เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 127 ทำลายล้าง

ตอนที่ 127 ทำลายล้าง

ตอนที่ 127 ทำลายล้าง


หนานกงยวี่ก้มแลดูพวกมันด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ความรู้สึก ลูกนัยน์ตาแดงก่ำแสดงชัดถึงสายเส้นโลหิตฝอยที่เพ่งมองมานั้นให้ความรู้สึกที่เย็นยะเยียบเหน็บหนาว “พูด ! หากเจ้าบอกมาว่าผู้ใดคือผู้บงการ ข้าจะยอมละเว้นมือสังหารจากองค์กรปีศาจสยบแดนดินของพวกเจ้า”

คำกล่าวเช่นนี้ย่อมบ่งบอกความนัยว่าเขาหมายจะลงมือถล่มมือสังหารจากองค์กรปีศาจสยบแดนดินให้พินาศหากพวกมันไม่ยอมเผยความจริงทั้งหมดออกมา !

สีหน้าอันเปี่ยมไปด้วยความหวังของหัวหน้ามือสังหารพลันยับย่นก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความสิ้นหวังอย่างสิ้นเชิง ทว่าเมื่อต้องเผชิญกับบุรุษหนุ่มผู้ทรงความแข็งแกร่งอย่างมิอาจขัดขืนต้านทาน เขาย่อมไม่อาจหาญกล้าพอที่จะต่อต้าน “เรา…..พวกเราล้วนสุดปัญญาจะล่วงรู้ได้ว่าผู้ใดสั่งมอบภารกิจนี้มา ภารกิจที่องค์กรปีศาจสยบแดนดินรับนั้นล้วนทำการตกลงกันภายในตลาดมืด เราเพียงรับเงินโดยไม่ซักไซ้ไถ่ถามถึงสิ่งใด”

“เป็นเช่นนี้เอง…….” มุมปากของหนานกงยวี่หยักยกขึ้นเป็นรอยแย้มยิ้มอันชั่วร้าย

“เช่นนั้นการมีอยู่ของพวกเจ้าล้วนไม่จำเป็นอีกต่อไป”

แทบยังไม่ทันสิ้นสุดคำกล่าว พลังแสงสว่างไสวพลันก่อรวมตัวกันขึ้นในใจกลางฝ่ามือซ้าย

มือสังหารที่คุกเข่าอยู่กับปลายเท้าหนานกงยวี่ร้องลั่นออกมาด้วยความหวาดกลัว มันหมายจะเร่งรุดหาหนทางหลีกหนี ทว่ากลับยังไม่ทันได้ขยับแม้เพียงก้าว ปราณพลังแสงลูกนั้นก็ตรงเข้าโอบล้อมร่างของมันรวมไปถึงมือสังหารอีกผู้หนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลออกไป

ทั่วทั้งร่างของมันราวกับถูกเจาะทะลวงด้วยบางสิ่ง ผิวเนื้อตลอดทั่วกายเริ่มบวมปูดเป่งเป็นลูกไปทั่ว

“อ๊าก อ๊าก อ๊าก อ๊าก---- ! !” พวกมันส่งเสียงร้องโหยหวนครวญครางก่อนร่างนั้นจะฉีกกระจุยแหลกละเอียดโลหิตสาดกระจายชิ้นกระดูกแตกกระเซ็นเกลื่อนตา

ถึงกระนั้นปราณพลังแสงกลับยังไม่สิ้นสุดแรงกำลังแห่งการทำลายล้าง มันยังคงแผดเผาหยาดโลหิตและซากเศษกระดูกด้วยเปลวเพลงสีน้ำเงินอ่อนกระทั่งทุกสิ่งถูกกัดกร่อน คงเหลือแค่เพียงเศษเถ้าถ่าน ปราณพลังนั้นจึงค่อย ๆ เลือนสลายหายไปโดยไม่หลงเหลือทิ้งไว้แม้เพียงร่องรอยแห่งการมีอยู่ของมัน

หนานกงยวี่เหลือบแลดูสายลมพัดโชยนำเอาละอองเถ้าแห่งสองมือสังหารลอยปะปนฟุ้งกระจายไปกับท้องนภาด้วยอาการชายหางตาพลางยิ้มเยาะ ก่อนจะตรงเข้ามาช้อนร่างของเกอซีเหาะเหินกลับไปยังตำหนักราชันมัจจุราชอย่างไม่รอช้า

****

ตำหนักราชันมัจจุราช

ชิงหลง ไป๋หู่ และจูเฉวี่ยต่างยืนรออยู่ที่ประตูทางเข้าพระตำหนัก แต่ละคนทอดสายตาผ่านไปยังท้องนภาที่กว้างใหญ่ด้วยสีหน้าหวั่นวิตกครั้งแล้วครั้งเล่า

ไป๋หู่บ่นพึมพำไม่หยุดปากด้วยความร้อนใจ “ใกล้ถึงเวลาแล้ว อาการป่วยของนายท่านกำลังจะกำเริบแล้ว เหตุใดนายท่านยังดันทุรังจะออกไปอีก ? จนป่านนี้แล้วเหตุใดจึงยังไม่กลับมา ?”

ยามนี้ จูเฉวี่ยที่ยืนอยู่ด้วยกันมีผ้าคลุมใบหน้าปกปิดรอยแผลเป็นที่สะดุดตาไว้อย่างมิดชิด

ในสายตาแฝงไว้ด้วยห่วงกังวลเมื่อได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายเอ่ยกล่าว “ชิงหลง รู้ไหมว่าเหตุใดวันนี้นายท่านต้องรีบร้อนออกไปทั้งที่กำลังอยู่ในระหว่างกักตนเช่นนี้ด้วย ?”

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็เพื่อเปิดผนึกจุดตันเถียนให้แก่ท่านหมออัจฉริยะซี ซีเย่ว !

ชิงหลงย่อมรู้ดีว่าในวันนี้นายท่านของเขาออกไปด้วยความมุ่งหมายใด และตัวเขาย่อมไม่เห็นพ้องด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพียงทว่า นายท่านเมื่อไรย่อมยังคงเป็นนายท่าน เมื่อนายท่านถ่ายทอดคำสั่งออกมาแล้วย่อมไร้ประโยชน์จะกล่าวคำใด แม้ชิงหลงจะร้อนใจสักเพียงไหนเขาก็ไม่เคยเอ่ยสิ่งใดหากไม่ได้รับอนุญาต

เขานิ่งเงียบมาตั้งแต่ต้น ปฏิเสธที่จะโต้ตอบให้กับคำถามใด ในเรื่องนี้ทั้งไป๋หู่ และจูเฉวี่ยล้วนไม่แปลกประหลาดใจ

ทว่าหลังจากเฝ้าแหงนมองผ่านฟากฟ้ามาเนิ่นนานกระทั่งทั่วทั้งใบหน้าหม่นมัวไปด้วยความขุ่นข้อง ริมฝีปากของเขาจึงเริ่มขยับ “ไป๋หู่ จูเฉวี่ย หากการมีอยู่ของคนผู้หนึ่งจะเป็นภัยต่อนายท่าน ทว่านายท่านกลับไม่ลังเลแม้เพียงน้อยที่จะออกรับปกป้องคนผู้นั้น เจ้า…..เป็นเจ้าจะทำเช่นไร ?”

ไป๋หู่ตอบได้ทันที “ความปรารถนาของนายท่านย่อมเป็นสิ่งสำคัญเหนืออื่นใด !”

ขณะที่คำตอบของจูเฉวี่ยกลับกลายเป็น “เจ้าคนต่ำค่าที่บังอาจมาคุกคามนายท่านมันสมควรตายยิ่งแล้ว !”

ทั้งสองตอบกลับมาแทบจะพร้อมเพรียง ทันทีที่กล่าวจบทั้งคู่หันมองสบตากันด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนระคนแปลกใจ กระทั่งคิ้วทั้งคู่ของชิงหลงขมวดมุ่นบนใบหน้าที่ยุ่งย่น

ฉับพลันสีหน้าของเขาพลันแปรเปลี่ยน น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาร้องตะโกนออกมา “นายท่านกลับมาแล้ว !”

ครู่ถัดมา หนานกงยวี่เหินร่อนลงมาจากท้องนภา ผืนอาภรณ์โบกสะบัดพริ้วยามเมื่อร่างของเขาค่อย ๆ หย่อนลงสู่ซุ้มประตูใหญ่หน้าตำหนักราชันมัจจุราช

ทันทีที่ชิงหลงเร่งรุดเข้ามาต้อนรับก็สะดุดเข้ากับร่างชุ่มโลหิตในอ้อมแขนของนายท่าน เพียงเท่านั้นดวงตาทั้งคู่ของเขากลับเบิกโพลง “นายท่าน….นี่…..นี่คือท่านหมออัจฉริยะซีเย่วหรือ ? !”

***จบตอน ทำลายล้าง***

จบบทที่ ตอนที่ 127 ทำลายล้าง

คัดลอกลิงก์แล้ว