เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8 นัยน์ตาสีม่วงที่ทอประกายสุกสกาว

ตอนที่ 8 นัยน์ตาสีม่วงที่ทอประกายสุกสกาว

ตอนที่ 8 นัยน์ตาสีม่วงที่ทอประกายสุกสกาว


ด้านในห้องรับรองส่วนตัวแห่งหอรื่นรมย์ บุรุษร่างสูงโปร่งทิ้งกายลงนอนจมอยู่ในเก้าอี้ยาวอย่างเฉื่อยเนือย

ชายหนุ่มพักสายตาอยู่กับภาพเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้นเบื้องหน้า บนรูปหน้าอันหล่อเหลาอย่างภูมิฐานนั้นประดับด้วยดวงตาที่เฉยชา ไร้หัวใจและหยิ่งทะนง

ภาพเหตุการณ์ระทึกขวัญที่เกิดขึ้นในหอประมูลสินค้าแห่งนี้ประจักษ์ต่อสายตาของเขาอย่างเด่นชัด

สตรีร่างอ่อนบางในสภาพที่อ่อนแอถูกบุรุษฉกรรจ์จำนวนมากจับมัดไว้ด้วยโซ่ตรวนเหล็กรั้งข้อมือและข้อเท้าไว้อย่างแน่นหนาภายในกรงขังสีทอง

จอกสุราในมือนิ่งค้างอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ชายในห้องรับรองส่วนตัวผู้นั้นจะค่อย ๆ กลืนมันผ่านลำคอไปอึกหนึ่งพลางทอดถอนใจออกมาเบา ๆ  “น่าเสียดาย สิ่งที่น่าจับตาชิ้นนี้กลับต้องแปดเปื้อนด้วยน้ำมือของเจ้าสุกรอ้วน”

องครักษ์ผู้ยืนนิ่งสงบอยู่ด้านข้างเหลือบตามองมายังบุรุษผู้นั้น ‘นับเป็นครั้งแรกที่พระองค์ให้ความสนใจแก่สตรีเพศ หากแต่นี่คงเป็นแค่เพียงความสะดุดตาเล็กน้อยเท่านั้นหาได้มีความสำคัญใดต้องใส่ใจไม่’

ขณะที่องครักษ์ผู้นั้นกำลังจ่อมจมอยู่กับการครุ่นคิดสีหน้าของบุรุษที่อยู่เบื้องหน้ากลับแปรเปลี่ยน เขาขยับกายขึ้นสายตายังคงจับจ้องไปยังภาพเหตุการณ์ความเป็นไปในยามนี้

ดรุณีร่างบางผู้มีผิวพรรณซูบซีด ดวงหน้าที่ผอมเซียวแลดูอ่อนเยาว์ด้อยประสบการณ์ผู้นั้นถูกกักตัวไว้ภายใต้กรงขังสีทอง

เพียงเสี้ยววินาที เปลือกตาที่ปิดสนิทของนางพลันเปิดขยายออกจากกัน แผงขนตาสั่นเทาเล็กน้อย กระแสแห่งความเย็นยะเยียบแผ่ซ่านกระจายออกมาจนสามารถรับรู้ได้

คิ้วที่คมเข้มประดุจเรียวกระบี่ของบุรุษหนุ่มกดเข้าหากัน สายตาของเขามิอาจละไปจากดวงตาคู่นั้นของสตรีร่างน้อยได้เลย

นัยน์ตาที่ดำขลับมืดสนิทราวกับบ่อน้ำโบราณที่ล้ำลึกคู่นั้นประดุจดั่งมันได้แบกเอาความความลึกลับที่ซ่อนเร้นซุกไว้อย่างมิดชิด ประกายตาอ่อน ๆ สีม่วงที่สุกสกาวน่าพิศวงงงงวยคู่นั้นดูดกลืนความสนใจของเขาไปจนสิ้น ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะท้านของหัวใจที่พลุ่งพล่านเต้นระทึกไม่เป็นจังหวะอย่างที่เขาไม่เคยสัมผัสถึงความรู้สึกเช่นนี้มาก่อนในชีวิต

“เจ้าตัวน้อยนี้คือผู้ใดกัน ? เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้......”

เสียงของเขาแผ่วเบา หากแต่สายตายังคงจับจ้องอยู่กับสตรีร่างน้อยเบื้องหน้าผู้ฉุดดึงความคิดและการจดจ่อของเขาไปอย่างที่ตัวเขามิอาจควบคุมมันได้เลย ประดุจดั่งพญาราชสีห์ได้พบเจอเหยื่อที่มันเฝ้าเพียรรอมานานแสนนาน การรอคอยที่เปี่ยมไปด้วยความหวังถึงการบรรลุผลสำเร็จในวันหน้าทำให้ดวงตาคู่นั้นของชายหนุ่มโชนประกายด้วยความระทึกใจ

ฉับพลันสายตาของเขาก็ปัดไปหาจูจงป้าและเหล่าอารักขาที่พากันแบกกรงขังออกไปด้วยมุมปากยกโค้งขึ้นแสดงออกถึงความเหยียดหยันอย่างไม่สบอารมณ์

ใบหน้านั้นยังคงไม่ละจากภาพที่อยู่เบื้องหน้าแม้ในยามที่เขาเปล่งเสียงพึมพำออกมาอย่างแผ่วเบา “ตามพวกมันไป”

คนทั่วไปย่อมพากันคิดว่าบุรุษในห้องรับรองผู้นี้เป็นเพียงคนธรรมดาสามัญผู้หนึ่ง หากแต่พวกเขากลับต้องตกตะลึงเมื่อได้ยินถ้อยวาจาที่หลุดออกมาจากองครักษ์ผู้ซ่อนตนอยู่ในหลืบมุมห้องด้านหนึ่ง “พะย่ะค่ะ องค์ชาย”

ผู้ที่ตอบรับชะงักเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามกลับทันควัน

“หากจูจงป้าใช้กำลัง.....จะทรงให้กระหม่อมจัดการมันเลยไหมพะย่ะค่ะ ?”

“อา.....” ชายหนุ่มหัวเราะออกมาเบา ๆ  สุ้มเสียงที่ดึงดูดใจนั้นกลับเปี่ยมไปด้วยความหยามหมิ่น

“คนไร้ค่าเช่นมัน ควรรู้ตัวว่านับจากนี้ไปทุกย่างก้าวมันจะได้พบเจอแต่หายนะ”

“กระหม่อมรับทราบแล้วพะย่ะค่ะ

บรรยากาศภายในห้องกลับคืนสู่ความเงียบงันอีกครา บุรุษผู้นั้นขยับกายลุกขึ้นมุมปากของเขาเผยรอยยิ้มที่น่าหลงใหลเปี่ยมเสน่ห์ออกมา

เมื่อเกอซีรู้สึกตัวขึ้นอีกครา นางพบว่าตนอยู่ภายในรถม้าที่กำลังมุ่งหน้าไปบนเส้นทางสายขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ นางยังคงถูกจองจำอยู่ภายในกรงขัง ตลอดทั่วทั้งร่างรวมไปถึงข้อมือและข้อเท้าล้วนถูกตรึงรัดไว้แน่นด้วยโซ่ตรวนเหล็กที่หนาและแข็งแรง

แม้การถูกกักกันอยู่ภายในลูกกรงจะทำให้ทัศนะวิสัยของนางไม่แจ่มชัดนัก หากแต่หญิงสาวยังคงได้กลิ่นหอมรวยรินมาจากที่ไม่ไกลกันนัก

เกอซีขบกัดริมฝีปากของตนเพื่อเรียกกำลังแห่งประสาทสัมผัสและสำนึกให้คืนกลับ

อาคมตรึงตราทาสช่างมีพลานุภาพร้ายกาจยิ่งนัก ตลอดช่วงระยะการเดินทางนั้นสำนึกรู้ของนางคลุมเครือสลับกันไปมา บางครั้งดูราวกับจะมีสภาวะรู้ตัวอย่างเป็นปกติ หากแต่บางครากลับรู้สึกพร่าเลือนมึนงง จนทำให้ในหัวสับสน ความรู้สึกวนเวียนเปลี่ยนไปมา กระทั่งเมื่อสามัญสำนึกทั้งหมดเริ่มคืนกลับมาอย่างเต็มตัว

เสียงบทสนทนาของอารักขาที่อยู่หน้ารถม้าจึงแทรกผ่านโสตประสาทเข้ามา “ที่สุดแล้วทาสนางนี้คือผู้ใดกัน ? เหตุใดร่างของนางที่ไร้สิ้นกระแสพลังแห่งจิตวิญญาณ แต่กลับสามารถสะกดจุดรวมพลังปราณของพวกเราไว้ได้ ?”

“ผู้ใดสนใจกันเล่าว่านางเป็นใคร ! เมื่อนายน้อยมีแผ่นป้ายทัณฑ์พิฆาตอยู่ในมือแล้ว ทันทีที่กลับถึงจวนสกุลจูจิตวิญญาณของนางก็จะถูกผนึกความเป็นทาสอย่างถาวร ถึงตอนนั้นไม่ว่านายน้อยจะให้นางทำสิ่งใดก็ย่อมได้ !”

“ฮึ่ม ! สตรีน่ารังเกียจผู้นี้เป็นเพียงหญิงชาวบ้านธรรมดาแต่หาญกล้าทำให้พวกเราต้องเสียหน้าท่ามกลางสายตามากมาย ข้าอยากจะถลกหนังของนางออกมานัก”

***จบตอน นัยน์ยตาสีม่วงที่ทอประกายสุกสกาว***

จบบทที่ ตอนที่ 8 นัยน์ตาสีม่วงที่ทอประกายสุกสกาว

คัดลอกลิงก์แล้ว