เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บรรพบุรุษข้ามภพสยบหล้า ตอนที่ 6 การรวมตัวของผู้บำเพ็ญอิสระ หนุ่มน้อยรูปงาม

บรรพบุรุษข้ามภพสยบหล้า ตอนที่ 6 การรวมตัวของผู้บำเพ็ญอิสระ หนุ่มน้อยรูปงาม

บรรพบุรุษข้ามภพสยบหล้า ตอนที่ 6 การรวมตัวของผู้บำเพ็ญอิสระ หนุ่มน้อยรูปงาม


บรรพบุรุษข้ามภพสยบหล้า ตอนที่ 6 การรวมตัวของผู้บำเพ็ญอิสระ หนุ่มน้อยรูปงาม

“ยังคงไม่มีรากวิญญาณอีกหรือ”

แต่ทว่า หลังจากบุตรคนที่สามของหนิงเสี่ยวหยู่ถือกำเนิด ก็ยังคงไม่มีรากวิญญาณ

ดูเหมือนว่าเรื่องรากวิญญาณนี้จะรีบร้อนไม่ได้

ในแคว้นหวู่ ตระกูลผู้บำเพ็ญเซียนที่ก่อตั้งขึ้นโดยผู้บำเพ็ญระดับหลอมปราณ กล่าวว่าเป็นตระกูล แต่ความจริงแล้วมีผู้บำเพ็ญเซียนอยู่แค่ไม่กี่คน

ถึงแม้จะไม่มีรากวิญญาณ แต่หลี่ซูก็ไม่ได้ผิดหวัง ทุกครั้งที่มีลูกหลานเพิ่มขึ้น ล้วนส่งผลดีต่อตบะของเขา

“ท่านพี่ การรวมตัวของผู้บำเพ็ญอิสระรอบสิบปีจะเริ่มขึ้นแล้ว ท่านจะไปหรือไม่”

วันหนึ่ง หนิงเสี่ยวหยู่นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้

การรวมตัวของผู้บำเพ็ญอิสระ?

หลี่ซูเคยได้ยินมาบ้าง นี่คือการรวมตัวกันของผู้บำเพ็ญอิสระจากหลายแคว้นโดยรอบแคว้นหวู่

แคว้นหวู่กับแคว้นโดยรอบอีกหลายแคว้นต่างอยู่ภายใต้การควบคุมของนิกายเซียนสามนิกาย

การเข้าร่วมนิกายเซียนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

หากรากวิญญาณไม่ดี ก็ทำได้เพียงเป็นศิษย์ฝ่ายนอกในนิกายเซียน หากหลายปีผ่านไปยังไม่มีความก้าวหน้า แม้แต่ศิษย์ฝ่ายนอกก็คงเป็นไม่ได้ กลายเป็นผู้บำเพ็ญอิสระในที่สุด

เรื่องนี้ก็ช่วยไม่ได้ ทรัพยากรการบำเพ็ญมีจำกัด นิกายเซียนไม่อาจเลี้ยงดูคนไร้ประโยชน์

ผู้บำเพ็ญอิสระหลายคนต่างมาจากเหตุผลนี้

หากหลี่ซูไม่ได้ช่วยเหลือประมุขสำนักเซียนเวหาไว้ เขาก็ไม่อาจอยู่ในสำนักเซียนเวหาได้ตลอด

ที่หนิงเสี่ยวหยู่สามารถเข้าสำนักเซียนเวหาได้ ก็เพราะหลี่ซูเช่นกัน

การรวมตัวของผู้บำเพ็ญอิสระเช่นนี้ หลี่ซูเคยเข้าร่วมไม่บ่อยนัก

เพียงแค่การรวมตัวของพวกมือใหม่ เส้นทางการเติบโตของหลี่ซูต่างจากผู้บำเพ็ญเซียนคนอื่น

ครั้งนี้ หลังจากหนิงเสี่ยวหยู่เอ่ยขึ้น หลี่ซูก็เกิดความสนใจขึ้นมา

.

เมื่อมีแผนแล้ว หลี่ซูก็จัดแจงเรื่องต่าง ๆ ในบ้าน

หนิงเสี่ยวหยู่เพิ่งให้กำเนิดบุตรคนที่สามไม่นานนัก ไม่ได้เตรียมตัวจะออกจากตระกูลหลี่ นางอยู่ดูแลตระกูลก็พอดี

“เสี่ยวหยู่ ข้าไปแล้ว”

ดังนั้น ในวันนี้หลี่ซูขี่ม้าออกจากตระกูลหลี่ ไปยังชายแดนของแคว้นหวู่

การรวมตัวของผู้บำเพ็ญอิสระจัดขึ้นบริเวณกลางพื้นที่ของหลายแคว้นโดยรอบ ที่นั่นมีพื้นที่ไร้ผู้คนอยู่เป็นบริเวณกว้าง

พื้นที่เหล่านี้มีผู้คนไปถึงยาก มักจะมีอันตรายแฝงอยู่ ปุถุชนแทบจะไม่ไป

หลังจากเดินทางหลายวัน หลี่ซูก็มาถึงชายแดนแคว้นหวู่

เขาฝากม้าไว้ที่สถานีขนส่ง จากนั้นจึงเหยียบกระบี่บินไปยังเบื้องหน้า

“ผู้อาวุโส ท่านจะไปการรวมตัวของผู้บำเพ็ญอิสระหรือ”

หลังจากบินออกไปไม่นาน ด้านล่างก็มีเงาร่างหนึ่งพุ่งขึ้นมา ถามด้วยความเคารพ

หลี่ซูพินิจมองอีกฝ่ายแวบหนึ่ง คนผู้นี้เป็นผู้บำเพ็ญอิสระระดับหลอมปราณระยะปลาย พละกำลังนับว่าไม่เลว

สำหรับปุถุชนแล้ว เขาก็คือ “เซียน”

ในโลกียะ ปรมาจารย์ฟ้าประทานโดยทั่วไปสามารถต่อสู้แบบหนึ่งต่อสิบหรือหลายสิบได้

หากเป็นปรมาจารย์วิริยะประทาน สามารถเอาชนะหนึ่งต่อร้อยหรือหลายร้อยได้อย่างง่ายดาย

สำหรับปุถุชนแล้ว ปรมาจารย์วิริยะประทานคือยอดฝีมือที่สูงส่งเกินเอื้อม

แต่ทว่า แม้จะเป็นระดับหลอมปราณขั้นหนึ่งก็ไม่ใช่สิ่งที่ปรมาจารย์วิริยะประทานสามารถต่อกรได้

หลี่ซูตอบ “อืม” เบา ๆ

“ข้าก็จะไปเช่นกัน ขอให้ข้าพาท่านไปเถิด”

ผู้บำเพ็ญอิสระผู้นี้รับรู้ได้ถึงคลื่นพลังวิญญาณที่แผ่ออกมาจากหลี่ซู ท่าทางนอบน้อมเป็นอย่างยิ่ง

ดูเหมือนผู้บำเพ็ญอิสระผู้นี้จะไม่เคยพบเจอหลี่ซูมาก่อน

หลี่ซูไม่ได้ปฏิเสธ ภายใต้การนำทางของอีกฝ่าย ไม่นานพื้นที่สูงที่มีหน้าผาสี่ด้าน ลิงยังปีนป่ายขึ้นไปได้ยากก็ปรากฏขึ้นในสายตา

รอบ ๆ พื้นที่สูง มักจะเห็นแสงกระบี่พุ่งขึ้น

ผู้บำเพ็ญอิสระเหล่านี้หลังจากมาถึงพื้นที่สูงด้านล่างแล้ว จึงค่อยควบคุมกระบี่บินขึ้นไป

ยังเห็นว่ามีคนไม่น้อยกำลังปีนป่ายหน้าผาขึ้นไป

คนเหล่านี้ควรเป็นปรมาจารย์วิริยะประทาน

การรวมตัวของผู้บำเพ็ญอิสระเช่นนี้ หลังจากปรมาจารย์วิริยะประทานบางส่วนได้ยินเข้า มักจะเดินทางมาเพื่อร่วมสนุกและเปิดหูเปิดตา

“ผู้อาวุโส เบื้องหน้านั่นคือเทือกเขาสะบั้นเซียน เป็นสถานที่จัดการรวมตัวของผู้บำเพ็ญอิสระครั้งนี้”

ผู้บำเพ็ญอิสระข้างกายหลี่ซูกล่าวอย่างประจบประแจง

แสงกระบี่สองสายพุ่งไปยังเทือกเขาสะบั้นเซียน

“ควบคุมกระบี่บินมาตั้งแต่ไกลขนาดนี้ ต้องเป็นผู้อาวุโสระดับหลอมปราณระยะปลายแน่”

บนหน้าผา ปรมาจารย์วิริยะประทานคนหนึ่งมองเห็นแสงกระบี่สองสาย เผยสีหน้าอิจฉาและเลื่อมใสออกมา

ฐานะปรมาจารย์วิริยะประทานในโลกียะก็ไม่เลว แต่หากไม่สามารถไปถึงระดับหลอมปราณได้ ก็จะยังคงเป็นเพียง “ปุถุชน”

.

“เทือกเขาสะบั้นเซียน”

หลี่ซูลงมายืนอยู่บนพื้นที่สูง

พื้นที่สูงแห่งนี้ค่อนข้างราบเรียบ พื้นที่ประมาณสิบกว่าตารางกิโลเมตร ความกว้างและความยาวอยู่ที่ประมาณสามกิโลเมตร

บนพื้นที่ยังมีสิ่งก่อสร้างอยู่บ้าง ดูแล้วที่นี่เป็นสถานที่จัดการรวมตัวของผู้บำเพ็ญอิสระมาโดยตลอด

ผู้บำเพ็ญอิสระต่างรวมตัวกันบริเวณกลางพื้นที่

ผู้บำเพ็ญอิสระบางส่วนตั้งแผงขายของ วางสมบัติที่ตนเองสะสมมา บางส่วนก็พูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารของโลกบำเพ็ญเซียน

การมาถึงของหลี่ซูดึงดูดความสนใจจากผู้บำเพ็ญอิสระไม่น้อย

ถึงแม้จะเป็นผู้บำเพ็ญเซียน แต่ผู้บำเพ็ญเซียนไม่ได้มีรูปโฉมงดงามทุกคน

ผู้บำเพ็ญเซียนที่มีรูปลักษณ์เช่นหลี่ซูยิ่งหาได้ยาก

ตอนนี้หลี่ซูเหมือนกับหนุ่มน้อยรูปงามอายุสิบแปดปี ท่าทางสง่างาม ไม่มีกลิ่นอายของคนวัยชรามาแม้แต่นิด

ผู้บำเพ็ญหญิงบางส่วนเห็นแล้ว ดวงตาก็เป็นประกายทันที

สิ่งที่ทำให้ผู้บำเพ็ญเซียนเหล่านี้สนใจยิ่งกว่าคือ แรงกดดันวิญญาณที่แผ่ออกมาจากหลี่ซู…ค่อนข้างแข็งแกร่ง

“นั่นคือบรรพบุรุษตระกูลหลี่แห่งแม่น้ำหลัว ได้ยินมาว่าเขาก้าวสู่ระดับสร้างฐานแล้ว!”

ตอนนี้เอง มีคนจำหลี่ซูได้ กล่าวขึ้นเบาๆ

“นี่! ผู้อาวุโสระดับสร้างฐาน ไม่แปลกใจเลยที่ข้ารู้สึกถึงแรงกดดันจากเขา เหตุใดเขาถึงดูอ่อนเยาว์เช่นนี้”

“ไม่รู้สิ คงเป็นเพราะโอสถเยาว์วัยกระมัง ไปเถอะ พวกเราเข้าไปทักทายกันหน่อย”

“เขาเป็นศิษย์สำนักเซียนเวหา เหตุใดถึงมาเข้าร่วมการรวมตัวของผู้บำเพ็ญอิสระเล่า”

ผู้บำเพ็ญอิสระรอบ ๆ คนผู้นั้นได้ยิน ก็เผยสีหน้าตกใจออกมา

ผู้บำเพ็ญอิสระบางส่วนเริ่มเคลื่อนไหว เข้ามาทักทายหลี่ซู

จบบทที่ บรรพบุรุษข้ามภพสยบหล้า ตอนที่ 6 การรวมตัวของผู้บำเพ็ญอิสระ หนุ่มน้อยรูปงาม

คัดลอกลิงก์แล้ว