเช่นนี้ได้

“ยุคแห่งการต่อสู้ ดวงดาวมากมายเปล่งประกายเจิดจรัส ในอนาคต ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาคนรุ่นใหม่ คงต้องมีเขาคนนี้อยู่ด้วย…………”

…………

อย่างไรก็ตาม

ภายในขุมอำนาจเก่าแก่หลายแห่ง ณ สามพันแดนมรรคา พวกเขากลับคิดแตกต่างออกไป สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม

เพราะพวกเขาได้เห็นสิ่งที่คนธรรมดามองไม่เห็น

“วันนี้เกิดเรื่องอันใดขึ้นกับตระกูลกู้”

“หลังจากเสียงร้องไห้ของทารก ปราณปฐมโกลาหลแผ่กระจายออกไป ปราณวิญญาณมากมายภายในอาณาเขตดวงดาว ถูกดูดกลืนจนหมดสิ้น ตกอยู่ในความมืดมิด มุ่งหน้าสู่จุดจบ แม้กระทั่งชายชราที่เคยมีชีวิตอยู่มานานนับไม่ถ้วนก็ยังถูกปลุกให้ตื่นขึ้น”

“เขาได้เปิดเส้นทางมิติ เดินทางไปยังท้องฟ้า เพื่อปกป้องทารกผู้นั้น”

“หรือว่า… กายาปฐมโกลาหลได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว? หรือว่ามีผู้ใดในตระกูลกู้ได้พิสูจน์มรรคแล้ว?”

“เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นการพิสูจน์มรรค แม้ว่าฟ้าดินจะรับรู้ได้ แต่ก็มิได้เกิดแรงกดดันแห่งมหามรรค”

พวกเขาตกตะลึงและสงสัย

ทว่าพวกเขากลัวรากฐานและพลังอำนาจของตระกูลกู้ จึงมิกล้าเข้าไปตรวจสอบ

ทำได้เพียงปลดปล่อยจิตเทวะอันยิ่งใหญ่ สำรวจอาณาเขตดวงดาวที่กลายเป็นดินแดนรกร้าง

สีหน้าของพวกเขาทั้งหมด เต็มไปด้วยความตกใจ

…………

ดินแดนตระกูลกู้

ภูเขาวิเศษเกาะเทพมากมายลอยอยู่บนท้องฟ้า แสงเมฆาพลิ้วไสว สมุนไพรวิญญาณเต็มไปทั่ว

สายพันธุ์บรรพกาลมากมายปล่อยปราณโลหิตปกคลุมทั่วทั้งฟ้าดิน เดินทางไปมา

ภายในโถงตำหนักที่ยิ่งใหญ่และสง่างาม สูงนับร้อยจั้ง

ชายชรามากมายล้อมรอบทารกที่อยู่ในผ้าห่อตัว พวกเขาทั้งหมดมีร่างกายสั่นสะท้าน ดวงตาเต็มไปด้วยความร้อนแรงและความกังวล

กลิ่นอายของพวกเขาแต่ละคนช่างน่ากลัวยิ่งนัก ทำให้ห้วงมิติสั่นสะเทือน แต่ในตอนนี้ พวกเขากำลังกดข่มเอาไว้ มิกล้าหายใจแรง ๆ

ถูกคนมากมายจ้องมอง ทารกในผ้าห่อตัวกลับมิได้หวาดกลัว เขาเบิกตากลมโต มองดูทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความสนใจ

ระหว่างจมูกและปากของทารก ปรากฏปราณปฐมโกลาหลแผ่วเบา ซึมซับเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างช้า ๆ

พลังกฎเกณฑ์อันสูงส่งมากมาย แปรเปลี่ยนเป็นแสงสว่างนับไม่ถ้วน หลอมรวมเข้าสู่ร่างกายของทารก ทำให้ทั่วทั้งร่างกายเต็มไปด้วยกลิ่นอายเซียน

กลิ่นอายมรรคและปราณวิญญาณมากมายจากสี่ทิศแปดทางพุ่งทะลักเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ถูกทารกดูดกลืนเข้าไปด้วยการหายใจเข้าออก

ภายในร่างกายของทารก กระดูกเซียนที่ส่องประกายเจิดจรัสกำลังเปล่งแสง บนพื้นผิวเต็มไปด้วยกฎเกณฑ์อันซับซ้อน แอบแฝงด้วยรูปลักษณ์มหามรรคฝังลึกอยู่ภายใน

“ช่างเหลือเชื่อยิ่งนัก ไม่อาจจินตนาการได้!”

“นี่… เพิ่งจะถือกำเนิด ยังไม่ทันได้บำเพ็ญ ก็มีพลังเวทมากมายเทียบเท่าอริยะ!”

“บรรพชน หรือว่า… เขาจะเป็นกายาปฐมโกลาหล?”

ชายชรามากมายกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน พวกเขามองไปยังชายชุดเทาที่กำลังอุ้มทารก

จบบทที่ ยอดกายากำราบยุค ตอนที่ 1 นิมิตตระกูลกู้

คัดลอกลิงก์แล้ว