เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WDS Chapter 14 ข้าจะไม่ยอมแพ้

WDS Chapter 14 ข้าจะไม่ยอมแพ้

WDS Chapter 14 ข้าจะไม่ยอมแพ้


WDS Chapter 14 ข้าจะไม่ยอมแพ้

พร้อมกับคำกล่าวนั้น การฝึกนรก 3 เดือน ของเหล่าเด็กๆ ก็ได้เริ่มต้นขึ้น

พวกเขาจะต้องวิ่งรวมๆราว 50 กิโลเมตร ก่อนที่จะได้รับงานอื่นๆอย่างแบกไม้หรือหาบน้ำ ในแต่ละวันจนกระทั่งตกดึก ร่างกายของพวกเขาถูกใช้งานอย่างหนัก จนพวกเขาต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด และหลายคนก็ร้องไห้อยากจะกลับบ้าน

หากไม่ใช่เพราะพวกเขามีโอกาสที่จะได้ใช้ห้องโถงฝึกอบรมกระตุ้นพลังงานหลังการฝึกแล้ว พวกเขาส่วนใหญ่คงจะยอมแพ้ไปแล้ว

ในเวลานี้ แม้ว่าพวกเขาจะยังใช้เทคนิคเดิมที่เอเลนาฟเคยสอนในก่อนหน้านี้ แต่มันแตกต่างออกไป ความรู้สึกอึดอัดที่อีเธอร์เข้ามาสะสมอยู่ที่ปอด ไม่ได้เกิดขึ้นอีกครั้ง นี่เป็นเพราะในแต่ละวัน ร่างกายของพวกเขาเหนื่อยล้าเป็นอย่างมากและมันก็ถูกผลักดันจนถึงขีดสุด จนดูเหมือนว่า เซลล์ที่อยู่ในสภาพอ่อนล้า จะสามารถดูดซับพลังงานได้ง่ายขึ้น ดังนั้น ในการหายใจแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะมีอีเธอร์ถูกดูดซับมากเพียงใดก็ตาม มันก็จะส่งผ่านไปทั่วทั้งร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ

ห้องโถงฝึกอบรมกระตุ้นพลังงานถูกใช้เป็นกลุ่ม กลุ่มศักยภาพสูงใช้เวลาน้อยที่สุด ก่อนที่จะได้พัก กลุ่มศักยภาพกลางใช้เวลานานกว่าเล็กน้อย แต่ก็ยังคงมีเวลาพักบ้าง แต่สำหรับกลุ่มศักยภาพต่ำ พวกเขาไม่มีเวลาพักเลย พวกเขาใช้เวลา 2 ชั่วโมงในนั้น ขณะที่กลุ่มอื่นๆใช้เวลา 30 นาที และ 1 ชั่วโมง ตามลำดับ หลังจากนั้น พวกเขาก็ต้องฝึกฝนการต่อสู้ต่อ

การฝึกฝนทั้งหมดของพวกเขาถูกควบคุมโดยเอเลนาฟ ในการฝึกฝนการต่อสู้ เขาได้สอนศิลปะการต่อสู้เบื้องต้น ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ความสมดุล โดยเอเลนาฟบอกว่า พวกเขาจะต้องเริ่มจากการยืนอย่างมั่นคง และพวกเขาจะต้องหลบให้ได้ก่อน จากนั้น พวกเขาถึงจะสามารถคิดถึงการชกหรือแตะออกไปได้

เด็กๆแต่ละคนจะฝึกสมดุลกับเสาที่สูงจากพื้น 3 ฟุต และหลังจากผ่านไป 1 ชั่วโมง ก็เริ่มมีคนตกลงมา ร่างของพวกเขากระแทบกับพื้นจนได้รับบาดเจ็บ และในเวลาเดียวกันนั้น พวกเขาก็จะถูกเด็กคนอื่นๆหัวเราะเยาะขณะที่ปีนกลับขึ้นไปบนเสาใหม่ จากนั้น พวกเขาก็จะได้รับการฝึกขยับร่างกายเพื่อหลบ, ชก และเตะ มีเพียง 3 อย่างนี้เท่านั้นที่ถูกสอน

สุดท้าย จะมีหุ่นไม้ให้พวกเขาใช้ฝึกฝนทักษะของพวกเขา

แดนีลรักส่วนนี้มากที่สุด เขาชอบฟังคำแนะนำจากผู้ฝึกสอนแต่ละคน และเขาก็ฝึกกับหุ่นไม้นานกว่าใคร ๆ เขารู้สึกได้ว่า เขาเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นในทุกๆวัน ซึ่งมันทำให้เขาตื่นขึ้นมาในแต่ละวันพร้อมกับรอยยิ้ม

แม้ว่าเวลาที่อยู่ในห้องโถงฝึกอบรมกระตุ้นพลังงาน จะเป็นช่วงเวลาที่ดี แต่มันก็ต้องใช้สมาธิและความตั้งใจเป็นอย่างมากในการเอาชนะความล้าของร่างกายในทุกๆวัน และแรงกดดันของการฝึกฝนก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

แดนีลได้เข้าปะลองด้วยความมั่นใจ จากการฝึกพิเศษทั้งหมดของเขา แต่เขากลับพ่ายแพ้ย่อยยับให้กับเด็กอ้วนที่ผอมลงอย่างรวดเร็ว

เทคนิคของแดนีลนั้นยอดเยี่ยม และแม้แต่เอเลนาฟก็ยังชื่นชมว่า เขาเป็นหนึ่งในผู้ที่เข้าใจเทคนิคที่สอนมากที่สุด และเขาสามารถใช้มันในแบบของเขาเองได้แล้ว

จากนั้น เขาก็ปะลองกับคนอื่น เขาพยายามและเกือบจะหลบหมัดของเด็กคนนั้นได้ทั้งหมด แต่มันกลับมีหมัดหนึ่งที่ชกเข้าท้องของเขา

หลังจากที่ถูกชก เขาจะต้องใช้เวลาชั่วครู่ เพื่อที่จะกลับมาหลบได้อีกครั้ง แต่เด็กคนนั้นไม่ได้ให้โอกาสเขา และชกมาที่เขาอย่างต่อเนื่อง จนเขาต้องยอมรับความพ่ายแพ้ แตกต่างจากวีรบุรุษในตำนานที่ไม่เคยคุกเข่ายอมรับความพ่ายแพ้ แดนีลรู้สึกว่าบางครั้ง การยอมแพ้และถอยหลังกลับ ก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่ควรจะทำ แนวคิดนี้มาจากประสบการณ์ชีวิตทั้งสองของเขาจนถึงตอนนี้

ในท้ายที่สุด เขาก็ได้ลำดับที่ 16 และงานของเขาหนักขึ้น แต่แดนีลก็ยังคงยินดีกับมัน เพราะเขาเชื่อว่ามันจะทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้น

ทุกครั้งที่เขาเกือบจะยอมแพ้ เขาจะคิดถึงใบหน้าของพ่อเขา ที่ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากจากความอดอยาก เขาจำได้ว่าแม่ของเขาต้องทำงานหนักทุกอย่าง จนร่างกายทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว เขาจำได้ว่า หากเขาปราศจากพลัง เขาจะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

ความรู้สึกเหล่านี้ตระตุ้นเขา พวกมันทำให้เขาอดทน พวกมันทำให้เขาต่อต้านความเจ็บปวดที่พยายามกดทับเขาลงกับพื้น

“ข้าจะไม่ยอมแพ้!”

วันแล้ววันเล่า สัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่า ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

สิ้นเดือนที่ 3 แดนีลมีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด ไขมันส่วนใหญ่บนร่างของเขาได้สลายไปแล้ว และมันถูกแทนที่ด้วยผิดสีแทนที่แสดงถึงความเป็นชาย นอกจากนี้ ร่างเขายังสามารถจะมองเห็นกล้ามเนื้อได้บ้างแล้ว และเขาไม่ได้เด็กที่ผอมบางเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไป

ในวันที่ 90 นี้เอง ในที่สุดเขาก็ได้ยินเสียงที่รอคอย

[การพัฒนาเสร็จสิ้น]

…………………………………………………………………………….

[ระบบตรวจพบการเปลี่ยนแปลงในร่างกายของโฮสต์ โฮสต์ต้องการรีเฟรชคำอธิบายหรือไม่?]

‘ใช่’ แดนีลตอบ เขาต้องการจะรู้ความคืบหน้าจากทั้งหมดที่เขาทำ

[สถานะโฮสต์รีเฟรช]

[อัพเดทสถานะโฮสต์ :]

[ระดับ : มนุษย์-0]

[ศักยภาพ : F]

[สภาพ : ตรวจพบการบาดที่ซ่อนอยู่]

[ระดับความก้าวหน้า : 27%]

[แต้มประสบการณ์ : 20]

[แต้มฝ่าย : 1]

แดนีลอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวัง การทำงานหนักทั้งหมดของเขา มีผลเพียง 12% เท่านั้น? เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ ที่เขาได้รับ 15% จากการทำภารกิจ

ดูเหมือนว่า ผลกระทบจากร่างกายที่มีศักยภาพต่ำนั้นจะรุนแรงเป็นอย่างมาก ในเวลาที่เท่ากัน ความคืบหน้าจากการฝึกของคนที่มีศักยภาพสูงจะมากกว่าคนที่มีศักยภาพต่ำอย่างน้อยถึง 4 เท่า

โชคดีที่เขามีระบบ เขาสามารถทำภารกิจให้สำเร็จเพื่อเพิ่มความก้าวหน้าและได้รับเทคมาได้จากเพียงแค่การสังเกต เงยหน้าขึ้น และถามระบบเกี่ยวกับรายละเอียดเทคนิคที่ใช้เวลาอย่างยาวนานในการพัฒนา

[SAT-1พัฒนาเสร็จสิ้น]

[คุณลักษณะใหม่ : การปรับใช้เทคนิคการดูดซับ ถูกเพิ่มเข้าไปในระบบ]

[ศักยภาพร่างกายขึ้นอยู่กับเส้นพลังของร่างกายมนุษย์ ซึ่งมันจะเป็นตัวปล่อยและอำนวยความสะดวกในการส่งผ่านพลังงานไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย ขณะที่มนุษย์กำเนิด ขนาดของเส้นพลังเหล่านั้นจะถูกตัดสิน โดยขนาดใหญ่จะส่งผลให้ร่างกายมีศักยภาพสูง ซึ่งมันจะทำให้การส่งผ่านพลังงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและสามารถฝึกฝนก็เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ใช้พลังงานน้อย พลังที่ถูกดูดซับเข้ามาจะถูกใช้ได้อย่างเต็มที่และไม่ถูกนำออกไปผ่านการหายใจออก สำหรับเส้นพลังขนาดเล็ก มันจะต้องใช้เวลาและพลังงานอย่างมากในการดูดซับแต่ละครั้ง และพลังจำนวนมากก็จะถูกนำออกไปผ่านการหายไปออก]

[SAT-1 ช่วยให้ระบบสามารถตรวจสอบและควบคุมพลังงานที่ดูดซับ ไม่เพียงแค่ส่วนต่างๆของร่างกายเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเส้นพลังด้วย เส้นพลังเหล่านี้ไม่สามารถจะถูกสัมผัสได้ด้วยมนุษย์ มันจึงไม่ถูกกำหนดเป็นเป้าหมายในการขัดเกลาร่างกาย นอกจากนี้ ด้วยการตรวจสอบของระบบ มันจะส่งผลให้การฟื้นฟูมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในขณะเดียวกัน พลังงานก็จะถูกแพร่กระจายออกไปอย่างสม่ำเสมอ หลังจากวิเคราะห์ระดับการฟื้นฟูขององค์ประกอบในแต่ละส่วนของร่างกายแล้ว มันส่งผลให้อาการบาดเจ็บที่ซ่อนอยู่ถูกตรวจพบอย่างช้าๆ]

แดนีลรู้สึกหน้ามืดขณะที่พยายามย่อยข้อมูลจำนวนมาก หลังจากวิเคราะห์ทุกอย่างแล้ว เขาก็เข้าใจว่า เส้นพลังเป็นตัวตัดสินศักยภาพ ตอนนี้ ด้วยความช่วยเหลือของระบบ เขาสามารถจะเพิ่มขนาดของพวกมัน เพื่อเพิ่มศักยภาพของเขาได้

กระนั้น เขาก็ยังคงถามออกไปว่า ‘ผลค้างเคียงเป็นอย่างไร?’

หากการเพิ่มศักยภาพหมายถึงการทำให้เขากลายเป็นสัตว์ประหลาด แดนีลจะต้องคิดเกี่ยวกับมันอย่างหนักก่อนจะตัดสินใจ

แฟนเพจ : WDS แปลไทย

จบบทที่ WDS Chapter 14 ข้าจะไม่ยอมแพ้

คัดลอกลิงก์แล้ว