เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 67 ตำนานราชันมัจจุราช

ตอนที่ 67 ตำนานราชันมัจจุราช

ตอนที่ 67 ตำนานราชันมัจจุราช


เกอซียกโอสถขึ้นสูดดม มุมปากยกยิ้มหยันขึ้นยามเมื่อนางโยนขวดโอสถกลับไปในพระราชวังซูมี่ “ช่างหยิ่งผยองเสียจริง ก็แค่เพียงโอสถระดับสอง คุณสมบัติยังไม่อาจบรรลุถึงขั้นสมบูรณ์แห่งการหลอมสกัดด้วยซ้ำ ต้านต้านเอาเจ้านี่ไปกินเถิด”

ต้านต้านกลืนกินโอสถเม็ดนั้นลงไปอย่างสดชื่นตื่นใจพลางร่ำร้องอย่างเปิดเผยจริงใจว่าเขายังอยากกินอีก

เจ้าหนูตัวน้อยนี้ตลอดไปทั่วตั้งแต่ศีรษะจรดปลายหางมีแต่เพียงเรื่องการกิน อยากกินกระบี่ อยากกินอาวุธเวท อยากกินพฤกษาเวท อยากกินเม็ดยาโอสถ กินแม้กระทั่งสำรับอาหารปรุงสำเร็จ มันจะกินอะไรขนาดนั้น เหตุใดจึงไม่ปรากฏวี่แววแม้เพียงน้อยว่าเปลือกไข่จะร้าวแตกออกมาได้ นี่เขาหมายจะให้นางต้องถึงคราวหมดเนื้อหมดตัวเสียจริง ๆ  ใช่หรือไม่ ?

เกอซีต้องกลับออกมาจากมิติเวทอย่างเสียมิได้ หญิงสาวทำได้เพียงลอบภาวนาในใจขอให้เมื่อต้านต้านกระเทาะเปลือกไข่ออกมาแล้วจงอย่าได้เป็นเด็กเอาแต่ใจ หาไม่แล้วนางคงได้สิ้นเนื้อประดาตัวเป็นแน่

วันเวลาดำเนินมาถึงวันใหม่ เกอซีรู้สึกยินดียิ่งนักเมื่อพบว่าความเจ็บปวดทรมานที่ระบมร้าวไปทั่วตลอดทั้งเส้นชีพจรปราณและจุดตันเถียนได้สลายหายไปสิ้น หลังจากลังเลใคร่ครวญอยู่ครู่ใหญ่ หญิงสาวตัดสินใจเดินทางไปยังโรงน้ำชาหว่านเฟิงตามการนัดหมายของหนานกงยวี่

แม้คำเตือนและการจู่โจมของจูเฉวี่ยเมื่อคืนจะทำให้หญิงสาวไม่พอใจเท่าไรนัก หากแต่สิ่งสำคัญอย่างยิ่งนั้นคือการแสวงหาความแข็งแกร่งให้แก่ตนเอง

ก่อนออกจากเรือน เกอซีเรียกหาโม่ซานเพื่อสอบถามถึงชาติภูมิและความเป็นไปของราชันมัจจุราชผู้นี้

สีหน้าของโม่ซานยามนี้เปล่งปลั่งมีชีวิตชีวา เขาหาได้อยู่ในสภาพตื่นตระหนกเสียขวัญเหมือนเมื่อคราวที่ถูกคุมจิต ความรู้สึกและมุมมองที่มีต่อเกอซีกลับกลายเป็นความเคารพเชื่อฟัง “เรียนนายหญิง องค์ชายราชันมัจจุราชนับเป็นยอดคนอันดับหนึ่งแห่งอาณาจักรจินหลิง ด้วยไม่ว่าจะชั้นเชิงในพลังฝีมือหรือพลังอำนาจ พระราชอำนาจในมือของพระองค์ทรงอิทธิพลอย่างยิ่งถึงระดับที่ไม่ว่าจะเป็นราชนิกูลเชื้อพระวงศ์ทั้งหลายตลอดไปถึงเหล่าตระกูลผู้ทรงอิทธิพลทั้งปวงล้วนไม่มีผู้ใดหาญกล้าแตะต้องพระองค์เลย”

“บ่าวทราบมาว่าพระองค์คือผู้ครอบครองความเป็นอัจฉริยภาพอันน่าตื่นตะลึง พระองค์สามารถบรรลุพลังปราณระดับสี่ปฐพีสะท้านสะเทือนได้ด้วยวัยเพียงสิบห้า ในตอนนั้นอสนีบาตสวรรค์ชั้นเก้าสีดำสนิทปรากฏขึ้นเสียดแทงท้องนภาเสียงหมู่เมฆาสนั่นฟ้าคำรามกึกก้องสั่นสะท้านไปตลอดทั่วทั้งดินแดนแทบทวีปหมีหลัว ทุกผู้คนล้วนพากันตกอยู่ในสภาพตกตะลึงพรึงเพริด เหล่าตระกูลผู้ทรงอิทธิพลทั้งหลายต่างพากันหวาดระแวงในพลังอำนาจเร้นลับและพรสวรรค์อันเปี่ยมล้นท้าทายสวรรค์ของพระองค์ พวกเขาจึงส่งยอดฝีมือลอบสังหารราชันมัจจุราชหลายครั้งหลายคราหากแต่ไม่อาจมีผู้ใดสามารถสร้างรอยแผลแม้เพียงสะกิดให้แก่ราชันมัจจุราชผู้นั้นได้ ไม่เท่านั้นคนเหล่านั้นล้วนตายตกไปทั้งสิ้นด้วยเงื้อมมือแห่งราชันมัจจุราช”

เกอซีขมวดคิ้วมุ่น ภายในใจตื่นตะลึงกับพลังอำนาจและความร้ายกาจสะเทือนปฐพีของหนานกงยวี่ ด้วยวัยแค่เพียงสิบห้าเขาสามารถบรรลุขอบเขตลมปราณระดับปฐพีสะท้านสะเทือนแล้วกระนั้นหรือ ?

โม่ซานกล่าวต่อ “เล่าขานกันปากต่อปากว่า องค์ราชันมัจจุราชคือบุรุษรูปงามราวมารปีศาจผู้ครอบครองความงามเหนือความงามแห่งอิสตรี หากแต่อุปนิสัยของพระองค์นั้นเย็นชาอย่างร้ายกาจ โหดเหี้ยมอำมหิตปลิดลมหายใจผู้คนได้อย่างไร้ความปรานี ล่วงเลยมาได้สองปีแล้วที่กองทัพอสูรได้พากันรวบรวมกำลังพลขึ้นทางฝั่งตะวันตกแถบเทือกเขากุ่ยจิน พวกมันพากันบุกทะลวงรุกรานเข้ามาตามขอบตะเข็บชายแดนอาณาจักรจินหลิงและแผ่กระจายตีโอบล้อมออกไปเป็นวงกว้าง ฮ่องเต้แห่งจินหลิงบัญชาการระดมกองกำลังพลศึกระดับยอดฝีมือมากมายหลายหมื่นนายเข้าโรมรันกับอริราชศัตรู หากทว่าแม่ทัพนายกองทั้งหลายล้วนต้องสละชีพอย่างสูญเปล่าภายใต้น้ำมือแห่งกองทัพอสูร กองพลรบทั้งสิ้นถูกสังหารย่อยยับไม่เหลือ ยามนั้นชาวจินหลิงทั้งหลายล้วนอยู่ในอาการตื่นผวาหวาดกลัว ทุกผู้คนล้วนคิดว่ายามนี้คงถึงคราวที่อาณาจักรจินหลิงจะถึงกาลล่มสลาย ไพร่ฟ้าประชาชนต้องถึงคราวอดอยากปากแห้งหิวโหย หากแต่กลับไม่คาดฝัน ราชันมัจจุราชผู้มีวัยเพียงสิบแปดปีกลับกลายเป็นผู้นำบัญชาการรบกรีฑาทัพกิเลนเหล็กจำนวนหลายพันชีวิตเข้าต่อสู้ประจัญบานข้าศึกในสมรภูมิเลือดเทือกเขากุ่ยจิน ด้วยพลังฝีมือวรยุทธอันล้ำเลิศ พระองค์สังหารหัวหน้าอสูรก่อนจะบดขยี้กองทัพอสูรที่เหลือให้บรรลัย”

“หลายคนกล่าวว่าศึกนองเลือดครานั้นนับเป็นโศกนาฏกรรมที่วิปโยค ชิ้นเลือดเนื้อและโลหิตไหลท่วมกระจัดกระจายไปทั่วทุกแผ่นพื้นปฐพี ซากร่างมนุษย์ฉีกขาดกระจุยกระจาย ผืนดินแห่งสมรภูมิบนเทือกเขากุ่ยจินชโลมไปด้วยโลหิต แดนดินแห่งสมรภูมิรบครานั้นยังคงความเป็นสีน้ำตาลแดงตราบกระทั่งทุกวันนี้ หากมนุษย์ธรรมดาผู้ใดกล้ำกรายเข้าใกล้ขอบเขตสนามศึก โลหิตของมันผู้นั้นจะพุ่งทะลักออกจากทวารเบื้องบนทั้งเจ็ด*ด้วยเพราะขุมพลังแน่นหนาที่ยังคงตกค้างอยู่ ณ สมรภูมิเลือดแห่งนั้น นามกรแห่งองค์ชายราชันมัจจุราชถูกตั้งขึ้นนับแต่การประจัญบานครานั้นเอง และนั่นคือความหมายแห่ง”ราชันมัจจุราช“ผู้ปกครองขุมนรกใต้พิภพ ผู้บงการชีวิตและความเป็นความตายแห่งมวลหมู่มนุษย์ในใต้หล้า ราชันผู้ควบคุมความเป็นไปในหกภพภูมิแห่งสังสารวัฏ*”

*หกภพภูมิแห่งสังสารวัฏ คือ 6 นั่นคือ เทพ มารปีศาจ มนุษย์ เดรัจฉาน สัมพเวสี และสัตว์นรก

จิตใจของเกอซีไม่อาจนิ่งระงับอยู่ได้เมื่อคำบอกกล่าวเล่าขานของโม่ซานถูกปลดปล่อยออกมาเรื่อย ๆ  อย่างต่อเนื่อง

ความกระหายเลือด ความอำมหิต ความเย็นชาไร้หัวใจ........ผู้ชี้เป็นชี้ตายให้แก่มวลมนุษย์ ราชันผู้ปกครองหกภพภูมิแห่งสังสารวัฏ.......ทว่าสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของนางกลับเป็นเพียงบุรุษผู้เปี่ยมเสน่ห์ดั่งมนตร์มายาแห่งมารปีศาจ ผู้มักคอยแย้มยิ้มก่อกวนนางให้ต้องรำคาญใจ บุรุษสองนายที่ลักษณะนิสัยแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงทั้งคู่นั้นเป็นคนผู้เดียวกันจริงล่ะหรือ ?

หลังอาหารเช้า เกอซีเตรียมตัวออกเดินทางเมื่อพบว่าเวลาล่วงเลยมาถึงยามเฉิน*แล้ว

*ยามเฉิน คือ 7.00-9.00 น.

เพียงก้าวออกจากทางเดินแคบ ๆ  ในตัวเรือนมาถึงเชิงผาซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก หญิงสาวกลับได้พบเด็กสองคนในท่านั่งขัดสมาธิอยู่เบื้องหน้า

หนุ่มน้อยเห็นจะมีอายุราว ๆ สิบห้าสิบหกปี ส่วนเด็กผู้หญิงที่อยู่ด้านข้างดูจะมีอายุราว ๆ เจ็ดแปดขวบ  ทั้งคู่สวมใส่เสื้อผ้าที่สกปรกมอมแมม

***จบตอน ตำนานราชันมัจจุราช***

จบบทที่ ตอนที่ 67 ตำนานราชันมัจจุราช

คัดลอกลิงก์แล้ว