- หน้าแรก
- บรรลุมรรคาด้วยวิชาบำเพ็ญคู่
- บรรลุมรรคาด้วยวิชาบำเพ็ญคู่ ตอนที่ 20
บรรลุมรรคาด้วยวิชาบำเพ็ญคู่ ตอนที่ 20
บรรลุมรรคาด้วยวิชาบำเพ็ญคู่ ตอนที่ 20
บรรลุมรรคาด้วยวิชาบำเพ็ญคู่ ตอนที่ 20
สำนักงานฝ่ายคุมกฎ
“ศิษย์พี่จ้าวพ่าน! ศิษย์พี่จ้าวพ่าน!”
“มีอะไรงั้นรึ?” นางตอบเสียงงึมงำ นางเพิ่งตื่นจากการงีบหลับจึงรู้สึกหงุดหงิดอยู่บ้าง
“ผู้อาวุโสเหยา กลับมาที่สำนักแล้ว!!”
เมื่อได้ยินชื่อผู้อาวุโส ความง่วงงุนของนางก็หายเป็นปลิดทิ้ง
นางจัดแต่งทรงผมและลุกขึ้นสวมเสื้อผ้าทันที จากนั้น จ้าวพ่านและศิษย์น้องของนางก็รีบวิ่งไปที่โถงหลักของฝ่ายคุมกฎ
“ผู้เยาว์คราวะผู้อาวุโส ยินดีต้อนรับกลับเจ้าค่ะ!” นางค้อมคำนับ ผู้อาวุโสรออยู่ที่โถงหลักมาเกือบนาทีแล้ว จ้าวพ่านลอบด่าทอตัวเองอยู่ในใจที่มาสาย
ผู้อาวุโสเดินไปหาจ้าวพ่านที่กำลังค้อมคำนับอยู่
“ลุกขึ้น” ผู้อาวุโสพูด
"เจ้ายังคงชอบแอบหลับในที่ทำงานอยู่สินะ ดูเหมือนว่าคราวที่แล้วข้าจะยังลงโทษเจ้าไม่หนักพอนะ"
“ศิษย์ไม่ได้แอบหลับเจ้าค่ะ”
ผู้อาวุโสเหยาอู่เลียหัวแม่มือของนางและใช้นิ้วนั้นลูบผ่านแก้มของจ้าวพ่านและทำความสะอาดคราบน้ำลายที่ติดอยู่บนใบหน้าของนาง
"ไม่ได้หลับงั้นรึ?"
“เอ่อ ศิษย์เพียงพักสายตาครู่หนึ่งเจ้าค่ะ”
ผู้อาวุโสพลันยกมือขึ้นและฟาดลงมา โดยที่ไม่มีใครตอบสนองได้ทัน แรงกดดันจากมือของนางทำให้ลมพัดผ่านตัวจ้าวพ่าน กดจ้าวพ่านลงกับพื้นในชั่วพริบตา
มือของผู้อาวุโสไม่ได้สัมผัสกับแก้มของนางจริงๆ หากได้สัมผัสจริงๆ ก็คงไม่มีอะไรเหลืออยู่เลยนอกจากร่างเนื้อที่เปื้อนเลือดและผิดรูปกองอยู่บนพื้น นี่ก็คือพลังที่แท้จริงของยอดฝีมือระดับสูงสุดในขอบเขตกายลึกล้ำ
“วันนี้ข้าหงุดหงิดมาก และไม่อยากพลั้งมือฆ่าเจ้า ดังนั้นข้าจะเก็บโทษของเจ้าไว้ลงโทษครั้งหน้า”
“ศิษย์พี่! เร็วเข้า มังกรใหญ่! เขาอยู่ในห้องเรียน” มีเสียงดังขึ้นจากนอกประตู
เมื่อศิษย์นางนั้นวิ่งผ่านประตูเข้ามาและพบเห็นผู้อาวุโสเหยานางก็รีบโค้งคำนับทันที
“ใครกัน… มังกรใหญ่?” นางรู้สึกว่าชื่อเรียกนี้ออกจะแปลกประหลาดไปแล้ว
“เขาเป็นศิษย์ผู้หนึ่ง แต่กลับสร้างความหวาดกลัวและกระทำการอันไร้ยางอายกับศิษย์หญิงหลายคนในสำนักนอกแห่งนี้ ขอผู้อาวุโสช่วยพวกเราจัดการกับเขาด้วยเจ้าค่ะ” จ้าวพ่านขอร้องและโค้งคำนับอีกครั้ง
เหล่าศิษย์หญิงที่ชมชอบเสี่ยวฟางกลับมีสีหน้าอัปลักษณ์ขึ้นมาทันใด
ฉากนี้ย่อมไม่อาจหลุดรอดจากสายตาของผู้อาวุโส "พวกเจ้าบางคนดูเหมือนมีบางอย่างที่อยากจะกล่าวสินะ?" นางปรายตามองโดยรอบ
"ไม่มีใครอยากพูดอะไรงั้นรึ?" นางถาม
“เขาไม่ได้ฝืนบังคับใจใครเจ้าค่ะ สตรีเหล่านั้นล้วนยอมมอบกายให้เขาโดยสมัครใจ แล้วจะถือเป็นความผิดได้อย่างไรกัน?” ศิษย์สตรีคนหนึ่งพูด ทว่าทันทีที่นางพูดจบ นางก็รู้สึกเสียใจขึ้นมาทันที นี่ไม่เท่ากับนางงัดข้อจ้าวพ่านต่อหน้าผู้อาวุโสโดยตรงหรือไร?
“เจ้าพูดถูก นั่นไม่ใช่เรื่องผิด มีใครรู้บ้างว่าข้าจะติดต่อเขาได้ยังไง?”
ทุกคนต่างปิดปากเงียบ
“ความจริงก็คือ พวกเรายังไม่รู้ว่าที่จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นเจ้าค่ะ หากเรารู้เรื่องราว ทุกอย่างก็จะง่ายขึ้นมาก”
“สิ่งเดียวที่เรารู้คือ นอกเหนือจากผู้โชคดีไม่กี่คนแล้ว เขาแทบจะไม่เคยไปหาสตรีคนเดิมเป็นครั้งที่สองเลย” จ้าวพ่านกล่าว
“งั้นรึ? นั่นหมายความว่าถ้าเจ้าติดตามใครสักคนที่ยังไม่เคยถูกเขาเอาเปรียบมาก่อน เจ้าก็จะต้องพบเขาในที่สุด?”
ผู้อาวุโสหันความสนใจไปยังศิษย์รุ่นเยาว์ “มีใครรู้จักคนที่ยังไม่เคยนอนกับเขาบ้างไหม?”
ทั้งห้องเต็มไปด้วยความเงียบ แต่เป็นความเงียบที่สามารถอธิบายได้ว่าน่ากลัวยิ่ง เป็นความสงบก่อนที่พายุจะมา
“หืม… ในหมู่พวกเจ้าไม่มีใครที่รู้จักคนที่ยังไม่เคยมีอะไรกับเขาเลยจริงๆบ้างเลยรึ?” ทุกคนเริ่มหลั่งเหงื่อเย็น
เสียงของนางทุ้มลง และสีหน้าของนางเปลี่ยนเป็นเย็นชา"แล้วพวกเจ้าล่ะ? แน่นอนว่าเจ้า........" ก่อนที่นางจะถามจบว่ามีใครที่นี่ที่ยังไม่ได้นอนกับเขาบ้าง ทุกคนก็พลันคุกเข่าลง
“โปรดอภัยให้เราด้วย ท่านผู้อาวุโสเหยา!” ขากรรไกรของผู้อาวุโสเหยาแทบจะตกลงถึงพื้น นางไม่เคยตกใจมากเท่านี้มาก่อนในชีวิต
“พวกเจ้าทั้งหมดเลย? เด็กน้อย พวกเจ้าทุกคนพูดตรงกันว่าหลับนอนกับเขาด้วยความเต็มใจอย่างนั้นรึ? พวกเจ้าเต็มใจจริงๆ?!” นางโกรธมากแต่ไม่มีใครรู้ว่านางโกรธเพราะสีหน้าตกใจของนางเด่นชัดยิ่งกว่า
"โปรดอภัยให้พวกเราด้วย"
ยังไม่ต้องเอ่ยถึงผู้อาวุโสเหยาที่กำลังตกตะลึง จ้าวพ่านแทบจะเป็นลมตรงนั้นเลย
“พวกเจ้า! เจ้าบอกว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ห้องเรียนแล้วใช่ไหม?!”
ศิษย์หญิงผู้นั้นตกใจไม่ต่างผู้อาวุโสเมื่อได้ยินความลับของศิษย์คนอื่นๆในห้องโถง
“เขา........ เขา... ไม่อยู่แล้ว ศิษย์หลายคนบอกว่าคราวนี้เป็นศิษย์พี่ไป๋ฟาน มีรายงานว่านางกำลังทำเรื่องอย่างว่าในห้องเรียน”
“หลานสาวของผู้อาวุโสไป๋?!!!” ผู้อาวุโสเหยาแทบไม่อาจทนฟังเรื่องนี้ได้อีกต่อไป นางรีบออกไปเพื่อยืนยันเรื่องนี้ด้วยตัวเอง
นางมาตรวจสอบพื้นที่ด้วยตัวเอง นางนั่งลงและขบคิดวางแผนในหัว สุดท้ายเมื่อนางได้สติ นางก็กลับไปที่ฝ่ายคุมกฎ
"จ้าวพ่าน! ออกมาที่นี่ เดี๋ยวนี้!"
จ้าวพ่านปรากฏตัวขึ้นตรงหน้านางในเวลาไม่ถึง 2 วินาทีหลังจากที่ผู้อาวุโสเรียกชื่อนาง
“มีอะไรเหรอเจ้าคะ?”
นางชูป้ายประกาศในมือขึ้นและโบกไปมา เป็นภาพร่างตลกๆของเสี่ยวฟาง ที่ข้างใต้ยังมีข้อความว่า “แต้มผลงาน 5,000 แต้ม ไม่ว่าเป็นหรือตาย”
“เจ้าเห็นเป็นเรื่องตลกงั้นรึ?”
“ข้าอยู่ที่นี่มาแค่ชั่วยามเดียว แต่ได้ยินแต่ว่าเขาหล่อมากขนาดไหน เจ้าว่าบุรุษผู้นี้ดูหล่อหรือไม่?!” เสียงของนางเริ่มดังขึ้น จนในที่สุดก็ดังจนทุกคนได้ยิน
เหล่าศิษย์ที่ได้ยินนาง พอได้เห็นภาพร่าง และรู้ว่าเขามีลักษณะอย่างไร พวกนางแทบจะกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่
“ขอแค่เป็นคนที่มีตามาดูก็จะรู้ว่านี่เป็นเพียงภาพวาดโง่ๆ เพื่อทำให้พวกเจ้าดูโง่เขลา! ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแค่ข้าไม่อยู่ไม่กี่เดือน สำนักนอกทั้งหมดจะวุ่นวายขนาดนี้! หากไม่จัดการความวุ่นวายนี้ก่อนที่ข้าจะกลับมา พวกเจ้าทุกคนจะต้องรับผิดชอบ” นางตวาดให้ทุกคนได้ยิน
“ไอ้พวกสารเลวนั่น” จ้าวพ่านก่นด่าสาปแช่งอยู่ในใจ
ผู้อาวุโสเหยาเข้าไปในตำหนักเพื่อหยิบบางสิ่งบางอย่างจากห้องของนาง จากนั้นก็พุ่งออกไป
หลังจากที่ผู้อาวุโสเหยาออกไปไม่นาน ก็มีศิษย์หญิงที่มีปัญหาคนหนึ่งเดินเข้ามา
“สวัสดี ที่นี่ใช่ฝ่ายคุมกฎหรือไม่?” ทุกคนต่างกำลังเคร่งเครียดเกินกว่าจะตอบและแยกย้ายกันจากไป
“ใช่แล้ว ที่นี่คือฝ่ายคุมกฏ เจ้าต้องการอะไร?” แม้นางจะรู้สึกย่ำแย่เพียงใด ทว่าจ้าวพ่านก็ยังคงรักษาความเป็นมืออาชีพเอาไว้
“ข้าคิดว่าข้ารู้ว่าเจ้าจะหาเจ้ามังกรใหญ่เจอได้ยังไง” ดวงตาของจ้าวพ่านเป็นประกายราวกับว่านางมองเห็นแสงแห่งความหวังทอดลงมาจากสวรรค์