เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 70 ไม่อนุญาตให้เรียกข้าว่าองค์ชายราชันมัจจุราช

ตอนที่ 70 ไม่อนุญาตให้เรียกข้าว่าองค์ชายราชันมัจจุราช

ตอนที่ 70 ไม่อนุญาตให้เรียกข้าว่าองค์ชายราชันมัจจุราช


ภายหลังจากรักษาอาการบาดเจ็บของหนุ่มน้อยอูชี่แล้วเกอซีตรวจจับเส้นชีพจรปราณของเขา หากแต่ไม่อาจรับรู้ถึงขอบเขตพลังปราณในกายของหนุ่มน้อยผู้นี้ได้เลย นางคงกล่าวได้เพียงว่าเขาคือผู้มีพลังยุทธสูงส่งเหนือขั้นยิ่งไปกว่านาง อีกทั้งมิใช่สูงส่งกว่าเพียงเล็กน้อยเสียด้วย

เซี่ยวหลีรับรู้ได้ถึงความอ่อนโยน และเอื้ออาทรที่พรั่งพรูขึ้นภายในใจของเกอซี นางจึงหันไปกอดรัดเกอซีร่ำไห้น้ำตานอง “เซี่ยวหลีไม่อยากให้พี่ชายตาย ฮือ ฮือ ฮือ......”

เกอซีทำได้เพียงให้คำปลอบโยน “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ข้าให้สัญญาหากพี่ชายเจ้ากลับมาแล้วได้รับบาดเจ็บ ไม่ว่าอาการของเขาจะหนักหนาสาหัสสักเพียงใด ข้าก็จะมอบการรักษาแก่เขาอย่างเต็มที่แน่นอน เช่นนี้แล้วเจ้าคลายใจได้หรือยัง ?”

เซี่ยวหลีร้องห่มร้องไห้ขึ้นอีกครา เด็กหญิงป้ายน้ำหูน้ำตากับเกอซีไปมากระทั่งที่สุดจึงหยุดร่ำไห้ได้ด้วยการปลอบประโลมของเกอซี

เกอซีให้นางกลับไปหาแม่นมเฉินในเรือน ก่อนจะรีบรุดมุ่งหน้าไปยังโรงน้ำชาหว่านเฟิง

ขณะที่เกอซีกำลังจะใช้วิชาตัวเบาเคลื่อนกายเพื่อเร่งรุดไปให้ทันท่วงที กลับได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลังอย่างฉับพลัน เสียงของเด็กน้อยเซี่ยวหลีที่แหบแห้งจากการร้องไห้สะอึกสะอื้นมาเนิ่นนาน “รู้แล้ว ๆ  ข้ารู้ว่าพี่สาวเป็นคนดี เซี่ยวหลีก็ชอบพี่สาวที่สุดเช่นกัน !”

เกอซีแทบจะสะดุดขาตนเองหน้าคะมำทิ่มพื้น

การสื่อสารพูดคุยกับหมู่สัตว์ต่าง ๆ  ได้นั้น หากนำไปใช้กับฝ่ายตรงข้ามย่อมเป็นประโยชน์ไม่น้อย แต่หากนางกลับกลายเป็นฝ่ายตกเป็นเป้าเสียเองเห็นทีจะเป็นการสร้างความลำบากใจให้แก่ตนอยู่ไม่น้อย ! ความเป็นส่วนตัวของนางคงจะสิ้นสุดลงแล้วกระมัง !

เกอซีเร่งรุดมาถึงโรงน้ำชาหว่านเฟิงซึ่งหนานกงยวี่รั้งรออยู่

เมื่อได้เห็นหนุ่มน้อยรูปงามในอาภรณ์ขนสัตว์สีขาวสะอาดตาค่อย ๆ  ย่างกรายตรงเข้ามาด้านในอย่างไม่เร่งร้อน แววตาที่เฉยเมยเย็นชาของหนานกงยวี่พลันเปล่งประกายแจ่มจรัส ! กระทั่งมุมปากทั้งสองถูกยกขึ้นจนเผยให้เห็นรอยยิ้มอ่อนบาง

ชิงหลงผู้ยืนอยู่ด้านข้างคืออารักขาผู้ติดตามหนานกงยวี่มาเนิ่นนานหลายปี เขาย่อมรับรู้ได้อย่างชัดแจ้งว่าวันนี้อารมณ์นายท่านแจ่มใสยิ่งนัก

เมื่อเหลือบไปเห็นปิ่นปักผมหยกบนศีรษะของหนุ่มน้อย มุมปากของชิงหลงกระตุกอย่างแรงก่อนสีหน้าจะแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาไร้อารมณ์

พระองค์ท่านมีเจตคติที่ดีต่อหนุ่มน้อยผู้นี้ยิ่งนัก พระองค์นั่งรอด้วยความอดทนอยู่ในโรงน้ำชาแห่งนี้ตั้งแต่ท้องฟ้าเพิ่งรุ่งสาง อีกทั้งกว่าจะออกมาได้พระองค์ยังเปลี่ยนฉลองพระองค์ตัวแล้วตัวเล่า ทั้งหมดนี้ย่อมหาใช่สิ่งที่บ่งบอกว่านี่เป็นเพียงแค่การนัดหมายพบเจอกับหนุ่มน้อยผู้ไร้พลังฝีมือผู้หนึ่ง หากแต่พระองค์กระทำราวกับกำลังจะออกมาพบคู่รัก

เกอซีตกอยู่ในอาการใจลอยทันทีที่ได้พบหน้าหนานกงยวี่

ในบรรดาเหล่าบุรุษหนุ่ม ชายผู้นี้สามารถครอบครองใบหน้าหล่อเหลาคมสันที่สามารถทำให้จิตใจผู้คนต้องปั่นป่วนยุ่งเหยิง ยามนี้เขาสวมใส่เสื้อคลุมยาวสีม่วงเข้มที่ทำขึ้นจากไหมทองปักดิ้นลายเดินเส้นด้วยด้ายสีเงิน ที่เอวประดับห้อยพู่เป็นพวงระย้า เส้นผมเงางามดำขลับสะเอียดบางถูกรวบรัดสูงในรัดเกล้าหยกบนศีรษะเผยให้เห็นโครงหน้าที่งดงามได้สัดส่วน และอาการแย้มยิ้มในสายตา

แสงแดดอ่อน ๆ  ยามเช้าจับต้องบนร่างชายผู้นั้น ดวงตาทั้งคู่ของเขากำลังจับจ้องตรงมาที่นาง ประกายตาที่สว่างไสวเรืองรองประดุจสะท้อนให้เห็นความเป็นจริงแห่งโลก และสิ่งมีชีวิตทั้งปวง ทว่าทั้งหมดทั้งมวลที่ปรากฏขึ้นนั้นมีเพียงนางผู้เดียวเท่านั้นที่เขาเผยความรู้สึกออกมาเช่นนี้

ภายในใจของเกอซีกระแทกกระทั้นราวกับว่ามันถูกสูบกลืนเข้าไปในประกายตาคู่นั้นที่เพ่งมอง

ทว่าเมื่อรำลึกถึงคำเตือนของจูเฉวี่ย รำลึกได้ว่าเมื่อคืนนี้นางถูกสบประมาทมากเพียงไร หญิงสาวจึงเพิ่งรู้สึกถึงจิตใจที่กำลังเต้นระทึกรัวแรงของตน ยามนี้เกอซีรีบปรับสีหน้าแววตาให้ด้านชาดังที่เคยเป็น

ทัศนคติของบ่าวรับใช้ใกล้ชิดเป็นเช่นไรย่อมสะท้อนตัวตนแท้จริงของผู้เป็นนาย

บุรุษผู้หล่อเหลาเหนือคำบรรยายที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้านางนี้คือผู้ที่มีชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือ ราชันมัจจุราช ผู้ครองความเป็นอัจฉริยภาพที่สามารถบรรลุถึงขอบเขตลมปราณระดับปฐพีสะท้านสะเทือนได้ด้วยวัยเพียงสิบห้าปี เขาจะสนใจนางผู้เป็นเพียงเศษสวะที่ไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่าจะสามารถฝึกฝนพลังฝีมือได้อย่างไร

เกอซีควบคุมสีหน้า และอารมณ์ให้สุขุมนิ่งลึก ฝ่าเท้าของนางสืบก้าวออกไป “องค์ชายราชันมัจจุราช ข้ามาแล้ว ข้าจะสามารถคลายผนึกที่จุดตันเถียนของตนได้อย่างไร ?”

ใบหน้าของหนานกงยวี่หม่นมัวลงในทันที รอยยิ้มที่เคยปรากฏในดวงตาพลันลับหาย คลื่นพลังกดดันหนักหน่วงร้ายกาจระเบิดกระจายออกมารอบกาย “ข้าเคยบอกแล้วว่า เจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้เรียกข้าว่าองค์ชายราชันมัจจุราช”

ร่างของเกอซีสั่นสะท้านด้วยแรงพลังที่ไร้ตัวตน สีหน้าของนางซีดเผือด ไม่ว่านางจะใคร่ครวญมากเพียงไรก็ไม่อาจเข้าใจได้ว่า เหตุใดเขาจึงต้องขุ่นเคืองถึงเพียงนี้ แค่เพราะนามที่เอ่ยเรียกขาน ?

หากแต่ ผู้มีปัญญาย่อมรู้จักปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ที่ตนต้องตกเป็นรอง เช่นนั้นเกอซีรีบเปลี่ยนคำกล่าวให้ต้องใจผู้รับฟัง “หนานกงยวี่....เมื่อ....เมื่อครู่ ข้าผิดเอง”

***จบตอน ไม่อนุญาตให้เรียกข้าว่าองค์ชายราชันมัจจุราช***

จบบทที่ ตอนที่ 70 ไม่อนุญาตให้เรียกข้าว่าองค์ชายราชันมัจจุราช

คัดลอกลิงก์แล้ว